ซาลูนหรูแฝงความสปอร์ตสำหรับผู้บริหารไฟแรง
BMW 520d Sport ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบขนาด 2.0 ลิตร พร้อมด้วยเทคโนโลยีระบบฉีดน้ำมัน Common Rail Direct Injection เจนเนอร์เรชั่นที่ 3 และเทคโนโลยีหัวฉีดแบบ Piezo ระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบแปรผัน ด้วยเทคโนโลยี EfficientDynamics เครื่องยนต์นี้สามารถผลิตแรงม้าสูงสุด 177 แรงม้าที่ 4,000 รอบและแรงบิดสูงสุดมากถึง 350 นิวตัน-เมตร ระหว่าง 1,750-3,000 รอบ พร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดแบบ Steptronic ส่งผลให้ BMW 520d สามารถเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 8.4 วินาที มีอัตราการประหยัดน้ำมันเฉลี่ยที่ 16.4 กิโลเมตรต่อลิตร และคายไอเสียคาร์บอนไดอ๊อกไซด์เพียง 162 กรัมต่อกิโลเมตร
BMW 520d Sport มาพร้อมกับชุดแต่ง M Aerodynamics ล้อแม๊กซ์ M Double Spoke ขนาด 18 นิ้ว และพวงมาลัยแบบสปอร์ต ซึ่งเน้นถึงความดุดันแต่สุขุมและนุ่มลึกในสไตล์ผู้บริหารไฟแรง นอกจากนี้ยังได้รับการติดตั้งระบบ CIC Car Infotainment Computer ซึ่งรวมถึงระบบ BMW Navigation System Professional ระบบ DVD พร้อมทั้งระบบ Bluetooth และ iPod USB Connector
บรรทัดฐานแห่งความสปอร์ต หรูหรา และไฮเทค
BMW 320d ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบขนาด 2.0 ลิตร พร้อมด้วยเทคโนโลยีระบบฉีดน้ำมัน Common Rail Direct Injection เจนเนอร์เรชั่นที่ 3 และเทคโนโลยีหัวฉีดแบบ Piezo ระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบแปรผัน ด้วยเทคโนโลยี EfficientDynamics เครื่องยนต์นี้สามารถผลิตแรงม้าสูงสุด 177 แรงม้าที่ 4,000 รอบและแรงบิดสูงสุดมากถึง 350 นิวตัน-เมตร ระหว่าง 1,750-3,000 รอบ พร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดแบบ Steptronic ส่งผลให้ BMW 320d สามารถเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 8.0 วินาที ซึ่งจัดได้ว่าเป็นอัตราเร่งที่ดีที่สุดในเซ็กเมนท์ นอกจากนั้นยังมีอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีที่สุดด้วยเช่นกันที่ 16.7 กิโลเมตรต่อลิตร
BMW 320d SE + DVD + Navigator มาพร้อมกับระบบ CIC Car Infotainment Computer ซึ่งรวมถึงระบบ BMW Navigation System Professional ระบบ DVD พร้อมทั้งระบบ Bluetooth และ iPod USB Connector |