motortrivia.com
m2 TEST DRIVE SECTION  |  BACK TO TEST DRIVE MAIN PAGE  |  HOME  |  ABOUT MT  |  CONTACT MT m3
 
Ford Ranger Double Cab 2.2L Hi-rider Wildtrak 6AT
 
เรื่อง - ภาพ - วีดิโอ : นาธัส แสงสุริยะ Sunday, 26 February, 2012 0:12 AM
800x
 
Ford Ranger Double Cab 2.2L Hi-rider Wildtrak 6AT
ลงตัวทั้งความแรงและความประหยัด
 
baหลังได้ทดลองขับอย่างจุใจหลากหลายสภาพเส้นทางในแบบ Group Test ไปเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว ทีมงาน มอเตอร์ทริเวีย ขอยืม ฟอร์ด เรนเจอร์ มาทดสอบเดี่ยวอีกครั้ง โดยเน้นไปที่การขับใช้งานทั่วไป อัตราเร่ง และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง

รูปลักษณ์แล้วแต่รสนิยม
baโดยส่วนตัวผมชอบรุ่น Wildtrak มากกว่ารุ่นพื้นฐาน XLT เพราะการตกแต่งด้วยชุด Wildtrak ช่วยให้ดูลุยๆ เหมาะกับประเภทรถ ต่างจากรุ่นย่อย XLT ที่ตกแต่งด้วยโครเมียมในจุดต่างๆ ยิ่งถ้าเป็นรถสีอ่อนจะช่วยให้ชุดแต่ง Wildtrak โดดเด่นขึ้นอีก มิติตัวถังอวบใหญ่ใกล้เคียง 6 ล้อเล็ก มีความยาว 5,359 มิลลิเมตร กว้าง 1,850 มิลลิเมตร สูง 1,815 มิลลิเมตร

baรูปลักษณ์และเส้นสายบนตัวถังช่วยเพิ่มความแกร่ง มาพร้อมชุดแต่งที่ดูสวยงามลงตัว ล้อและยางขนาด 265/65 R17 อาจจะดูเล็กไปนิด ถ้าเปลี่ยนเป็นล้อ 18 นิ้วของรุ่น 3.2 น่าจะช่วยเพิ่มความสวยได้อีกพอสมควร ด้วยความใหญ่โตและยังมีให้เห็นบนถนนไม่บ่อยนัก จึงตกเป็นเป้าสายตาเวลาขับไปไหนมาไหน
 
Ford Ranger Double Cab 2.2L Hi-rider Wildtrak 6AT
 
ภายในไม่น้อยหน้าเก๋ง
baในรุ่น Wildtrak จะเพิ่มการตกแต่งด้วยสีส้มบนเบาะ และตะเข็บด้ายสีส้มในจุดต่างๆ ตัดกับการตกแต่งในโทนสีดำเช่น พวงมาลัย ถุงเกียร์ เบาะ และที่เท้าแขนกลางเบาะหน้ารวมทั้งบนแผงประตู แม้วัสดุส่วนใหญ่จะเป็นพลาสติกแข็ง แต่ก็ดูดีด้วยการออกแบบและการปั๊มลาย ส่วนการประกอบถือว่าเนี๊ยบ

baพวงมาลัย 4 ก้านดูล้ำสมัยและไม่เชย บนก้านฝั่งซ้ายติดตั้งสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงและโทรศัพท์ และก้านฝั่งขวาควบคุมครูสคอนโทรล ส่วนก้านบนคอพวงมาลัยเป็นสไตล์ญี่ปุ่น ฝั่งขวาควบคุมไฟหน้าและไฟเลี้ยวซึ่งมีระบบกะพริบ 3 ครั้งถ้ายกไฟเลี้ยวไม่ถึงล็อก ฝั่งซ้ายควบคุมที่ปัดน้ำฝนปรับหน่วงเวลาได้

baพื้นชุดมาตรวัดลายสปอร์ต แทรกกลางด้วยจอดิจิตอลแสดงข้อมูลได้หลากหลาย มีมาตรวัดขนาดเล็กสำหรับวัดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง และอุณหภูมิน้ำหล่อเย็น คอนโซลกลางด้านบนมีจอแสดงผลขนาดใหญ่ สำหรับระบบเครื่องเสียง และการเชื่อมต่อโทรศัพท์ด้วย Bluetooth ถัดลงมาเป็นชุดเครื่องเสียงแบบ Built-in และสวิตช์ควบคุมเครื่องปรับอากาศ ส่วนคอนโซลเกียร์ดูโล่งไปนิด เพราะไม่มีสวิตช์หมุนเลือกระบบขับเคลื่อน
 
Ford Ranger Double Cab 2.2L Hi-rider Wildtrak 6AT
 
baเบาะหุ้มหนังผสมผ้าแซมด้วยสีส้ม ฝั่งผู้ขับปรับสูง-ต่ำได้ โอบกระชับและนั่งสบายพอควร คราวนี้ได้ลองนั่งบนเบาะหลังอย่างจริงจัง พบว่าพนักพิงปรับมุมเอียงมาพอเหมาะ นั่งแล้วหลังไม่ตรงเกินไป จึงนั่งได้นานโดยไม่เมื่อย ส่วนความกว้างขวางเหลือเฟือสำหรับผู้ใหญ่ 2 คน

baทัศนวิสัยรอบคันอยู่ในเกณฑ์ดีแม้จะปรับเบาะลงต่ำสุด (ส่วนหนึ่งอาจเพราะเบาะปรับต่ำได้ไม่มากนัก) กระจกมองข้างบานใหญ่ให้มุมมองที่ชัดเจน การกะระยะฝั่งซ้ายก็ไม่ยากเย็นนัก ใช้เวลาปรับตัวไม่นานก็สามารถขับบนทางแคบๆ ได้อย่างมั่นใจ และอย่างที่บอกไว้ตอน ทดสอบแบบกลุ่ม คือ มีการเก็บเสียงที่ดี ทั้งจากลมปะทะและเสียงยาง เช่นเดียวกับความสั่นสะเทือนจากเครื่องยนต์ ที่มีให้สัมผัสเพียงแผ่วๆ เท่านั้น การขับด้วยความเร็ว 100-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงบนทางเรียบ จึงให้ความรู้สึกนุ่มนวลและผ่อนคลาย
 
 
กลางๆ ทั้งความประหยัดและความแรง
baเครื่องยนต์มาในสูตร Down Size แบบดีเซลคอมมอนเรลเทอร์โบแปรผัน พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ความจุ 2,198 ซีซี กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,700 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 375 นิวตัน-เมตร หรือ 38.2 กก.-ม. ที่ 1,500-2,500 รอบต่อนาที ขับเคลื่อนล้อหลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมโหมด +/-

baหลังจากรับรถก็เซ็ต 0 ใหม่ทั้งหมด ขึ้นทางด่วนต่อด้วยโทลเวย์เพื่อไปถ่ายรูปแถวสุพรรณบุรี ขับแบบใช้งานทั่วไป ไม่ปั้นตัวเลข มีการเร่งแซง และใช้ความเร็วสูงบ้าง ระยะทาง 124.3 กิโลเมตร ทำความเร็วเฉลี่ย 63 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 11.6 กิโลเมตรต่อลิตร น้อยกว่าที่คาดไว้แถวๆ 12-13 กิโลเมตรต่อลิตร เข็มวัดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ค่อยกระดิกเพราะถังใหญ่ถึง 80 ลิตร

baจากนั้นเริ่มการทดสอบอัตราสิ้นเปลืองอย่างจริงจังด้วยทางด่วนลอยฟ้าบางนา-บางปะกง ใช้ความเร็ว 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนิ่งๆ ด้วยครูสคอนโทรล ขับบนลอยฟ้าสุดทางแล้วขึ้นเกือกม้ากลับรถมาขึ้นลอยฟ้าอีกครั้ง ทำความเร็วเฉลี่ย 102 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กินน้ำมันเฉลี่ย 7.7 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือ 12.98 กิโลเมตรต่อลิตร แม้จะรู้ว่าเป็นรถทรงสูงต้านลม แต่ก็ยังโลภอยากให้ประหยัดกว่านี้อีกนิด

baอัตราเร่งเป็นไปตามคาดคือ ดีในช่วงความเร็วกลางๆ และเริ่มแผ่วที่ความเร็วสูง ซึ่งมีโอกาสใช้ไม่บ่อยนัก วัดอัตราเร่งด้วยเกียร์ S พบว่าเมื่อไล่ไปถึงเกียร์ 5 อัตราเร่งที่พุ่งดีอยู่จะเหี่ยวลงไปเล็กน้อย ลองใช้โหมด +/- เพื่อบังคับไม่ให้เปลี่ยนขึ้นเกียร์สูงที่ความเร็วปลายๆ ปรากฎว่าอัตราเร่งช่วงต้นแย่กว่าในโหมดเกียร์ S น่าจะเพราะจังหวะเปลี่ยนเกียร์ของผมไม่ดีเอง และไม่มีโอกาสได้ทดลองซ้ำเพราะหมดทางวิ่ง
 
Ford Ranger Double Cab 2.2L Hi-rider Wildtrak 6AT
 
ความเร็ว (กม./ชม.) เวลา (วินาที) ระยะทาง (เมตร)
10 1.17 1.68
20 1.99 4.99
30 2.67 9.78
40 3.62 18.87
50 4.64 31.72
60 5.91 51.21
70 7.26 75.68
80 8.81 107.94
90 10.58 149.74
100 12.83 209.30
110 15.28 280.90
120 18.20 374.23
130 22.03 507.40
140 26.72 683.56
150 33.07 939.52
160 42.60 1350.41
170 72.73 2743.33
 
ระยะทาง (เมตร) เวลา (วินาที) ความเร็ว (กม./ชม.)
0-100 08.5 77.5
0-200 12.6 98.5
0-402 19.1 122.3
0-1000 34.7 151.1
 
ความเร็วสูงสุด 172.0 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
 
 
baเกียร์อัตโนมัติมีโหมด D และโหมด S พร้อมฟังก์ชั่น +/- ซึ่งถ้าใช้โหมดนี้จะลากรอบสูงสุดได้ประมาณ 4,700 รอบต่อนาที และจะคาอยู่แถวๆ นั้น ไม่มีอาการกระตุกเพราะตัดการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง และจะคิ๊กดาวน์ไม่ได้ รวมทั้งเปลี่ยนขึ้นเกียร์สูงที่ความเร็วต่ำก็ไม่ได้เช่นกัน โดยระบบจะเตือนด้วยการกะพริบของเลขบอกตำแหน่งเกียร์ ถ้าอยู่ในโหมด D หรือ S (ไม่ใช้ +/-) จะลากรอบได้ประมาณ 4,000 รอบต่อนาทีก่อนเกียร์จะเปลี่ยนขึ้นสูง ทั้งในการขับใช้งานทั่วไปและลากรอบสูงเพื่อวัดอัตราเร่ง การเปลี่ยนเกียร์ก็ยังคงความนุ่มนวล และต่อเนื่องฉับไว

ba
ที่ความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงบนชุดมาตรวัด ความเร็วบนเครื่องมือวัดอัตราเร่งที่ใช้ดาวเทียมจะขึ้นเพียง 96 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และที่ความเร็วสูงสุด 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนมาตรวัดจะชี้ไปที่เกือบ 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กับรอบเครื่องยนต์ประมาณ 3,000 รอบต่อนาที

baเห็นในโฆษณาระบุว่าน้ำมัน 1 ถัง 80 ลิตร ขับได้ 1,600 กิโลเมตร หรือประมาณ 20 กิโลเมตรต่อลิตร พอๆ กับรถเก๋งดีเซล 2,000 ซีซี สงสัยว่าต้องใช้ความเร็วเท่าไร จึงเลือกให้หน้าจอในชุดมาตรวัดแสดงอัตราสิ้นเปลืองแบบ Real-Time แล้วลองใช้ความเร็วต่างๆ ด้วยครูสคอนโทรล พบว่าที่ความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะมีอัตราสิ้นเปลือง Real-Time ประมาณ 5.5 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือ 18.18 กิโลเมตรต่อลิตร
 
ความเร็ว (กม./ชม.) รอบต่อนาที
80 1,400
90 1,600
100 1,750
110 1,900
120 2,100
130 2,200
140 2,500
150 2,600
160 2,800
 
Ford Ranger Double Cab 2.2L Hi-rider Wildtrak 6AT
 
นุ่มและหนักแน่น
baระบบกันสะเทือนเซ็ตมาลงตัว ทั้งในด้านความนุ่มนวลที่ความเร็วต่ำ-ปานกลาง บนทางเรียบสามารถขับได้ยาวๆ โดยไม่เหนื่อยล้า เพราะแทบไม่มีอาการดีดเด้งแบบรถกระบะเลย อาจเพราะเป็นรุ่น 4 ประตูที่เน้นโดยสารมากกว่าบรรทุก ที่ความเร็วสูงก็ยังมั่นคงไม่วูบวาบ ส่วนบนทางขรุขระหรือออฟโรดนิดๆ ก็ให้ความหนักแน่นแข็งแรง แต่จะเริ่มรู้สึกถึงความสะเทือนบ้าง

baพวงมาลัยแม่นยำและราบเรียบ แป้นเบรกความรู้สึกไวไปนิด เบรกครั้งแรกอาจมีอาการหัวทิ่มหัวตำ ใช้เวลาปรับตัวไม่นานก็จะใช้พลังเบรกที่มีให้อย่างเหลือเฟือได้อย่างนุ่มนวล ลองกดเบรกเน้นๆ ที่ความเร็วปานกลาง รถถูกดึงให้ช้าลงอย่างรวดเร็วและมั่นคง แม้ช่วงล่างและเบรกจะให้ความมั่นใจที่ความเร็วสูง แต่ก็ยังคงเป็นรถกระบะที่เน้นความทนทาน และรองรับการบรรทุกเป็นหลัก การขับจึงควรเผื่อเหลือเผื่อขาดไว้มากหน่อย

baฟอร์ด เรนเจอร์ Double Cab Hi-rider Wildtrak เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ เพิ่มความสบายเมื่อใช้งานในเมือง เด่นกว่าเก๋งในแง่ความกว้างขวางภายใน และมีกระบะท้ายสำหรับบรรทุก สมรรถนะและความประหยัดอยู่ในระดับกลางๆ ช่วงล่างถูกปรับให้โดยสารได้สบายขึ้น ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ช่วยให้ประหยัดขึ้นอีกนิด และยังคงสามารถลุยทางวิบากแบบไม่โหดมากได้ด้วย

ขอบคุณ: บริษัท ฟอร์ด ประเทศไทย จำกัด เอื้อดเฟื้อรถยนต์ในการทดสอบ
800x
 
ราคา ฟอร์ด เรนเจอร์ 2.2
ราคาพิเศษเฉพาะช่วงเปิดตัว หมดเขต 29 ก.พ. 55
 
รุ่นย่อย ระบบส่งกำลัง ราคา (บาท)
Ford Ranger Open Cab 2.2L ธรรมดา 6 จังหวะ 659,000
Ford Ranger Open Cab 2.2L Hi-rider XLT ธรรมดา 6 จังหวะ 699,000
Ford Ranger Open Cab 2.2L Hi-rider Wildtrak ธรรมดา 6 จังหวะ 759,000
Ford Ranger Double Cab 2.2L XLT ธรรมดา 6 จังหวะ 739,000
Ford Ranger Double Cab 2.2L Hi-rider XLT ธรรมดา 6 จังหวะ 779,000
Ford Ranger Double Cab 2.2L Hi-rider XLT อัตโนมัติ 6 จังหวะ 799,000
Ford Ranger Double Cab 2.2L Hi-rider Wildtrak อัตโนมัติ 6 จังหวะ 869,000
Ford Ranger Double Cab 2.2L 4x4 XLT ธรรมดา 6 จังหวะ 879,000
Ford Ranger Double Cab 2.2L 4x4 Wildtrak อัตโนมัติ 6 จังหวะ 969,000
 
Ford Ranger Double Cab 2.2L Hi-rider Wildtrak 6AT
 
อุปกรณ์มาตรฐาน
 
ระบบเครื่องเสียง  
วิทยุพร้อมเครื่องเล่น CD/MP3 แบบแผ่นเดียว มี
ช่องต่อ AUX มี
ช่องต่อ USB มี
ระบบเชื่อมต่อบลูทูธ และ ระบบสั่งงานด้วยเสียง มี
ลำโพง 6
จอแสดงผลข้อมูลอเนกประสงค์แบบจอใหญ่ มี
ภายนอก  
Double Cab 2.2L Hi-rider Wildtrak 6AT  
กระจังหน้า และมือจับเปิดประตู Wildtrak
บันไดข้าง มี
ยางกันโคลนหน้า มี
สปอร์ตบาร์ และราวหลังคา มี
ราวเสริมขอบกระบะท้าย มี
ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ มี
ไฟตัดหมอกหน้า Painted Bezel
ไฟเบรกดวงที่สาม มี
กันชนหน้าสีเดียวกับตัวรถ มี
กันชนหลัง Accent Steel
กระจกมองข้าง โครเมียม
กระจกมองข้างแบบปรับไฟฟ้า มี
กระจกมองข้างพับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว มี
ไฟส่องสว่างข้างตัวรถ มี
พื้นปูกระบะท้าย มี
ภายใน  
Double Cab 2.2L Hi-rider Wildtrak 6AT  
ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ มี
ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร มี
พวงมาลัยและหัวเกียร์ Wildtrak
สวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงบนพวงมาลัย มี
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ มี
ระบบปรับอากาศ มี
ที่บังแดดด้านคนขับพร้อมที่เสียบนามบัตร มี
ที่บังแดดด้านผู้โดยสารพร้อมกระจกส่องหน้า มี
กระจกด้านหน้าปรับไฟฟ้าพร้อมระบบเปิด-ปิดแบบสัมผัสเดียวด้านคนขับ มี
กระจกด้านหลังปรับไฟฟ้า มี
มือจับประตูด้านใน โครเมียม
เบาะนั่งและแผงข้างประตู Wildtrak
เบาะนั่งด้านหน้าแบบแยกคนขับและผู้โดยสาร มี
เบาะนั่งคนขับปรับตำแหน่งได้ 4 ทิศทาง มี
เบาะนั่งด้านหลังพนักพิงศรีษะปรับสูง-ต่ำได้ มี
พรม Wildtrak มี
ช่องเก็บของเหนือศีรษะ มี
คอนโซลกลางพร้อมที่วางแก้ว มี
ความปลอดภัย  
กุญแจรีโมทแบบพับเก็บได้ มี
ระบบป้องกันล้อล็อคและกระจายกำลังในการเบรก ABS & EBD มี
ไล่ฝ้ากระจกหลัง มี
ถุงลมนิรภัยคู่หน้า มี
เข็มขัดนิรภัยสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง มี
ระบบเซ็นทรัลล็อค มี
 
m2 FORD RANGER DOUBLE CAB 2.2 HI-RIDER WILDTRACK 6AT  •  CLICK IMAGES TO ENLARGE m3
 
   
 
800x
Specification: Ford Ranger Double Cab 2.2L Hi-rider Wildtrak 6AT
 
แบบตัวถัง กระบะ 4 ประตู
ยาว x กว้าง x สูง 5,359 x 1,850 x 1,815 มิลลิเมตร
ฐานล้อ 3,220 มิลลิเมตร
ความกว้างล้อหน้า/หลัง 1,590/1,590 มิลลิเมตร
ระยะต่ำสุดจากพื้น 232 มิลลิเมตร
แบบเครื่องยนต์ ดีเซลคอมมอนเรลเทอร์โบแปรผัน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว อินเตอร์คูลเลอร์
ความจุ 2,198 ซีซี
กระบอกสูบ x ช่วงชัก 86 x 94.6 มิลลิเมตร
อัตราส่วนการอัด 15.7:1
กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,700 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 38.21 กก.-ม. ที่ 1,500-2,500 รอบต่อนาที
ระบบส่งกำลัง อัตโนมัติ 6 จังหวะ
ระบบขับเคลื่อน ล้อหลัง
ระบบบังคับเลี้ยว แร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์
ระบบกันสะเทือนหน้า อิสระ ปีกนก 2 ชั้น
ระบบกันสะเทือนหลัง คานแข็ง แหนบซ้อน
ระบบเบรกหน้า/หลัง ดิสก์พร้อมครีบระบายความร้อน/ดรัม พร้อมเอบีเอส และอีบีดี
ผู้จำหน่าย บริษัท ฟอร์ด ประเทศไทย จำกัด
โทรศัพท์ Call Center 02-686-5899
เวบไซต์ www.ford.co.th
 
 
 
M A N U F A C T U R E R S   I N D E X  :
• MORE ABOUT FORD  :  CLICK  >  FORD NEWS SECTION
800x
R E L A T E D   N E W S  :
• TEST DRIVE : Ford Fiesta 5Dr 1.4 Style AT ทดลองขับรุ่น Entry Level ของ Fiesta 5 ประตู
• TEST DRIVE : Ford Ranger Double Cap 2.2 Wildtrak 4x4 / 4x2 6AT ทดลองขับแบบกลุ่ม - แกร่งนอกนุ่มใน สไตล์เอสยูวี
• REPORT : Ford ฉลองการเปิดสายการผลิต Ford Ranger เตรียมส่งตรงจาก ออโต้อัลลายแอนซ์ จังหวัดระยอง พฤศจิกายนนี้
• TEST DRIVE : Ford Focus TDCi PowerShift แม้จะขาดความสด แต่ก็ยังน่าสนใจที่เครื่องยนต์และเกียร์ PowerShift
• TEST DRIVE : Ford Focus 2.0L Sport+ กับราคา 8.49 แสนบาท ความลงตัวของสมรรถนะและความคุ้มค่า
• TEST DRIVE : Ford Fiesta 5Dr 1.6 Sport PowerShift ล้ำทั้งรูปลักษณ์และเทคโนโลยี เด่นที่เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ
• GRAND OPENING : Ford Ranger All-New เผยโฉมคันจริงเป็นครั้งแรกในภูมิภาคอาเซียน ก่อนโชว์ตัวในงาน บางกอก มอเตอร์โชว์
• GRAND OPENING : Ford Focus ปรับโฉมใหม่ มาพร้อมความโฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว สไตล์สปอร์ต เพิ่ม 3 อุปกรณ์อำนวยความสะดวก
• GRAND OPENING : Ford Fiesta เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมเผยโฉมทุกโชว์รูมฟอร์ด ทั่วประเทศไทย
• REPORT : Ford ชวนสื่อฯ ทดสอบประสิทธิภาพเกียร์ PowerShift นวัตกรรมระบบเกียร์แห่งอนาคตจาก Ford
 
 
 
what do u think
FLT   FRT
   
  760  
   
  760  
 
 
FBL   FBR
 
 
 
1000x
Copyright © 2009 MT Team | online automotive news and web video. all rights reserved | www.motortrivia.com | e-mail : motortrivia@hotmail.com  mail