| |
 |
| |
| เรื่อง - ภาพ : เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย |
Tuesday, 19 July, 2011 0:19 AM |
|
 |
| |
|
| |
บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวยนตรกรรม The new generation C-Class โฉมใหม่ ประเดิมด้วย C 250 CDI BlueEFFICIENCY AVANTGARDE ที่ผู้จำหน่าย เมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศเท่านั้น ตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคมนี้ เป็นต้นไป
The new generation C-Class เป็นการปรับโฉมใหม่ของ C-Class ให้ดูโดดเด่น มีดีไซน์มากขึ้น ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แผงหน้าปัดใหม่หรูหรา การตกแต่งภายในเน้นการตัดกันของพื้นผิวให้ดูสะดุดตามากขึ้น พร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่ประสิทธิภาพเยี่ยม ที่ถ่ายทอดผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 7 จังหวะ รุ่นล่าสุด (7G-Tronic Plus - อุปกรณ์มาตรฐานอาจแตกต่างไปตามรุ่น) รวมทั้งระบบความปลอดภัยใหม่ที่ช่วยในการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Attention Assist) ที่ปกติจะติดตั้งในรุ่นที่สูงกว่า
นอกจากนั้นยังเพิ่มความสะดวกในการสื่อสาร ด้วยการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต (ขึ้นอยู่กับรุ่นโทรศัพท์มือถือที่ใช้) และระบบนำทาง พร้อมการแสดงผลแบบสามมิติ (3D navigation display with plastic city views)
ศาสตราจารย์ ดร. อเล็กซานเดอร์ เพาฟเลอร์ (Alexander Paufler) ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "ยนตรกรรมใหม่ The new generation C-Class ได้เน้นเรื่องความสะดวกสบาย และความปลอดภัย เฉกเช่นรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทุกรุ่น ภายในมีการปรับโฉมใหม่ด้วยองค์ประกอบชั้นสูง ไม่ต่างกับใน CLS-Class รุ่นล่าสุด"
"C-Class โฉมใหม่จึงได้ยกระดับมาตรฐานใหม่ ในด้านความคุ้มค่า และคุณภาพของรถเซ็กเม้นท์นี้ รวมทั้งภายในยังได้ปรับให้ดูทันสมัย ด้วยระบบสื่อสารรุ่นใหม่ล่าสุด ที่ไม่เพียงแต่การปรับเปลี่ยนจอแสดงผลใหม่เท่านั้น แต่ยังเพิ่มการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตอีกด้วย"
ด้วยส่วนประกอบใหม่กว่า 2,000 ชิ้น ทำให้ Mercedes-Benz C-Class โฉมใหม่นี้ แตกต่างจากรุ่นเดิมในส่วนของอุปกรณ์มาตรฐาน ประกอบไปด้วยพวงมาลัยหนัง ที่ปัจจุบันเป็นหุ้มหนังทุกรุ่น เกรดการตกแต่งและอุปกรณ์แบบ Elegance และ Avantgarde ได้มีการปรับให้แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเจนกว่าเดิม โดย Elegance จะใช้ลายใหม่แบบ matt ash wood ส่วน Avantgarde จะใช้ลายแบบ dark aluminium หรือแบบ black ash wood
C-Class ถือเป็นรถยนต์รุ่นที่มียอดขายสูงที่สุด และมีความสำคัญเป็นอย่างมากกับ เมอร์เซเดส-เบนซ์ นับตั้งแต่มีการเปิดตัวในปี 2007 มียอดจำหน่ายไปแล้วกว่า 1 ล้านคันทั่วโลก และหากย้อนไปตั้งแต่มีการเปิดตัว เมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่น C-Class เป็นครั้งแรกในปี 1982 (หรือที่รู้จักกันในรุ่น 190) เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้จำหน่าย C-Class ไปแล้วกว่า 8.5 ล้านคันทั่วโลก |
| |
 |
| |
ภายนอกคล่องแคล่ว แฝงไปด้วยความมั่นใจ
กันชนหน้าใหม่ ให้ความรู้สึกทรงพลังด้วยลายเส้น รวมทั้งกระจังหน้าสีเงิน สะดุดตาด้วยรูปทรง V-Shape ฝากระโปรงหน้าใหม่ทำจากอะลูมิเนียมน้ำหนักเบา สอดรับกับความเด่นสะดุดตาของโคมไฟหน้าดีไซน์ใหม่ ให้ความพิถีพิถัน ดูโฉบเฉี่ยว หรูหราและสง่างามมากขึ้น
โคมไฟคู่หน้าไบซีนอน ถูกออกแบบให้ดูดุดันแต่มีชีวิตชีวามากขึ้น ทำงานควบคู่กับระบบส่องสว่างอัจฉริยะ ILS (Intelligent Light System) สามารถปรับระดับการส่องสว่างอัตโนมัติตามสภาพเส้นทาง พร้อมด้วยไฟ daytime แบบ LED สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน ซึ่งติดตั้งอยู่ในกันชนด้านหน้า รวมทั้งไฟหน้าแบบฮาโลเจน ที่ประกอบไปด้วยไฟต่ำและไฟสูง รวมทั้งชุดไฟท้ายดีไซน์ใหม่แบบ LED ที่ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยการขับขี่ในยามค่ำคืนให้ดียิ่งขึ้น
เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของ C-Class ใหม่ คือ มีระบบแอโรไดนามิกส์ที่เป็นเลิศ ด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานเพียง 0.26 หรือเทียบเท่ากับมีค่าทางอากาศพลศาสตร์ที่ดีที่สุดในรถระดับเดียวกัน
ภายในสปอร์ต พร้อมอุปกรณ์คุณภาพเยี่ยม
The new generation C-Class โฉมใหม่ เปลี่ยนหน้าปัดและพื้นผิวสัมผัสให้ดูมีความนุ่มนวลมากขึ้น ปลายปุ่มสัมผัสที่โดดเด่น เน้นความละเอียด พิถีพิถัน ดูโฉบเฉี่ยวทันสมัย ด้วยลายเส้นที่ต่อเนื่องไปจนถึงแผงข้างประตูด้านหน้าทั้งสองข้าง จอแสดงผลความละเอียดสูง และแผงคอนโซลกลาง เป็นจุดสำคัญของการเปลี่ยนโฉมใหม่ สะท้อนความหรูหรามีระดับด้วยการตกแต่งพื้นผิวโดยรอบ
นอกจากนั้นยังเพิ่มความสะดวกในการสื่อสาร ด้วยการเชื่อมต่อเพียงปลายนิ้วสัมผัสบนพวงมาลัย โดยสามารถเชื่อมต่อกับระบบสื่อสารหรือ Telematics ที่มีมาพร้อมกับรุ่น C-Class ซึ่งเป็นอุปกรณ์ใหม่ของรถรุ่นนี้
การตกแต่งภายในของ C-Class ใหม่นี้ ได้ถูกออกแบบให้มีจุดเด่นคล้ายกับ Mercedes-Benz CLS ใหม่ล่าสุด โดยเฉพาะพวงมาลัยลายโครเมียม ซึ่งสื่อถึงความเป็นสไตล์สปอร์ตในรุ่น Avantgarde
|
| |
 |
| |
เครื่องยนต์ทรงพลัง แต่ให้ความประหยัด
เครื่องยนต์ของ C-Class ทุกรุ่น ถูกคิดค้นขึ้นด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีภายใต้แนวคิด BlueEFFICIENCY ยนตรกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการประหยัดพลังงานเป็นสำคัญ โดยเครื่องยนต์ทุกรุ่น จะใช้ระบบหัวฉีดแบบไดเร็คอินเจ็คชัน
C 250 CDI BlueEFFICIENCY AVANTGARDE
C-Class ใหม่ เปิดตัวด้วยรุ่น C 250 CDI BlueEFFICIENCY Avantgarde ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบแถวเรียง 2.2 ลิตร เทอร์โบคู่ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิดถึง 500 นิวตันเมตร ที่ 1,600 - 1,800 รอบต่อนาที อัตราเร่งจาก 0 - 100 กม./ชม. 7.0 วินาที อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพียง 15.62 - 17.24 กม./ลิตร อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยเฉลี่ย 153 - 167 กรัม/กม.
C 250 CDI BlueEFFICIENCY ตกแต่งแบบ Avantgarde มาพร้อมกับอุปกรณ์ต่อไปนี้
•
กระจังหน้าสีเงินเสริมโครเมียมลาย 2 แถบ พร้อมตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์
• พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 12 ปุ่ม แบบ 3 ก้าน
• ลายอลูมิเนียมแบบ Brushed aluminium ที่คอนโซลกลาง
• หน้าปัดสีเงินพร้อมจอแสดงผลแบบสี
• ไฟ daytime สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED |
| |
 |
| |
มั่นใจด้วยเทคโนโลยีระบบความปลอดภัยล่าสุด
C-Class ใหม่ เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยล่าสุด ไม่ว่าจะเป็นระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ Attention Assist ซึ่งเป็นระบบความปลอดภัยใหม่ในรุ่น C-Class ใช้กล้องและระบบเซ็นเซอร์ภายในรถ ทำหน้าที่ตรวจสอบ และวิเคราะห์ลักษณะการขับขี่ต่างๆ ช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุที่มีสาเหตุ เช่น การเหนื่อยล้าขณะการขับขี่ เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมี ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive Highbeam Assist) ระบบปกป้องก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE ซึ่งมีเพียงแบรนด์เดียวในโลก, โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP (Electronic Stability Program), ระบบช่วยเบรก BAS (Brake Assist) ทำงานร่วมกับระบบป้องกันล้อล็อค ABS (Anti-lock braking system), ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR (Acceleration skid control), เซ็นเซอร์ช่วยในการนำรถเข้าจอด (PARKTRONIC) พร้อมแนะนำวิธีการจอด (Parking Guidance) และพนักพิงศีรษะแบบ NECK-PRO |
| |
 |
| |
ความสะดวกสบายที่เหนือกว่า ง่ายทุกการเชื่อมต่อด้วยระบบสื่อสารรุ่นใหม่
C-Class ได้นำระบบสื่อสารรุ่นใหม่ ที่ใช้งานได้สะดวกมากกว่ารุ่นเดิม ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมหน้าจอ การเชื่อมต่ออุปกรณ์โทรศัพท์ การแสดงผลของข้อความ การฟังเพลงแบบไร้สายโดยผ่านบลูทูธ และการเชื่อมต่อความบันเทิงผ่านช่อง USB ซึ่งมีพร้อมอยู่ใต้ที่วางแขนตรงคอนโซลกลาง
ด้วยระบบมัลติมีเดีย COMAND Online ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานใหม่ในรุ่น C250 CGI BlueEFFICIENCY Avantgarde จึงสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้โดยสะดวก และยังสามารถบันทึกข้อมูลเส้นทางลง SD Card ได้อีกด้วย
ศาสตราจารย์ ดร. อเล็กซานเดอร์ เพาฟเลอร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า "จากยอดขายในปีที่ผ่านมา เมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่น C-Class เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมจากลูกค้ามากที่สุด ดังนั้นการปรับโฉมใหม่ตามนิยาม 'A new class of agility' นับเป็นการพัฒนาอีกขั้น ด้วยการคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุด และเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้า"
"นอกจากนั้นเราได้สร้างความประทับใจและความมั่นใจให้กับลูกค้า ผ่านการบริการหลังการขายและการใส่ใจและดูแลลูกค้าที่เป็นเลิศ ด้วยการรับประกัน 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และสิทธิพิเศษ Star Assist โปรแกรมพิเศษที่พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยลูกค้าของเราจะได้รับประสบการณ์เหล่านี้โดยตรงจากผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการเท่านั้น"
ผู้ที่สนใจ สามารถชมยนตรกรรมโฉมใหม่ Mercedes-Benz C 250 CDI BlueEFFICIENCY Avantgarde อย่างใกล้ชิด และสั่งจอง The new generation C-Class ได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม 2554 เป็นต้นไป • |
| |
| The new generation C-Class |
| |
| รุ่น |
เครื่องยนต์ |
ความจุ |
แรงม้า |
แรงบิด |
อัตราเร่ง
0-100
กม./ชม. |
ความเร็ว
สูงสุด
ประมาณ |
อัตรา
สิ้นเปลือง
เฉลี่ย |
อัตราการปล่อย คาร์บอนไดออกไซด์
เฉลี่ย |
ราคา |
C 200
Blue
EFFICIENCY |
เบนซิน
4 สูบ
แถวเรียง |
1,796
ซีซี |
184
แรงม้า
ที่
5,250
รอบ/นาที |
270
นิวตัน-ม.
ที่
1,800
รอบ/นาที |
7.8
วินาที |
235
กม./ชม. |
14.49
กม./ลิตร |
150
กรัม/กม. |
2,739,000
บาท |
C 200
Blue
EFFICIENCY
Elegance |
เบนซิน
4 สูบ
แถวเรียง |
1,796
ซีซี |
184
แรงม้า
ที่
5,250
รอบ/นาที |
270
นิวตัน-ม.
ที่ 1,800
รอบ/นาที |
7.8
วินาที |
235
กม./ชม. |
14.49
กม./ลิตร |
150
กรัม/กม. |
2,929,000
บาท |
C 250 CDI
Blue
EFFICIENCY
Avantgarde |
ดีเซล
4 สูบ
แถวเรียง |
2,143
ซีซี |
204
แรงม้า
ที่
4,200
รอบ/นาที |
500
นิวตัน-ม.
ที่ 1,600
รอบ/นาที |
7.0
วินาที |
240
กม./ชม. |
15.62
กม./ลิตร |
153
กรัม/กม. |
3,189,000
บาท |
C 250 CGI
Blue
EFFICIENCY
Avantgarde |
เบนซิน
4 สูบ
แถวเรียง |
1,796
ซีซี |
204
แรงม้า
ที่
5,500
รอบ/นาที |
310
นิวตัน-ม.
ที่ 2,000
รอบ/นาที |
7.2
วินาที |
240
กม./ชม. |
14.49
กม./ลิตร |
150
กรัม/กม. |
3,249,000
บาท |
|
| |
|
|
|