| |
|
| |
| เรื่อง : ARIA 54 |
Friday, 16 September, 2011 0:49 AM
|
|
 |
| |
|
| |
แลมบอร์กินี เปิดตัวเวอร์ชั่นสุดฮาร์ดคอร์ที่แรงที่สุดในสายพันธุ์ Gallardo ด้วยรุ่นพิเศษ LP570-4 Super Trofeo Stradale ในงาน 2011 แฟรงค์เฟิร์ท มอเตอร์โชว์ โดยใช้พื้นฐานตัวแข่ง Lamborghini Gallardo LP560-4 Super Trofeo มาถ่ายทอดความแรงสู่ท้องถนน และจะผลิตแบบจำกัดจำนวน 150 คันเท่านั้น
จุดเริ่มต้นของตัวแข่งสำหรับใช้ในการแข่งขันรายการ Lamborghini Blancpain Super Trofeo Series เกิดขึ้นในปี 2009 โดยเป็นการแข่งแบบ One-Make Race ตัวแข่งทุกคันใช้พื้นฐานจาก Lamborghini Gallardo LP560-4 แต่ถึงจะใช้เครื่องยนต์ V10 เหมือนกัน เวอร์ชั่นสำหรับแข่งจะมีกำลังสูงสุดมากกว่านิดหน่อย เพิ่มจาก 562 แรงม้าเพิ่มเป็น 570 แรงม้า อัตราส่วนการอัด 12.5:1 พร้อมทั้งทำการปรับปรุงแชสซีส์เพื่อลดน้ำหนัก
ฤดูกาล 2011 ทำการแข่งขันกันที่ 6 สนามชื่อดัง Silverstone ในอังกฤษ, Adria Raceway ในอิตาลี, Norisring สนามแบบสตรีท เซอร์กิตในเยอรมัน, Spa ในเบลเยียม, Circuit de Catalunya ในสเปน และ Monza ในอิตาลี |
| |
 |
| |
จุดเด่นแรกของ Super Trofeo Stradale คือสปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่ ที่สามารถสร้างแรงกดได้มากกว่าตัวแข่ง LP560-4 ถึง 3 เท่า
ฝากระโปรงมีระบบ Quick Release เพื่อให้ถอดให้อย่างรวดเร็ว บอดี้ทำจากอลูมิเนียม น้ำหนักตัวรวม 1,340 กก. เบากว่า LP560-4 ถึง 70 กิโลกรัม ม้า 1 ตัวแบกน้ำหนักเพียง 2.35 กก.
เครื่องยนต์ V10 ความจุ 5,204 ซีซี ผลิตกำลังออกมาได้ตามรหัสชื่อรถ คือ 570 แรงม้า ที่ 8,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 55 กก.-ม. ที่ 6,500 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 3.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 320 กม./ชม. เรียกว่าทั้งอัตราเร่ง และความเร็วสูงสุด เป็นรองรุ่นล่าสุดอย่าง Aventador เพียงนิดเดียว ส่วนเสียงคำรามของเครื่องยนต์ แลมบอร์กินี บอกว่า Super Trofeo Stradale จะให้สำเนียงที่เหมือนกับรถแข่งพันธุ์แท้
ในขณะที่แรงสุดๆ
แต่ Super Trofeo Stradale ก็ยังมีมลพิษต่ำผ่านมาตรฐาน Euro 5 อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสีย 319 กรัม/กม. อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 7.4 กม./ลิตร |
| |
 |
| |
| • Lamborghini Gallardo LP560-4 Super Trofeo รุ่นปี 2009 |
 |
| |
ส่วนรหัสเลข 4 ยังคงเป็นที่มาของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ระบบส่งกำลังใช้เกียร์กึ่งอัตโนมัติควบคุมด้วยระบบอิเลคทรอนิค พร้อมแพดเดิลชิฟท์ติดตั้งอยู่บนคอพวงมาลัย ให้อารมณ์เร้าใจในแบบรถแข่ง ช่วงออกตัวมีระบบ launch control ที่ แลมบอร์กินี เรียกว่า Thrust Mode ให้ใช้งาน ช่วยลดอาการล้อฟรีจนรถปัดให้เหลือน้อยที่สุด
โดยระบบจะทำงานอัตโนมัติตั้งแต่ออกตัว จนรอบเครื่องยนต์พุ่งขึ้นไปถึง 5,000 รอบ/นาที
สีภายนอกมากับสีใหม่เอี่ยม แดง Rosso Mars เพื่อแสดงความเป็นตัวตนของรถแข่งสัญชาติอิตาเลียนแท้ ตกแต่งด้วยสีดำด้านที่ฝาเครื่อง, สปอยเลอร์ และ Air Intake ส่วนล้อแม็กอลูมิเนียม อัลลอย ขนาด 19 นิ้ว 10 ก้านลายใหม่ พร้อมน๊อตล้อไทเทเนียม เบากว่ารุ่นพื้นฐาน 13 กก. ใช้สีดำมัน ตัดกับคาลิเปอร์อลูมิเนียม 8 สูบสีแดง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ แลมบอร์กินี ใช้คาลิเปอร์สีนี้ แต่หากใครถอยออกมายืนมองภาพรวมแล้วรู้สึกโล้นๆ อยากได้หลังคาสีดำมันแบบในภาพชุดนี้ ต้องสั่งเพิ่มเป็นออปชั่นพิเศษ
ภายในตกแต่งแบบ Minimal ใช้สีดำตัดแดง แบบน้อยๆ แต่พองาม ตกแต่งตามจุดต่างๆ ด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ และหนังกลับสังเคราะห์ Alcantara คอนโซลกลาง, แผงประตู และเบาะทรงเรซซิ่งขึ้นรูปชิ้นเดียว ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ ใครรู้สึกว่ายังไม่ได้อารมณ์ความเป็นตัวแข่งมากพอ แลมบอร์กินี ยังมีออปชั่นเสริมติดตั้งเพิ่มเติมได้ทั้งภายในและภายนอก อาทิ ดิสก์เบรค คาร์บอนไฟเบอร์ เซรามิค, โรลล์เคจในห้องโดยสาร, เข็มขัดนิรภัย 4 จุด ไปจนถึงถังดับเพลิง
ราคาจำหน่ายยังไม่มีข้อมูล แต่ถ้าจะลองคำนวณกันเล่นๆ ตัวแข่ง Gallardo LP560-4 Super Trofeo รุ่นปี 2009 แบบชุดแต่งครบ พร้อมลงสนาม One-Make ราคาจบที่ 2 แสนยูโร หรือประมาณ 8.4 ล้านบาท • |
| |
|
|
|