| |
 |
| |
| เรื่อง : ARIA 54 |
Saturday, 5 March, 2011 0:29 AM
|
|
 |
| |
|
| |
ฮุนได เปิดตัว Hyundai i40 แบบเวิลด์พรีเมียร์ไปเรียบร้อยในงาน 2011 เจนีวา มอเตอร์โชว์ โดย i40 ถือเป็นรถรุ่นสำคัญ ที่ถูกวางตำแหน่งให้เป็นรถระดับหรู Modern Premium ของค่าย เพื่อใช้ยกระดับไปต่อกรกับคู่แข่งในตลาดรถหรู โดยมากับสโลแกนใหม่ New Thinking. New Possibilities. ซึ่งจะเป็นทิศทางการทำตลาดใหม่ของ ฮุนได
สาเหตุหลักที่ ฮุนได เลือกใช้บอดี้แวกอนในการเปิดตัว เนื่องจาก ฮุนได คาดว่าตลาด D-Segment ในยุโรปจะเติบโตขึ้นราว 12.6% ใน 5 ปีข้างหน้า และน่าจะเข้ามาแชร์ตลาดในส่วนนี้ได้ โดย ฮุนได วางแผนการตลาดในส่วนนี้มาตั้งแต่ปี 2006 ผ่านการพัฒนาตัวต้นแบบของ i40 อย่าง Genus concept
Hyundai i40 เป็นรถในกลุ่ม D-Segment ที่ทาง ฮุนได ผลิตขึ้นมาสำหรับจำหน่ายให้ลูกค้าในยุโรปโดยเฉพาะ โดยข้อมูลสำหรับตลาดยุโรป ตั้งแต่การดีไซน์ การเลือกใช้วัสดุ ไปจนถึงอุปกรณ์ที่จะถูกนำมาติดตั้ง ถูกวิเคราะห์ที่ศูนย์ R&D ในรุสเซิลไฮม์ ประเทศเยอรมนี รูปลักษณ์โดยรวมยังคงใช้การออกแบบสไตล์ Fluidic Sculpture อันเป็นจุดเด่นในรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ของ ฮุนได เช่น กระจังหน้าทรง 6 เหลี่ยม มาผสมผสานรูปทรงที่ถูกเทสต์คนยุโรป
ภายในมากับอุปกรณ์ระดับไฮเอนด์ ทั้งในส่วนของอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และความบันเทิงภายในรถ แบบเดียวกับที่ใช้ใน Hyundai Genesis และ Hyundai Equus อาทิ ระบบระบายอากาศในเบาะคู่หน้า, ระบบอุ่นเบาะทั้งเบาะหน้า - หลัง, ระบบอุ่นพวงมาลัย, ระบบไล่ฝ้าอัตโนมัติกระจกหน้า ขณะเปิดฮีทเตอร์ เพิ่มความเงียบในห้องโดยสารให้อีก 20% และลดเสียงการทำงานของเครื่องยนต์ลงไป 3 เดซิเบล พื้นที่บรรทุกสัมภาระมีให้ 553 ลิตร เวลาผู้โดยสารเต็มทุกที่นั่ง แต่ถ้าพับเบาะหลัง จะได้ห้องบรรทุกสัมภาระขนาดจุใจ 1719 ลิตร |
| |
 |
| |
Hyundai i40 จะมากับทางเลือก 4 เครื่องยนต์ มาตรฐานระดับ Euro V คือ 2 ดีเซล 2 เบนซิน โดยสัดส่วนการขายที่ ฮุนได คาดไว้คือ ดีเซล 65% และเบนซิน 35% ตามความต้องการของตลาดในแถบยุโรป (อันที่จริงเราๆ ท่านๆ ก็อยากใช้เก๋งดีเซลกันไม่ใช่หรือ?)
รุ่นที่ ฮุนได หมายมั่นว่าจะบุกตลาดได้ดีคือ รุ่นเครื่องยนต์ดีเซลที่มีมลพิษต่ำและประหยัด รหัส U-II ขนาดความจุ 1.7 ลิตร แบ่งเป็น 2 รุ่นย่อย 155 และ 136 แรงม้า เมื่อรวมกับระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติขณะจอดรอ ISG (Intelligent หรือ Integrated Stop & Go) ที่ยกมาจากเทคโนโลยีไฮบริดของ ฮุนได (Hyundai Blue Drive) รวมถึงยางลดแรงต้านทานการหมุน (low rolling-resistance) จะทำให้เครื่องดีเซลบล็อกนี้ มีอัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่า 113 กรัม/กิโลเมตร อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยประมาณ 23 กิโลเมตร/ลิตร
ส่วนเครื่องยนต์เบนซินแบ่งเป็นรุ่น 155 และ 177 แรงม้า บล็อกใหม่รหัส NU 4 สูบ 2.0 ลิตร GDI แรงบิด 213 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ อัตราเร่ง 0-130 กม./ชม. 15.7 วินาที อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยราว 14-15 กิโลเมตร/ลิตร อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสีย 156 กรัม/กิโลเมตร
ระบบช่วยเหลือต่างๆ มีให้มากมาย ตามแบบฉบับรถหรู เช่น กล้องมองหลัง, ระบบช่วยจอด, ระบบช่วยเตือนให้อยู่ในเลน, ระบบจัดการควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ และ ระบบช่วยเหลือในการขับขึ้นทางชัน ซึ่งจะทำงานกลับกันโดยอัตโนมัติ ในขณะสตาร์ทเครื่องบนทางลาดเท
ฮุนได จะเริ่มจำหน่าย i40 ทั่วยุโรปในช่วงเดือนมิถุนายน 2011 เป็นต้นไป ราคาจำหน่ายต้องรอกันต่อไปอีกนิดครับ • |
| |
|
|
|