เครื่องยนต์ของ MINI Cooper S ที่ได้รับการอัพเกรดในครั้งนี้ จัดได้ว่าเป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่ได้มีการผนวกรวมระบบอัดอากาศ Twin-Scroll Turbo และระบบวาล์วแปรผันอัจฉริยะ VALVETRONIC เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งต่างก็เป็นสุดยอดเทคโนโลยี ระบบป้อนอากาศเข้าสู่เครื่องยนต์ จึงเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ของ MINI Cooper S ซึ่งเป็นสุดยอดอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ทั้งในแง่ของสมรรถนะ ประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน และการลดการคายไอเสีย
เทคโนโลยีระบบอัดอากาศ Twin-Scroll Turbo ใช้หลักการแบ่งทางเดินไอเสียเป็นสองช่อง โดยทั้งสองช่องจะทำงานสอดประสานกัน สร้างแรงดันของไอเสีย ให้อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่รอบต่ำ เพื่อป้อนเป็นพลังงานขับเคลื่อนใบพัดของระบบเทอร์โบ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ระบบ Twin-Scroll Turbo จึงเป็นระบบเทอร์โบเดี่ยว ที่สามารถให้กำลังอัดอากาศสูง และต่อเนื่อง เสมือนกับใช้ระบบเทอร์โบคู่ ซึ่งนอกจากจะมีขนาดกะทัดรัด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับรถขนาดเล็กอย่างมินิแล้ว ยังเป็นการประหยัดพลังงาน โดยเฉพาะในเรื่องของระบบหล่อเย็นของเทอร์โบอีกด้วย ส่วนระบบวาล์วแปรผันอัจฉริยะ VALVETRONIC ซึ่งมีความสามารถกำหนดระยะเปิด-ปิด และระยะเวลาการเปิดวาล์วอากาศได้แปรผันต่อเนื่อง ตลอดทุกช่วงรอบตามความต้องการของเครื่องยนต์ ทำให้สามารถป้อนอากาศเข้าสู่เครื่องยนต์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด การทำงานของทั้งสองระบบดังกล่าวอย่างควบคู่กัน ส่งผลให้เครื่องยนต์สามารถผลิตกำลัง ตอบสนองความต้องการในทุกรูปแบบการขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ผลลัพธ์ที่ได้คือ MINI Cooper S ซึ่งเป็นบรรทัดฐานของรถเล็กสมรรถนะสูงอยู่แล้ว มีสมรรถนะสูงยิ่งขึ้นไปอีก ทั้งในด้านสมรรถนะการขับขี่ และประสิทธิภาพความประหยัดน้ำมัน และลดการคายไอเสีย ใน MINI Cooper S รุ่นแฮ็ทแบ็ค เครื่องยนต์ใหม่ที่มีกำลังสูงสุด 184 แรงม้านี้ สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 7.0 วินาที และสามารถทำอัตราการประหยัดน้ำมันเฉลี่ยได้ดีกว่าเดิมอีก 7% เป็น 17.2 กิโลเมตรต่อลิตร อีกทั้งค่าเฉลี่ยอัตราการคายไอเสียคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ ก็ต่ำเพียง 149 กรัมต่อกิโลเมตร ตามมาตรฐานการวัดค่าเฉลี่ย EU
MINI One เครื่องยนต์ใหม่ 1.6 ลิตร พร้อมเทคโนโลยี VALVETRONIC
และ MINI Cooper เครื่องยนต์ 122 แรงม้า
เครื่องยนต์ของ MINI Cooper ก็ได้รับการปรับปรุงในส่วนของ ซอฟต์แวร์บริหารเครื่องยนต์ ทำให้มีกำลังสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 122 แรงม้า (เดิม 120 แรงม้า) MINI Cooper รุ่นแฮ็ทแบ็ค มีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลา 9.1 วินาที และสามารถทำอัตราการประหยัดน้ำมันเฉลี่ย 18.5 กิโลเมตรต่อลิตร และอัตราการคายไอเสียคาร์บอนไดอ๊อกไซด์เฉลี่ย 127 กรัมต่อกิโลเมตร ตามมาตรฐานการวัดค่าเฉลี่ย EU
MINI One ได้รับการแทนที่เครื่องยนต์เดิม ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.4 ลิตร ด้วยเครื่องยนต์ใหม่ขนาด 1.6 ลิตร พร้อมด้วยเทคโนโลยีระบบวาล์วแปรผันอัจฉริยะ VALVETRONIC สามารถผลิตกำลังสูงสุด 98 แรงม้า (เดิม 95 แรงม้า) พร้อมแรงบิด 153 นิวตัน-เมตรที่ 3,000 รอบ (เดิม 140 นิวตัน-เมตรที่ 4,000 รอบ) ทำให้ MINI One รุ่นแฮ็ทแบ็ค สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยเวลา 10.5 วินาที (เดิม 10.9 วินาที) และทำอัตราการประหยัดน้ำมันเฉลี่ยที่ 18.5 กิโลเมตรต่อลิตร และอัตราการคายไอเสีย คาร์บอนไดอ๊อกไซด์เฉลี่ย 127 กรัมต่อกิโลเมตร ตามมาตรฐานการวัดค่าเฉลี่ย EU
ราคาจำหน่าย รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรม MSI MINI Service Inclusive 3 ปี / 50,000 กิโลเมตร
รุ่นแฮ็ทแบ็ค
• MINI One ราคาเริ่มต้นที่ 2,000,000 บาท
• MINI Cooper ราคาเริ่มต้นที่ 2,300,000 บาท
• MINI Cooper S ราคาเริ่มต้นที่ 2,800,000 บาท
รุ่น Clubman
• MINI Cooper Clubman ราคาเริ่มต้นที่ 2,700,000 บาท
• MINI Cooper S Clubman ราคาเริ่มต้นที่ 3,200,000 บาท
รุ่นเปิดประทุน
• MINI Cooper Convertible ราคาเริ่มต้นที่ 2,800,000 บาท
• MINI Cooper S Convertible ราคาเริ่มต้นที่ 3,200,000 บาท
เยี่ยมชมเว็บไซท์ หรือติดตามข่าวสารอื่นๆ ได้ที่ www.mini.co.th ครับ • |