ในช่วงเวลาเดียวกับที่เชฟโรเลตฉลองความสำเร็จให้กับอเมริกันมัสเซิลคาร์ อย่างคอร์เว็ตต์ที่ทะลุหกลักในการผลิตครบ 1.5 ล้านคันนับตั้งแต่เริ่มมีการผลิตในวันที่ 30 มิถุนายน 1953 ก็มีการเปิดตัวเวอร์ชันพิเศษในชื่อ Grand Sport หรือ GS ตามออกมาขายด้วยการเสริมความบึกบึนให้กับรูปลักษณ์ให้มีกลิ่นอายตัวแข่ง C6.R และมีขายทั้งตัวถังคูเป้แบบถอดแผ่นหลังคาออกได้ และเปิดประทุน
เวอร์ชันนี้เน้นหนักไปที่การเพิ่มความดุดันให้กับรูปลักษณ์ภายนอก ด้วยการขยายความกว้างของตัวถัง โดยเฉพาะส่วนท้ายในสไตล์ Wide Body โดยอิงสเปกของคอร์เว็ตต์ C6 ที่วางเครื่องยนต์ LS3 เป็นหลัก พร้อมกับเพิ่มความโฉบเฉี่ยวด้วยการนำชุดแอโรพาร์ต เช่น กันชนด้านหน้า และสปอยเลอร์หลังจากรุ่น Z06 มาใช้ร่วมกับล้อแม็กลายใหม่ ด้านหน้ามีขนาด 18 นิ้วกับยาง 275/35ZR18 และด้านหลังขนาด 19 นิ้วกับยาง 325/30ZR19
เครื่องยนต์เป็นรหัส LS3 ที่เปิดตัวในปี 2008 โดยไม่มีการปรับปรุงในส่วนของสเปก ซึ่งนั่นเท่ากับว่า ขุมพลังวี8 6,200 ซีซีบล็อกนี้รีดกำลังออกมาได้ 430 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 58.5 กก.-ม. โดยมีรุ่นพิเศษเปลี่ยนชุดท่อไอเสียเป็นอีกทางเลือกทำให้กำลังขยับขึ้นมาเป็น 436 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 59.1 กก.-ม.
สมรรถนะที่ดีขึ้นในส่วนของอัตราเร่ง 0-96 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งทำได้เร็วกว่าเวอร์ชันปกติ 0.2 วินาทีเป็นผลมาจากการปรับอัตราทดเกียร์สำหรับรุ่นเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ส่วนรุ่นเกียร์อัตโนมัติมีการเปลี่ยนอัตราทดเฟืองท้ายใหม่ เพื่อสมรรถนะที่จัดจ้านยิ่งขึ้น พร้อมกับมีแป้น Paddle Shift สำหรับคนที่ชอบเปลี่ยนเกียร์เอง
นอกจากนั้นในส่วนของระบบช่วงล่างก็มีการเปลี่ยนสปริงและโช้กอัพชุดใหม่ เพื่อความหนึบที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการขยายดิสก์เบรกด้านหน้าให้มีขนาด 355 มิลลิเมตรจับคู่กับคาลิเปอร์แบบ 6 ลูกสูบ และด้านหลังขนาด 340 มิลลิเมตรจับคู่กับคาลิเปอร์ 4 ลูกสูบ
ราคาขายของคอร์เว็ตต์ GS ในสหรัฐอเมริกา ถ้าเป็นรุ่นคูเป้ตั้งเอาไว้ที่ 55,720 เหรียญสหรัฐฯ หรือ 1.95 ล้านบาท และ 59,530 เหรียญสหรัฐฯ หรือ 2.08 ล้านบาทสำหรับรุ่นเปิดประทุน บ้านเราไม่มีขายอย่างเป็นทางการ แต่ถ้าจะสั่งนำเข้าเองคงต้องเอา 3 คูณเข้าไป ก็จะได้ราคาคร่าวๆ หลังบวกภาษีเข้าไปด้วยแล้ว
|