| |
 |
| |
|
Friday, 10 December, 2010 1:19 AM
|
 |
| |
|
| |
เลกซัสกรุ๊ป บุกตลาดไฮบริดเมืองไทย เปิดตัว Lexus CT200h แฮทช์ไฮบริดหรู ขับเคลื่อนล้อหน้า ออกแบบโดยคำนึงถึงการไหลผ่านของอากาศ เพื่อให้เกิดแรงต้านน้อยที่สุด กระจังหน้าได้รับอิทธิพลมาจากต้นแบบ LF-Ch รูปลักษณ์ด้านหน้าไหลลื่นต่อเนื่อง ตั้งแต่ชุดโคมไฟ ไล่ไปจนถึงท้ายรถ มิติภายนอกกว้าง 1,765 มม. ยาว 4,320 มม. และสูง 1,440 มม. ความยาวฐานล้อ 2,600 มม. ความกว้างฐานล้อหน้า - หลัง 1,525 - 1,520 มม.
ภายในออกแบบมาให้อารมณ์การขับแบบสปอร์ต แต่เน้นจุดที่ลงตัวระหว่างผู้ขับและรถยนต์ โดยแบ่งพื้นที่ภายในเป็น 2 ส่วนหลัก คือ ส่วนสำหรับแสดงข้อมูลต่างๆ กับส่วนที่เป็นพื้นที่สำหรับการใช้งานของผู้ขับ เพื่อให้เกิดความสะดวกสบายสูงสุด โดยอิงพื้นฐานการออกแบบจากสรีระวิทยาเป็นหลัก และในเมื่อเป็นรถแฮทช์แบค CT200h จึงมาพร้อมที่เก็บสัมภาระด้านท้าย ที่ให้ความจุถึง 345 ลิตร หากพับเบาะหลังลงจะเพิ่มเป็น 700 ลิตร
CT200h ใช้เครื่องยนต์รหัส 2ZR - FXE 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว VVT-i ความจุ 1,797 ซีซี แรงม้าสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที พร้อมเทคโนโลยี Atkinson Cycle และระบบควบคุมการหมุนเวียนไอเสีย EGR หรือ Exhaust Gas Recirculation ที่มีการติดตั้งระบบระบายความร้อน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมมลภาวะจากไอเสีย
มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นแบบ มอเตอร์ซิงโครนัส (มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ) แม่เหล็กถาวร พัฒนาระบบเกียร์ทดกำลังให้มีขนาดเล็กลง และเบายิ่งขึ้น แต่รองรับการทำงานของเครื่องยนต์ที่มีกำลังสูงขึ้นได้ดี กำลังสูงสุด 60 กิโลวัตต์ (80 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 207 นิวตัน-เมตร ที่ 13,500 รอบต่อนาที แบตเตอรีเป็นแบบ Ni-MH หรือ Nickel–Metal Hydride |
| |
 |
| |
CT200h มีรูปแบบในการขับขี่ให้เลือก 4 รูปแบบคือ...
1 - โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า หรือ EV Mode ใช้กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างเดียว ให้การขับขี่ที่เงียบสนิท เหมาะสำหรับการเดินทางในรูปแบบที่ใช้ความเร็วต่ำ 2 - โหมดการขับขี่ประหยัดน้ำมัน หรือ ECO Mode ระบบจะเลือกใช้งานร่วมกันระหว่าง มอเตอร์ไฟฟ้า และเครื่องยนต์ โดยเน้นการใช้พลังงานอย่างประหยัดที่สุด 3 - โหมดการใช้งานในเมือง หรือ Normal Mode ใช้กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์เช่นกัน และ 4 - โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต หรือ Sport Mode ใช้งานมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์อย่างเต็มที่ เพื่อตอบสนองการขับขี่อย่างทันใจ
ระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระ แมคเฟอร์สันสตรัต พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังปีกนก 2 ชั้น เทรลลิ่งอาร์ม ใช้อลูมิเนียมน้ำหนักเบาเป็นส่วนประกอบหลัก ลดภาระของระบบช่วงล่าง พร้อมทำการเซ็ตอัพทั้งคอยล์สปริงและโช้กอัพ เพื่อตอบสนองการขับแบบสปอร์ต ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนดีขึ้น |
| |
 |
| |
ระบบความปลอดภัยแบบ Active Safety มีให้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นระบบควบคุมการทรงตัว VSC - Vehicle Stability Control ที่ทำงานร่วมกับ EPS - Electronic Power Steering รักษาการทรงตัวของรถ โดยการสั่งให้เครื่องยนต์ลดความเร็วอัตโนมัติ และควบคุมแรงดันน้ำมันเบรกทั้ง 4 ล้ออย่างอิสระ เพื่อรักษาการทรงตัวของรถให้สมดุลที่สุด ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC - Traction Control System ควบคุมและป้องกันการลื่นไถลของล้อ เมื่อมีการเหยียบคันเร่งมากเกินไปในขณะออกตัว หรือการเร่งความเร็วแบบกะทันหันบนถนนลื่น รวมทั้งระบบพื้นฐานอย่าง ABS, EBD และ BA
ส่วนระบบความปลอดภัยแบบ Passive Safety CT200h ติดตั้งถุงลมนิรภัย 8 จุดรอบคัน ด้านหน้า 2 ตำแหน่ง ด้านข้าง 2 ตำแหน่ง ม่านนิรภัย 2 ตำแหน่ง และ ถุงลมป้องกันเข่า 2 ตำแหน่ง หมอนพิงศีรษะคู่หน้าแบบช่วยลดแรงกระแทก หรือ Active Headrest เมื่อเกิดการชนจากด้านหลัง หมอนพิงศีรษะจะปรับองศาอัตโนมัติเพื่อรองรับสรีระบริเวณคอทันที ลดโอกาสการบาดเจ็บที่กระดูกคอ
สนใจ Lexus CT200h ติดต่อได้ที่ตัวแทนจำหน่าย เลกซัส อย่างเป็นทางการทั้ง 3 แห่ง บริษัท เล็กซ์ซัส กรุงเทพ จำกัด (พระราม 9) โทรศัพท์ 02-716-8999, บริษัท เลกซัส สุขุมวิท จำกัด (สุขุมวิท 18) โทรศัพท์ 02-260-8123 และ บริษัท เลกซัส ออโต้ซิตี้ จำกัด (รามอินทรา กม. 2) โทรศัพท์ 02-521-1111 • |
| |
| |
|
| |
 |
: อ่านข่าวทั้งหมดของ เลกซัส คลิ๊กที่นี่ครับ : Lexus News Section |
 |
 |
|
| |
|
|
|