i want to believe
LT Bizzes News RT
50
 
เอ เอ เอส ออโต้เซอร์วิส เปิดตัว
ปอร์เช่ พานาเมร่า...ไอคอนใหม่ของซีอีโอแถวหน้า
800
Wednesday, 31 March, 2010 3:47 PM
 
1-porsche-panamera
 
bullet aได้ฤกษ์เปิดตัวแล้วหลังจากปล่อยให้แฟนพันธุ์แท้รถสปอร์ตรอคอยมาสักพัก บริษัท เอ เอ เอส ออโต้เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถหรูพรีเมียม ปอร์เช่ เบนท์ลีย์ และ จากัวร์ อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียว ในประเทศไทย โดยวุฒิศักดิ์ อินทรภูวศักดิ์ กรรมการบริหารและผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ พลิกโฉมโชว์รูมปอร์เช่ บนถ.วิภาวดี เมื่อวันก่อน จัดปาร์ตี้เปิดตัว ปอร์เช่ ‘พานาเมร่า’ (Panamera) รถสปอร์ต  4 ประตู แกรนด์ทัวริสโม่ ซึ่งถือได้ว่าเป็นโมเดลที่ 4 ของค่ายรถยนต์ปอร์เช่หลังจากรุ่น 911 คาเรร่า (911 Carrera) ที่เรียกได้ว่า เป็นตำนานและเอกลักษณ์ ของความเป็นปอร์เช่ ตามมาด้วยรุ่นบ๊อกสเตอร์ (Boxster) และเคย์เมน (Cayman) สายพันธุ์โร๊ดสเตอร์ และสุดยอด ออฟโรดพันธุ์แท้อย่างรุ่นคาเยนน์ (Cayenne) โดย ‘พานาเมร่า’ นี้มีแนวโน้มว่าจะเป็นไอคอนใหม่ ของเหล่าผู้บริหาร และซีอีโอระดับแนวหน้า โดยงานนี้เหล่าซีอีโอ เซเลบริตี้ ดารา และกลุ่มแฟนพันธุ์แท้ของปอร์เช่ต่างตบเท้าเข้าร่วม มากมายไม่ว่าจะเป็น มล.อภิมงคล โสณกุล ทัชชะ ชัยปาณี พัฒพงษ์ ธนวิสุทธิ์  กิตติพล ปราโมช ณ อยุธยา ณัฐเศรษฐ์ พูนทรัพย์มณี และ วิริฒิพา ภักดีประสงค์

bullet aขึ้นชื่อว่าปอร์เช่ไม่เคยทำอะไรธรรมดา นอกจากเนรมิตพื้นที่โชว์รูมจัดปาร์ตี้เลิศหรูอลังการแล้วยังเสิร์ฟอาหาร และเครื่องดื่ม ระดับ 5 ดาวอีกด้วย จาก ร้านฟูซิโอ อาทิปลาแซลมอนรมควันพันผักสลัด กุ้งคลุกเครื่องเทศเสียบ ไม้ย่าง  ส่วนเครื่องดื่มนั้นได้จอห์นนี่วอล์คเกอร์ โกลด์เลเบิลรีเสิร์ฟ ที่มาคอยบริการลูกค้าระดับวีไอพี นอกจากนั้น ยังมีไฮไลท์เป็นโชว์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแดนซ์โชว์ ที่เหล่านางแบบและนายแบบโชว์ คอนเซปท์สะท้อนถึงสมรรถนะ ระบบช่วงล่างแบบใหม่ล่าสุด (Air Suspension) ที่สามารถปรับแรงดันลมของสปริงช่วงล่างแต่ละด้าน เพื่ออำนวยความสะดวกสบายในทุกๆสภาวะของการขับขี่  และแฟชั่นโชว์ คอลเล็คชั่นใหม่ของ ‘ปอร์เช่ดีไซน์’ ที่มีทั้งนาฬิกา กระเป๋า และ เสื้อผ้า โดย 2 นางแบบคนดัง VJ สาวสวย วุ้นเส้น วิริฒิพา ภักดีประสงค์ และ ฝ้าย ณิชานันท์ ฝั้นแก้ว ก่อนปิดท้ายด้วยการเผยโฉม ปอร์เช่ ‘พานาเมร่า’ (Panamera) ที่มีให้เลือกถึง 3 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ Panamera S, Panamera 4S และ Panamera Turbo ที่มาในสีดำเงาสุดคสาสสิคสไตล์ปอร์เช่ ทำเอาเหล่า แฟนพันธุ์แท้น้ำลายหกไปตามๆกัน

 
2
 
• วุฒิศักดิ์ อินทรภูวศักดิ์ ทายาทเจ้าของ AAS ผู้จำหน่ายปอร์เช่
 

bullet aวุฒิศักดิ์ อินทรภูวศักดิ์ เผยว่า บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด นั้นมุ่งเน้นทำตลาดรถหรูมานานกว่า 20 ปี ไม่ว่าจะเป็น ปอร์เช่ เบนท์ลีย์ และจากัวร์ ซึ่งเรามั่นใจในทั้งคุณภาพรถยนต์และบริการที่จะนำประสบการณ์ ที่ลูกค้าหาจากที่อื่นไม่ได้ อย่างปอร์เช่พานาเมร่า นี้ถือเป็นอีกโซลูชั่นสำหรับคนที่ชอบรถสปอร์ต ชอบแบรนด์ปอร์เช่ และต้องการความสะดวกสบายทั้งการเป็นผู้โดยสารและการขนสัมภาระต่างๆ ด้วยระบบเครื่องยนต์สมรรถนะสูงที่ถูก ออกแบบมาให้มีการประหยัดอัตราบริโภคน้ำมันโดยเฉพาะ ด้วยการนำระบบ Direct Fuel Injection (DFI) เข้ามารวมอยู่ในตัวเครื่องยนต์  รวมไปถึงการใช้วัสดุตัวรถที่มีน้ำหนักเบา หากแต่คงความปลอดภัยตามหลัก พลศาสตร์อีกด้วย ซึ่งเราหวังว่าจะได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม เป็นที่ฮือฮา และเป็นไอคอนใหม่สำหรับ บุคคลแถวหน้า  ซีอีโอบริษัทต่างๆที่ต้องการประสบการณ์ที่เหนือกว่ารถสปอร์ตซาลูนหรือรถสปอร์ตทั่วไป 

bullet aมล.อภิมงคล โสณกุล กล่าวว่า "ผมก็เป็นคนนึงที่ชื่นชอบความเร็ว วันหยุดพักผ่อนจากงานผมมักจะใช้เวลากับครอบครัว หรือคนรู้ใจ ขับรถไปเที่ยว พักผ่อน หาอะไรอร่อยๆทานใกล้ๆ หัวหินบ้าง พัทยาบ้าง แล้วแต่โอกาสอำนวย ปอร์เช่เป็นรถที่ลงตัวทั้งเรื่องของดีไซน์ และสมรรถนะ หลายๆคนยังคงติดใจกับรุ่น 911 ที่ยังเป็นไอคอนตลอดการ ของปอร์เช่ คนรักรถรักความเร็วหลายคนถ้าได้ขับติดใจกันทุกคน แต่สำหรับคนที่ต้องการความสะดวกและ สามารถใช้ได้ทุกวันนั้น ‘พานาเมร่า’ เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ทั้งสวยและช่วยประหยัดน้ำมันอีกด้วย เรื่องสมรรถนะนั้น คงไม่ต้องพูดถึง...ปอร์เช่ซะอย่าง" นักการเมืองหนุ่มหล่อกล่าว

 
3
 
• ทัชชะ ชัยปาณี จากชมรมปอร์เช่
 

bullet aณัฐเศรษฐ์ พูนทรัพย์มณี ให้ความเห็นว่า "ตัวผมเองเป็นคนชื่นชอบปอร์เช่เป็นทุนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์หรือสมรรถนะ พานาเมร่าเองถือว่าเป็นอีกหนึ่งสุดยอดเทคโนโลยี่ซึ่งรวมความสุดยอดของทุกด้านเข้าด้วยกัน ดีไซน์ภายนอกที่เป็น เอกลักษณ์ คอนโซลภายในที่ได้รับการออกแบบโดยทีมออกแบบของเวอร์ทูโทรศัพท์สุดหรู สำหรับคนที่ต้องการ เอกลักษณ์เฉพาะบุคคล สามารถเลือกออกแบบสีภายในและภายนอกรวมถึงอ็อพชั่นได้ด้วยตัวเองจากเว็บไซต์ www.porsche.co.th และที่ชอบเหนือสิ่งอื่นใดคือ ระบบออโต้สตาร์ทสต็อบ (Auto Start-stop) ที่ช่วยประหยัด น้ำมันได้ถึง 15% ถึงแม้ในส่วนของเครื่องยนต์จะดับระหว่างที่รถติดไฟแดง แต่แอร์และระบบต่างๆในรถยนต์ ยังทำงานปกติเพียงเหยียบคันเร่งเคร่องยนต์ก็จะกลับมาทำงานปกติทันที นอกจากจะช่วยลดปริมาณการใช้ พลังงานของโลกแล้วยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย"

 
5
 

ปอร์เช่ พานาเมร่า สร้างมาตรฐานในเทคโนโลยี พร้อมเอกลักษณ์ส่วนบุคคล
bullet a
ปอร์เช่มีความภาคภูมิใจในการนำเสนอ “พานาเมร่า แกรนด์ ทัวร์ริสโม่ (Panamera Gran Turismo)” ซึ่งเป็นรถสปอร์ต GT (Gran Turismo)  แบบ 4 ประตูคันแรกในประวัติศาสตร์ของปอร์เช่ ที่ไม่เพียงสร้างมาตรฐานให้กับรถในระดับเดียวกัน ด้วยสมรรถนะในการขับขี่ และประสิทธิภาพที่เหนือชั้นกว่าเท่านั้น แต่ยังเพิ่มมาตรฐานความสะดวกสบายส่วนบุคคลและคุณสมบัติพิเศษเฉพาะด้าน  เหนือสิ่งอื่นใด   พานาเมร่าใหม่ ยังนำเสนอนวัตกรรมล่าสุด ซึ่งไม่เคยปรากฏที่ใดมาก่อนอย่างน้อย 5 อย่างให้ได้ชื่นชม ภายใต้รูปลักษณ์อันหรูหรามีระดับ

bullet aปอร์เช่ แกรนด์ ทัวร์ริสโม่ รุ่นใหม่ มาพร้อมกับระบบเกียร์ไฮเทคโนโลยีชนิดคลัตช์คู่ (Double-Clutch Transmission) หรือ PDK (Porsche-Doppelkupplungsgetriebe)  และนับเป็นรถรุ่นแรกในกลุ่มที่รวมระบบ start-stop system หรือระบบดับและติดเครื่องอัตโนมัติเมื่อรถจอด เชื่อมต่อกับระบบเกียร์อัตโนมัติ นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกที่พานาเมร่านำเสนอระบบกันสะเทือนแบบใช้ถุงลม หรือ Air Suspension ที่สามารถปรับระดับปริมาณลมสำหรับสปริงในแต่ละล้อ ตามความต้องการได้อย่างเหมาะสม พร้อมด้วยระบบแอ็กทีฟ แอโรไดนามิค (active aerodynamics) จากการทำงานของสปอยเลอร์หลังแบบยืดขึ้นลงโดยอัตโนมัติ และปรับมุมการรับลมได้ รวมทั้งชุด Sport Chrono Package รุ่นใหม่เพื่อเพิ่มความเป็นรถสปอร์ตหรูที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น  และด้วยระบบกันสะเทือน  ระบบเกียร์ และคุณสมบัติอื่นๆ ที่ทำงานด้วยระบบปุ่มสัมผัส ที่แสนสะดวกและง่ายดาย  ผนวกกับเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า Launch Control ซึ่งเป็นการผสมผสานการทำงานของระบบ Porsche-Doppelkupplungsgetriebe เพื่ออัตราเร่งในการออกตัวที่เหมาะสมที่สุด ในสถานการณ์ที่ต่างกันตามต้องการ

เปิดตัวสู่ตลาดพร้อมกัน 3 รุ่น
bullet a
พานาเมร่าเป็นรถในสายการผลิตรุ่นที่ 4 ของปอร์เช่ ต่อจาก 911 , Boxster/Cayman  และ Cayenne ซึ่งจะเปิดตัวสู่ตลาด ในเดือนกันยายนนี้  ด้วยรุ่นที่มีขนาดเครื่องยนต์ V8 ทั้ง 3  เวอร์ชั่น ก่อนที่จะตามมาด้วยรุ่น V6  และพานาเมร่า ไฮบริด ในปีถัดไป  โดยในระหว่างรอคอยนี้  เรามาเริ่มด้วย พานาเมร่า S ที่มีเครื่องยนต์ขนาด 4.8 ลิตร 8 กระบอกสูบ กำลัง 400 แรงม้า และระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ที่สามารถถ่ายโอนกำลังด้วยระบบเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ หรือระบบเกียร์อัตโนมัติ PDK (Porsche-Doppelkupplungsgetriebe) 7 จังหวะ  

bullet aด้วยการติดตั้งระบบเกียร์อัจฉริยะดังกล่าว พานาเมร่า S ได้สร้างมาตรฐานใหม่ในเรื่องอัตราเร่ง และการประหยัดอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง โดยที่รถตระกูล GT (Gran Turismo) ของปอร์เช่ สามารถเร่งความเร็วได้ถึง 100  กม ./ . . จากจุดหยุดนิ่ง  ภายในเวลาเพียงแค่ 5.4 วินาทีและปราศจากอาการสะดุดของเครื่องยนต์  ในขณะที่อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 10.8  ลิตรต่อการวิ่งระยะทาง 100 .. ( 26.2 mpg imp) ตามมาตรฐาน EU5 (CO2 : 253g/km.) ความเร็วสูงสุดในโหมดเกียร์อัตโนมัติ PDK เท่ากับ 283 กม./ชม. หรือ 175  ไมล์ /ชม. ในขณะที่ความเร็วสูงสุดในเกียร์ธรรมดา คือ 285  กม ./ชม . หรือ 177 ไมล์ /ชม.

bullet aPanamera 4S จะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.8 ลิตร ซึ่งให้พละกำลังสูงสุด 400 แรงม้าเช่นกัน เปลี่ยนถ่ายกำลังไปยังล้อหน้า และล้อด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ระบบเกียร์ PDK  และระบบป้องกันการลื่นไถล หรือ PTM (Porsche Traction Management) เป็นอุปกรณ์มาตรฐานของรถ ซึ่งให้ประโยชน์สูงสุดในการเร่งจากจุดหยุดนิ่ง ถึง 100 ../.. ภายในเวลา 5.0 วินาที    และสามารถทำความเร็วสูงสุดที่ 282 ../.. ( 175  mph)  โดยสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงตามมาตรฐาน EU5 เพียง 11.1 ลิตร ต่อระยะทางในการขับขี่ 100 .. ( 25.4 mpg. imp.) และมีค่าคาร์บอนไดออกไซด์ เท่ากับ 260  กรัม /..

bullet aรุ่นสูงสุดในสายพันธ์นี้ คือ พานาเมร่า เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 500 แรงม้า สำหรับเครื่องยนต์ V8  พร้อมเทคโนโลยีเทอร์โบ  ถ่ายกำลังการขับเคลื่อนด้วยระบบมาตรฐานเกียร์ PDK และ PTM สุดยอดรถตระกูล Gran Turismo คันนี้ ยังสามารถเร่งความเร็วได้ถึง 100  กม ./ . . ในเวลาเพียง 4.2  วินาที โดยทำความเร็วสูงสุดที่ 303 ../.. หรือ 188 ไมล์ /ชม. ด้วยอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 12.2 ลิตร ต่อระยะทาง 100 .  (23.2 mpg. imp.)  ในขณะที่ค่าการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ เท่ากับ 286 กรัม /.. เพื่อเป็นการเพิ่มสมรรถนะ และความคล่องตัวในการขับขี่ให้มากยิ่งขึ้น   ยังสามารถเลือกใช้อุปกรณ์เสริมชุด Sport Chrono Package พร้อมระบบ PDK และ Launch Control  ซึ่งจะช่วยเพิ่มอัตราเร่งในขณะรถหยุดนิ่งถึง 100  กม./.ได้เร็วขึ้นอีก 0.2  วินาทีเลยทีเดียว

 
6
 

การเปิดตัวครั้งแรกในโลกของรถหรูมีระดับ -พานาเมร่า :
ระบบ Auto Start-Stop
ร่วมกับระบเกียร์ PDK
bullet aพานาเมร่าเป็นรถหรูระดับคลาสสิคคันแรกของโลก ที่มาพร้อมกับระบบ Auto Start-Stop หรือระบบเปิด -ปิดเครื่องยนต์โดยอัตโนมัติ  ซึ่งนับเป็นความสำเร็จครั้งแรกของโลก  โดย Gran Toursimo ทุกรุ่นทุกแบบที่มาใหม่พร้อมด้วยระบบมาตรฐานเกียร์ PDK  (Porsche-Doppelkupplungsgetriebe) หรือระบบเกียร์แบบคลัตช์คู่ (double-clutch gearbox) จะติดตั้งระบบประหยัดเชื้อเพลิง  Auto Start-Stop ซึ่งผู้ขับขี่สามารถเปิดและปิดระบบด้วยปุ่มที่คอนโซลกลางได้ตามความพอใจส่วนบุคคลหรือตามกฎระเบียบของแต่ละประเทศ ระบบ Auto Start-Stop จะช่วยประหยัดน้ำมันได้ถึง 10 % สำหรับการขับขี่ในเมือง (urban cycle) หรือประมาณ 5% ตามแบบมาตรฐานการขับขี่ใหม่ของ NEDC (New European Driving Cycle) ซึ่งควบคุมให้มีการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง 5 % โดยประมาณ   นอกจากนี้การดับเครื่องยนต์ในขณะที่รถจอดอยู่กับที่ยังช่วยให้ผู้โดยสารรู้สึกสะดวกสบายมากขึ้น  ทุกครั้งที่ผู้ขับขี่ชะลอความเร็ว ลดจนถึงระดับจอดนิ่งในขณะที่ระบบ Auto Start-Stop กำลังทำงานและเท้าอยู่ที่แป้นเบรก ระบบ Auto Start-Stop จะปิดการทำงานของเครื่องยนต์โดยสมบูรณ์ภายในเวลา 1  วินาที โดยผู้ขับขี่สามารถสังเกตจากสัญลักษณ์ Auto Start-Stop สีเขียวที่แผงหน้าปัดอุปกรณ์

bullet aระบบนี้จะไม่ทำงาน ในกรณีที่ตัวเซนเซอร์ของรถตรวจพบว่าผู้ขับขี่กำลังควบคุมรถ manoeuvring หรือกำลังพ่วงรถ  หรือกรณีขับขี่บนพื้นผิวที่มีความลาดชันหรืออยู่ในโหมดสปอร์ต , Sport Plus และเวลาปิดระบบ PSM ไว้  เมื่อมาถึงจุดที่ต้องชะลอรถ เช่น ทางลาดขึ้นหรือลงเนิน ระบบ PSM จะช่วยผู้ขับขี่โดยรักษาระดับความดันเบรกไว้ เพื่อป้องกันรถไหลกลับทันที่ที่ผู้ขับขี่ดับเครื่องยนต์  

bullet aอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและปลอดภัยที่สำคัญที่สุด จะยังคงทำงานตามปกติเมื่อสวิทซ์เครื่องยนต์ถูกปิด ระบบเสียงและสื่อสาร ไฟแสงสว่าง ถุงลม และระบบ PSM ยังคงทำงานเต็มที่ ระบบปรับอากาศจะปรับอุณหภูมิภายในรถให้อยู่ในระดับที่ให้ความรู้สึกสบาย โดยใช้ความร้อนและพลังงานที่คงเหลือในเครื่องยนต์และระบบทำความเย็นเพื่อเพิ่มและลดอุณหภูมิภายในรถ และในทันทีที่ อุณหภูมิภายในรถเริ่มเปลี่ยนแปลง ไปจากระดับที่ตั้งไว้อย่างเห็นได้ชัด ระบบจะทำการติดเครื่องยนต์ขึ้นใหม่โดยอัตโนมัติ 

bullet aเครื่องยนต์จะสตาร์ทใหม่โดยอัตโนมัติเมื่อผู้ขับขี่เอาเท้าออกจากแป้นเบรก  และเพื่อให้ขบวนการสตาร์ทเครื่องเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว ด้วยการใช้พลังงานและไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ในระดับต่ำสุด ระบบการสตาร์ทเครื่องใหม่จึงต้องอาศัยการทำงานร่วมกับ ระบบฉีดน้ำมันเข้าห้องเผาไหม้โดยตรง (Direct Fuel Injection) และระบบจุดระเบิดเชื้อเพลิง (ignition) และเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ดังกล่าว เครื่องยนต์จะได้รับการติดตั้งเซนเซอร์เพิ่มเติมที่เพลาข้อเหวี่ยง เพื่อชี้ให้เห็นว่ากระบอกสูบตัวใดจะได้รับการอัดอากาศเต็มและจุดระเบิดก่อน ด้วยวิธีดังกล่าวจะเป็นการสร้างพลังงานให้กับเครื่องยนต์ได้อย่างพอเพียงและพร้อมสำหรับการออกเดินทางโดยทันที

bullet aด้วยเหตุผลในด้านความปลอดภัย ขบวนการเริ่มสตาร์ทเครื่องใหม่ จะยังคงไม่ทำงานตราบเท่าที่ประตูใดประตูหนึ่งยังคงเปิดอยู่ หรือผู้ขับขี่ยังไม่รัดเข็มขัดนิรภัย

bullet aระบบ Auto Start-Stop มาพร้อมกับ starter ที่มีความคงทนแข็งแรงเพื่อรองรับความถี่ของขบวนการสตาร์ทเครื่องใหม่  นอกจากนี้แบตเตอรี่จะได้รับการตรวจเช็คอย่างสม่ำเสมอเพื่อความมั่นใจในความพร้อมของระบบไฟในการสตาร์ทเครื่องใหม่อยู่ตลอดเวลา  ทั้งนี้เนื่องจากทั้งตัว starter และแบตเตอรี่เป็นอุปกรณ์ที่เสื่อมและเสียง่ายโดยเฉพาะเมื่อต้องใช้งานบ่อย

ระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติ (Cruise control)
bullet a
พานาเมร่าทุกรุ่นประกอบด้วยระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติ หรือ automatic cruise control เป็นระบบมาตรฐาน เพื่ออำนวยความสะดวกในกรณีที่ต้องขับรถทางไกล  ด้วยการควบคุมความเร็วรถให้อยู่ในระดับที่ตั้งไว้โดยผู้ขับขี่  ตั้งแต่ 30-240  ก . . / . .  (149-19 ไมล์ / .ม.)

bullet aในการทำงานร่วมกับระบบเกียร์ PDK (เกียร์แบบคลัตช์คู่) พานาเมร่ามีระบบควบคุมระยะทาง และความเร็วอัตโนมัติซึ่งทำงานในช่วงระหว่าง  30-210  . . / . . (130-19 ไมล์ / .ม.) เป็นระบบทางเลือก  โดยการใช้เซนเซอร์สำหรับเรดาร์  ซึ่งเป็นเทคโนโลยีระดับสูงในการตรวจวัดระยะทางจากรถไปข้างหน้า เพื่อรักษาระยะห่างที่ปลอดภัย และหากจำเป็นระบบจะสั่งให้รถเบรกทุกอัตราเร่ง 3.5  เมตร /วินาที 2   จนกระทั่งรถหยุดนิ่ง   และเพื่ออำนวยความสะดวกแก่คนขับ ระบบควบคุมความเร็วรถด้วยเรดาร์ (radar-based cruise control) จะทำให้รถค่อยๆ วิ่งช้าลงจนถึงระดับความเร็วต่ำสุด “ระบบการคลาน”  ก่อนจะหยุดนิ่งโดยสมบูรณ์   ด้วยระบบนี้จะช่วยหลีกเลี่ยงการต้องหยุดรถโดยกระทันหันเมื่อรถที่อยู่ข้างหน้าหยุดชั่วครู่ โดยปล่อยให้ผู้ขับขี่ค่อยๆ ขับต่อไปได้เรื่อยๆ อย่างนุ่มนวล ระบบการคลานดังกล่าวเกิดจากการเพิ่มการไถลของคลัตช์เปียกในระบบเกียร์ PDK โดยไม่ทำให้คลัตช์เสื่อมหรือเสียหายแต่อย่างใด

bullet aระบบควบคุมความเร็วและระยะทางของปอร์เช่ ยังนำเสนอระบบการทำงานพิเศษต่างๆ อาทิ  ระบบช่วยแซง (overtaking aid)  ระบบควบคุมการเข้าโค้งของรถ  และระบบเตือนระยะห่าง  ในทันทีที่ผู้ขับขี่ตั้งระบบตัวชี้ทิศทาง (direction indicator) เพื่อไล่ให้ทันรถคันอื่น ระบบช่วยแซงจะปิดการทำงานของระบบควบคุมระยะห่างจากรถคันหน้า  และเร่งความเร็วไล่แซงขึ้นหน้าโดยอัตโนมัติหากเลนที่จะแซงเป็นเลนว่าง

bullet aในกรณีที่รถเข้าโค้ง ในขณะที่ระบบควบคุมความเร็วรถทำงานอยู่โดยไม่มีรถคันอื่นอยู่ข้างหน้า ระบบจะเปิดอุปกรณ์ ควบคุมความเร็วในการเข้าโค้ง โดยกำหนดความเร่งด้านข้าง (lateral acceleration) ในระดับที่เหมาะสม หรือในขณะที่รถมีความเร็วต่ำ  กำหนดระดับมุมเลี้ยวที่แน่นอน  ซึ่งจะช่วยลดหรือหยุดผลจากแรงเร่งที่เพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ หรือลดความเร็วรถลง ในระดับที่พอเหมาะ กับระดับความเร่งด้านข้างที่ต่ำกว่า  และในทันทีที่รถเข้าโค้งด้วยความเรียบร้อย ระบบเร่งความเร็ว (acceleration function) จะเริ่มทำงานเพื่อให้ความเร็วรถกลับสู่ระดับที่กำหนดไว้แต่แรก

bullet aนอกจากนี้ ยังมีระบบเตือนระยะห่างซึ่งจะช่วยผู้ขับขี่เมื่อระบบควบคุมความเร็วและระยะทางถูกปิด  หากรถเข้าใกล้รถคันหน้ามากเกินไป ในขณะที่ระบบนี้ทำงานอยู่ ผู้ขับขี่จะได้การเตือนจากสัญญาณไฟสามเหลี่ยมซึ่งจะกระพริบให้ทราบที่แผงควบคุมอุปกรณ์   ในขณะเดียวกันจอ TFT Display (Thin Film Transistor Display)  บนแผงควบคุมอุปกรณ์ จะช่วยให้คนขับสามารถกำหนดรายละเอียดต่างๆ  เช่น ระยะห่างที่ต้องการให้เตือน ความเร็วที่ต้องการ หรือข้อมูลความเร็วของรถคันหน้า
 
7
 

ประสิทธิภาพสูงสุด
bullet aในรุ่นสูงสุดอย่างพานาเมร่า เทอร์โบ ตัวถังที่ยังไม่มีการตกแต่งอุปกรณ์เสริมใดๆ เพิ่มเติมมีน้ำหนักน้อยกว่า 2,000  ก . . หรือ ( 4,410  ปอนด์  ตามมาตรฐาน DIN)  และเพื่อลดอัตราการบริโภคน้ำมัน รวมทั้งค่าคาร์บอนไดออกไซด์  รถปอร์เช่ทุกรุ่นจึงติดตั้งระบบเกียร์ PDK (Porsche-Doppelkupplungsgetriebe) หรือระบบคลัตช์คู่ (double-clutch gearbox)  ซึ่งจะมาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่าระบบ start-stop  หรือระบบดับและติดเครื่องอัตโนมัติเมื่อรถจอด ตัวอย่างเช่น ในขณะที่รถจอดรอสัญญาณไฟหรือช่วงการจราจรติดขัด  ทันทีที่รถหยุดและผู้ขับขี่ได้แตะเบรคเอาไว้เครื่องจะดับโดยอัตโนมัติและจะสตาร์ทอีกครั้งเมื่อผู้ขับขี่ยกเท้าออกจากแป้นเบรก ซึ่งเป็นการช่วยประหยัดน้ำมันลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะสภาพการขับขี่ในเมือง

bullet aด้วยการผสมผสานกลิ่นอายของรถสปอร์ต กับความสะดวกสบายแบบรถยนต์ส่วนบุคคลที่คุณจะหาไม่ได้เลยกับรถรุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกัน  นอกจากระบบช่วงล่างแบบสปริงที่สามารถควบคุมแรงสั่นสะเทือนได้ที่เรียกว่า PASM (Porsche Active Suspension Management) แล้ว  พานาเมร่ายังมีอุปเสริมเพิ่มเติมที่ได้รับการออกแบบใหม่ล่าสุด คือ ระบบ Adaptive Air Suspension ซึ่งเป็นระบบกันสะเทือนแบบปรับได้ด้วยถุงลม ที่สามารถเพิ่มปริมาตรลมให้กับถุงลมในแต่ละล้อ ได้ตามความเหมาะสม ของสภาพการขับขี่ในแต่ละแบบ (เป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับ พานาเมร่า เทอร์โบ) จึงนับเป็นเทคโนโลยีใหม่ ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ ตามบุคลิกส่วนบุคคลได้อย่างกว้างขวางและมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ที่ต้องการความสะดวกสบาย หรือความดุดันปราดเปรียวแบบสุดๆ สไตล์รถสปอร์ต ความได้เปรียบอีกประการหนึ่งของระบบ Adaptive Air Suspension คือ ตัวถังรถสามารถโหลดต่ำได้ด้วยโหมด Sport Plus  เพื่อทำให้แอโรไดนามิค หรืออากาศพลศาสตร์ และจุดศูนย์ถ่วงของรถดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยให้สูงยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการลดอัตราความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง

bullet aอุปกรณ์เสริมอีกระบบ คือ PDCC (Porsche Dynamic Chassis Control) ซึ่งเป็นระบบควบคุมการทรงตัวของรถ  ลดอาการโคลงหรือเอนตัวของตัวถัง ขณะเข้าโค้งอย่างรุนแรง ช่วยให้เข้า-ออกโค้งด้วยความเร็วสูง ได้อย่างมีเสถียรภาพและมั่นคง  รวมทั้งปรับการทรงตัวในการขับขี่ทางตรงบนสภาพถนนขรุขระได้อย่างนุ่มนวล โดยระบบ PDCC จะควบคุมเฟือง และเพลาท้าย อย่างเต็มที่สมบูรณ์ เพื่อช่วยการเกาะถนนและเพิ่มความปราดเปรียวคล่องตัวในการขับขี่

นวัตกรรมการตกแต่งภายในตามแนวคิดความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบาย
bullet aในการออกแบบรถปอร์เช่ แกรนด์ ทัวร์ริสโม่ ให้เป็นรถยนต์ 4  ที่นั่งที่สุดพิเศษนี้ นอกจากตัวถังที่ต่ำกว่าปกติ ด้วยความสูงเพียง 1.42  เมตร )  55.9)นิ้ว   ในขณะที่มีความยาวโดยรอบ 4.97 เมตร (195.7นิ้ว)  และห้องโดยสารที่กว้างขวางสะดวกสบายเพียงพอทั้ง 4  ที่นั่งแล้ว    ยังได้คำนึงถึงเรื่องการตกแต่งภายในและความสะดวกสบายที่เป็นแบบเฉพาะของรุ่น  เช่น คอนโซลกลางที่ออกแบบให้ยาวตลอดจากด้านหน้า ไปด้านหลัง โดยจัดวางให้ค่อยๆ ลาดสูงขึ้นทางด้านหน้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนขับ ในขณะเดียวกัน ก็สร้างความเป็นส่วนตัวให้กับผู้โดยสารแต่ละคน โดยสามารถแยกใช้งานสิ่งอำนวยความสะดวก ที่คอนโซลกลางสำหรับแต่ละที่นั่งได้

bullet aเบาะนั่งที่มีระดับต่ำ สร้างความรู้สึกใกล้ชิดกับท้องถนนให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตามแบบฉบับของปอร์เช่   พานาเมร่าทุกแบบได้รับการออกแบบเบาะนั่งให้มีความสะดวกสบายตามมาตรฐานแบบรถสปอร์ต   โดยในพานาเมร่า S และ 4S  มีระบบปรับความสูงต่ำและลาดเอียงของเบาะด้วยไฟฟ้าได้ถึง 8 ทิศทาง  เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้รับความสะดวกสบายสูงสุด ตั้งแต่แรกนั่งไปจนสิ้นสุดการขับขี่  และสำหรับ  พานาเมร่า เทอร์โบ ระบบปรับเบาะนั่งด้วยไฟฟ้ายังทำงานร่วมกับอุปกรณ์ชุดความจำ (Comfort Memory Package)  ซึ่งจะช่วยปรับความยืดหยุ่นของเบาะนั่ง และพนักพิง เพื่อรองรับช่วงเอวและต้นขา ให้ผู้ขับขี่มีความรู้สึกสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีระบบปรับระดับพวงมาลัยไฟฟ้า (Electritical steering column adjustment) ที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถบังคับพวงมาลัยได้อย่างถนัดมือยิ่งขึ้น และสำหรับเบาะโดยสารด้านหลัง  ซึ่งเป็นแบบเบาะแยกนั้น  สามารถปรับระดับที่วางแขนตรงกลางให้เหมาะสมกับความสูงของผู้โดยสารแต่ละคน พร้อมกับช่องวางเท้าและที่วางศีรษะที่กว้างขวาง   

bullet aทางเลือกเพื่อความสะดวกสบายอื่นๆ เช่น การปรับที่นั่งเบาะหลังแบบสปอร์ตหรือระบบปรับด้วยไฟฟ้า ก็สามารถติดตั้งเพิ่มเติมได ้ตามความต้องการ  และสำหรับลูกค้าที่มีรสนิยมและต้องการสิ่งที่ดีกว่าเสมอ  ก็ยังสามารถเลือกอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆ เพิ่มเติมได้อีกมากมาย อาทิ  เครื่องหนังหรูในแบบที่ต้องการ ระบบเปิด -ปิดประตูและระบบการขับขี่ที่ไม่ต้องใช้กุญแจ (keyless Porsche Entry & Drive system) ซึ่งเป็นระบบมาตรฐานของพานาเมร่า เทอร์โบ

bullet aพานาเมร่า ทุกรุ่น ประกอบด้วยระบบปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพและโดดเด่นในด้านความประหยัดพลังงาน รูปทรงกระทัดรัด และน้ำหนักเบา  โดยมีระบบ two-zone automatic climate control เป็นระบบมาตรฐาน ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า สามารถแยกกันควบคุมระดับความเย็น และการกระจายลมตามความพอใจเฉพาะบุคคลได้  โดยสามารถปรับระดับความเย็น และระดับลมตามต้องการ ผ่านระบบควบคุมความเย็นส่วนกลางที่คอนโซลกลาง นอกจากนี้ยังมีระบบทางเลือกแบบ four-zone automatic air conditioning เพื่อให้ผู้โดยสารทุกที่นั่งสามารถปรับอุณหภูมิ ความแรงของลมและการกระจายลม แยกกันได้ตามความพอใจของแต่ละบุคคล   โดยวิศวกรของปอร์เช่ได้ออกแบบระบบท่อ และช่องระบายลม ที่มีความซับซ้อนละเอียดอ่อน เพื่อควบคุมอากาศภายในรถยนต์สำหรับแต่ละที่นั่ง

 
8

 

ที่นั่งพิเศษสำหรับ 4  คน
bullet a
ในการพัฒนารถยนต์แบบ 4  ที่นั่งจริงๆ  ปอร์เช่ Gran Turismo นำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์และอำนวยความสะดวกใหม่ๆ ภายใต้แนวคิดในการตกแต่งภายในซึ่งออกแบบเป็นพิเศษให้สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามรสนิยมของผู้ขับขี่และผู้โดยสารแต่ละคน  ด้วยรูปโครงรถที่โหลดต่ำ  ทันสมัยและลาดยาว  ความสูงเพียง 1.42 เมตร หรือ 55.9  นิ้ว ในขณะที่มีความยาวโดยรอบ 4.97 เมตร หรือ 195.7 นิ้ว  พร้อมห้องโดยสารกว้างขวางให้ความรู้สึกสะดวกสบายทั้ง 4 ที่นั่ง 

bullet aคอนโซลกลางที่ยาวตลอดจากด้านหน้าไปด้านหลัง โดยออกแบบให้ลาดสูงขึ้นทางด้านหน้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนขับ ในขณะเดียวกันก็สร้างความเป็นส่วนตัวและความเพลิดเพลินสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารแต่ละคน โดยเฉพาะผู้โดยสารที่เบาะหลัง จะรู้สึกถึงความเป็นอิสระ สามารถมองทิวทัศน์ด้านหน้าได้อย่างไม่จำกัด ด้วยรูปแบบการตกแต่งภายในซึ่งอาจกล่าวได้ว่า ให้ความรู้สึกราวกับนั่งในตำแหน่งที่นั่งของผู้ขับขี่ทั้งสี่ที่นั่งเลยทีเดียว

ระบบและอุปกรณ์ให้เลือกอย่างครบครัน
bullet aในความเป็นรถหรูมีระดับ พานาเมร่าสร้างมาตรฐานใหม่ในด้านครื่องเสียง และอุปกรณ์สื่อสาร ความพิเศษของระะบบควบคุมส่วนกลาง คือ จอสีแบบสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว ติดตั้งร่วมกับระบบเสียง CDR-31 และระบบควบคุมอุปกรณ์สื่อสาร PCM  (Porsche Communication Management)  ซึ่งรวมถึงระบบนำทาง (navigation module) โดยที่ระบบเสียง CDR-31 เป็นอุปกรณ์มาตรฐานของพานาเมร่า S และ 4S  ในขณะเดียวกันระบบ PCM และระบบนำทาง (navigation module) เป็นอุปกรณ์มาตรฐานของพานาเมร่า เทอร์โบ และเป็นอุปกรณ์เสริมให้เลือกติดตั้งได้ สำหรับพานาเมร่า S และ 4S     

bullet aด้วยระบบเทคโนโลยีชั้นสูงอันละเอียดอ่อนดังกล่าว ทำให้พานาเมร่าสามารถสนองตอบความต้องการส่วนบุคคลได้อย่างกว้างขวาง ตั้งแต่ระบบควบคุมเสียงไปจนถึง บูลธูทที่สามารถเชื่อมต่อระบบโทรศัพท์มือถือกับสมุดบันทึกอิเลคโทรนิค (electronic logbook)  ได้ตลอดเวลาในการเดินทาง

bullet aและด้วยอุปกรณ์เสริม ผู้โดยสารที่เบาะหลังสามารถสร้างความบันเทิงส่วนตัวด้วยระบบ Porsche Rear Seat Entertainment  ซึ่งประกอบด้วยจอทวีสี TFT ขนาด 7 นิ้ว  ที่สามารถปรับองศาได้ตามความต้องการ  พร้อมเครื่องเล่นและหูฟังไร้สายระบบอินฟาเรด  ติดตั้งไว้หลังพนักพิงของเบาะหน้า  อุปกรณ์เหล่านี้ทำงานด้วยระบบสัมผัสที่ให้ความสะดวกสบาย โดยมาพร้อมอุปกรณ์เสริม ในการถ่ายโอนข้อมูล จากหน้าจอหนึ่งไปอีกหน้าจอหนึ่งได้อย่างลงตัว

ชุดเครื่องเสียงคุณภาพสูง ระบบเสียงรอบทิศ -Burmester
bullet aพานาเมร่า เป็นรถปอร์เช่ รุ่นแรกที่มีระบบเครื่องเสียงคุณภาพสูงให้เลือกตามความพอใจ นอกจากเครื่องเสียงที่มีระบบเสียงรอบทิศ อย่างยี่ห้อ BOSE® ซึ่งเป็นระบบมาตรฐานสำหรับพานาเมร่า เทอร์โบและเป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับพานาเมร่ารุ่นอื่นแล้ว  เพื่อความสมบูรณ์แบบในการฟัง   พานาเมร่ายังนำเสนอเครื่องเสียงคุณภาพชั้นเลิศ  ระบบเสียงรอบทิศ Burmester® จากเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องเสียงที่เป็นที่รู้จักยอมรับทั่วโลกในด้านคุณภาพระดับมาตรฐานสากล

bullet aนับเป็นปรากฎการณ์ใหม่ที่มีการติดตั้งแผ่นใยสังเคราะห์ หรือ Membranes ขนาดใหญ่  ซึ่งเป็นวัสดุประกอบลำโพง ที่มีผลต่อคุณภาพเสียง  ในจำนวนมากครอบคลุมพื้นที่ในรถไม่น้อยกว่า 2,400  ตร . . กระจายไปตามลำโพงทั้ง 16 ตัวที่ให้กำลังเสียงสูงกว่า 1,000  วัตต์จากเครื่องขยายเสียงแบบ 16 ช่องสัญญาณ รวมทั้งซับวูฟเฟอร์   (Subwoofer) ซึ่งเป็นลำโพงเพิ่มเสียงเบสหรือเสียงทุ้มที่มาพร้อมกับเครื่องขยายเสียง ขนาด 300  วัตต์ class-D

 
9
 

bullet aรถปอร์เช่สายการผลิตรุ่นที่ 4  ต่อจาก  911, Cayenne และ Boxster/Cayman  ซึ่งจะแนะนำเข้าสู่ตลาดในปลายเดือนกันยายนนี้  มีทั้งหมด 3 รุ่น 3 ความแตกต่างด้วยกัน  ได้แก่

พานาเมร่า
S                                      
bullet aเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.8  ลิตร กำลัง 400  แรงม้า ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง เกียร์ธรรมดามาตรฐาน 6  สปีด หรือเกียร์เลือกเป็นออฟชั่น PDK (Porsche-Doppelkupplungsgetriebe) 7 สปีด  อัตราเร่ง  0-100  กม ./ . . ภายในเวลา 5.6 วินาที หรือ 5.4  วินาทีด้วยระบบ PDK ความเร็วสูงสุดด้วยเกียร์ธรรมดาเท่ากับ 285 กม ./ชม . หรือ 177 mph  และในเกียร์อัตโนมัติ PDK เท่ากับ 283 กม ./ชม . หรือ 175 mph อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง  12.5 ลิตร /100 . ( 22.6  mpg.imp)  หรือ 10.8  ลิตร /100 . . ( 26.2  mpg imp) ในโหมด เกียร์ PDK

พานาเมร่า 4S                     
bullet a เครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.8  ลิตร กำลัง 400 แรงม้า ระบบ PTM (Porsche Traction Management) ขับเคลื่อน 4 ล้อ  เกียร์ PDK (Porsche-Doppelkupplungsgetriebe) 7สปีด  อัตราเร่ง  0-100 กม ./ . . ภายในเวลา 5  วินาที ความเร็วสูงสุด 282  กม ./ชม   . ( 175 mph)   อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง  11.1  ลิตร /100 .   (25.4 mpg. imp)  

พานาเมร่า เทอร์โบ           
bullet aเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.8  ลิตร กำลัง 500 แรงม้า ระบบ PTM (Porsche Traction Management) ขับเคลื่อน 4 ล้อ  เกียร์ PDK (Porsche-Doppelkupplungsgetriebe) 7สปีด  อัตราเร่ง  0-100 กม ./ . . ภายในเวลา 4.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 303 กม ./ชม . ( 188 mph) อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 12.2ลิตร /100 . ( 23.2 mpg imp)  

bullet aส่วนรุ่นพานาเมร่า V6 และพานาเมร่า ไฮบริด กำลังตามออกมาในอนาคต โดยพานาเมร่าประกาศว่า จะเป็นครั้งแรกสำหรับรถหรูมีระดับ ที่ประกอบด้วยนวัตกรรมไม่น้อยกว่า 5 อย่าง : ปอร์เช่ Gran Turismo จะนำระบบคลัตช์คู่ (double–clutch gearbox) เข้าสู่ตลาดเป็นครั้งแรก  โดยจะมาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่าระบบ start-stop ซึ่งใช้ร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ,  ระบบกันสะเทือนโดยใช้ถุงลม (adaptive air suspension)  สามารถปรับปริมาตรลมของแต่ละล้อได้ตามต้องการ, ระบบแอ็กทีฟ แอโรไดนามิค (Active Aerodynamics)  ซึ่งเกิดจากสปอยเลอร์หลัง ที่สามารถยกขึ้นลงและปรับมุมองศาการรับลมโดยอัตโนมัติ  และชุด Sport Chrono Package   เพื่อช่วยเพิ่มความเป็นสปอร์ต และความคล่องแคล่วปราดเปรียว ด้วยการสัมผัสปุ่มเพียงครั้งเดียว ก็สามารถสั่งงานระบบเกียร์ และระบบกันสะเทือน รวมทั้งระบบอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้การทำงานของระบบเกียร์ PDK ร่วมกับระบบ Launch Control จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดของอัตราเร่งในขณะออกตัว
 
10
 

เกียร์มือ 6  จังหวะ
bullet aพานาเมร่า S พร้อมระบบมาตรฐานเกียร์มือ 6 จังหวะ อันเป็นผลมาจากการปรับปรุงระบบของรถปอร์เช่   คาเยนน์ให้มีความสมบูรณ์แบบมากขึ้น  โดยประกอบด้วยล้อฟันเฟือง (gear wheels) ที่มีความแข็งแรง ทนทานสูง  และฝาประกบเพลาแรงเสียดทานต่ำ (friction-optimised shaft bearings)  ระบบเกียร์มือจึงเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์กับพลัง และลักษณะเครื่องยนต์ของพานาเมร่า S   นอกจากนี้เพื่อลดน้ำหนักและประหยัดเชื้อเพลิง  ทั้งเพลาขับ (driveshaft) และเฟืองท้าย (final drive) ในพานาเมร่า S จึงมีโครงสร้างน้ำหนักเบา

bullet aตามปรัชญาใหม่ของปอร์เช่  รูปแบบของคันเกียร์ (gearshift) ในพานาเมร่า S จึงเป็นรูปแบบพิเศษแบบ 4  ร่องเกียร์ (four-lane configuration)  โดยเกียร์ถอยหลังอยู่ในร่องของตัวเองด้านซ้ายสุด และเพื่อให้ปลอดภัยจากการเข้าเกียร์โดยไม่ตั้งใจ  จะมีการติดตั้งอุปกรณ์ต้านแรง (resistor element) ที่ทำให้การเข้าเกียร์ถอยหลังต้องใช้แรงดันคันเกียร์มากกว่าปกติ   เพื่อช่วยผู้ขับขี่ในด้านการประหยัดน้ำมันสูงสุด อุปกรณ์แสดงตำแหน่งเกียร์ ซึ่งเป็นระบบมาตรฐานบนแผงอุปกรณ์ จะให้คำแนะนำการใช้เกียร์ที่ดีที่สุดเพื่อการประหยัดน้ำมันสูงสุด

ระบบกันสะเทือนที่ตั้งได้ตามความพอใจ
bullet aพานาเมร่าเสนอรูปแบบความเป็นหนึ่งเดียว โดยการรวมคุณสมบัติของรถสปอร์ตเข้ากับความสะดวกสบายสูงสุด  นอกจากระบบกันสะเทือนแบบสปริง (PASM) แล้ว พานาเมร่ายังได้ติดตั้งระบบกันสะเทือนซึ่งเป็นนวัตกรรมล่าสุด ที่เรียกว่า Adaptive Air Suspension  หรือระบบกันสะเทือนแบบใช้ถุงลมซึ่งสามารถปรับปริมาณลมที่ถุงลมแต่ละล้อได้ตามความพอใจ  โดยจะเป็นระบบมาตรฐานใน พานาเมร่า เทอร์โบ และเป็นออฟชั่นสำหรับพานาเมร่า S และ 4S  ซึ่งควบคุมการทำงานโดยระบบจัดการการสะเทือนของปอร์เช่ ที่เรียกว่า PASM (Porsche Active Suspension Management)  

Adaptive Air Suspension ที่สามารถปรับปริมาณลมในสปริงแต่ละตัวได้ตามต้องการ
bullet a
การสร้างสิ่งใหม่จากสิ่งที่มีอยู่เดิม ระบบกันสะเทือนโดยใช้ถุงลม (adaptive air suspension) ของพานาเมร่า ยังคงได้ชื่อว่าเป็นสิ่งหนึ่งในบรรดาความสำเร็จครั้งแรกของโลก  ระบบกันสะเทือนโดยใช้ถุงลมนี้มาพร้อมสปริงลม 4  ตัว ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการนำระบบเพิ่มเติมปริมาณลม (additional volume function) มาผนวกไว้ เพื่อเปลี่ยน Spring Rate หรือค่าความอ่อนแข็งของสปริง 

bullet aตัวอย่างเช่น เมื่อผู้ขับขี่เลือกโหมดการขับขี่แบบสะดวกสบาย สปริงลมแต่ละตัวซึ่งมีปริมาณลมประมาณ 2.2  ลิตร จะให้ความมั่นใจในความนุ่มนวลอ่อนโยนเป็นพิเศษ โดยเป็นค่าที่กำหนดไว้สำหรับการขับขี่อย่างเรียบร้อยสมบูรณ์โดยเฉพาะการเดินทางไกล

bullet a
หรือหากผู้ขับขี่นิยมสไตล์การขับที่ให้ความสนุกสนานปราดเปรียวแบบสปอร์ตมากกว่า ก็เพียงแค่ปิดวาล์วลม เพื่อลดปริมาณลมเหลือประมาณ 1.1  ลิตร  ทำให้ค่า Spring rate เพิ่มขึ้นและระบบกันสะเทือนทำงานเฉียบขาดมากขึ้น ในขณะเดียวกันระบบ PASM จะเปิดสวิทซ์การทำงาน ในโหมดสปอร์ตโดยอัตโนมัติ และผังควบคุมการกระเทือน (suspension control map) ของจังหวะหดขึ้นลงของ damper หรือโช้คอัพจะค่อยๆ เพิ่มมากขึ้น

bullet aระบบ Adaptive Air Suspension สามารถปรับได้หลายระดับตามรสนิยมในการขับขี่ โดยไม่ละเลยความสะดวกสบาย ควบคู่ไปกับความปราดเปรียวแบบสปอร์ต  นอกจากนี้พานาเมร่ายังมีระบบควบคุมการทรงตัวหรือ PDCC (Porshce Dynamic Chassis Control) เป็นอุปกรณ์เสริมเพิ่มเติม  เพื่อคงความปราดเปรียวคล่องตัวในทุกความเร็วของการขับขี่อย่างมีเสถียรภาพ และให้ความมั่นใจ ในความปลอดภัยสูงสุด โดยลดแรงเหวี่ยงขณะเข้าโค้งและให้ความรู้สึกนุ่มนวลในขณะวิ่งบนทางราบที่พื้นผิวขรุขระ และเมื่อทำงานร่วมกับระบบควบคุมเฟืองและเพลาท้ายด้วยไฟฟ้า จะช่วยลดแรงเสียดทานและเพิ่มความคล่องตัวได้มากยิ่งขึ้น  และด้วยมาตรฐานสูงสุดดังกล่าว พานาเมร่าจึงเหมาะกับทุกสภาพการขับขี่ทั้งในแบบสปอร์ตและการเดินทางที่สะดวกสบาย
 
4
 

สปอยเลอร์ที่ปรับเปลี่ยนได้ : ระบบแอโรไดนามิคส์ เปรียบเทียบได้กับ 911  คาร์เรร่า
bullet aส่วนประกอบที่โดดเด่นเป็นพิเศษคือ สปอยเลอร์ที่สามารถปรับระดับได้  ติดตั้งไว้ที่ปลายด้านล่างของกระจกหลังรถ จะยกขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อรถวิ่งด้วยความเร็วตั้งแต่ 90 . ./ .ม หรือ 56 ไมล์ / . . และจะปรับระดับมุมให้มีความเหมาะสม ตามความเร็วในขณะนั้น ในขณะที่พานาเมร่า S และ 4S เป็นระบบ two-way spoiler  พานาเมร่า เทอร์โบ ก็อวดความละเอียดซับซ้อนยิ่งขึ้น โดยพัฒนาระบบ four-way spoiler อันเป็นนวัตกรรมระดับโลกสำหรับรถสไตล์หรู  ด้วยสปอยเลอร์ 2 ชิ้น ที่ส่วนบนซึ่งจะขยับออกทางด้านกว้าง ในขณะเดียวกันก็ขยับขึ้นด้านบน เพื่อขยายให้สปอยเลอร์ทำมุมองศาให้เหมาะสม และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตามหลักการอากาศพลศาสตร์ หรือแอโรไดนามิคส์  และเช่นเดียวกันกับ สปอร์ตคาร์เรร่า สปอยเลอร์ดังกล่าวสามารถเปิดออกด้วยระบบ manual หรือปรับด้วยเพียงปลายนิ้วสัมผัส

bullet aในทั้ง 2  กรณี สปอยเลอร์จะขยับขึ้นโดยทำมุม -3° กับแนวราบ  เมื่อความเร็วอยู่ที่ 90 . ./ .ม หรือ 56  ไมล์ / . .  ช่วยลดแรงต้านลมลงในระดับต่ำ และเมื่อความเร็วถึง 160  ก . ./ .ม หรือ 100 ไมล์ / . . โดยประมาณ  ระบบ spoiler 2 ทิศทางในพานาเมร่า S และ 4S จะปรับระดับโดยทำมุม 5 ° และปรับเป็น 14 ° เมื่อความเร็วมาถึงระดับ 205  ก . ./ .ม หรือ 127 ไมล์ / .

bullet aระบบ spoiler 4 ทิศทางของพานาเมร่า เทอร์โบ จะคงความเอียงของมุมไว้ที่ -3°  หากความเร็วยังอยู่ในระดับที่ไม่เกิน 205  ก . ./ .ม  และจากนั้นก็จะปรับเป็น 10 ° ผลคือนอกจากช่วยลดแรงยกจากลมแล้ว ยังสร้างแรงกด (downforce) ที่เพลาหลังในขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง เช่นเดียวกับการทำงาน สปอยเลอร์หลังของ 911  เทอร์โบ   และนี่คือเหตุผลที่ทำให้พานาเมร่ามีสมรรถนะ และเสถียรภาพในการทรงตัว และรักษาทิศทางเป็นเลิศ ในขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง

ปุ่มปรับโหมดสปอร์ต : มาตรฐานแห่งการขับขี่ที่ให้ประสบการณ์อันน่าตื่นเต้น
bullet a
ปุ่มปรับโหมดสปอร์ต (Sports Button)ได้รับการติดตั้งไว้ที่ส่วนกลางของคอนโซลกลาง (centre console) ข้างๆ  คันเกียร์ (gearshift) หรือคันเกียร์ สำหรับระบบเกียร์ PDK (PDK selector lever)  เป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับพานาเมร่าทุกรุ่น  ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกวิธีการขับขี่ ทั้งในแบบสะดวกสบาย และประหยัดน้ำมัน หรือสไตล์สปอร์ตที่ปราดเปรียวว่องไวได้ทุกเมื่อที่ต้องการ ด้วยการกดปุ่ม Sports Button ไฟแสดงโหมด “สปอร์ต” จะสว่างขึ้นบนชุดอุปกรณ์

bullet aในโหมดสปอร์ต ระบบการจัดการเครื่องยนต์ด้วยอิเลคทรอนิคส์  จะช่วยเพิ่มความดุดันและสัมผัสโดยสัญชาตญาณให้กับเครื่องยนต์ โดยในรุ่นที่ติดตั้งเกียร์ระบบ PDK (Doppelkupplungsgetriebe)  เกียร์จะเปลี่ยนขึ้นช้าและเปลี่ยนลงเร็วในโหมดเกียร์อัตโนมัติ นอกจากนี้ระบบ Auto Start-Stop จะหยุดการทำงาน  และด้วยระบบจัดการการสะเทือนของปอร์เช่ หรือ PASM (Porsche Active Suspenstion Management) และระบบควบคุมการทรงตัวของรถ  หรือ PDCC (Porsche Dynamic Chassis Control) จะเปลี่ยนการขับขี่เป็นโหมดสปอร์ตโดยอัตโนมัติ พร้อมทั้งตั้งระบบการขับขี่ที่ให้ความปราดเปรียว และช่วยการควบคุมทิศทาง และการทรงตัวในขณะเข้าโค้งได้ดียิ่งขึ้น ในพานาเมร่า 4S  และพานาเมร่า เทอร์โบ ระบบป้องกันการลื่นไถล หรือ PTM  (Porsche Traction Management) สำหรับรถขับเคลื่อน 4 ล้อ จะช่วยสนับสนุนการทำงาน และเพิ่มสมรรถนะความปราดเปรียวโดยให้กำลังและแรงบิดแก่ล้อหลังมากยิ่งขึ้น

Sports Chrono แพคเก็จสำหรับนักขับที่มีความทะเยอทะยานอย่างแท้จริง
bullet aเฉกเช่นเดียวกับรถสปอร์ตอื่นๆ ของปอร์เช่ พานาเมร่ามาพร้อมกับ Sports Chrono Packages ร่วมกับระบบควบคุมอุปกรณ์สื่อสารหรือ PCM (Porsche Communication Management)  สำหรับนักขับที่มีความทะเยอทะยานโดยเฉพาะ  นอกจากนี้ Grand Turismo รุ่นใหม่ ยังมาพร้อมกับปุ่ม “Sport Plus” ติดตั้งที่บริเวณคอนโซลกลาง ซึ่งช่วยเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ในแบบสปอร์ตยิ่งกว่าปุ่มสปอร์ตที่มีอยู่ตามมาตรฐาน ได้แก่

bullet aใน Panamera Turbo โหมด Sport Plus จะสั่งการให้ overboost function ทำงาน เพื่อเพิ่มแรงอัดให้กับ turbocharger ทุกครั้งที่ผู้ขับขี่เหยียบแป้นคันเร่งจนสุดหรือใช้งานแป้นคันเร่งแบบรวดเร็ว อย่างต่อเนื่อง การเพิ่มแรงอัดของ  turbocharger จะทำให้แรงบิดเพิ่มสูงขึ้น 10 %  ซึ่งเป็นระดับสูงสุด โดยมีแรงบิดสูงสุด 770  นิวตันเมตร  (567 lb-ft) ที่ 3,000-4,000 รอบ /นาที  จากระดับปกติ 700 นิวตันเมตร (516 lb-ft)

bullet aการเปลี่ยนไปมาระหว่างระบบอัตโนมัติ และการควบคุมรถด้วยตัวเองมีความคล่องตัว ปราดเปรียว และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ตามสัญชาตญาณแบบสปอร์ตได้ดียิ่งขึ้น

bullet aในรุ่นที่ติดตั้งเกียร์ระบบคลัชต์คู่ หรือ PDK double-clutch transmission  ขบวนการในการเปลี่ยนเกียร์ จะใช้เวลาน้อยกว่า และมีความว่องไวปราดเปรียวกว่า เมื่อลดระดับความเร็วลงแม้เพียงเล็กน้อย ระบบควบคุมอัตโนมัติจะเปลี่ยนเกียร์ให้ต่ำลงด้วยความว่องไว แม้ในขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง การเปลี่ยนจากเกียร์ต่ำไปเกียร์สูงเมื่อเร่งความเร็วจะทำได้ช้ากว่าการเปลี่ยนเป็นเกียร์ต่ำเมื่อลดความเร็ว และเมื่อใช้ระบบเปลี่ยนเกียร์ด้วยมือ ขบวนการในการเปลี่ยนเกียร์จะรวดเร็ว และดูเหมือนการขับขี่ในสนามแข่งมากยิ่งขึ้น

bullet aระบบ PASM (Porsche Active Suspension Management) ซึ่งเป็นระบบกันสะเทือนมาตรฐาน จะช่วยตั้งการขับขี่แบบสปอร์ต โดยสามารถสนองตอบการควบคุมทิศทางได้โดยตรง  อีกทั้งยังช่วยให้การเกาะถนนเป็นไปได้ดียิ่งขึ้น

 
11
 
สุดยอดเครื่องยนต์ 8  สูบ กำลัง 400  และ 500  แรงม้า
bullet aพานาเมร่ากำลังจะปรากฎโฉมสู่สายตาในตลาด ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 4.8  ลิตร 8  สูบ แหล่งจ่ายกำลัง 2  แบบ (two output stages) ซึ่งทำให้ปอร์เช่ Gran Turismo มีสมรรถนะเป็นเลิศในทุกๆ สถานการณ์

bullet aเครื่องยนต์สำหรับพานาเมร่าได้รับการพัฒนาและปรับปรุงใหม่อย่างละเอียดรอบคอบ โดยใช้ต้นแบบจากเครื่องยนต์ V8  ของปอร์เช่ คาร์เยนน์  นอกจากนี้ อ่างน้ำมันเครื่อง (Oil Sump) ก็ได้รับการออกแบบใหม่ให้มีขนาดแบนราบมากขึ้นเพื่อช่วยลดจุดศูนย์ถ่วงของรถ   คุณสมบัติใหม่อื่นๆ สำหรับรถขับเคลื่อน 4  ล้อ พานาเมร่า 4S และพานาเมร่า เทอร์โบ ได้แก่ เฟืองท้ายบนเพลาหน้า ที่เชื่อมต่อกับเครื่องยนต์โดยตรง

bullet aการปรับปรุงรายละเอียดส่วนประกอบต่างๆ อย่างละเอียด เป็นไปเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ และมาตรฐานของเครื่องยนต์ในระดับสูง และประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุผลนี้ พานาเมร่า S และ 4S จึงออกสู่ตลาดด้วยระบบเครื่องยนต์รุ่นใหม่ของปอร์เช่ ขนาด 4.8 ลิตร แบบไม่มีระบบอัดอากาศ หรือ Naturally-Aspirated V8 พร้อมระบบไอดีปรับปรุงใหม่ที่ให้กำลัง 400 แรงม้า (294 kW) ที่ 6,500 รอบ /นาที และแรงบิดสูงสุดที่ 500 นิวตัน -เมตร (369 lb-ft) ที่ 3,500-5,000 รอบ /นาที

bullet aสำหรับพานาเมร่า เทอร์โบ เป็นเครื่องยนต์ V8 biturbo ขนาด 4.8 ลิตร ให้กำลัง 500 แรงม้า (368 kW) ที่ 6,000 รอบ /นาที และแรงบิดสูงสุดที่ 700 นิวตัน -เมตร (516 lb-ft) ที่ 2,500-4,500 รอบ /นาที

bullet aรถปอร์เช่ทุกรุ่นใช้ระบบฉีดเชื้อเพลิงเข้าห้องเผาไหม้โดยตรง (Direct Fuel Injection) และระบบ VarioCam Plus ที่มีระบบการควบคุมแกนลูกเบี้ยว (camshaft) และระยะยกของวาล์วที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ (adjustable valve lift)

เครื่องยนต์แบบไม่ใช้ระบบอัดอากาศ น้ำหนักเบาอย่างไม่เคยมีมาก่อน
bullet a
วัตถุประสงค์หลักประการหนึ่งในการปรับปรุงเครื่องยนต์ คือ เพื่อลดปริมาณน้ำหนักของส่วนประกอบต่างๆ ของเครื่องยนต์  ทั้งในชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่มีการเคลื่อนไหวและอยู่นิ่ง ให้อยู่ในระดับต่ำกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน  ด้วยเหตุผลดังกล่าว ระบบเครื่องยนต์ที่ได้รับการพัฒนาใหม่จึงประกอบด้วย

bullet aชุดควบคุมวาล์ว และฝาครอบ (valve control box and valve cover) ซึ่งผลิตจากแมกนีเซียม (น้ำหนักต่ำกว่าปกติ 2.5 ก.ก.)

bullet aตัวปรับเพลาลูกเบี้ยวน้ำหนักเบาในระบบวาล์วผันแปร ( lightweight camshaft adjusters) ผลิตจากอะลูมิเนียม (น้ำหนักต่ำกว่าปกติ 1.7 ก.ก.)

bullet aสลักอลูมิเนียม (Aluminium bolts) ผลิตจากส่วนประกอบที่เป็นแมกนีเซียม ใช้เชื่อมต่อระหว่างเครื่องยนต์และระบบเกียร์ (น้ำหนักต่ำกว่าปกติ 1.0 ก.ก.)

bullet aท่อไอดี (Intake Manifold) พร้อมผนังบางพิเศษ (น้ำหนักต่ำกว่าปกติ 1.2 กก.) ในการปรับปรุงระบบเครื่องยนต์แบบไม่ใช้ระบบอัดอากาศ (naturally-aspirated power unit)  สำหรับรถพานาเมร่า 4 และ4S วิศวกรของปอร์เช่ได้พัฒนาเพลาข้อเหวี่ยง (crankshaft) และก้านลูกสูบ (connecting rods) แบบใหม่ที่มีน้ำหนักเบา  และเมื่อรวมน้ำหนักเข้าด้วยกัน จะทำให้ชุดส่งกำลังข้อเหวี่ยง (crankdrive) มีน้ำหนักลดลงไป 2.3  ก . . หรือมากกว่า 5  ปอนด์ เมื่อเทียบกับน้ำหนักเครื่องยนต์ของคาเยนน์ S

bullet aท่อไอดีแบบแปรผัน (Variable Intake Manifold) ได้รับการออกแบบเพื่อให้ได้กราฟแรงบิดที่ทรงพลัง (muscular torque curve)  ลดแรงเสียดทาน และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของอากาศเข้าเครื่องยนต์ได้ดียิ่งกว่าระบบของรถปอร์เช่ คาเยนน์ S และเพื่อเพิ่มความมั่นใจต่อการทำงานอันราบรื่น นุ่มนวลเป็นพิเศษของเครื่องยนต์  ลิ้นปีกผีเสื้อ (throttle butterfly) จึงได้รับการผลิตให้มีขนาดใหญ่กว่าปกติ  รวมทั้งเซนเซอร์วัดความดัน (pressure sensor) เป็นอุปกรณ์ใหม่ ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อ ตรวจวัดมวลการไหลของอากาศ เซนเซอร์แบบใหม่นี้ถูกนำมาใช้แทนเซนเซอร์แบบฟิล์มร้อน ซึ่งเป็นเซนเซอร์แบบเดิม ที่ต้องติดตั้งในตำแหน่งที่อากาศไหลเข้าและทำงานเหมือนลิ้นเปิดปิด ผลที่ได้คือทำให้เครื่องยนต์มีพลังเพิ่มขึ้นมากกว่าคาเยนน์ S ถึง 15 bhp หรือเกือบ 4 %  และเช่นเดียวกับระบบกำลังเครื่องยนต์ในคาเยนน์ S  ระบบเครื่องยนต์แบบไม่ใช้ระบบอัดอากาศ (naturally-aspirated power unit) ของพานาเมร่า มาพร้อมสวิทซ์ท่อไอดี (Intake Manifold) ซึ่งเชื่อมต่อกับท่อไอดีที่มีหลายขนาด

bullet aโดยท่อไอดีที่มีขนาดยาว จะทำให้เกิดแรงบิดสูงมากกว่าในขณะที่เครื่องยนต์มีความเร็วรอบที่ต่ำ  ในขณะเดียวกันท่อไอดีที่มีขนาดสั้น จะทำให้เครื่องมีประสิทธิภาพสูงในช่วงเครื่องยนต์ความเร็วรอบสูง ในการทำงานของรอบเครื่องยนต์ ใช้การเปิด -ปิด flap ภายในท่อไอดีให้เกิดระยะทางการไหลของ อากาศสั้นหรือยาวตามรอบการทำงานของเครื่องยนต์ (resonance intake system) ใช้การเคลื่อนที่ของอากาศแบบกลับไปกลับมาในท่อไอดีให้เป็นประโยชน์  ทำให้เชื้อเพลิงและอากาศที่ป้อนเข้าเครื่องยนต์มีคุณภาพดีกว่า  เครื่องยนต์จึงมีกำลังและประสิทธิภาพสูงเป็นพิเศษ นอกจากนี้ชิ้นส่วนต่างๆ ของระบบ intake system ซึ่งทำจากวัสดุสังเคราะห์ยังมีขนาดเบาเป็นพิเศษ จึงช่วยให้เครื่องยนต์มีน้ำหนักเบาเป็นที่สุด
 
12
 

ล้อขนาดใหญ่ในแบบหรูของพานาเมร่า
bullet aล้อขนาดใหญ่ที่มาพร้อมกับขอบล้อ (wheel rim) แบบสปอร์ต ทำให้พานาเมร่าดูดุดันและทรงอำนาจบนท้องถนน การออกแบบขอบวงล้อให้แลดูโปร่ง ช่วยให้มองเห็นระบบเบรกที่ใหญ่เป็นพิเศษ รวมทั้ง Callipers สีเงินในพานาเมร่า S และ 4S  และสีแดงในพานาเมร่า เทอร์โบ และหากมองจากด้านหลัง ภาพลักษณ์ความเป็นปอร์เช่ก็ยังคงปรากฏอย่างชัดเจน สังเกตได้จากไฟท้ายด้วยเทคโนโลยี LED และไฟกราฟฟิคที่ติดตั้งยาวไปตามแนวนอนเพื่อเน้นให้เห็นความกว้างของตัวรถ พานาเมร่าได้อย่างเต็มที่ในยามค่ำคืน จุดเด่นอีกประการคือ ท่อไอเสียที่เป็นแบบท่อคู่ทำจากสแตนเลสปัดเงา ติดตั้งทั้งด้านซ้าย และขวาของท้ายรถ ทำให้รู้สึกถึงพลังความปราดเปรียวเป็นพิเศษและชวนสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น โดยในพานาเมร่า S และ 4S จะเป็นท่อรูปทรงกลม และหากเป็น  พานาเมร่า เทอร์โบจะออกแบบเป็นท่อรูปสี่เหลี่ยม  ความโดดเด่นอื่นๆ ได้แก่ แผ่นดักลมหรือ diffuser  ซึ่งเป็นอุปกรณ์ติดตั้งไว้ที่ท้ายรถและทำงานร่วมกับระบบแอโรไดนามิค  โดยในพานาเมร่า S จะเป็น diffuser แบบทำจากวัสดุอ่อนนุ่มสีดำ และพานาเมร่า 4S จะเป็นสีดำเช่นเดียวกัน แต่เพิ่มเส้นสายที่ด้านข้าง ส่วนพานาเมร่า เทอร์โบ diffuser จะเป็นสีไททาเนียมและมีเส้นด้านข้าง

ขับขี่อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้นด้วยระบบ PSM ที่ปรับปรุงใหม่

bullet aระบบ PSM (Porsche Stability Management) ได้รับการปรับปรุงใหม่เพื่อการขับขี่อย่างปลอดภัยสูงสุด โดยเป็นระบบมาตรฐานในพานาเมร่า  ประกอบด้วยระบบต่างๆ ได้แก่

- ระบบป้องกันล้อล็อค - ABS (Anti-lock Brake System)
- ระบบป้องกันการลื่นไถล - ASR (anti-slip control)
- ระบบ MSR (engine drag force control)
- ระบบรักษาเสถียรภาพ - ABD (automatic brake differential)
- ระบบช่วยเบรก  (Brake Assistant)
- ระบบ Pre-filling of the brake system
- ระบบ Trailer stabilising system
- ระบบป้องกันรถไหลขณะออกตัว (Start-Off Assistant)
- ระบบ Halt Management

ความปลอดภัยขณะเกิดอุบัติเหตุ - มาตรฐานสูงสุดของปอร์เช่ – รวมทั้งคนเดินถนน
bullet aมาตรฐานความปลอดภัยในขณะที่เกิดอุบัติเหตุของปอร์เช่ พานาเมร่าสูงเกินกว่าที่กฏหมายซึ่งเข้มงวดที่สุดได้กำหนดไว้ พานาเมร่าได้ทำตาม – และปฏิบัติอย่างครบถ้วน - ตามมาตรฐานที่ปอร์เช่กำหนดไว้ ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานที่กฏหมายบังคับใช้เป็นอย่างมาก

bullet aเหล็ก boron-alloy steel ที่มีความแข็งเป็นพิเศษ รวมทั้งเหล็กที่มีวัสดุหลายอย่างผสม (multi-phase steel) ได้ถูกนำมาใช้ในห้องโดยสารทั้งหมดเพื่อให้โครงสร้างทุกส่วนแข็งแกร่งทนทาน เสียรูปทรงน้อยที่สุดในกรณีที่เกิดการอัดกระแทกและเพื่อปกป้องผู้โดยสารในรถให้ปลอดภัย    ส่วนประกอบที่เป็นโครงเหล็กซึ่งติดตั้งทั้งในแนวยาวและแนวขวางที่ด้านหน้า จะดูดซับแรงกระแทกที่มีกำลังมาก ผ่านแนวรับแรง (load paths) 2 ส่วนที่อยู่เหนือกันและกัน แล้วกระจายกำลังอัดซึ่งเกิดขึ้นจากการชนกันออกไป   ทำให้โครงสร้างภายในเสียหายน้อยที่สุด

bullet aโครงเหล็กแนวขวางที่กั้นห้องโดยสาร (bulkhead crossbar) ซึ่งมีความแข็งเป็นพิเศษ จะช่วยลดการเสียรูปทรงของผนังพื้นในกรณีที่เกิดการชนกัน เป็นการช่วยป้องกันอันตรายบริเวณรอบขาของผู้โดยสารโครงเหล็กเหล่านี้ผลิตจากสแตนเลสด้วยกรรมวิธีพิเศษ โดยใช้แบบหล่อที่ภายในมีแรงดันสูง โดยส่วนประกอบทั้งหมดได้รับการผลิตขึ้นจากวัสดุเพียงชิ้นเดียว

bullet aคานเสริม (subframe) ผลิตจากวัสดุอะลูมิเนียม ติดตั้งไว้บนเพลาหน้า และทำหน้าที่เป็นแนวรับแรง (load path)  อันที่สอง เพิ่มเติมจากโครงเหล็กแนวยาวซึ่งจะช่วยพัฒนาด้านความปลอดภัยในขณะเกิดอุบัติเหตุได้มากยิ่งขึ้น โดยผ่านขบวนการจำกัดการเสียรูปทรงของโครงสร้างรถ  ส่วนที่ได้รับผลกระทบจนเสียหาย สามารถเปลี่ยนใหม่ได้อย่างง่ายดาย  และสุดท้ายช่วยป้องกันตัวถังรถจากอุบัติเหตุเล็กน้อยและการชนกัน

bullet aพานาเมร่าเป็นรถปอร์เช่คันแรกที่ติดตั้งระบบเปิดฝากระโปรงหน้าเองได้ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้เดินถนน ในทันทีที่เซนเซอร์ด้านหน้าตรวจพบว่ากำลังจะมีการชนอย่างรุนแรง  ระบบจะยกฝากระโปรงหน้าด้านใน ที่ติดกับกระจกหน้ารถขึ้นด้วยระบบพิเศษ (pyrotechnical propellant units) ซึ่งเหมือนกับลักษณะการทำงานของเข็มขัดนิรภัยแบบรั้งกลับ (belt latch tensioners) ก่อนที่จะเกิดการชนขึ้น  ด้วยเทคนิคนี้จะช่วยให้ระยะการยุบตัวของโครงรถ จากฝากระโปรงถึงตัวครื่องยนต์ มีระยะห่างออกไป จึงเป็นการช่วยลดความเสี่ยงของการได้รับการบาดเจ็บจากการกระแทกลงได้

Specifications: Porsche Panamera S
- ตัวถัง ที่นั่ง โครงสร้างชิ้นเดียวแบบ Monocoque อลูมิเนียมและแมกนีเซียม
- ค่าสัมประสิทธิ์แรงฉุด (drag coefficient) Cd =0.29; Frontal area: A = 2.33 sqm; CW Xa = 0.68
- เครื่องยนต์ V8 (8 กระบอกสูบ ) ระบบหล่อเย็นด้วยน้ำ
-
เสื้อสูบ (engine block) และฝากระบอกสูบ (cylinder head) ทำจากอะลูมิเนียม
- เครื่องยนต์แบบ four overhead camshafts 4 วาล์ว ต่อ 1 สูบ ระบบวาล์วอัจฉริยะแบบแปรผัน (VarioCam Plus)  
-
ระบบวาล์วไฮดรอลิค แบบ Hydraulic valve play compensation, Oscillating tube charge
- ระบบฉีดเชื้อเพลิงเข้าห้องเผาไหม้โดยตรง (direct fuel injection) พร้อม
- เครื่องฟอกไอเสียแบบ three-way catalytic converters 2 ชุด ในแต่ละแถวของกระบอกสูบ
- แต่ละชุดจะประกอบด้วย เซนเซอร์ออกซิเจน (oxygen sensors) 2 ตัว ถังน้ำมันเครื่อง ความจุ 11.3 ลิตร (2.5 mpg imp),
- ระบบจุดระเบิดอิเลคทรอนิค พร้อมด้วย solid state distributor ชนิด 8 coils                               
- ระบบฉีดไอดีเข้าท่อไอเสียเพื่อลดมลพิษที่เกิดจากไอเสีย (secondary air injection)
- ความกว้างของกระบอกสูบ 96.0 ม . . /3.78” ความกว้างช่วงชัก 83.0 ม . . /3.27”
- ปริมาตรกระบอกสูบ 4806 cc กำลังอัด 12.5 :1
- กำลังเครื่องยนต์สูงสุด 294 กิโลวัตต์ (400 แรงม้า) ที่ 6,500 รอบต่อนาที
- แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร/369 lb-ft   / 3 , 500-5 , 000 รอบต่อนาที
- กำลังต่อลิตร 61.2 กิโลวัตต์ / 83.2 แรงม้า
- ความเร็วเครื่องยนต์สูงสุด 6,700 รอบ / นาที
- คุณภาพเชื้อเพลิง พรีเมี่ยม พลัส
- ระบบไฟฟ้า 12 โวลต์ไดชาร์จขนาดกำลัง 2,660 วัตต์ความจุแบตเตอรี่ 95 Ah
- ระบบส่งกำลัง ขับเคลื่อนล้อหลังแบบ dual driveshafts พร้อมเกียร์มือ 6 จังหวะ
- เกียร์ อัตโนมัติแบบคลัตช์คู่ PDK 7 จังหวะ
- เพลาหน้าเป็นระบบกันสะเทือนอิสระแบบปีกนกคู่ (double wishbone)
- เพลาท้ายอะลูมิเนียมหนุนบนคานเสริม (subframe)  บนโครงเหล็ก
- ระบบกันกระเทือน PASM (Porsche Active Suspension Management)
- ระบบควบคุมการสั่นสะเทือนด้วยอิเลคทรอนิค ที่สามารถปรับด้วยมือตามผัง (map) ได้ 3 แบบ
- ระบบเบรค ใช้กำลังระบบวงจรขนานของหน้าจานเบรค (Twin circuit brake)
- เบรคแคลิปเปอร์อะลูมิเนียม monobloc 6ลูกสูบ จานเบรคแบบมีร่องระบายอากาศ เส้นผ่าศูนย์กลาง 360 มม. (14.2 นิ้ว)
- ล้อหน้า 8J x 18 ขนาด 245/50 ZR 18 ล้อหลัง 9J x 18 ขนาด 275/45 ZR 18
- น้ำหนัก 1800 กก. หรือ 3969 ปอนด์
- น้ำหนักบรรทุกสูงสุด 2375 กก.
- ความเร็วสูงสุด 285 (283) กม./ช.ม.
- อัตราเร่งต่อวินาที 0-100 กม./ช.ม. 5.6
- อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ในเมือง 18.8 (16.0) ลิตร/100 กม.
- อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง นอกเมือง 8.9 (7.9) ลิตร/100 กม.
- อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 293 (253) กรัม/กม.

Specifications: Porsche Panamera 4S
- ตัวถัง 4 ที่นั่ง   โครงสร้างชิ้นเดียวแบบ Monocoque อลูมิเนียมและแมกนีเซียม
- ค่าสัมประสิทธิ์แรงฉุด (drag coefficient) Cd =0.29; area: A = 2.33 sqm;  Xa = 0.68
- เครื่องยนต์ V8 (8 กระบอกสูบ) ระบบหล่อเย็นด้วยน้ำ
- เสื้อสูบ (engine block) และฝากระบอกสูบ (cylinder head) ทำจากอะลูมิเนียม  
- เครื่องยนต์แบบ four overhead camshafts 4 วาล์ว ต่อ 1 สูบ ระบบวาล์วอัจฉริยะแบบแปรผัน (VarioCam Plus)
- ระบบวาล์วไฮดรอลิค แบบ Hydraulic valve play compensation, Oscillating tube charge
- ระบบฉีดเชื้อเพลิงเข้าห้องเผาไหม้โดยตรง (direct fuel injection)
- พร้อมด้วยเครื่องฟอกไอเสียแบบ three-way catalytic converters 2 ชุด
- ความกว้างของกระบอกสูบ 96.0 ม.ม./3.78”
- ความกว้างช่วงชัก 83.0 ม.ม./3.27”
- ปริมาตรกระบอกสูบ 4806 cc   
- กำลังอัด 12.5 :1
- กำลังเครื่องยนต์สูงสุด 294 กิโลวัตต์ (400 แรงม้า) ที่ 6,500 รอบต่อนาที
- แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร/369 lb-ft  / 3,500-5,000 รอบต่อนาที
- กำลังต่อลิตร 61.2 กิโลวัตต์ / 83.2 แรงม้า
- ความเร็วเครื่องยนต์สูงสุด 6,700 รอบ / นาที
- คุณภาพเชื้อเพลิง พรีเมี่ยม พลัส
- ระบบไฟฟ้า 12 โวลต์, ไดชาร์จขนาดกำลัง 2,660 วัตต์ ความจุแบตเตอรี่ 95 Ah 
- ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อพร้อมระบบควบคุมการกระจายกำลังด้วยไฟฟ้า
- เกียร์อัตโนมัติแบบคลัตช์คู่ PDK 7 จังหวะ
- กันสะเทือนอิสระแบบปีกนกคู่ (double wishbone)  
- เพลาท้ายประกอบด้วยโครงแขนเหล็กอะลูมิเนียมหนุนบนคานเสริม (subframe)
- ระบบกันกระเทือน PASM (Porsche Active Suspension Management) 
- ระบบควบคุมการสั่นสะเทือนด้วยอิเลคทรอนิค ที่สามารถปรับด้วยมือตามผัง (map) ได้ 3 แบบ
- ระบบเบรค ใช้กำลังระบบวงจรขนานของหน้าจานเบรค (Twin circuit brake)
- แคลิปเปอร์เป็นอะลูมิเนียม monobloc 6 ลูกสูบ
- จานเบรคแบบมีร่องระบายอากาศ  เส้นผ่าศูนย์กลาง 360 มม. (14.2 นิ้ว) 
- ระบบควบคุมการทรงตัวของรถ Porsche Stability Management (PSM) และระบบช่วยเบรค(brake assistant)
- ล้อหน้า  8J x 18 ขนาด 245/50 ZR 18
- ล้อหลัง  9J x 18 ขนาด 275/45 ZR 18
- น้ำหนักรถเปล่า 1860 กก.
- ขนาดถังน้ำมัน 100 ลิตร
- ความเร็วสูงสุด 282 กม./ช.ม. (175 ไมล์/ช.ม.)
- อัตราเร่งต่อ 0-100 กม./ช.ม. 5.0 วินาที
- อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ในเมือง 16.4 ลิตร/100 กม.
- อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง นอกเมือง 8.1 ลิตร/100กม.
- อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 260 กรัม/กม.

Specifications: Porsche Panamera Turbo
- ตัวถัง 4 ที่นั่ง   โครงสร้างชิ้นเดียวแบบ Monocoque อลูมิเนียมและแมกนีเซียม
- ค่าสัมประสิทธิ์แรงฉุด (drag coefficient) Cd =0.30 Frontal area: A = 2.33 sqm;  CW Xa = 0. 70
- เครื่องยนต์ V8 (8 กระบอกสูบ) ระบบหล่อเย็นด้วยน้ำ
- เสื้อสูบ (engine block) และฝากระบอกสูบ (cylinder head) ทำจากอะลูมิเนียม
- เครื่องยนต์แบบ four overhead camshafts 4 วาล์ว ต่อ 1 สูบ ระบบวาล์วอัจฉริยะแบบแปรผัน
- ระบบวาล์วไฮดรอลิค แบบ Hydraulic valve play compensation, biturbocharger system
- ระบบฉีดเชื้อเพลิงเข้าห้องเผาไหม้โดยตรง (direct fuel injection)
- พร้อมด้วยเครื่องฟอกไอเสียแบบ three-way catalytic converters 2 ชุด
- ความกว้างของกระบอกสูบ 96.0 ม.ม./3.78”
- ความกว้างช่วงชัก 83.0 ม.ม./3.27”
- ปริมาตรกระบอกสูบ 4806 cc   
- กำลังอัด 10.5 :1
- กำลังเครื่องยนต์สูงสุด 368 กิโลวัตต์ (500 แรงม้า) ที่ 6, 000 รอบต่อนาที
- แรงบิดสูงสุด 700 (770**) นิวตันเมตร/516 (567**)lb-ft / 2,250-  4,500 รอบต่อนาที
- กำลังต่อลิตร 76.6 กิโลวัตต์ / 104.1 แรงม้า
- ความเร็วเครื่องยนต์สูงสุด 6,700 รอบ / นาที
- คุณภาพเชื้อเพลิง พรีเมี่ยม พลัส
- ระบบไฟฟ้า 12 โวลต์,ไดชาร์จขนาดกำลัง 2,660 วัตต์ ความจุแบตเตอรี่ 95 Ah
-ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อพร้อมระบบควบคุมการกระจายกำลังด้วยไฟฟ้า
- เกียร์อัตโนมัติแบบคลัตช์คู่ PDK 7 จังหวะ
- เพลาหน้าเป็นระบบกันสะเทือนอิสระแบบปีกนกคู่ (double wishbone)
- เพลาท้ายประกอบด้วยโครงแขนเหล็กอะลูมิเนียมหนุนบนคานเสริม (subframe)
- ระบบกันสะเทือนแบบถุงลมปรับระดับได้ตามต้องการ พร้อมระบบกันกระเทือน PASM
- ควบคุมการสั่นสะเทือนด้วยอิเลคทรอนิค ที่สามารถปรับด้วยมือตามผัง (map) ได้ 3 แบบ
- ระบบเบรค ใช้กำลังระบบวงจรขนานของหน้าจานเบรค (Twin circuit brake)
- เบรคแคลิปเปอร์เป็นอะลูมิเนียม monobloc 6 ลูกสูบ 
- จานเบรคแบบมีร่องระบายอากาศ  เส้นผ่าศูนย์กลาง 390 มม. (15.4 นิ้ว)
- ล้อหน้า 9J x 19 ขนาด 255/45ZR 19
- ล้อหลัง  10J x 19 ขนาด 285/40 ZR 19
- น้ำหนัก  1970 กก.
- น้ำหนักบรรทุกสูงสุด 2500 กก.
- ขนาดถังน้ำมัน 100 ลิตร
- ความเร็วสูงสุด 303 กม./ช.ม. (188 ไมล์/ช.ม.)
- อัตราเร่ง 0-100 กม./ช.ม. 4.2 วินาที     
- อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ในเมือง 18.0 ลิตร/100 กม.
- อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง นอกเมือง 8.9 ลิตร/100 กม.
- อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 286 กรัม/กม.


ราคาจำหน่ายพอร์ช (อัพเดท 2 ตุลาคม 2552)
• BOXSTER 2.9 PDK (Base Price) 6,900,000 BAHT
• CAYMAN 2.9 PDK (Base Price) 7,900,000 BAHT
• PANAMERA S PDK (standard) 356,000 EURO
• PANAMERA S PDK (full options) 372,000 EURO
• PANAMERA 4S PDK 389,000 EURO
• PANAMERA TURBO PDK 463,000 EURO

800
bullet aใครสนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  แผนกการตลาดและประชาสัมพันธ์ ศูนย์ปอร์เช่กรุงเทพฯ ถนนวิภาวดีรังสิต บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โทร. 02 522 6655 Ext. 448 หรือ  www.porsche.co.th ครับ
 
800
RELATED NEWS :
 
NEW-COMER! : Porsche 911 Sport Classic แต่งย้อนยุค 250 คันเท่านั้น
 
800
50
 
LB
all
Watch this
RB