ประเด็นที่น่าสนใจคือ การที่ Stile Bertone จับเอาเชฟโรเลต คอร์เว็ตต์ C6 ZR1 มาเพิ่มมูลค่า เพราะต้นแบบรุ่นนี้ซึ่งรู้จักกันในชื่อ Project M เป็นการถอดเปลือกของ ZR1 ออกแล้วแทนที่ด้วยเปลือกใหม่ซึ่งเป็นฝีมือการออกแบบของ Castiota ซึ่งทำได้อย่างสวยล้ำสมัยและดุดันอย่างมาก
แน่นอนว่าในเมื่อถูกเปรียบเทียบว่าเป็นงานศิลป์แบบติดล้อ ทาง Bertone จึงกล้าที่จะตั้งราคาของ Mantide เอาไว้อย่างดุเดือดมาก ถึง 2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 70 ล้านบาท แพงกว่าราคาของ ZR1 (103,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือ 3.6 ล้านบาท) ถึง 20 เท่าตัว ซึ่งตรงนี้ยืนยันได้เป็นอย่างดีถึงชื่อของ Bertone และ Castiota ว่าโดดเด่นและโด่งดังในหมู่ของนักสะสมรถ จนถึงขนาดมีคนกล้าที่จะทุ่มเงินมากขนาดนี้เพื่อแลกสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของ
โครงสร้างพื้นฐานของตัวเองยังอิงอยู่กับ ZR1 ไม่ว่าจะเป็นแชสซีส์ ช่วงล่าง และเครื่องยนต์ซึ่งเป็นแบบ 8 6,200 ซีซี แบบติดซูเปอร์ชาร์จ มีกำลังสูงสุด 638 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 82.4 กก.-ม.ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ
ตัวรถมีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 3.9 วินาที และความเร็วสูงสุดอยู่ในระดับ 351 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และผลงานจากการแล่นในสนามฝั่งเหนือของนูร์บูร์กริง หรือ The Ring ที่มีความยาวร่วม 20 กิโลเมตรโดยใช้เวลาเพียง 7 นาที 26.4 วินาทีในสมัยที่ยังเป็น ZR1 เมื่อเปลี่ยนเป็น Mantide แล้ว สมรรถนะตรงนี้ก็น่าจะยังอยู่ด้วย และน่าจะดีขึ้นด้วยเพราะว่าตัวถังถูกลดน้ำหนักลงจาก ZR1 ถึง 100 กิโลกรัม
สำหรับรูปลักษณ์ของตัวรถนอกจากจะดูสวยงามแล้ว ยังเน้นในเรื่องสมรรถนะในการขับเคลื่อนด้วย โดยเฉพาะความเพรียวลม ตัวถังมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน หรือ Cd อยู่ที่ 0.29 ซึ่งดีขึ้นจากตัวถังของคอร์เว็ตต์ 25% และมีการปรับปรุงในเรื่องการสร้างแรงกด หรือ Downforce เพื่อการทรงตัวที่ดีเวลาแล่นบนความเร็วสูงประมาณ 30%
งานนี้รีบกันหน่อย เพราะว่า Stile Bertone ผลิตออกมาเพียง 10 คันเท่านั้น และแว่วข่าวว่าหลังจากนำออกโชว์ที่งานประกวดรถยนต์โบราณที่ทะเลสาบโคโม ประเทศอิตาลี ทางบริษัทได้รับออร์เดอร์มาแล้ว 3-4 รายด้วยกัน
|