มูร์เซียลาโก แอลพี 670-4 เอสวี แรงกว่า เบากว่า และเร็วกว่า ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 6.5 ลิตร วี 12 สูบ ขนาด 670 แรงม้า และน้ำหนักที่เบาลงอีกกว่า 100 กก. อัตราเร่ง 0 - 100 กม. ต่อชั่วโมง ใช้เวลาเพียง 3.2 วินาที และมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 342 กม. ต่อชั่วโมง อีกทั้งยังมีการผลิตแค่เพียง 350 คันทั่วโลกเท่านั้น
มูร์เซียลาโก แอลพี 670-4 เอสวี มีการพัฒนาระบบหลักอากาศพลศาสตร์ใหม่ทั้งหมด การออกแบบด้านข้างใหม่ สปอยเลอร์หน้าขนาดใหญ่ และดิฟฟิวเซอร์หลังแบบ 2 ชั้น ชิ้นส่วนตัวถังที่มีน้ำหนักเบา สามารถทำงานร่วมกับการใช้คาร์บอนไฟเบอร์ได้เป็นอย่างดี
กำลังที่เพิ่มขึ้นอีก 30 แรงม้า เป็นผลจากการปรับแต่งเครื่องยนต์ใหม่และพัฒนาวัสดุที่เกี่ยวข้องกับหลักอากาศพลศาสตร์ ส่งผลให้มีแรงกดตัวรถเพิ่มขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดการพัฒนาระบบการทรงตัวที่มีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น
โครงสร้างรถมีความแข็งแรง ที่สามารถต้านการบิดตัวเพิ่มมากขึ้นอีก 12% แต่ลดน้ำหนักตัวรถลดลงไปอีก 20 กก.เครื่องยนต์ขนาด 12 สูบตัวนี้สามารถทำแรงบิดได้ถึง 660 นิวตันเมตรที่ 6500 รอบ และให้กำลัง 670 แรงม้า ที่ 8000 รอบต่อนาที ซึ่งพละกำลังที่แสดงออกมา ไม่ต่างอะไรจากเครื่องของรถแข่งเลยทีเดียว
มูร์เซียลาโก ติดตั้งระบบส่งกำลัง “อีเกียร์” เป็นอุปกรณ์มาตฐาน ซึ่งเป็นระบบการเปลี่ยนเกียร์แบบอัตโนมัตกึ่งเกียร์ธรรมดา ทำงานตามลำดับโดยการใช้ระบบ อีเลคโทร-ไฮดรอลิค ในการเปลี่ยนเกียร์ขึ้น-ลงซึ่งทำงานรวดเร็วและราบรื่น ทำให้เกิดประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมจากการขับขี่
มูร์เซียลาโก แอลพี 670-4 เอสวี เป็นรถที่มีระบบขับเคลื่อนทั้ง 4 ล้อตลอดเวลา ก่อนที่ล้อหลังจะหมุนฟรี ระบบจะทำการส่งกำลังไปยังเพลาขับหน้า 35% เพื่อช่วยให้รถเกิดการเกาะถนนลิมิเต็ดสลิปด้านหน้าและหลัง ถูกปรับตั้งไว้ที่ 25%และ 45% ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ทำให้มันได้เปรียบรถสปอร์ตที่เป็นระบบขับเคลื่อนล้อหลังอย่างมาก โดยเฉพาะเวลาเร่งส่งออกจากโค้ง
มูร์เซียลาโกใช้ระบบช่วงล่างแบบปีกนกคู่ ล้อหลังใช้สปริงข้างละ 2 ตัวส่วนล้อหน้าใช้ข้างละ 1 ตัว เพื่อรับภาระของระบบส่งกำลัง ระบบยกตัวรถด้านหน้า สามารถยกหน้ารถขึ้นได้ 45 มม. เพื่อหลบสิ่งกีดขวางต่างๆ
มูร์เซียลาโก แอลพี 670-4 เอสวี ใช้ล้อฟอร์จ อัลลอย แบบพิเศษ เป็นลายแบบห้าก้านคู่ ล้อหน้า ใช้ยางขนาด 235/45 ZR 18 ส่วนด้านหลังใช้ขนาด 335/30 ZR 18 โดยใช้ยางพีเรลลี พี ซีโร่ คอร์ซ่า เป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่ใส่มาจากโรงงาน
ภายในตัวรถตกแต่งด้วยหนังอัลคันทาร่า และคาร์บอนไฟเบอร์มาห่อหุ้มชิ้นส่วนต่างๆ ซึ่งให้ความดิบและดุดันอย่างมาก อีกทั้งยังมีการใช้สีโทนดำด้าน เข้ามาช่วยเพิ่มความสปอร์ต อีกด้วย เบาะบัคเก็ตซีททรงสปอร์ตถูกใส่เข้าไปเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งให้ความกระชับบริเวณสะโพกและหัวไหล่ ตัวเบาะทำมาจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ที่แข็งแรงและมีน้ำหนักเบามากขึ้น
ด้วยคุณสมบัติทั้งหมดที่ได้กล่าวมา ทำให้มูร์เซียลาโก แอลพี 670-4 เอสวี คือ สุดยอดรถสปอร์ต ณ ปัจจุบันอย่างไร้ข้อสงสัยและสามารถครองใจผู้ชื่นชอบยนตรกรรมระดับสุดยอดได้อย่างไม่ยากเย็นนัก หลังจากที่เปิดตัว Lamborghini Gallardo LP560-4 Spyder ไปเมื่อ 3 กันยายน 2552 Niche Cars จะทำการเปิดตัว Lamborghini Murcielago LP670-4 SV อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 12 ตุลาคม 2552 นี้...โปรดอดใจรอ ติดตามข่าวสารอื่นๆ ของ Niche Cars ได้ที่ www.nichecars.co.th ครับ •