motortrivia.com
m2 TEST DRIVE SECTION  |  BACK TO TEST DRIVE MAIN PAGE  |  HOME  |  ABOUT MT  |  CONTACT MT m3
 
Mazda BT-50 Pro
 
เรื่อง - ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ  และ มาสด้า ประเทศไทย Sunday, 5 February, 2012 0:05 AM
800x
 
Mazda BT-50 Pro Freestyle Cab Hi-Racer 4x2 6MT
หลวงพระบาง-เวียงจัน 11 ชั่วโมง 380 กม.
 
baทิ้งช่วงหลังเปิดตัว เพียง 1 สัปดาห์ มาสด้า ก็เชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมทดสอบสมรรถนะของปิกอัพสายพันธุ์ใหม่ BT-50 Pro บนเส้นทางไทย-ลาว โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ทีมงาน มอเตอร์ทริเวีย อยู่กลุ่ม 2 วันที่ 1 - 3 กุมภาพันธ์ ใช้เส้นทางหลวงพระบาง-อุดรธานี เริ่มต้นเดินทางโดยเครื่องบินจากสุวรรณภูมิไปลงที่สนามบินหลวงพระบาง จากนั้นขับกลับมาที่อุดรธานี

baออกเดินทางจากเมืองไทยด้วยเที่ยวบิน PG941 ของ บางกอกแอร์เวย์ ถึงสนามบินหลวงพระบางประมาณ 11.15 น. ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองที่ไม่ยุ่งยาก เดินทะลุมาด้านหลังก็พบกับ BT-50 Pro จอดเรียงรายอยู่หลายสิบคัน ผมได้ขับรุ่น Freestyle Cab Hi-Racer ยกสูงขับเคลื่อน 2 ล้อ เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ

baที่ประเทศลาวใช้รถพวงมาลัยซ้ายและขับชิดขวา ส่วน BT-50 Pro ที่นำไปจากเมืองไทยเป็นพวงมาลัยขวาและต้องขับชิดขวา แต่การเดินทางในเมืองหลวงพระบางก็ไม่สับสน ส่วนหนึ่งเพราะมีรถนำขบวนที่จะบอกเส้นทางและกำกับการขับ ผ่านทางวิทยุที่มีประจำรถทุกคัน รวมทั้งเป็นการเดินทางเป็นขบวน มีรถสต๊าฟขับนำ คั่นกลาง และปิดท้ายขบวน แม้ไม่รู้จักทางและไม่ชินกับการขับรถชิดขวา แต่ก็ไม่เครียดหรือกังวลแต่อย่างใด
 
Mazda BT-50 Pro
 
baอุ่นเครื่องด้วยการขับไปทานอาหารกลางวันที่ร้าน เทพบุปผา ซึ่งห่างจากสนามบินเพียง 5.3 กิโลเมตร อิ่มแล้วเดินทางเข้าสู่ช่วงทดสอบพิเศษถนนขรุขระและทางฝุ่น มุ่งหน้าไปยัง บ้านผานม จอดรถลงเรือไปชมธรรมชาติที่มีทั้งน้ำตก และกิจกรรมท้าทายต่างๆ จากนั้นนั่งเรือกลับมาเพื่อเดินทางไปยังที่พัก The Grand Luang Prabang ระยะทางที่ขับในวันแรก 40 กิโลเมตร ความเร็วเฉลี่ย 26 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองตามมาตรวัด 9.4 กิโลเมตรต่อลิตร

baโปรแกรมช่วงบ่ายประกอบด้วยการนั่งรถตู้เพื่อศึกษาเรียนรู้ประเพณีวัฒนธรรมของประเทศลาว เริ่มต้นจากพิพิธภัณฑ์พระราชวังหลวง Royal Palace Museum ต่อด้วย วัดเชียงทอง (Wat Xieng Thong) ซึ่งตั้งอยู่บนถนนเลียบแม่น้ำโขง จากนั้นกลับมาพักผ่อนที่โรงแรม ก่อนจะนั่งรถตู้ไปทานอาหารค่ำ พร้อมชมการแสดงที่ร้าน เฮือนหลวงพระบาง และไปเดินย่อยอาหารที่ตลาดค่ำ Night Market เป็นถนนคนเดิน เปิดตั้งแต่ 5 โมงเย็น - ประมาณ 4 ทุ่ม และกลับโรงแรมเพื่อพักผ่อน
 
Mazda BT-50 Pro
 
Mazda BT-50 Pro
 
หลวงพระบาง-เวียงจัน ครึ่งวัน 380 กิโลเมตร
baเช้าวันที่ 2 ออกเดินทางจากโรงแรม The Grand Luang Prabang ประมาณ 8.30 น. โดยมีจุดหมายอยู่ที่ โรงแรมดอนจัน ที่เมืองเวียงจัน ตรวจสอบระยะทางแล้วก็แค่ 380 กิโลเมตรเท่านั้น ถ้าอยู่ในเมืองไทยน่าจะใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 5 ชั่วโมง แต่ในกำหนดการระบุไว้ว่าถึงเวียงจัน 5 โมงเย็น ใช้เวลาเดินทางรวมแวะพักประมาณเกือบ 10 ชั่วโมง สอบถามเพื่อนสื่อมวลชนที่เคยมาแล้วจึงทราบว่า เป็นเพราะถนนหนทางยังไม่ค่อยดีนัก

baเดินทางด้วยรถคันเดิมและผมเป็นผู้ขับโดยเซ็ต 0 ใหม่หมด ทางช่วงแรกมีลักษณะคดเคี้ยวขึ้น-ลงเขา ผิวทางยางมะตอยเรียบพอสมควร ใช้ความเร็วได้ประมาณ 50 - 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และถนนเป็นแบบ 2 เลนสวน จึงต้องมีการแซงรถช้าหลายครั้ง การแซงก็ต้องเบนรถอออกด้านซ้าย แต่เนื่องจากเป็นรถพวงมาลัยขวา ถ้าเป็นการขับปกติจะอันตรายมาก เพราะผู้ขับจะยังไม่เห็นว่ามีรถสวนมาหรือไม่ จนกว่าจะเบนรถออกไปทั้งคัน ถึงตอนนั้นอาจโดนรถที่สวนมาชนประสานงาไปแล้ว
 
Mazda BT-50 Pro
 
baแต่เนื่องจากการเดินทางครั้งนี้มีการตั้งขบวน มีรถนำ คั่นกลาง และปิดท้าย ทุกคันมีวิทยุสื่อสาร และมีเบอร์ประจำรถ ซึ่งถูกขอร้องว่าให้ขับเรียงเบอร์ ไม่ใช่เพื่อความสวยงามแต่เพื่อความปลอดภัย ยกตัวอย่างเช่น ผมได้ขับรถเบอร์ 16 เมื่อหัวขบวนรายงานว่ามีรถขับสวนลงไป ผมยังมีเวลาอีกประมาณ 30 วินาที ที่จะแซงรถคันอื่นที่ขับช้าอยู่ด้านหน้า เพราะรถที่ขับสวนลงมาต้องผ่านรถในขบวนตั้งแต่เบอร์ 1 ถึงเบอร์ 15 ช่วยให้กะระยะรถที่สวนมาได้ง่ายขึ้น สามารถแซงได้อย่างปลอดภัย และช่วยลดเวลาในการเดินทางได้ด้วย โดยเมื่อโผล่ฝั่งซ้ายของรถออกไป เพื่อนที่นั่งไปด้วยก็จะช่วยยืนยันอีกครั้งว่าไม่มีรถสวนมา แล้วค่อยเบนหัวออกไปทั้งคันเพื่อแซง

baไม่ใช่เฉพาะรถนำเท่านั้นที่มีหน้าที่รายงานการจราจรด้านหน้า หรือบอกว่ามีรถสวนลงไปแล้ว แต่รถที่อยู่ในขบวนทุกคัน ก็สามารถรายงานสถานการณ์ต่างๆ ให้เพื่อนสมาชิกรับรู้ได้เช่นกัน เช่น รายงานว่ารถคันที่สวนหัวขบวนลงไปนั้น ตอนนี้อยู่ตรงไหนของขบวนแล้ว เพื่อให้เพื่อนที่อยู่ท้ายขบวนกะระยะได้ถูก และตัดสินใจว่าจะแซงหรือไม่แซง

baรวมทั้งการแจ้งเตือนสิ่งกีดขวางข้างทาง ที่อาจโผล่มาหลังจากที่รถนำขับผ่านไปแล้ว ซึ่งก็พบได้บ่อยๆ เช่น มอเตอร์ไซค์ รถการเกษตร คน รวมทั้งสัตว์เลี้ยงต่างๆ มีหลายครั้งที่รถในขบวนต้องเบรกเพราะโดนสัตว์เลี้ยงตัดหน้ารถ เมื่อมีวิทยุสื่อสาร Co-Driver ก็จะบอกว่ารถหมายเลขนี้เบรกกะทันหัน รถหมายเลขที่ตามมาก็จะได้เตรียมตัวเบรก ส่วนรถหมายเลขก่อนหน้าก็จะชลอความเร็ว เพื่อรอให้กลับมาต่อกันเป็นขบวน ช่วยให้ขับได้อย่างสบายใจไม่เครียดและปลอดภัย
 
Mazda BT-50 Pro
 
จากภาพ: มร. โชอิชิ ยูกิ กรรมการผู้จัดการ มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และ คุณสุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
800x
 
baออกจากโรงแรมมาได้ประมาณ 42 กิโลเมตร ก็มีเพื่อนสมาชิกวิทยุบอกว่าอยากเข้าห้องน้ำ ซึ่งเป็นภาษาสุภาพเพราะระหว่างทางไม่มีห้องน้ำให้เข้า ก็ต้องอาศัยป่าข้างทางแทนห้องน้ำ ผู้ชายยังไม่เท่าไร แต่ผู้หญิงที่ร่วมขบวนก็ต้องใช้วิธีเดียวกัน ระหว่างรอก็กดดูอัตราสิ้นเปลืองได้ 9 กิโลเมตรต่อลิตร ความเร็วเฉลี่ย 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถือว่าอยู่ในระดับค่อนข้างประหยัด เพราะใช้แค่เกียร์ 1 - 4 เท่านั้น

baตามกำหนดการระบุว่าถึงร้านอาหาร เพียงภูฟ้า สามแยกภูคูณเวลา 11.00 น. แต่เอาเข้าจริงขบวน BT-50 Pro ไปถึงร้านอาหารประมาณ 12.30 น. ทำใจว่าต้องถึงที่หมายล่าช้ากว่ากำหนดแน่ๆ จอดรถแล้วบันทึกข้อมูลพบว่าขับไป 136.3 กิโลเมตร อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 9.6 กิโลเมตรต่อลิตร ความเร็วเฉลี่ย 38 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อากาศเย็นสบาย 20 องศาเซลเซียส
 
Mazda BT-50 Pro
 
baหมดโปรโมชั่นทางลาดยาง ก็เจอเข้ากับทางฝุ่นแดงสุดโหด สังเกตว่าก่อนนี้น่าจะเป็นทางลาดยางแต่ถนนเสียหายค่อนข้างมาก และไม่มีการซ่อมแซม หลายครั้งจึงต้องมีการ 'ดำฝุ่น' กันบ้าง โดยหัวขบวนจะวิทยุมาบอกให้ทิ้งช่วงกันเล็กน้อยเผื่อระยะเบรก และป้องกันหินดีดใส่รถคันหลังเสียหาย รวมทั้งบอกให้ 'รูด' หลุมต่างๆ เพื่อทำเวลาด้วยเพราะอยากให้หลุดจากถนนช่วงนี้ก่อนค่ำ จะขับฉวัดเฉวียนเพื่อหลบหลุมก็น่ากลัวอันตราย เพราะคันหน้าๆ ลุยไว้จนฝุ่นฟุ้ง มองทางไม่ค่อยชัด ผมจึงใช้วิธีรูดหลุมอยู่ในเลนตัวเอง ระหว่างทางมีแวะประปรายเพื่อ 'เข้าห้องน้ำ' และเปลี่ยนอิริยาบท

baเมื่อเริ่มเข้าใกล้ตัวเมืองเวียงจัน สภาพถนนเริ่มดีขึ้นบ้าง พร้อมๆ กับรถราที่เริ่มขวักไขว่ และความมืดที่ปกคลุมค่อนข้างเร็ว ในที่สุดก็มาถึงที่พัก โรงแรมดอนจัน เวลาประมาณ 19.20 น. ช้ากว่ากำหนดถึง 2 ชั่วโมง รวมระยะทางที่ขับ 382.3 กิโลเมตร อัตราสิ้นเปลืองดีกว่าที่คิดไว้ 10.5 กิโลเมตรต่อลิตร ความเร็วเฉลี่ย 42 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เข็มวัดน้ำมันเชื้อเพลิงชี้ต่ำกว่าครึ่งถังไปเล็กน้อย จากที่ออกจากโรงแรมด้วยน้ำมันเต็มถัง 80 ลิตร
 
Mazda BT-50 Pro
 
รูปลักษณ์แล้วแต่รสนิยม
baทีมออกแบบ มาสด้า BT-50 Pro ต้องการจะฉีกแนวทางในการออกแบบปิกอัพแบบเดิมๆ ด้วยการใส่ความสปอร์ตล้ำสมัยและหรูหราลงไปในรูปทรงของปิกอัพ โดยยังคงความแข็งแรงบึกบึนเอาไว้เช่นเดิม ผลลัพท์จึงออกมาอย่างที่เห็นคือ เป็นปิกอัพที่ดูสปอร์ตสุดๆ โดยเฉพาะด้านหน้าซึ่งดูคล้ายรถเก๋งอย่าง มาสด้า3 ใหม่ โคมไฟหน้าทรงเพรียว รับกับกระจังขนาดใหญ่และกันชนหน้าทรงสปอร์ต ด้านข้างให้ความรู้สึกแข็งแรงและต่อเนื่องด้วยโป่งล้อชิ้นเดียวกับตัวถัง

baส่วนด้านท้ายอาจขัดตาบางคนด้วยชุดไฟท้ายแนวนอน ต่างจากปิกอัพทั่วไปที่เป็นแนวตั้ง ไม่ต้องกังวลเรื่องความทนทาน เพราะส่วนที่ติดกับฝาท้ายซึ่งต้องเปิด-ปิดและอาจมีการกระแทกจากการใช้งานไม่มีหลอดไฟอยู่ภายใน เป็นชุดโคมเพื่อความสวยงามเท่านั้น โดยชุดไฟถอยหลังจะแยกไปติดที่มุมล่างของตัวถัง

baมิติตัวถังรุ่น Freestyle Cab Hi-Racer 4x2 มีความยาว 5,365 มิลลิเมตร กว้าง 1,850 มิลลิเมตร สูง 1,821 มิลลิเมตร ฐานล้อ 3,220 มิลลิเมตร
 
Mazda BT-50 Pro
 
baถ้าไม่เหลือบไปเห็นกระจกส่องข้างบานโต ก็ไม่น่าจะรู้ว่านี่คือห้องโดยสารของปิกอัพ เพราะทั้งการออกแบบ วัสดุที่ใช้ รวมทั้งอุปกรณ์มาตรฐานต่างๆ มีความสวยงามและครบครัน ดูสปอร์ตและหรูหรา ส่วนความกว้างขวางมีให้แบบเหลือเฟือแม้เป็นรุ่นแค็บเปิดได้ เบาะนั่งโอบกระชับพอดีไม่อึดอัด เกียร์ธรรมดาออกแบบให้สั้นไม่เกะกะและดูสวยงาม ที่เท้าแขนบนแผงประตูบุด้วยวัสดุที่นุ่มนวล ใช้วางพักข้อศอกได้อย่างสบาย พวงมาลัยสปอร์ต 3 ก้าน ปรับได้แค่สูง-ต่ำ และรุ่นที่ผมขับไม่มีระบบมัลติฟังก์ชั่น แต่ก็ไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไร บานแค็บเปิดได้กว้าง มีช่องใส่ของพร้อมฝาปิด

baเวลารูดหลุมหรือรอยต่อถนนพบว่า เสียงการทำงานของช่วงล่างค่อนข้างเงียบ และเป็นไปในสไตล์หนักแน่น ส่วนเสียงตัวถังบิดตัวหรือชิ้นส่วนภายในห้องโดยสารเสียดสีกัน ไม่ค่อยได้ยินมากนัก การเก็บเสียงเมื่อใช้ความเร็วสูงยังวัดอะไรไม่ได้ เพราะแทบไม่ได้ใช้ความเร็วเลย ส่วนเสียงจากเครื่องยนต์มีให้ได้ยินบ้างโดยเฉพาะเมื่อลากรอบสูงๆ ลองสตาร์ตเครื่องยนต์แล้วออกไปยืนฟังนอกรถ เสียงเครื่องยนต์ก็ไม่ดังมากนัก
 
Mazda BT-50 Pro
 
150 แรงม้า สนุกด้วยเกียร์ธรรมดา
baBT-50 Pro คันที่ผมขับใช้เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล เทอร์โบแปรผัน 2,198 ซีซี อินเตอร์คูลเลอร์ 150 แรงม้า ที่ 3,700 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 38.21 กก.-ม. ที่ 1,500-2,500 รอบต่อนาที เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหลัง จุดที่ชอบใจตั้งแต่ที่ขับออกจากสนามบินหลวงพระบางคือ จังหวะโยกคันเกียร์ที่สั้นกระชับและแม่นยำ และระยะคลัตช์ที่ค่อนข้างตื้น ปล่อยคลัตช์นิดเดียวก็เริ่มจับตัวแล้ว

baช่วงออกเดินทางจากหลวงพระบางเป็นทางคดโค้งขึ้นเขา บางช่วงรู้สึกว่าถ้าใช้เกียร์ 2 รอบก็จะสูงไปนิด พอเปลี่ยนขึ้นเกียร์ 3 ก็พบว่ารถไม่ค่อยมีแรงไต่ กดคันเร่งเพิ่มความเร็วก็ไม่ได้เพราะติดคันหน้า รวมทั้งสภาพเส้นทางก็ไม่อำนวย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะต้องเดินทางเป็นขบวนจึงไม่สามารถควบคุมความเร็วด้วยตัวเองได้ ถ้าขับคันเดียวอาจอยู่ในเกียร์ 2 แล้วลดความเร็วลงหน่อยเพื่อไม่ให้รอบสูงเกินไป แต่ขับเป็นขบวนทำแบบนั้นไม่ได้เพราะขบวนจะถ่างออก

baทดลองอยู่หลายครั้ง โดยลากเกียร์ 2 ที่รอบ 3,000-3,500 รอบต่อนาที แล้วเปลี่ยนลงเกียร์ 3 โดยไม่กดคันเร่งเพิ่มความเร็ว เครื่องยนต์จะมีอาการเหี่ยวเล็กน้อย จึงอดสงสัยไม่ได้ว่าอัตราทดเกียร์ 2 และ 3 ห่างกันแค่ไหน พอมีโอกาสจึงเปิดดูสเปคพบว่า เกียร์ 2 มีอัตราทด 2.839 และเกียร์ 3 มีอัตราทด 1.721 ห่างกันเกือบ 40 เปอร์เซ็นต์
 
Mazda BT-50 Pro
 
baเพื่อไม่ให้ทรมานเครื่องยนต์มากเกินไป จึงใช้วิธีเมื่อพ้นทางชันหรือชันไม่มากก็จะส่งด้วยเกียร์ 2 แล้วเปลี่ยนเป็นเกียร์ 3 พอรถเริ่มหมดกำลังก็จะเปลี่ยนกลับมาเกียร์ 2 อีกครั้ง ยังดีที่คลัตช์ไม่หนักมากและระยะโยกเกียร์สั้น ก็เลยไม่เหนื่อยและไม่เสียจังหวะในการขับ ปัญหาที่พบกันหลายคนคือ เมื่อดึงคันเกียร์มาที่เกียร์ 2, 4 และ 6 ข้อศอกจะติดปีกเบาะผู้ขับ ส่วนเกียร์ถอยหลังไม่มีปัญหาเพราะใช้วิธียกแป้นใต้หัวเกียร์ขึ้น ผลักคันเกียร์ไปซ้ายสุดแล้วดันขึ้นบน

baอย่างที่เกริ่นไว้ตอนต้นว่า ตลอดการขับกว่า 380 กิโลเมตรใช้แค่เกียร์ 1 - 4 เท่านั้น นานๆ จะแอบขึ้นเกียร์ 5 บ้าง แต่ก็เป็นการขึ้นแบบไม่จำเป็น เพราะรอบในเกียร์ 4 ยังไม่หมด แค่อยากจะลองเข้าเกียร์ 5 ดูบ้างรวมไปถึงเกียร์ 6 ด้วย จะได้ใช้ให้ครบทุกเกียร์ สาเหตุที่ใช้ความเร็วสูงไม่ได้เพราะเส้นที่ทางใช้ ช่วงแรกทางราดยางเรียบ แต่ก็ขึ้น - ลงเขาลาดชันคดโค้ง ส่วนทางราบผิวการจราจรก็ขรุขระเป็นหลุมบ่อ

baในรุ่น 2,200 ซีซี เกียร์ธรรมดา ไม่มีน้ำหนักบรรทุกด้านหลัง อัตราเร่งช่วงออกตัวถึงความเร็วปานกลางนับว่าทันใจมาก โดยเฉพาะในช่วง 2,500 รอบต่อนาทีขึ้นไป กดคันเร่งลงไปแค่ไหน รถจะพุ่งตามเท้าทันที รุ่นเกียร์ธรรมดามีไฟเตือนให้เปลี่ยนเกียร์ขึ้นสูงอยู่ด้านล่างของมาตรวัดรอบ โดยจะเตือนในรอบที่ให้ความประหยัดสูงสุด เดาจากอัตราสิ้นเปลืองที่ได้จากการขับแบบโหดๆ แล้ว ถ้าขับความเร็วปานกลางต่อเนื่องและคงที่ น่าจะได้แถวๆ 13 กิโลเมตรต่อลิตร
 
Mazda BT-50 Pro
 
ช่วงล่างไว้ใจได้
baก่อนออกเดินทางจากหลวงพระบางไปเวียงจัน ผมปรับเบาะนั่งลงต่ำสุดแล้วปรับพวงมาลัยตามลงมา เลื่อนเบาะให้เหยียบคลัตช์สุดแล้วเข่างอนิดๆ ช่วงที่ขับผ่านในเมืองที่รถค่อนข้างพลุกพล่าน ก็ไม่รู้สึกว่าขับยากหรือกะระยะไม่ถูกแต่อย่างใด การปรับเบาะต่ำช่วยให้เวลาขับบนทางคดโค้ง ร่างกายจะถูกเหวี่ยงน้อยลง ทำให้บังคับรถได้สะดวกขึ้น

baระบบกันสะเทือนของ BT-50 Pro เป็นแบบอิสระ ปีกนก 2 ชั้น คอยล์สปริงพร้อมเหล็กกันโคลงที่ด้านหน้า ส่วนด้านหลังรูปแบบมาตรฐานปิกอัพคือ คานแข็งและแหนบ การขับใช้งานในเมืองให้ความนุ่มนวลไม่ค่อยมีอาการดีดมากนัก แต่เมื่อขับผ่านถนนขรุขระจะรู้สึกกระด้างเล็กน้อย ไม่แน่ใจว่าเติมลมยางไว้แค่ไหน พวงมาลัยแร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์ มีการผ่อนแรงที่พอเหมาะ ความแม่นยำฉับไวอยู่ในระดับดีเมื่อเทียบกับประเภทของรถ

baบนทางลาดยางคดโค้ง ช่วงล่างและพวงมาลัยทำงานสอดคล้องกันได้ดี ช่วยให้การประคองพวงมาลัยไล่ไปตามความโค้งของถนน ทำได้อย่างมั่นใจแม้ใช้ความเร็วสูงกว่าปกติเล็กน้อย เมื่อกระชากพวงมาลัยเปลี่ยนทิศทางกะทันหัน ช่วงล่างก็ยังตอบสนองได้อย่างทันใจ และไม่มีอาการวูบวาบ เสียดายที่ไม่มีช่วงให้ใช้ความเร็วสูงได้มากนัก มีบางช่วงที่เจอกับฝนตกก็ยังขับใช้ความเร็วได้เท่าเดิม เพียงแต่เว้นระยะห่างคันหน้าเพิ่มขึ้นอีกนิด
 
Mazda BT-50 Pro
 
baช่วงที่ขับผ่านถนนขรุขระมีหลุมบ่อลึกๆ พบว่ายางขนาด 265/65/17 ช่วงดูดซับแรงกระแทกไปได้ส่วนหนึ่ง และช่วงล่างก็ทำงานได้ดี ระยะยืด - ยุบที่มีมากช่วยให้การขับตกหลุมใหญ่ๆ ที่ความเร็วประมาณ 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่กระแทกกระทั้นมากนัก และยังสามารถควบคุมรถได้อย่างมั่นใจ

baช๊อคแอ็บซอร์เบอร์รั้งการเต้นของสปริงหน้าและแหนบหลังได้ดี ไม่เด้งขึ้น-ลงหลายครั้ง อาการท้ายปัดเล็กๆ มีให้สัมผัสบ้างในบางจังหวะที่โดดออกจากหลุมด้วยการกระแทกคันเร่ง หรือเติมคันเร่งหนักๆ บนโค้งที่พื้นผิวเป็นกรวดลอยและดินฝุ่น

baระบบเบรกหน้าดิสก์พร้อมครีบระบายความร้อนและดรัมเบรกหลัง มีเอบีเอสและอีบีดี การทำงานของเบรกดูจะฉับไวไปนิด แตะเบรกเบาๆ จะมีอาการหัวทิ่มเหมือนกดเบรกแรงๆ ต้องปรับตัวสักพักก็จะเบรกได้นุ่มนวล การเบรกหนักๆ พบว่าให้แรงเบรกที่เหลือเฟือ สามารถดึงรถสูงใหญ่ให้ลดความเร็วลงได้อย่างมั่นใจและมั่นคง แม้หลายครั้งเป็นการเบรกหนักบนทางโค้ง ส่วนการเบรกบนทางฝุ่นมีบางครั้งที่เอบีเอสทำงาน แต่ก็ไม่สะเทือนหรือเสียงดังจนตกใจ รู้สึกแค่แป้นเบรกเต้นแผ่วๆ เท่านั้น

baวันรุ่งขึ้นเป็นการเดินทางกลับเมืองไทย ผมรับหน้าที่เป็นผู้โดยสารในรุ่น ดับเบิลแค็บ 4 ประตู เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 2 ล้อ ช่วงเช้าแวะถ่ายรูปที่ ประตูไชย และ พระธาตุหลวง จากนั้นเดินทางต่อไปยัง สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แวะซื้อสินค้าปลอดภาษี ก่อนจะนำรถ BT-50 Pro ไปจอดไว้ที่ บริษัท มาสด้า เจริญศรี จำกัด ระยะทางรวมประมาณ 60 กิโลเมตร จากนั้นขึ้นรถบัสไปทานอาหารกลางวันที่ร้าน VT แหนมเนือง แล้วเดินทางไปสนามบินอุดรธานีเพื่อกลับเมืองไทย

ขอบคุณ: บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
 
Mazda BT-50 Pro
 
m2 ALL-NEW MAZDA BT-50 PRO  •  CLICK IMAGES TO ENLARGE m3
 
   
 
800x
Specification: Mazda BT-50 Pro Freestyle Cab Hi-Racer 4x2 6MT
 
แบบตัวถัง ปิกอัพตอนครึ่ง แค็บเปิดได้
ยาว x กว้าง x สูง 5,365 x 1,850 x 1,821 มิลลิเมตร
ฐานล้อ 3,220 มิลลิเมตร
ความกว้างล้อหน้า/หลัง 1,560/1,560 มิลลิเมตร
ระยะต่ำสุดถึงพื้น 237 มิลลิเมตร
น้ำหนัก ไม่ระบุ
แบบเครื่องยนต์ ดีเซลคอมมอนเรลเทอร์โบแปรผัน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว อินเตอร์คูลเลอร์
ความจุ 2,198 ซีซี
กระบอกสูบ x ช่วงชัก 86.0 x 94.6 มิลลิเมตร
อัตราส่วนการอัด 15.5:1
กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,700 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 38.21 กก.-ม. ที่ 1,500-2,500 รอบต่อนาที
ระบบส่งกำลัง ธรรมดา 6 จังหวะ
ระบบขับเคลื่อน ล้อหลัง
ระบบบังคับเลี้ยว แร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์
ระบบกันสะเทือนหน้า อิสระ ปีกนก 2 ชั้น คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง
ระบบกันสะเทือนหลัง คานแข็ง แหนบซ้อน
ระบบเบรกหน้า/หลัง ดิสก์พร้อมครีบระบายความร้อน/ดรัม พร้อมเอบีเอส และอีบีดี
ผู้จำหน่าย บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
โทรศัพท์ Speedline กทม. 02-664-4888 ตจว.โทรฟรี 1-800-226-408
เวบไซต์ www.mazda.co.th
 
 
 
M A N U F A C T U R E R S   I N D E X  :
• MORE ABOUT MAZDA  :  CLICK  >  MAZDA NEWS SECTION
800x
R E L A T E D   N E W S  :
• TEST DRIVE : Mazda3 2.0 Maxx Sports 5 ประตู เจนเนอเรชั่นที่ 2 สปอร์ตล้ำ ออฟชั่นครบ
• TEST DRIVE : Mazda3 MAXX/MAXX Sports 2.0 ทดลองขับแบบ Group Test บนเส้นทาง กรุงเทพ-วังน้ำเขียว-กบินทร์บุรี
• TEST DRIVE : Mazda2 ทดสอบความ ซูม-ซูม ในเจ้าตัวเล็ก
• GRAND OPENING : Mazda2 Sports / Mazda2 Elegance รุ่นปรับโฉมใหม่กระตุ้นตลาดบี-คาร์ คาดทะลุ 40,000 คันสิ้นปี
• GRAND OPENING : Mazda3 เจนเนอเรชั่นใหม่ 'Dare to be Bold' มั่นใจดันยอดขายรวมปีนี้ 38,500 คัน ขยับมาร์เก็ตแชร์ขึ้นเป็น 5%
• GRAND OPENING : Mazda2 เปิดตัวสปอร์ตน้องใหม่ มั่นใจปีหน้ายอดทะลุ 15,000 คัน
• BIZZES NEWS : Mazda เปิดตัว 2 พรีเซนเตอร์ Mazda2 เป้ อารักษ์ เสริมทัพด้วย ณเดชน์ คูกิมิยะ
• GLOBAL NEWS : Mazda BT-50 เปิดตัวคันจริงแล้ว ในออสเตรเลียน อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์
• MODIFIED - TH : Miata Spirit Gymkhana Driving Experience 1 พาดูรถเด่น จากงานมันส์ๆ ของชาว Miata Club of Thailand
• MODIFIED - TH : Yellow MX-5 Turbocharger น้องเหลือง ซูม-ซูม ข้างนอกสดใส ข้างในแจ๋วจริง
 
 
 
what do u think
FLT   FRT
   
  760  
   
  760  
 
 
FBL   FBR
 
 
 
1000x
Copyright © 2009 MT Team | online automotive news and web video. all rights reserved | www.motortrivia.com | e-mail : motortrivia@hotmail.com  mail