| |
 |
| |
| เรื่อง : ARIA 54 |
Saturday, 2 July, 2011 0:12 AM |
|
 |
| |
|
| |
หลังมีภาพ (ตั้งใจ) หลุดออกมา เผลอเพียงนิดเดียว ข่าวของตัวแรงไซส์เล็กสุดฮิปอย่าง MINI Coupe ออกมาต่อเนื่องหลายข่าว มอเตอร์ทริเวีย ขอรวบมาทีเดียวเป็นข่าวรถใหม่ New Comer ไปเลยแล้วกันครับ สรุปโดยย่อจากข่าวเดิมของ คุณนาธัส ในเซคชั่น Leaked ที่มีข้อมูลค่อนข้างละเอียดมากอยู่แล้ว MINI Coupe จะแบ่งการทำตลาดเป็น...
1. MINI Cooper Coupe รุ่นปกติ เครื่องยนต์ 4 สูบ 1.6 ลิตร กำลังสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 16.3 กก.-ม. ที่ 4,250 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 9.0 วินาที ความเร็วสูงสุด 204 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 17.5 กม./ลิตร อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสีย 127 กรัม/กม.
2. MINI Cooper S Coupe เครื่องยนต์ 4 สูบ 1.6 ลิตร เทอร์โบ Twin-scroll ไดเร็คอินเจ็คชั่น กำลังสูงสุด 184 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 24.45 กก.-ม. ที่ 1,600-5,000 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 6.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 230 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 17.24 กม./ลิตร อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสีย 136 กรัม/กม. |
| |
 |
| |
| • ความโดดเด่นอยู่ที่แนวเส้นหลังคาที่ต่อเนื่องกับสปอยเลอร์หลังคาเป็นเส้นเดียว MINI เรียกดีไซน์นี้ว่า 'helmet roof' และแน่นอน มันไม่ได้มีแค่ความสวย แต่ถูกคำนวณองศามาเพื่อรองรับการไหลผ่านของอากาศที่ดีด้วย |
 |
| |
3. MINI John Cooper Works Coupe เครื่องยนต์บล็อคเดียวกับ Cooper S กำลังสูงสุด 211 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 26.49 กก.-ม. ที่ 1,850-5,600 รอบ/นาที มีโหมดโอเวอร์บูสต์เพิ่มแรงบิดเป็น 28.53 กก.-ม. ที่ 1,700-4,500 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 6.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 14 กม./ลิตร อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสีย 165 กรัม/กม.
4. MINI Cooper Coupe เวอร์ชั่นยุโรป เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรลเทอร์โบแปรผัน เสื้อสูบอะลูมิเนียม 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 143 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 31 กก.-ม. ที่ 1,750-2,700 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 7.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 216 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 23.2 กม./ลิตร อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสียต่ำสุดในทุกรุ่น 114 กรัมต่อกิโลเมตร
ทุกรุ่นจับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ยกเว้น Cooper Coupe และ Cooper S Coupe สามารถเลือกเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะเป็นออปชั่นได้ (คนที่ซื้อ JCW คงไม่มีใครอยากใช้เกียร์อัตโนมัติแน่) |
| |
 |
| |
นอกจากจุดเด่นอย่าง 'helmet roof' แนวเส้นหลังคาที่ต่อเนื่องกับสปอยเลอร์หลังคาแล้ว MINI Coupe ยังเป็น MINI รุ่นแรก ที่มีการติดตั้งสปอยเลอร์หลังบนฝากระโปรงท้าย พร้อมระบบยกตัวอัตโนมัติ โดยจะทำงานที่ความเร็ว 80 กม./ชม. และจะยกเลิกการทำงานเมื่อความเร็วลดลงมาอยู่ที่ 60 กม./ชม. ทั้งยังสามารถสั่งงานแบบแมนน่วลได้ด้วยการกดปุ่มที่แผงแดชบอร์ด
การออกแบบช่องที่สปอยเลอร์หลังคา ให้เทลาดเป็นแนวเดียวกับกระจกหลัง นอกจากเรื่องของความสวยงามแล้ว ยังเป็นการ 'ส่ง' อากาศจำนวนหนึ่ง ให้วิ่งลงมาตามแนวลาดของกระจกหลัง เพื่อให้สปอยเลอร์หลังแบบยกตัวอัตโนมัติที่ความเร็วสูงทำงานอย่างเต็มที่ ซึ่งจะส่งผลให้ MINI Coupe มีแรงกดที่ด้านท้าย และเกาะถนนยิ่งขึ้น
จากนั้น MINI เริ่มโปรโมท Cooper Coupe ทันที ด้วยการปล่อยวีดิโอความยาว 49 วินาที "Another Day. Another Adventure." ชูคอนเซปต์ 'คล่องตัว' จากความเล็กและปราดเปรียว ผ่านโลเคชั่นสวยๆ ของไอซ์แลนด์, ริโอ และฮ่องกง |
| |
|
| |
| • Exclusive Video Another Day. Another Adventure. |
 |
| |
ต่อเนื่องด้วยการส่งรุ่นท๊อป JCW ไปพิสูจน์ความทรหดอดทนที่ Green Hell หรือ Nordschleife สนามนูร์บูกร์ริงฝั่งเหนือ ในรายการย่อยเอนดูรานซ์ 24 Hours of Nurburgring ผ่านตัวแข่ง MINI John Cooper Works Coupe Endurance Racer คิดเป็นระยะทางรวมกว่า 5,600 กิโลเมตร
รูปลักษณ์ภายภายนอกมีการดัดแปลงน้อยมาก เมื่อเทียบกับตัวโปรดัคชั่น วิศวกรของ MINI ทำการปรับเปลี่ยนองศาของกระจกหน้า ให้มีความลาดเอียงขึ้น 13 องศา และเพิ่มสปอยเลอร์หลังเพื่อผลทางอากาศพลศาสตร์ เพิ่มแรงดาวน์ฟอร์ซเท่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่น่าประทับใจสำหรับ MINI คือไม่ว่าจะทำอะไร MINI ยังคงมีความอาร์ตแฝงอยู่เสมอ (แม้แต่ลายพรางในภาพ Spy Shot ยังมีดีไซน์สวยงามเลย) |
| |
|
| |
ช่วงล่างยังคงคอนเซปท์การเซ็ตอัพในแบบ โก-คาร์ท ฟิลลิ่ง ด้านหน้าแม็คเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังแบบมัลติลิงค์ Cooper Coupe หล่อเรียบๆ ด้วยล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว Cooper S Coupe เสริมหล่อขึ้นมาอีกนิดกับล้ออัลลอยขอบ 16 นิ้ว ส่วน John Cooper Works Coupe หล่อสุดด้วยขอบ 17 นิ้ว ทั้งรุ่นกลางและรุ่นใหญ่ MINI จับคู่ยาง Run-flat มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ส่วนรุ่นเล็กขอแยกเป็นออปชั่นต่างหาก ใครอยากได้ต้องสั่งเพิ่ม
ระบบ MINI Connected ยังคงมีให้ใช้งาน แต่ก็ขึ้นอยู่กับสารธารณูปโภคในแต่ละพื้นที่ แต่ละประเทศ ว่าจะใช้ฟังก์ชั่นได้มาก-น้อยแค่ไหน ถ้ามาแบบครบๆ ความเร็วในการคอนเนคเต็มสปีด ก็ใช้ได้ทุกอย่างรีลไทม์ ตั้งแต่ Google search, อัพเดทข่าวสารใหม่ๆ ด้วย RSS feeds ไปจนถึงเล่น Facebook และ Twitter
ราคาจำหน่ายในอเมริกา รุ่นปกติ Cooper Coupe เริ่มที่ 22,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 6.7 แสนบาท รุ่น Cooper S Coupe ขยับขึ้นไปเป็น 25,300 ดอลลาร์ หรือประมาณ 7.7 แสนบาท รุ่นท๊อป John Cooper Works Coupe ราคาโดดขึ้นไปเป็น 31,900 ดอลลาร์ หรือประมาณ 9.8 แสนบาท
ราคานี้ถือว่าเปิดออกมาได้สวยมาก เมื่อเทียบกับรุ่นปี 2011 ซึ่งราคาในอเมริกาอัพเดทล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา ถือว่าเพิ่มขึ้นมาไม่มากนัก โดย MINI Cooper อยู่ที่ 20,200 ดอลลาร์, Cooper S 23,800 ดอลลาร์ และ John Cooper Works MY2011 30,600 ดอลลาร์ เฉลี่ยเพิ่มขึ้นมารุ่นละ 4 - 5 หมื่นบาท ได้รุ่นใหม่เอี่ยมๆ มาครอบครอง • |
| |
|
|
|