 |
| |
| เรื่อง - ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ |
Sunday, 8 July, 2012 0:09 AM |
|
 |
| |
|
| |
ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ เจนเนอเรชั่นที่ 3 เปิดตัวในเมืองไทย ด้วยราคาสุดคุ้ม โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับอุปกรณ์มาตรฐานที่ครบครัน รุ่น 2.0 Ti-VCT GDi ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ใหม่ เบนซินไดเร็คอินเจ็คชั่น ฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงตรงเข้าสู่ห้องเผาไหม้ รีดกำลังได้สูงถึง 170 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติดูอัลคลัตช์ Powershift 6 จังหวะ ทีมงาน มอเตอร์ทริเวีย ทดลองขับในแบบกรุ๊ปเทสต์บนเส้นทางกว่า 250 กิโลเมตร
เริ่มต้นออกเดินทางในช่วงเช้าของวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา มุ่งหน้าสนามบินกระบี่ แวะทานอาหารกลางวันที่ร้าน ตะโกลา ก่อนเดินทางสู่โรงแรม เชอราตัน กระบี่ เพื่อรับฟังข้อมูลเชิงลึกของ โฟกัส ใหม่กันอย่างเต็มอิ่ม จากนั้นจึงแยกย้ายกันพักผ่อน รอเวลาทานอาหารค่ำ พร้อมลุ้นของที่ระลึกจากการเล่นเกม
วันรุ่งขึ้นได้ทดลองขับกันอย่างจุใจตั้งแต่เช้าจรดเย็น มี โฟกัส ใหม่ 12 คัน แบ่งเป็นรุ่น ซีดาน Titanium+ และ แฮทช์แบ็ค Sport+ เครื่องยนต์ 2.0 Ti-VCT GDi เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ Powershift นั่งคันละ 2 คน มีการสลับคนขับและสลับรถในจุดที่ทีมงาน ฟอร์ด กำหนด |
| |
 |
| |
| • Mr. Peter Fleet, President, Ford ASEAN |
| |
 |
| |
| • Mr. Trevor Worthington Product Programs Director, Ford Asia Pacific and Africa |
| |
 |
| |
| • Mr. Graham Pearson Assistant Vehicla Line Director: C-cars, Ford Asia Pacific and Africa |
| |
 |
| |
| • Mr. Volker Weinhold Ford Active Safety Supervisor |
| |
 |
| |
| • Mr. Craig Metros, chief designer of the all-new Focus |
| |
 |
| |
| • Dr.Torsten Wey Driver Assistance Technologies Supervisor, Ford of Europe |
| |
 |
| |
| • Mr. Chris Elliott Senior Marketing Communications Manager: Windows Embedded, Microsoft Corp. |
| |
 |
| |
| • Mr. Gong Wenger and Mr. Supachoke Pansuksavad |
| |
 |
| |
| • คุณสาโรช เกียรติเฟื่องฟู รองประธานฝ่ายการตลาด การขาย และการบริการ ฟอร์ด ประเทศไทย |
 |
| |
ภายใน Sport ดำล้วน Titanium ทูโทน
เริ่มต้นเดินทางด้วยการเป็นผู้โดยสารในรุ่น 5 ประตู ตกแต่งด้วยโทนสีดำล้วนถูกใจผม แผงคอนโซลบุด้วยวัสดุอ่อนนุ่ม ตกแต่งด้วยเมทัลลิก และเปียโนแบล็คหรือดำเงา ในจุดปลีกย่อยอย่างสวิตช์เปิด-ปิดกระจกหน้าต่าง ก็มีการตกแต่งเพิ่มความสวยงาม ลองสัมผัสและใช้งานระบบต่างๆ พบว่าใช้วัสดุคุณภาพดี การประกอบประณีต การกดหรือหมุนปุ่มควบคุมต่างๆ ให้ความรู้สึกเดียวกับรถหรูราคาแพง
เบาะนั่งกระชับหุ้มด้วยผ้าแซมหนัง กรอบมาตรวัดทรงเหลี่ยมสไตล์ เฟียสต้า แทรกกลางด้วยจอเอนกประสงค์ ควบคุมด้วยสวิตช์บนก้านพวงมาลัยฝั่งขวา ส่วนจอบนคอนโซลกลางควบคุมด้วยสวิตช์บนพวงมาลัยฝั่งซ้าย และแป้นหมุนบนคอนโซลกลาง ถัดลงมาเป็นสวิตช์ควบคุมระบบแอร์ซึ่งมีหน้าตาคล้าย รุ่นเดิมเจนเนอเรชั่นที่ 2 ในการใช้งาน นอกจากแสดงผลบนหน้าจอของชุดควบคุมแอร์แล้ว ยังแสดงผลบนหน้าจอที่คอนโซลกลางด้วย |
| |
|
| |
ด้านล่างมีสวิตช์เปิด-ปิดไล่ฝ้า และระบบ Active Park Assist คันเกียร์มาแปลกตรงที่เมื่อดึงลงมาที่ตำแหน่ง S แล้วต้องการควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ขึ้น-ลงด้วยตัวเอง ต้องกดปุ่ม +/- บนหัวเกียร์ ไม่ใช่การโยกคันเกียร์ขึ้น-ลงอย่างที่คุ้นเคย
พวงมาลัย 4 ก้านออกแบบให้ดูไม่เชย วงอวบกระชับเหมาะมือ ปรับได้ 4 ทิศทาง ฝั่งซ้ายมีสวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียง, โทรศัพท์ และระบบสั่งงานด้วยเสียง ฝั่งขวาควบคุมครูสคอนโทรลซึ่งสามารถจำกัดความเร็วได้ ก้านบนคอพวงมาลัยกลับมาใช้แบบเดียวกับรถญี่ปุ่น ไฟเลี้ยวอยู่ด้านขวา ที่ปัดน้ำฝนอยู่ด้านซ้าย ส่วนสวิตช์ควบคุมไฟหน้ายังคงอยู่บนแผงคอนโซล |
| |
 |
| |
| • ฟอร์ด โฟกัส ซีดาน พวงมาลัยซ้าย |
 |
| |
ช่วงการอบรมในวันแรก Mr. Craig Metros หัวหน้าทีมออกแบบ โฟกัส ใหม่ ได้พาสื่อมวลชนไปที่รถคันจริงรุ่นแฮทช์แบ็คพวงมาลัยซ้าย จึงมีโอกาสให้เพื่อนสื่อมวลชนซึ่งสูง 180 เซ็นติเมตรเข้าไปนั่งบนเบาะหน้า ปรับตำแหน่งขับให้พอดี แล้วให้เพื่อนอีกคนซึ่งมีความสูงใกล้เคียงกัน เข้าไปนั่งบนเบาะหลังฝั่งผู้ขับ พบว่าเกือบจะเข้าไปนั่งไม่ได้ เพราะติดตรงช่วงขา และเมื่อเข้าไปนั่งบนเบาะหลังได้แล้ว ศีรษะก็เฉี่ยวกับเพดาน ผมลองเข้าไปนั่งบนเบาะหลังบ้างก็พบว่าพนักพิงตั้งชันมากไปนิด
รุ่น 4 ประตูมีโอกาสได้สัมผัสค่อนข้างนาน เพราะจอดโชว์ที่ริมทะเลใกล้ห้องอาหารค่ำ แต่น่าเสียดายที่เป็นพวงมาลัยซ้าย ภายในตกแต่งด้วยสีโทนอ่อนและสีเบจ เลือกความเข้ม-อ่อนของสีได้อย่างพอเหมาะ ดูหรูหรากว้างขวาง ตกแต่งด้วยเมทัลลิคและเปียโนแบล็คเหมือนกัน สังเกตว่าก้านบนคอพวงมาลัยจะเป็นสไตล์ยุโรป ที่ปัดน้ำฝนอยู่ขวา และไฟเลี้ยวอยู่ซ้าย ห้องเก็บสัมภาระด้านท้าย ความจุมากกว่าแฮทช์แบ็คพอสมควร
ห้องโดยสารได้รับการยกระดับทั้งในด้านวัสดุและความประณีต ออกแบบเน้นความสปอร์ตทันสมัย อุปกรณ์มาตรฐานครบครัน พร้อมลูกเล่น ระบบ SYNC ที่เพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการขับ แต่ยังงงๆ กับการใช้งานอยู่บ้าง ถ้ามีเวลาเล่นนานกว่านี้น่าจะใช้ได้คล่อง พื้นที่สำหรับผู้โดยสารด้านหลังแคบไปนิด ถ้าส่วนใหญ่นั่งไม่เกิน 3 คน ก็ไม่ต้องกังวลในจุดนี้ |
| |
 |
| |
ระหว่างทางเจอกับฝนตกปรอยๆ จึงเห็นว่า ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ออกแบบที่ปัดน้ำฝนให้เป็นแบบปัดเข้าหากัน ครอบคลุมพื้นที่กระจกหน้าได้มากกว่าแบบปัดไปทางเดียวกัน เมื่อเปิดที่ปัดน้ำฝน ใบปัดจะเลื่อนขึ้นมาเล็กน้อยเตรียมพร้อมทำงาน และเมื่อปิดจะเลื่อนลงไปเก็บเพื่อไม่ให้ขวางทิศทางลม
การจัดวางออฟชั่นดูแปลกๆ รุ่นที่ทดสอบซึ่งเป็นรุ่นสูงสุดของตัวถัง 4 และ 5 ประตู Titanium+ 1.069 ล้านบาท และ Sport+ 1.079 ล้านบาท รุ่น Sport+ ราคาแพงกว่า 10,000 บาท แต่ไม่มีระบบ BLIS และไม่มีเบาะไฟฟ้าฝั่งผู้ขับ
อุปกรณ์ที่มีในรุ่น 5 ประตู แต่รุ่น 4 ประตูไม่มี คือ สปอยเลอร์หลัง, สเกิร์ตข้าง, กันชนหลังด้านล่างสีเดียวกับตัวรถ, ที่ปัดน้ำฝนหลัง ,ไฟท้ายพร้อมแถบ LED และล้อแม็ก 17 นิ้วพร้อมยาง 215/50 R17 (รุ่น Titanium+ ให้ยาง 205/60 R16) กลายเป็นว่าซื้อรุ่น 4 ประตูคุ้มกว่า |
| |
 |
| |
เติมความนุ่ม คงความหนึบ
โฟกัส ใหม่ใช้ระบบกันสะเทือนแบบเดียวกับรุ่นเดิม คือ อิสระพร้อมเหล็กกันโคลงทั้ง 4 ล้อ ด้านหน้าแม็คเฟอร์สันสตรัต ด้านหลังมัลติลิงค์ คอนโทรลเบลด หรือเทรลลิ่งอาร์มที่ออกแบบให้บางเพื่อลดน้ำหนัก การขับด้วยความเร็วต่ำ-ปานกลาง ให้ความนุ่มเงียบและราบเรียบ การดูดซับแรงสั่นสะเทือนและการเก็บเสียงทำได้ดี ส่วนที่ความเร็วสูงระดับ 160-180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนทางเรียบตรงและโค้งกว้าง ก็ให้ความมั่นคงและหนักแน่น จะรู้สึกว่าช่วงล่างนุ่มไปนิดก็ตอนที่ขับผ่านถนนที่เป็นคลื่นลอนต่อเนื่องด้วยความเร็วสูง
หนึ่งในช่วงการขับทดสอบ คือ การขับขึ้นเขาที่มีความชันและคดโค้ง รถนำขบวนพยายามควบคุมความเร็วที่เหมาะสม เนื่องจากช่วงเช้ามีฝนตกหนัก ชะหน้าดินบนเขาไหลลงมาบนพื้นถนน แต่โดยรวมก็ยังใช้ความเร็วสูงกว่าการใช้งานปกติไปพอสมควร ในช่วงนี้จะเห็นข้อดีของการปรับน้ำหนักพวงมาลัยให้เบาลงเล็กน้อย เพิ่มความคล่องตัวเมื่อเข้าโค้งแคบๆ ด้วยความเร็วสูง โดยยังคงมีความเที่ยงตรงแม่นยำ และการตอบสนองที่ราบเรียบต่อเนื่อง แม้บางโค้งเมื่อเข้าไปแล้วต้องหมุนพวงมาลัยเพิ่ม เนื่องจากองศาของโค้งที่เพิ่มขึ้น
ในส่วนของระบบช่วยเหลือ นอกจาก ESP พร้อมระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน ซึ่งสามารถเปิด-ปิดได้จากเมนูในชุดมาตรวัดแล้ว ยังมีระบบใหม่ Torque Vectoring Control ควบคุมแรงบิดขณะเข้าโค้ง มาช่วยเสริมประสิทธิภาพในการทรงตัวอีกด้วย โดยใช้พื้นฐานจาก ESP
|
| |
 |
| |
เมื่อเซ็นเซอร์ตรวจพบว่ารถกำลังจะมีอาการอันเดอร์สเตียร์หรือหน้าดื้อโค้ง ระบบจะสั่งเบรกให้ในล้อที่จำเป็น แรงบิดจากเครื่องยนต์ก็จะถูกส่งไปอีกล้อ ช่วยดึงรถให้กลับเข้าสู่ทิศทางที่ต้องการ ยกตัวอย่างการเข้าโค้งซ้ายแล้วเกิดอาการหน้าดื้อโค้ง ระบบจะสั่งเบรกที่ล้อในโค้ง เพื่อให้ล้อนอกโค้งหมุนพารถกลับเข้าสู่ทิศทางที่ถูกต้อง ซึ่งจากการพูดคุยกับผู้ออกแบบซึ่งระบุว่า ระบบนี้มีการทำงานที่ต่อเนื่องและราบเรียบกว่าลิมิเต็ดสลิป โดยในช่วงที่ขับบนทางคดเคี้ยว ระบบนี้อาจทำงานโดยที่ผู้ขับไม่รู้สึกก็เป็นได้
ระบบเบรกดิสก์ 4 ล้อ ด้านหน้ามีครีบระบายความร้อน พร้อมตัวช่วยอย่าง ABS และ EBD มีการทำงานที่ฉับไว แต่สัมพันธ์น้ำหนักเท้าที่กดแป้นเบรก จึงไม่เกิดอาการหัวทิ่มเมื่อแตะเบรก และให้ความมั่นใจเมื่อเบรกที่ความเร็วค่อนข้างสูง
จากการสอบถามทีมงานของ ฟอร์ด พบว่า ในรุ่น Sport ใช้สปริงและช๊อคฯ เบอร์เดียวกับรุ่นอื่นๆ ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนให้หนึบว่าแต่อย่างใด ที่รู้สึกว่าเกาะถนนดีกว่าและแข็งกว่านิดๆ อาจเป็นเพราะใส่ยางหน้ากว้างแก้มเตี้ยกว่ารุ่นอื่นก็เป็นได้
ถ้าเปรียบเทียบกับรุ่นเดิม โฟกัส ใหม่ได้รับการปรับปรุงทั้งในส่วนของความเงียบของห้องโดยสาร ปรับปรุงช่วงล่างให้สุภาพนุ่มนวลขึ้น นั่งสบายเมื่อขับใช้งานทั่วไป และยังให้ความมั่นใจเมื่อใช้ความเร็วสูง พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า EPAS มีการผ่อนแรงที่มากขึ้น แต่ยังถ่ายทอดความรู้สึกมาถึงมือผู้ขับได้ดี ไม่ลอยๆ หรือเบาหวิวเหมือนพวงมาลัยจอยสติ๊กสำหรับเล่นเกม ระบบเบรกให้การตอบสนองที่ดี สร้างแรงเบรกได้อย่างสัมพันธ์กับน้ำหนักเท้า
|
| |
 |
| |
Active Park Assist & Active City Stop
หลังพักทานอาหารกลางวันที่ร้าน บ่อแสน วิลล่า แอนด์ สปา ที่อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา ก็ใช้สถานที่เดียวกันในการทดสอบ 2 ระบบใหม่ คือ Active Park Assist และ Active City Stop เริ่มจากระบบช่วยจอดอัจฉริยะ เมื่อต้องการหาที่จอดให้กดปุ่ม AUTO P ซึ่งอยู่บริเวณหน้าคอนโซลเกียร์ จากนั้นทำตามคำสั่งบนหน้าจอที่คอนโซลกลาง โดยไม่ต้องแตะพวงมาลัย
มีข้อแม้ว่า ต้องขับตีคู่ให้ใกล้กับรถคันที่จอดอยู่แล้ว ถ้าขับห่างเกินไประบบจะหาที่ว่างไม่เจอ
จากนั้นรถจะส่งคลื่นอัลตร้าโซนิคออกจากรอบตัวรถ เพื่อวัดความกว้างและความลึกของที่จอด เมื่อพบว่ามีช่องว่างมากกว่า 1.2 เท่าของความยาวตัวรถ ระบบก็จะเริ่มสั่งให้ผู้ขับเดินหน้าต่อไปอีกนิดเพื่อตั้งลำ หรือสั่งให้ถอยหลังเพื่อจอด พวงมาลัยจะหมุนให้เองโดยอัตโนมัติ ผู้ขับมีหน้าที่เลี้ยงเบรกเพื่อรักษาความเร็ว และฟังเซ็นเซอร์ถอยหลังว่าเข้าใกล้รถคันหลังหรือยัง
เมื่อเซ็นเซอร์ด้านหลังส่งเสียงเตือนถี่หรือเตือนยาว ก็เปลี่ยนเกียร์จากถอยหลังเป็นเดินหน้า โดยไม่ต้องสัมผัสพวงมาลัย รถก็จะหมุนพวงมาลัยให้เองอีกครั้ง กระทั่งจอดตรงและเสมอกับรถคันที่จอดอยู่ก่อนแล้ว ถ้าแตะพวงมาลัยระบบจะยกเลิกการทำงาน
สถานีนี้ได้ลอง 2 ครั้ง แตกต่างกันในเรื่องช่องว่างของที่จอด ครั้งแรกค่อนข้างกว้าง จอดเองก็ยังได้ แต่ครั้งที่ 2 เริ่มรู้สึกว่าจอดยากขึ้น ถ้าจอดเองอาจต้องขยับหลายครั้ง แต่ระบบช่วยจอดสามารถนำรถเข้าจอดได้ด้วยการถอยหลังเพียงครั้งเดียว โดยไม่ต้องกลัวว่าด้านหน้าซ้ายจะเฉี่ยวกับรถคันข้างหน้า (ถ้าถอยจอดเองแล้วหมุนพวงมาลัยเร็วเกินไป) เพราะมีเซ็นเซอร์ติดตั้งไว้รอบคัน ระบบนี้ใช้คลื่นอัลตร้าโซนิคและชุดสั่งงาน โดยในส่วนของระบบบังคับเลี้ยว EPAS ไม่ต้องติดตั้งชิ้นส่วนเพิ่มเติม
|
| |
 |
| |
ต่อด้วยการทดลองระบบ Active City Stop ซึ่งทำงานที่ความเร็วไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ในการทดสอบแนะนำให้เข้าเกียร์ D แล้วปล่อยรถเดินหน้าจะได้ความเร็วประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผมแกล้งมองข้างทาง ไม่มองสิ่งกีดขวางด้านหน้า เพราะกลัวว่าจะเผลอแตะเบรกทำให้ระบบไม่ทำงาน พบว่ารถเบรกให้เองจริงๆ และค้างไว้ประมาณ 3 วินาที หลังจากนั้นผู้ขับต้องเหยียบเบรกเอง ถ้าไม่เหยียบรถจะเคลื่อนที่ไปชนสิ่งกีดขวางด้านหน้า
จากการทดลองระบบนี้พบว่า การเบรกค่อนข้างแรงและกระชั้นชิด ถ้าผู้โดยสารด้านหลังเป็นเด็กเล็กและไม่ได้นั่งบนเบาะนิรภัย อาจตกจากเบาะได้ สอบถามทีมงานฟอร์ดได้ความว่า ต้องการให้ระบบทำงานเมื่อถึงคราวฉุกเฉินหรือผู้ขับเผลอจริงๆ ถ้าสั่งให้เบรกเองตั้งแต่เนิ่นๆ ก็อาจรบกวนการขับได้
ส่วนอีกระบบ คือ BLIS หรือ Blind Spot Information System ซึ่งจะมีเฉพาะในรุ่น 4 ประตูเท่านั้น มีไฟเตือนในกระจกมองข้าง ได้ทดลองระบบในช่วงถนน Southern Seaboard ขับรุ่น 4 ประตู แล้วให้รุ่น 5 ประตูแซงขึ้นไปสลับกันไป-มา ยังไม่พบว่ามีจังหวะไหนที่ไฟเตือนสว่างแล้วไม่เห็นรถในกระจกมองข้าง ส่วนหนึ่งน่าจะเพราะยังไม่เข้าจุดบอดพอดี รวมทั้งปลายด้านนอกของกระจกมองข้างเป็นแบบมุมกว้างด้วย จึงช่วยลดจุดบอดไปได้มาก ราคากระจกมองข้างน่าจะแพงเอาเรื่อง เพราะมีทั้งไฟเลี้ยว ไฟส่องพื้น และระบบ BLIS
อีกระบบที่มีใน โฟกัส ใหม่แต่ไม่ได้เน้นมากนัก คือ Active Grille Shutter ครีบหลังกระจังหน้าปรับองศาอัตโนมัติ เวิร์คแน่ในเมืองหนาว โดยครีบจะปิดเพื่อให้เครื่องยนต์ถึงอุณหภูมิทำงานเร็วขึ้น และปิดเมื่อขับด้วยความเร็วสูง เพิ่มความลู่ลม ลดอัตราสิ้นเปลือง แต่สำหรับเมืองไทยยังไม่แน่ว่าจะเวิร์คหรือไม่ และถ้าเกิดเสียปิดค้างอาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้ |
| |
 |
| |
เครื่องยนต์ตอบสนองดีเมื่อมีรอบ
โฟกัส ใหม่ทุกคันที่นำมาให้ทดสอบ ใช้เครื่องยนต์ใหม่ 4 สูบ เบนซิน ไดเร็คอินเจ็คชั่น ฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงตรงเข้าสู่ห้องเผาไหม้ ไม่ได้ฉีดในท่อไอดีเข้าหลังวาล์วไอดีแบบเครื่องยนต์เบนซินทั่วไป ฝาสูบแบบ DOHC 16 วาล์ว พร้อมระบบแปรผันวาล์วคู่ Ti-VCT ความจุ 2,000 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 170 แรงม้า ที่ 6,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 20.58 กก.-ม. ที่ 4,450 รอบต่อนาที รองรับแก๊สโซฮอล์ E20 ขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ Powershift 6 จังหวะ
แม้จะเป็นเครื่องรอบจัด แรงม้า-แรงบิดสูงสุดอยู่ในรอบค่อนข้างสูง แต่การขับใช้งานทั่วไปที่ความเร็วต่ำ-ปานกลาง ก็ให้การตอบสนองที่ราบเรียบนุ่มนวล ควบคุมความเร็วได้ง่าย และถ้าต้องการความกระฉับกระเฉงหรือขับแบบสปอร์ต ต้องรอประมาณ 3,000 รอบต่อนาทีขึ้นไปอัตราเร่งจึงเริ่มติดเท้า ถ้าไม่ได้เป็นการเร่งต่อเนื่องอาจต้องเลื่อนคันเกียร์มาที่ตำแหน่ง S และใช้เกียร์ +/- ช่วยรักษารอบไว้ โดยเมื่อกดปุ่ม +/- ที่หัวเกียร์ จะมีตัวเลขตำแหน่งเกียร์ต่อท้ายตัวอักษร S และเมื่อลากรอบเกิน 2,500 รอบต่อนาที จะมีไฟรูปลูกศรสีเขียวชี้ขึ้น เตือนให้เปลี่ยนเกียร์ขึ้นสูงเพื่อความประหยัด ถ้ายกเท้าจากคันเร่งไฟเตือนก็จะดับ
ในช่วงขึ้นเขาคดเคี้ยวผมลองใช้โหมด +/- แล้วพบว่าไม่ถนัดเพราะต้องคลำปุ่มแทนที่จะดึงคันเกียร์ขึ้น-ลง สุดท้ายเลยใช้แค่โหมด S ลากรอบได้สูงขึ้นพอสมควรก่อนเกียร์จะเปลี่ยน แต่ในบางจังหวะก็ต้องคิ๊กดาวน์อยู่ดี แต่ก็ทำให้เห็นความฉับไวในการเปลี่ยนเกียร์ของเกียร์อัตโนมัติ ดูอัลคลัตช์ Powershift 6 จังหวะ ซึ่งทำได้อย่างรวดเร็วและนุ่มนวล ไม่มีการกระชากแม้เปลี่ยนเกียร์ในรอบสูง
ในช่วงที่ผมเป็นผู้ขับ จะเซ็ต 0 ข้อมูลการขับใหม่ทั้งหมด เพื่อวัดอัตราสิ้นเปลืองแบบคร่าวๆ ซึ่งยังใช้เป็นตัวเลขอ้างอิงไม่ได้ เพราะไม่ได้ขับแบบเดียวกับการทดสอบเดี่ยว โดยต้องขับเป็นขบวน การเร่งแซงต้องทำอย่างรวดเร็วเผื่อเพื่อนที่ตามมา รวมทั้งการขับให้เพื่อนสื่อมวลชนถ่ายวีดิโอ จึงไม่สามารถรักษาความเร็วนิ่งๆ ได้
ผมบันทึกข้อมูลการขับไว้ 3 ช่วง โดยจะบันทึกในส่วนของความเร็วเฉลี่ยควบคู่กันไปด้วย เพื่อให้พอมองเห็นภาพว่า ขับด้วยความเร็วประมาณไหน ตัวเลขที่ได้มีดังนี้ |
| |
| ความเร็วเฉลี่ย (กม./ชม.) |
อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย (กม./ลิตร) |
| 67 |
12.5 |
| 55 |
12.5 |
| 87 |
13.8 |
|
| |
โดยเฉลี่ยแล้วถือว่าอัตราสิ้นเปลืองอยู่ในระดับที่น่าพอใจ เมื่อเปรียบเทียบกับลักษณะการขับ และมีความเป็นไปได้ที่จะทำตัวเลข 15.4 กิโลเมตรต่อลิตร ตามที่ฟอร์ดระบุไว้ |
| |
 |
| |
| ราคาฟอร์ด โฟกัส ใหม่ |
| • ฟอร์ด โฟกัส 4 ประตู 1.6 แอมเบียนท์ |
เกียร์ธรรมดา |
ราคา 759,000 บาท |
| • ฟอร์ด โฟกัส 4 ประตู 1.6 แอมเบียนท์ |
เกียร์อัตโนมัติ |
ราคา 799,000 บาท |
| • ฟอร์ด โฟกัส 4 ประตู 1.6 เทรนด์ |
เกียร์อัตโนมัติ |
ราคา 829,000 บาท |
| • ฟอร์ด โฟกัส 5 ประตู 1.6 แอมเบียนท์ |
เกียร์อัตโนมัติ |
ราคา 809,000 บาท |
| • ฟอร์ด โฟกัส 5 ประตู 1.6 เทรนด์ |
เกียร์อัตโนมัติ |
ราคา 839,000 บาท |
| • ฟอร์ด โฟกัส 4 ประตู 2.0 GDi ไทเทเนี่ยม |
|
ราคา 959,000 บาท |
| • ฟอร์ด โฟกัส 5 ประตู 2.0 GDi สปอร์ต |
|
ราคา 969,000 บาท |
| • ฟอร์ด โฟกัส 4 ประตู 2.0 GDi ไทเทเนี่ยม พลัส |
|
ราคา 1,069,000 บาท |
| • ฟอร์ด โฟกัส 5 ประตู 2.0 GDi สปอร์ต พลัส |
|
ราคา 1,079,000 บาท |
|
| |
ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ ใส่ออฟชั่นมาแบบเต็มๆ ในราคาใกล้เคียงคู่แข่ง ภายในทันสมัย แต่ด้อยในเรื่องความกว้างขวาง ซึ่งถ้านั่งกันแค่ 2 คนก็ไม่ใช่ปัญหา เครื่องยนต์ใหม่สมรรถนะสูง เสริมประสิทธิภาพด้วยเกียร์ Powershift สิ่งที่จะทำให้ยอดขายไม่พุ่งทั้งที่เป็นรถที่คุ้มค่า คือ บริการหลังการขายและอะไหล่ ถ้าได้รับการปรับปรุงสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคได้มากกว่านี้ ก็น่าจะทำให้เจ้าตลาดลำบากใจได้ไม่น้อย •
ขอบคุณ: บริษัท ฟอร์ด ประเทศไทย จำกัด อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง |
| |