motortrivia.com
m2 TEST DRIVE SECTION  |  BACK TO TEST DRIVE MAIN PAGE  |  HOME  |  ABOUT MT  |  CONTACT MT m3
2013 Proton Preve Premium
 
 
 
เรื่อง - ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ Monday, 25 February, 2013 7:19 PM
800x
 
Proton Preve' Premium
สปอร์ตซีดานฝีเท้าจัด
 
baหลัง เปิดตัวเป็นทางการ ในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2012 ช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยไทยเป็นประเทศที่ 3 ต่อจากมาเลเซียและออสเตรเลียที่รถรุ่นนี้เปิดตัว ทีมงาน มอเตอร์ทริเวีย ก็มีโอกาสทดลองขับ โปรตอน เพรเว่ คอมแพ็กต์ซีดานรุ่นย่อยสูงสุด Premium เด่นที่เครื่องยนต์เบนซิน 1,600 ซีซี เทอร์โบ 138 แรงม้า ลองมาดูกันว่าสมรรถนะและอัตราสิ้นเปลืองเป็นอย่างไร อุปกรณ์มาตรฐานครบครันแค่ไหน คุ้มหรือไม่กับราคา 759,000 บาท
 
2013 Proton Preve Premium
 
รูปลักษณ์ร่วมสมัยลงตัว
baเพรเว่ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวยาวๆ ของ โปรตอน ในการผลิตรถยนต์ เพราะมีการพัฒนาทั้งในด้านการออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ และการประกอบ ซึ่งที่ทำได้กว่ารุ่นเดิมมาก ใช้แพล็ตฟอร์ม P2 ร่วมกับ เอ็กซ์โซร่า ด้านหน้าเน้นการผสมกันระหว่างเส้นตรงและเส้นโค้ง ฝากระโปรงหน้ายกสันตรงกลางและเล่นระดับไล่ลงสู่ด้านข้าง ขอบฝากระโปรงหน้าตัดตรงรับกับโคมไฟแบบชิ้นเดียวแบบโปรเจ็กเตอร์ พร้อมไฟหรี่ Daytime แบบ LED กระจังหน้าติดตั้งโลโก้พร้อมเส้นโครเมียมโค้ง ด้านล่างของกันชนหน้าเว้นช่องรับอากาศ ตรงกลางบุตาข่ายลายรังผึ้งสปอร์ต ประกบข้างด้วยสปอตไลต์ทรงกลม

baด้านข้างดูสปอร์ตด้วยโป่งล้อหน้าและหลังขนาดใหญ่แต่กลมกลืนไปกับตัวถัง มีเส้นคู่ลากจากด้านหน้าไล่สูงขึ้นสู่ด้านหลัง เน้นดีไซน์ตัวถังที่เป็นทรงลิ่ม ล้อแม็ก 6.5 x 16 นิ้ว พร้อมยาง 205/55 R16 ลายออกแนวหรูไม่มีสเกิร์ตข้างทำให้ดูโล่งไปนิด กระจกมองข้างมีไฟเลี้ยวในตัวและพับอัตโนมัติเมื่อล็อกรถ และจะกางออกอัตโนมัติเมื่อรถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเกิน 5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือกดสวิตช์กางกระจกเองก็ได้

baด้านท้ายยกสูงขึ้นเล็กน้อยและติดตั้งสปอยเลอร์แนบไปกับฝากระโปรง ไฟท้ายทรงแบนติดตั้งในตำแหน่งที่ค่อนข้างสูง ตัวโคมเล่นลายเส้นต่อเนื่องกับกันชนท้าย คิ้วสีขาวใต้ไฟท้ายทำให้เส้นสายด้านหลังดูเยอะไปนิด

baมิติตัวถังมีความยาว 4,543 มิลลิเมตร กว้าง 1,786 มิลลิเมตร สูง 1,524 มิลลิเมตร ความกว้างล้อหน้า/หลัง 1,542/1,542 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,650 มิลลิเมตร ระยะต่ำสุดจากพื้น 155 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1,340 กิโลกรัม
 
2013 Proton Preve Premium
 
ภายในเด่นในด้านพัฒนาการ
baจุดที่เห็นความเปลี่ยนแปลงเด่นชัดที่สุดของ โปรตอน ก็คือ ภายในห้องโดยสารที่การออกแบบโดยรวมดูดีขึ้น ใช้วัสดุคุณภาพดีขึ้น และมีการประกอบที่เนี๊ยบกว่าเดิม แผงคอนโซลทรงเรียบๆ แต่ดูดี ด้านบนบุด้วยวัสดุที่อ่อนนุ่ม ลดการใช้พลาสติกแข็ง ประดับด้วยลายไม้คุณภาพดีสีเข้ม และมีการออกแบบให้ต่อเนื่องกับแผงประตู ยังมีส่วนเป็นพลาสติกแข็งอยู่บ้าง แต่ก็ได้รับการปรับปรุงลวดลายและสีให้ดูดีขึ้นด้วย รวมทั้งชิ้นส่วนที่เป็นพลาสติกชุบโครเมียมและสีเมทัลลิกก็ดูมีคุณภาพดีเช่นกัน

baการจัดวางอุปกรณ์เน้นความเรียบง่าย ที่คอนโซลกลางด้านบนเป็นช่องแอร์ต่อเนื่องด้วยชุดเครื่องเสียงจอสัมผัส พร้อมระบบนำทางผ่านดาวเทียม ประกบด้วยไฟเตือนการใช้งานแอร์แบ็กฝั่งผู้โดยสารด้านหน้า (สามารถปิดการใช้งานได้ด้วยการใช้กุญแจรถ หมุนปิดสวิตช์ที่ซ่อนอยู่ในที่เก็บของด้านหน้า) ไฟเตือนให้ผู้โดยสารด้านหน้าคาดเข็มขัดนิรภัย และสวิตช์ล็อกประตู ส่วนการปลดล็อกสามารถดึงที่เปิดประตูได้เลย
 
2013 Proton Preve Premium
 
baฝั่งขวาเป็นสวิตช์ปิดระบบ ESP และสวิตช์ไล่ฝ้าด้านหลัง ถัดจากชุดเครื่องเสียงเป็นสวิตช์ไฟตัดหมอกหน้า/หลัง และสวิตช์ไฟฉุกเฉิน สวิตช์ควบคุมระบบปรับอากาศเป็นแบบปุ่มหมุนออกแบบได้ดี และให้ความรู้สึกแน่นหนาเมื่อใช้งาน ต่ำลงมาเป็นช่องวางของมีไฟส่องสว่างตอนกลางคืน หน้าคอนโซลเกียร์มีหลุมตื้นๆ สำหรับวางของพร้อมฝาปิด มีช่องเสียบ USB และจ่ายไฟฟ้า 12 โวลต์ คอนโซลเกียร์สีดำเงาตัดกับสีเมทัลลิก

baชุดมาตรวัดทรงกลมออกแบบเรียบๆ ใช้ไฟส่องสว่างสีส้ม ตรงกลางมีมาตรวัดดิจิตอลแสดงระดับน้ำมันเชื้อเพลิงและอุณหภูมิ ด้านล่างเป็นจอเอนกประสงค์ที่ โปรตอน เรียกว่า SiD หรือ Smart Info Display ควบคุมด้วยสวิตช์บนหัวก้านที่คอพวงมาลัยฝั่งขวา สั่งงานด้วยการกดครั้งเดียวหรือกดแช่ มีมาตรวัดบอกระยะทางย่อยให้ถึง 3 ชุด บอกข้อมูลการขับได้ทั้งความเร็วเฉลี่ย อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยและ Real Time ระยะทางที่ขับได้ด้วยน้ำมันเชื้อเพลิงที่เหลืออยู่ และสามารถเข้าเมนูเพื่อปรับความสว่างไฟหน้าปัดได้ด้วย

baพวงมาลัยสปอร์ต 3 ก้านหุ้มหนัง ปรับได้เฉพาะสูง-ต่ำ มีแป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัย จะทำงานเต็มรูปแบบเมื่อเลื่อนคันเกียร์ไปที่โหมด +/- และเป็นแบบมัลติฟังก์ชั่น ฝั่งซ้ายควบคุมระบบโทรศัพท์ที่เชื่อมต่อด้วย Bluetooth ฝั่งขวาควบคุมชุดเครื่องเสียง ก้านบนคอพวงมาลัยสไตล์ยุโรป ฝั่งขวาควบคุมที่ปัดน้ำฝนระบบอัตโนมัติ ฝั่งซ้ายควบคุมสัญญาณไฟหน้าระบบอัตโนมัติ และไฟเลี้ยวที่มีระบบกะพริบเมื่อยกก้านไม่สุดถึงล็อก ทั่วไปจะกะพริบ 3 ครั้ง แต่เพรเว่แถมให้อีก 2 เป็น 5 ครั้ง

baที่ด้านขวาล่างของพวงมาลัยมีสวิตช์ควบคุมครูสคอนโทรลพร้อมไฟเตือนบนชุดมาตรวัด กดหัวก้านเพื่อเปิดระบบ และกดลงเพื่อล็อกความเร็ว ดันขึ้นหรือดึงลงเพื่อเพิ่มหรือลดความเร็ว และดึงเข้าหาตัวเพื่อยกเลิก หรือจะเหยียบเบรกก็ได้
 
2013 Proton Preve Premium
 
baฝั่งขวาของแผงคอนโซลมีปุ่ม Start/Stop สำหรับสตาร์ตหรือดับเครื่องยนต์ โดยต้องเสียบกุญแจในช่องด้านข้างก่อน แต่หลังจากสตาร์ตแล้วลองกดให้กุญแจดีดออกมา ก็พบว่าเครื่องยนต์ไม่ดับ รีโมทคอนโทรลมีสัญญาณกันขโมยอิมโมบิไลเซอร์ แต่ไม่มีระบบ Keyless Entry การล็อกหรือปลดล็อกประตูรถจึงต้องกดที่รีโมท และถ้ากดปุ่มปลดล็อกแช่ไว้ จะเปิดฝากระโปรงท้ายได้ด้วย ที่แผงประตูเป็นแหล่งรวมสวิตช์ควบคุมกระจกไฟฟ้าและกระจกมองข้าง และสวิตช์ล็อกไม่ให้เปิดกระจกข้าง

baการออกแบบภายในโดยรวมดูดีกว่าเดิมมาก ยกเว้นบางจุดเช่น ก้านทั้ง 2 บนคอพวงมาลัยที่ดูเชยๆ ต่างจากแป้นเปลี่ยนเกียร์ที่ออกแบบได้ทันสมัย รวมทั้งสวิตช์ปรับกระจกไฟฟ้า ก้านเบรกมือและชุดไฟอ่านแผนที่ด้านหน้าทรงทื่อๆ ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถเปลี่ยนได้ไม่ยาก เพราะไม่ใช่โครงสร้างหลักของตัวรถ และน่าจะทำให้ภายในโดยรวมดูดีขึ้นอีกมาก

baเบาะนั่งหุ้มผ้าฝั่งผู้ขับปรับสูง-ต่ำได้ นั่งสบายพอควร มีที่เท้าแขนตรงกลางเปิดเป็นที่เก็บของได้ เมื่อปรับเบาะผู้ขับให้พอเหมาะกับความสูง 170 เซ็นติเมตรแล้วลองย้ายไปนั่งเบาะหลังฝั่งผู้ขับ พบว่ามีพื้นที่วางขาและพื้นที่เหนือศีรษะกว้างขวางพอควร ทั้งด้านบนและด้านข้าง แต่ถ้านั่ง 3 คนน่าจะอึดอัด หมอนรองศีรษะเบาะหลังพับลงไม่ได้ ทำให้บดบังทัศนวิสัยด้านหลังไปบ้าง เบาะหลังแยกพับได้ 60:40 หากที่เก็บสัมภาระด้านท้ายขนาด 508 ลิตรยังไม่เพียงพอ ระบบความปลอดภัยมาครบๆ ด้วยแอร์แบ็ก 6 ใบ แบ่งเป็นคู่หน้า 2 ด้านข้าง 2 และม่านนิรภัยอีก 2 ใบซ้ายขวา
 
2013 Proton Preve Premium
 
เครื่องยนต์ไฮไลต์ประจำรุ่น
baเพรเว่ ทำตลาดในไทยด้วย 2 รุ่นเครื่องยนต์ คือ 1,600 ซีซี Campro IAFM+ และรุ่นที่ทดสอบเป็นแบบ 1,600 ซีซี Campro CFE เทอร์โบ แม้จะอยู่ในพิกัดเดียวกันคือ 1,600 ซีซี แต่ใช้เครื่องยนต์ต่างบล็อก โดยในรุ่นเครื่องยนต์ไม่มีเทอร์โบ มีความจุจริง 1,597 ซีซี จากกระบอกสูบ 76.0 มิลลิเมตร และช่วงชัก 88.0 มิลลิเมตร ส่วนเครื่องยนต์ Campro CFE มีความจุจริง 1,561 ซีซี ต่างกันที่ช่วงชักสั้นกว่าคือ 86 มิลลิเมตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบจาก BorgWarner รุ่น KP 39 บูสต์ประมาณ 11 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 103 กิโลวัตต์ หรือ 138 แรงม้า ที่ 5,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 20.88กก.-ม. ที่ 2,000-4,000 รอบต่อนาที

baเสริมประสิทธิภาพให้เครื่องยนต์ด้วยระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ CVT ที่มีจุดเด่นเรื่องความลื่นไหลของอัตราเร่ง เพราะไม่มีช่วงรอบตกเมื่อเปลี่ยนขึ้นเกียร์สูง เนื่องจากใช้การแปรผันขนาดของพูเล่ย์ 2 ตัว โดยมีสายพานโลหะเป็นตัวเชื่อมต่อ รวมทั้งให้ความนุ่มนวล ไม่มีอาการกระตุกเมื่อเปลี่ยนเกียร์ มาพร้อมลูกเล่นโหมด +/- ที่คอนโซลเกียร์ และมีแป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย ผู้ขับเลือกเปลี่ยนเกียร์เองได้ 7 จังหวะ

baเนื่องจากเทอร์โบเริ่มทำงานตั้งแต่รอบต่ำ ทำให้การขับใช้งานในเมืองที่มีการเปลี่ยนความเร็วบ่อยๆ มีความกระฉับกระเฉงทันใจ โดยเฉพาะเมื่อผ่าน 2,000 รอบฯ ขึ้นไป อัตราเร่งจะติดเท้า แต่ก็ไม่ถึงกับดึงรุนแรงหรือควบคุมยากแต่อย่างใด ยังสามารถใช้งานได้เหมือนรถยนต์ทั่วไป และเกียร์ CVT ก็ช่วยเพิ่มความนุ่มนวลในการขับด้วย หลังจากชินกับรถแล้วจึงนำไปทดสอบอัตราเร่ง โดยใช้เครื่องมือที่วัดความเร็วและระยะทางจากสัญญาณดาวเทียม

baก่อนทดสอบอัตราเร่งต้องเปิดเครื่องยนต์เพื่อถ่ายรูป เห็นเทอร์โบตัวเล็กๆ วางอยู่หน้าเครื่องยนต์ด้านบน คิดว่าไม่มีพิษสงอะไรนัก เพราะออกแบบให้ทำงานที่รอบต่ำ-ปานกลาง เมื่อขึ้นรอบสูงช่วงความเร็วปลายน่าจะหมดแรง แต่เอาเข้าจริงกลับให้อัตราเร่งที่ต่อเนื่อง แม้จะไม่ดึงรุนแรงขนาดหลังติดเบาะ แต่ก็มาแบบต่อเนื่องและสม่ำเสมอ กระทั่งความเร็วสูงจึงเริ่มแผ่วลงบ้าง ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของเครื่องยนต์บล็อกเล็กกับเทอร์โบลูกเล็ก


baทดสอบอัตราเร่ง 2 ครั้ง เพื่อนำผลมาเปรียบเทียบกันว่าใกล้เคียงกันหรือไม่ ลดโอกาสความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น ขั้นตอนเหมือนเดิมคือ จอดรถชิดขอบทางเข้าเกียร์เดินหน้าเท้าขวาเหยียบเบรก เมื่อพร้อมก็ยกเท้าขวามากดคันเร่งเต็มที่และแช่ไว้ รอบกวาดขึ้นไปถึงประมาณ 5,500 รอบต่อนาที และมีถอยหลังกลับมาบ้าง แต่ก็อยู่ในช่วง 5,000-5,500 รอบต่อนาที ความเร็วเพิ่มอย่างต่อเนื่อง และเริ่มไต่ได้ช้าลงเมื่อผ่าน 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จาก 190-200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้เวลากว่าครึ่งนาที กับระยะทางกว่า 1.7 กิโลเมตร เครื่องมือวัดอัตราเร่งแสดงความเร็วสูงสุด 200.8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนเข็มในชุดมาตรวัดชี้ไปแถวๆ 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่ 5,500 รอบต่อนาที
 
2013 Proton Preve Premium
 
ความเร็ว (กม./ชม.) เวลา (วินาที) ระยะทาง (เมตร)
Proton
Preve' Premium
Honda
Civic 1.8 
Ford
Focus 2.0 Sport+
Proton
Preve' Premium
Honda
Civic 1.8 
Ford
Focus 2.0 Sport+
10 0.85 0.66 0.74 1.24 0.84 1.15
20 1.47 1.34 1.49 3.76 3.71 4.30
30 2.14 2.19 2.20 8.45 9.61 9.24
40 2.90 3.05 2.85 15.81 17.97 15.51
50 3.81 3.89 3.57 27.30 28.53 24.53
60 4.76 4.77 4.54 41.77 41.92 39.41
70 5.76 6.00 5.50 59.77 64.37 56.77
80 6.86 7.40  6.51 82.72 93.37 77.88
90 8.12 8.82 7.90 112.56 127.10 110.64
100 9.52 10.32 9.49 149.68 166.51 152.89
110 11.16 12.12 11.10 197.46 219.23 199.56
120 13.02 14.54 12.66 256.86 296.75 249.44
130 15.18 17.22 14.52 331.84 389.85 313.95
140 17.71 20.03 17.37 426.98 495.30 420.70
150 20.79 23.19 20.30 551.17 622.38 538.93
160 24.72 26.74 23.56 720.62 775.62 679.24
170 29.92 32.41 27.24 959.32 1036.12 847.93
180 36.83 43.23 31.65 1295.82 1563.21 1062.53
190 46.66 61.12 41.16 1801.26 2481.93 1551.75
200 77.78 - 55.18 3496.14 - 2312.82
ระยะทาง (เมตร) เวลา (วินาที) ความเร็ว (กม./ชม.)
Proton
Preve' Premium
Honda
Civic 1.8 
Ford
Focus 2.0 Sport+
Proton
Preve' Premium
Honda
Civic 1.8 
Ford
Focus 2.0 Sport+
0-100  07.6 07.6 0.75 86.1 81.7 86.9
0-200  11.2 11.4 11.1 110.5 104.5 110.1
0-402  17.1 17.6 16.9 137.6 129.7 138.2
0-1000  30.8 31.8 30.4 171.5 168.5 177.1
ความเร็วสูงสุด (กม./ชม.) 200.8 194.4 209.5      
 
baดูจากตารางเปรียบเทียบอัตราเร่งจะเห็นว่า เพรเว่ เริ่มนำ ฮอนด้า ซีวิค รุ่นล่าสุด 1.8 Navi ตั้งแต่ที่ความเร็ว 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป และทิ้งห่างไปเรื่อยๆ กระทั่งถึงความเร็วปลายที่ เพรเว่ ทำได้สูงกว่า ข้ามรุ่นไปเปรียบเทียบกับ ฟอร์ด โฟกัส 2.0 Sport+พบว่าสูสีจนถึงความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โฟกัส จึงเริ่มทิ้งห่าง และทำความเร็วสูงสุดได้มากกว่า เพรเว่

หมายเหตุ:
ตัวเลขทั้งหมดได้มาจากเครื่องมือชุดเดียวกัน ผู้ขับคนเดียวกัน ต่างกันในเรื่องวันและเวลาที่ทดสอบ จึงอาจมีความคลาดเคลื่อนบ้างจากสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน

baที่ความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงบนชุดมาตรวัด ความเร็วบนเครื่องมือวัดอัตราเร่งจะอยู่ประมาณ 94 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งตรงกับ GPS ที่ติดไว้อีกอันเพื่อเปรียบเทียบกัน หมายความว่ารถคันนี้ 'ไมล์อ่อน' ประมาณ 6 เปอร์เซ็นต์ ที่ความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถือว่าเยอะไปหน่อย ส่วนการวัดความเร็วกับรอบเครื่องยนต์ ใช้ความเร็วจากชุดมาตรวัดเป็นหลัก

• 80 / 1,750
• 90 / 1,900
• 100 / 2,100
• 110 / 2,200
• 120 / 2,400
• 130 / 2,600
• 140 / 3,000

baเกียร์อัตโนมัติ CVT 7 จังหวะ Protronic มีโหมดเกียร์ D, S และโหมด Protronic มีตำแหน่ง +/- ที่คันเกียร์ และแป้น +/- ที่พวงมาลัย ในโหมดเกียร์ D และ S สามารถดึงแป้น +/- ที่หลังพวงมาลัยได้ เกียร์จะเปลี่ยนตำแหน่งให้ แต่สักพักก็จะกลับเข้าสู่โหมดปกติ โดยในโหมดเกียร์ S ที่ความเร็วเดียวกันจะใช้รอบสูงกว่าโหมดเกียร์ D เล็กน้อย ทั้ง 2 โหมดนี้ เกียร์ก็ยังมีการเปลี่ยนลงต่ำให้ในบางจังหวะ เช่นการขับลงเนินหรือเมื่อลดความเร็ว ส่วนโหมด Protronic เมื่อเลือกใช้งานแล้วจะไม่สามารถคิ๊กดาวน์ได้ ต้องโยกคันเกียร์หรือดึงแป้นหลังพวงมาลัยเท่านั้น และเมื่อลากรอบถึงประมาณ 5,500 รอบต่อนาที เกียร์ก็จะเปลี่ยนขึ้นเกียร์สูงให้เอง และเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำให้เมื่อลดความเร็วลง

baอัตราสิ้นเปลืองที่ความเร็ว 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สิ้นสุดการทดสอบด้วยความเร็วเฉลี่ยบนชุดมาตรวัด 96 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 13.69 กิโลเมตรต่อลิตร ส่วนตอนเดินทางกลับจากจุดถ่ายรูปใช้ความเร็วตามสภาพการจราจร 90-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระยะทางประมาณ 130 กิโลเมตร ถึงบ้านด้วยความเร็วเฉลี่ย 77 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 15.38 กิโลเมตรต่อลิตร นับว่าหรูพอตัวกับรถที่ไม่ได้เด่นเรื่องความประหยัดในเมือง ทดลองช่วงนำรถไปคืน ออกจากบ้านแถวเมืองนนท์ในช่วงสายๆ ความเร็วเฉลี่ย 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 10.4 กิโลเมตรต่อลิตร ลดค่าเชื้อเพลิงลงได้อีกนิดด้วยการรองรับ E20
 
2013 Proton Preve Premium
 
ระบบกันสะเทือนตัวช่วยครบ
baจากเดิมที่ โปรตอน เคยอ้างอิงประสิทธิภาพของระบบกันสะเทือนกับรถสปอร์ตอย่าง โลตัส แต่ในรุ่นนี้เปลี่ยนมาพึ่งตัวเองด้วยคอนเซ็ปต์ Proton Ride & Handling ด้วยระบบกันสะเทือนอิสระพร้อมเหล็กกันโคลงทั้ง 4 ล้อ ด้านหน้าแม็กเฟอร์สันสตรัต ด้านหลังมัลติลิงก์ ที่ยังให้ความรู้สึกเหมือน โปรตอน ทุกรุ่นที่เคยขับคือ มีทั้งความนุ่มๆ หยุ่นๆ หนึบและแข็งในบางจังหวะที่ขับผ่านถนนไม่เรียบ การใช้งานโดยรวมให้ความนุ่มนวลพอสมควรและไม่ยวบยาบ ออกจะแข็งนิดๆ ด้วยซ้ำ ส่วนที่ความเร็วสูงบนทางเรียบตรงก็มั่นคงพอสมควร มีอาการโยนตัวบ้างเมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงเกินปกติ

baพวงมาลัยเพาเวอร์ไฮดรอลิกไม่มีไฟฟ้าช่วย รู้สึกว่าหน่วงมือไปนิดที่ความเร็วต่ำ เสมือนบังคับให้นั่งขับด้วยท่านั่งที่ถูกต้อง การขับใช้งานทั่วไปไม่มีปัญหา แต่ตอนจอดในที่คับแคบก็ยังนึกว่าถ้าเบากว่านี่อีกนิดก็น่าจะดี ส่วนการควบคุมอยู่ในระดับกลางๆ ที่ความเร็วสูงพวงมาลัยก็ยังหน่วงมืออยู่พอสมควร เพิ่มความมั่นใจด้วยตัวช่วยอิเล็กทรอนิกส์อย่างระบบรักษาเสถียรภาพ และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี

baระบบเบรกดิสก์ 4 ล้อ ด้านหน้ามีครีบระบายความร้อน แป้นเบรกลึกไปนิดและออกแนวหยุ่นๆ ช่วงแรกที่ขับอาจรู้สึกเหมือนเบรกไม่ดี แต่จริงๆ แล้วก็ให้แรงเบรกที่ดีในระดับมาตรฐาน เมื่อปรับตัวสักพักก็ชินกับแป้นเบรกลึกๆ (ทำให้เมื่อกลับมาขับรถตัวเองแล้วเบรกหัวทิ่มหัวตำอยู่ 2-3 ครั้งถึงปรับตัวได้) มีตัวช่วยครบทั้งเอบีเอสป้องกันล้อล็อก, อีบีดีกระจายแรงเบรก และบีเอ เพิ่มแรงเบรกฉุกเฉิน ช่วงทดสอบอัตราเร่งลองกดเบรกหนักๆ ที่ความเร็วกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กระทั่งรถหยุดนิ่ง ไม่แรงถึงขั้นเอบีเอสทำงาน สังเกตรถถูกดึงเป็นแนวตรง ไม่ปัดเป๋ ไม่ต้องออกแรงเลี้ยงพวงมาลัย แค่ประคองไว้ในแนวตรง และมีอาการหน้าทิ่มท้ายโด่งอยู่บ้าง

baโปรตอน เพรเว่ พัฒนาการอีกขั้นของอุตสาหกรรมรถยนต์ประเทศเพื่อนบ้าน ที่ได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจัง จึงก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง เด่นด้วยเครื่องยนต์ขนาดไม่ใหญ่มาก เพิ่มประสิทธิภาพด้วยเทอร์โบชาร์จ ภายในกว้างขวางพอสมควรและมีอุปกรณ์มาตรฐานครบครัน เพิ่มความมั่นใจด้วยการรับประกันยาวนาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ตั้งราคาไว้ 759,000 บาท ไม่ได้ถูกกว่ารถญี่ปุ่นพิกัดเดียวกัน แสดงว่า โปรตอน ก็มั่นใจในรถรุ่นนี้อยู่พอสมควร

ขอบคุณ: บริษัท พระนครโอโตเซลส์ จำกัดเอื้อเฟื้อรถยนต์ในการทดสอบ
 
 
 
m2 2013 PROTON PREVE'  •  CLICK IMAGES TO ENLARGE m3
   
 
800x
Specification: Proton Preve' Premium
 
แบบตัวถัง ซีดาน 4 ประตู
ยาว x กว้าง x สูง 4,543 x1,786 x1,524 มิลลิเมตร
ฐานล้อ 1,542/1,542 มิลลิเมตร
ความกว้างล้อหน้า/หลัง 2,650 มิลลิเมตร
ระยะต่ำสุดจากพื้น 155 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 1,340 กิโลกรัม
แบบเครื่องยนต์ เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์
ความจุ 1,561 ซีซี
กระบอกสูบ x ช่วงชัก 76.0 x 86.0 มิลลิเมตร
อัตราส่วนการอัด 9.5:1
กำลังสูงสุด 138 แรงม้า ที่ 5,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 20.88 กก.-ม. ที่ 2,000 - 4,000 รอบต่อนาที
ระบบส่งกำลัง CVT 7 จังหวะ Protronic
ระบบขับเคลื่อน ล้อหน้า
ระบบบังคับเลี้ยว แร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์
ระบบกันสะเทือนหน้า อิสระ แม็กเฟอร์สันสตรัต พร้อมเหล็กกันโคลง
ระบบกันสะเทือนหลัง อิสระ มัลติลิงก์ พร้อมเหล็กกันโคลง
ระบบเบรกหน้า/หลัง ดิสก์พร้อมครีบระบายความร้อน/ดิสก์ พร้อมเอบีเอส, อีบีดี และบีเอ
ผู้จำหน่าย บริษัท พระนครโอโตเซลส์ จำกัด
โทรศัพท์ 02-579-0888
เวบไซต์ www.protonthailand.com
 
 
 
M A N U F A C T U R E R S   I N D E X  :
MORE ABOUT PROTON : CLICK
800x
R E L A T E D   N E W S  :
• GRAND OPENING : Proton Exora Turbo MY2012 ปรับโฉม ลดความจุ พ่วงเทอร์โบ ตกแต่งใหม่ทั้งภายในและภายนอก
• TEST DRIVE : Proton Saga High Line A/T ซีดานไซส์เล็กราคาประหยัด ชูช่วงล่างเทคโนโลยีโลตัส
• TEST DRIVE : Proton Exora 1.6 High Line CPS อีกหนึ่งทางเลือกของรถครอบครัว
• TEST DRIVE : Proton Persona CNG ทะยานด้วย 2 พลังงานทางเลือก
• TEST DRIVE : Proton Neo CPS แฮทช์แบ็ค 3 ประตูทรงเปรี้ยว
• GRAND OPENING : Proton Savvy Special Edition มาพร้อมชุดแต่งพิเศษไม่ซ้ำใคร...สีขาวใหม่ Solid White
 
 
 
 
what do u think
FLT   FRT
   
  760  
   
  760  
 
 
FBL   FBR
 
 
1000x
Copyright © 2009 MT Team | online automotive news and web video. all rights reserved | www.motortrivia.com | e-mail : motortrivia@hotmail.com  mail