 |
|
| |
 |
| |
| เรื่อง - ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ |
Wednesday, 18 January, 2012 0:12 AM |
|
 |
| |
|
| |
หลังจาก ทดลองขับรุ่นท๊อปของเครื่องยนต์เบนซิน E85 ไปเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ในปีใหม่นี้ ทีมงาน มอเตอร์ทริเวีย ประเดิม Test Drive ด้วยรุ่นดีเซลของ แคปติวา โดยยังคงเป็นรุ่นสูงสุด LTZ เจาะจงไปที่สมรรถนะของเครื่องยนต์ อัตราสิ้นเปลือง และคุณภาพในการขับเป็นหลัก ส่วนรูปลักษณ์ภายนอกและภายในไม่บรรยายซ้ำเพราะเหมือนรุ่นเบนซิน
เร่งทันใจด้วยดีเซลเทอร์โบ
Captiva VCDi ทั้ง 3 รุ่นย่อยใช้เครื่องยนต์บล็อกใหม่ ดีเซลคอมมอนเรลแรงดัน 1,800 บาร์ พร้อมเทอร์โบแปรผัน VGT ฝาสูบแบบ DOHC 16 วาล์ว ความจุ 1,998 ซีซี กำลังสูงสุด 163 แรงม้า ที่ 3,800 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 36.7 กก.-ม. ที่ 1,750-2,750 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมโหมด +/- Driver Shift Control ขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ
เสียงดังและความสั่นสะเทือนซึ่งเป็นบุคลิกประจำตัวของเครื่องยนต์ดีเซล ถูกกรองจนแทบไม่หลงเหลือเมื่อเข้าไปนั่งในห้องโดยสาร ทั้งพวงมาลัย หัวเกียร์ พื้นรถ และเบาะนั่ง แทบไม่มีความสั่นสะเทือนให้สัมผัส ส่วนเสียงเครื่องยนต์มีเพียงเสียงกระหึ่มของท่อไอเสียให้ได้ยินเมื่อใช้รอบสูงๆ ลองสตาร์ตเครื่องยนต์แล้วออกมายืนนอกรถ พบว่าเสียงเครื่องยนต์ก็ไม่ดังเท่าไรนัก แต่ก็ชัดว่าเป็นดีเซล |
| |
 |
| |
หลังจากรับรถที่ตึกรสา ตรงข้ามแดนเนรมิตเดิมก็เซ็ต 0 ของโหมด Trip ที่จอ MSM หรือ Multimedia System Mode ที่ติดตั้งบนคอนโซลกลางแล้วขับใช้งานในเมือง ไม่ต้องวนไปหารถติดที่ไหนไกล เพราะแถวบ้านมีการสร้างรถไฟฟ้าก็ทำให้รถติดพอสมควร ใช้งานในเมืองประมาณ 2 วันได้อัตราสิ้นเปลือง 10 กิโลเมตรต่อลิตรตามมาตรวัด เมื่อคำนวณจากราคาน้ำมันดีเซลล่าสุด 31.13 บาทจากปั๊ม ปตท. คิดเป็นค่าใช้จ่ายกิโลเมตรละ 3.11 บาท
วัดอัตราสิ้นเปลืองโดยใช้เส้นทางด่วนต่อด้วยลอยฟ้าบางนา-บางปะกง เลือกเวลากลางดึกเพื่อให้รถโล่งที่สุด เริ่มเซ็ต 0 ใหม่อีกครั้งหลังจ่ายเงินค่าทางด่วน เร่งความเร็วช้าๆ จนถึง 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้วเปิดครูสคอนโทรล สังเกตว่าอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยบนจอ MSM เริ่มนิ่งแถวๆ 7.7 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือประมาณ 13 กิโลเมตรต่อลิตร ก่อนเข้าด่านรับบัตรเพื่อจ่ายเงินปลายทาง
ออกจากด่านใช้วิธีเดิมคือ ค่อยๆ เร่งความเร็วและกดล็อกเมื่อถึง 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากนั้นขับแบบสบายใจเพราะถนนโล่งมาก อยู่ในเลนกลางโดยไม่ต้องกังวลว่าจะเกะกะ ไม่ต้องเพิ่มหรือลดความเร็ว รวมทั้งแทบไม่ต้องเปลี่ยนเลน ถึงด่านเก็บเงินปลายทางได้อัตราสิ้นเปลือง 7.5 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือ 13.3 กิโลเมตรต่อลิตร |
| |
 |
| |
ลงจากด่วนลอยฟ้า ขึ้นเกือกม้าแล้วกลับมาขึ้นลอยฟ้าอีกครั้ง ขับเหมือนเดิมทุกอย่าง รถก็ยังคงโล่งมากเหมือนเดิม รวมทั้งใช้ครูสคอนโทรลจึงขับได้โดยไม่เครียด ถึงด่านเก็บเงินปลายทางก่อนต่อขึ้นทางด่วนอัตราสิ้นเปลืองลดลงอีกนิดเป็น 7.4 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือ 13.5 กิโลเมตรต่อลิตร ความเร็วเฉลี่ย 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตรเมื่อเดินทางไกล 2.3 บาทต่อกิโลเมตร
เห็นอัตราสิ้นเปลืองแล้วผิดคาดเล็กน้อย เพราะคิดว่าน่าจะได้แถวๆ 15-16 กิโลเมตรต่อลิตร แต่เมื่อกลับไปดูข้อมูลของ ครูซ ดีเซล ที่เคยทดสอบบนเส้นทางเดียวกันได้ 16.5 กิโลเมตรต่อลิตร การที่ แคปติวา VCDi ทำได้ 13.5 กิโลเมตรต่อลิตรจึงไม่น่ามีอะไรผิดพลาด เพราะเครื่องยนต์มีความจุเท่ากับ ครูซ แต่ตัวถังทรงสูงต้านลม ยางใหญ่กว่า และต้องแบกน้ำหนักเกิน 2 ตันเมื่อรวมคนขับ |
| |
 |
| |
อัตราเร่งทันใจตามสไตล์ดีเซลเทอร์โบยุคใหม่ โดยเฉพาะการเพิ่มความเร็วขณะรถเคลื่อนที่หรือการเร่งแซง ถ้าไม่ใจร้อนหรือฉุกเฉินจริงๆ แค่เพิ่มน้ำหนักในการกดคันเร่งในเกียร์เดิมโดยไม่ต้องคิ๊กดาวน์ ก็จะได้อัตราเร่งที่ทันใจพอสมควรแล้ว ไม่ต้องลากรอบสูงเพื่อสร้างความกระฉับกระเฉงแบบเครื่องยนต์เบนซิน
ส่วนเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ DSC-Driver Shift Control มีโหมด +/- ให้ใช้งาน สามารถลากรอบได้แตะขีดแดงที่ 4,700 รอบต่อนาที ถ้าไม่ดันคันเกียร์ไปข้างหน้าเพื่อเปลี่ยนเกียร์ขึ้นสูง รอบจะค้างอยู่แถวๆ ขีดแดงเพราะถูกจำกัดไว้ ส่วนในโหมดเกียร์ D จะลากรอบได้ประมาณ 4,200 รอบต่อนาทีก่อนเกียร์จะเปลี่ยนเป็นเกียร์สูงขึ้นให้โดยอัตโนมัติ การเปลี่ยนเกียร์ขึ้นสูงและลงต่ำมีความนุ่มนวลเป็นพิเศษแม้ที่รอบสูง รวมทั้งมีความต่อเนื่องช่วยให้อัตราเร่งลื่นไหล
ในการทดสอบอัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่งพบว่า เสี้ยววินาทีแรกที่ยกเท้าขวาจากเบรกไปกดคันเร่ง รถจะยังไม่พุ่งออกไปในทันที เป็นปกติของเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ เนื่องจากในรอบต่ำยังไม่มีไอเสียมากพอจะไปปั่นใบพัดไอเสียหรือเทอร์ไบน์ ใบพัดไอดีหรือคอมเพรสเซอร์จึงยังอัดอากาศเข้าห้องเผาไหม้ได้ไม่มากนั่นเอง แต่เมื่อรอบขยับขึ้นเกิน 1,000 รอบต่อนาที รถจะพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากวัดอัตราเร่งด้วยโหมดเกียร์ D เหมือนที่ขับในรถทุกคันที่ทดสอบแล้ว พบว่าพอมีระยะทางเหลือจึงลองใช้โหมด +/- กะจังหวะดันคันเกียร์ที่ประมาณ 4,500 รอบต่อนาที เพราะเมื่อดันไปแล้วรอบจะไหลขึ้นอีกนิด เนื่องจากเกียร์ไม่ได้เปลี่ยนขึ้นสูงทันทีที่ดันคันเกียร์ พบว่าอัตราเร่งดีขึ้นอีกพอสมควร ทั้งที่ช่วงออกตัวด้วยโหมด +/- ช้ากว่าในโหมด D โดยทดสอบได้แค่ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเนื่องจากทางหมด ส่วนในโหมดเกียร์ D จะสังเกตว่าช่วงความเร็วปลายๆ เริ่มใช้เวลานาน และระยะทางไกลในการไต่ความเร็ว |
| |
 |
| |
| ความเร็ว (กม./ชม.) |
เวลา (วินาที) |
ระยะทาง (เมตร) |
| 10 |
0.39 / 0.61 |
0.59 / 0.86 |
| 20 |
0.85 / 1.05 |
2.52 / 2.73 |
| 30 |
1.43 / 1.63 |
6.6 / 6.8 |
| 40 |
2.25 / 2.67 |
14.63 / 17.1 |
| 50 |
4.07 / 3.8 |
37.1 / 31.13 |
| 60 |
5.29 / 5.27 |
55.72 / 53.71 |
| 70 |
7.37 / 6.61 |
93.14 / 78.02 |
| 80 |
8.9 / 8.07 |
124.93 / 108.3 |
| 90 |
10.62 / 10.00 |
165.72 / 154.24 |
| 100 |
13.22 / 12.08 |
234.6 / 209.16 |
| 110 |
15.53 / 14.36 |
302.05 / 275.65 |
| 120 |
18.35 / 17.24 |
392.34 / 367.92 |
| 130 |
23.34 / 21.30 |
567.33 / 508.56 |
| 140 |
27.74 / 26.21 |
732.23 / 693.63 |
| 150 |
32.34 / 30.39 |
917.61 / 862.36 |
| 160 |
38.09 / 36.56 |
1165.38 / 1128.6 |
| 170 |
46.53 |
1553.39 |
| 180 |
71.02 |
2751.67 |
| |
| ระยะทาง (เมตร) |
เวลา (วินาที) |
ความเร็ว (กม./ชม.) |
| 0-100 |
07.5 |
83.1 |
| 0-200 |
11.2 |
106.1 |
| 0-402 |
17.3 |
132.4 |
| 0-1000 |
31.6 |
165.5 |
|
| |
| หมายเหตุ: ตัวเลขอัตราเร่งที่หายไป 1 ชุด เป็นความผิดพลาดของผมเองครับที่ดึงข้อมูลออกมาไม่ครบ แล้วมือไวฟอร์แม็ตเอสดีการ์ดไป กู้กลับมาก็ไม่สำเร็จ ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ |
| |
 |
| |
ช่วงล่างนุ่มหนึบ
ระบบกันสะเทือนเหมือนรุ่นเบนซินคือ อิสระ 4 ล้อ ด้านหน้าแม็คเฟอร์สันสตรัต ด้านหลังมัลติลิงก์ 4 จุดยึดพร้อมระบบปรับความสูงอัตโนมัติ ความรู้สึกในการขับไม่แตกต่างจากรุ่นเบนซิน คือ นุ่มและหนึบ ล้อแม็กพร้อมยาง 235/50/19 ไม่กระด้างหรือสะเทือนจนนั่งไม่ติด เพราะแก้มยางสูงพอควร 117.5 มิลลิเมตร
เป็นอีกครั้งที่ได้พิสูจน์โดยไม่ตั้งใจว่า ลมยางมีผลกับการขับอย่างเห็นได้ชัด ตอนรับรถครั้งแรกแล้วขับด้วยความเร็วประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงรู้สึกแปลกๆ กับพวงมาลัย จึงกลับบ้านไปเช็คลมยางพบว่าเติมมา 29 ปอนด์ต่อตารางนิ้วทั้ง 4 ล้อน่าจะหวังผลเรื่องความนุ่มนวล เปิดดูสเปคข้างประตูให้เติม 35 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว จึงเติมเพิ่มแล้วลองขับอีกครั้ง ความรู้สึกต่างกันแบบสัมผัสได้ ความยวบย้วยหายไปและได้ความกระชับกลับมา
เชฟโรเลต แคปติวา VCDi เด่นเรื่องการตอบสนองของเครื่องยนต์ดีเซล ที่ฉับไวในช่วงรอบและช่วงความเร็วที่ได้ใช้งานบ่อย ห้องโดยสารเงียบและนิ่ง ไม่มีเสียงหรือความสั่นสะเทือนเข้ามารบกวน อัตราสิ้นเปลืองอยู่ในระดับกลางๆ ค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตรสูสีกับรุ่นเบนซิน E85 ยุ่งยากกว่าถ้าจะเปลี่ยนเป็นพลังงานทางเลือก แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือ อัตราเร่งและพลังสำรองที่มีให้อย่างเหลือเฟือ
เชฟโรเลต แคปติวา VCDi LTZ รวมทั้งแคปติวาทุกรุ่นย่อย มาพร้อมการประกันคุณภาพ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมบริการช่วยเหลือฟรีทั่วประเทศ 24 ชั่วโมง ฟรี 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ราคา 1.699 ล้านบาทไม่น่าใช่ปัญหาถ้าชอบจริงจังและสภาพเศรษฐกิจส่วนตัวพร้อม ถ้าติดใจเครื่องยนต์ดีเซลแต่ไม่อยากจ่ายแพง ก็ยังมีอีก 2 รุ่นย่อยรองรับคือ LSX ขับเคลื่อน 2 ล้อ 1.395 ล้านบาท และ LT ขับเคลื่อน 4 ล้อ 1.62 ล้านบาท •
ขอบคุณ: บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เอื้อเฟื้อรถยนต์ในการทดสอบ |
| |
|
|
|
|
| |
 |
| Specification: Chevrolet Captiva VCDi LTZ |
| |
| แบบตัวถัง |
เอนกประสงค์ 5 ประตู |
| ยาว x กว้าง x สูง |
4,673 x 1,850 x 1,756 มิลลิเมตร |
| ฐานล้อ |
2,707 มิลลิเมตร |
| ความกว้างล้อหน้า/หลัง |
1,569/1,576 มิลลิเมตร |
| ระยะต่ำสุดจากพื้น |
200 มิลลิเมตร |
| น้ำหนัก |
1,966 กิโลกรัม |
| แบบเครื่องยนต์ |
ดีเซล คอมมอนเรล เทอร์โบแปรผัน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว |
| ความจุ |
1,998 ซีซี |
| กระบอกสูบ x ช่วงชัก |
86 x 86 มิลลิเมตร |
| อัตราส่วนการอัด |
16.3:1 |
| กำลังสูงสุด |
163 แรงม้า ที่ 3,800 รอบต่อนาที |
| แรงบิดสูงสุด |
36.7 กก.-ม. ที่ 1,750-2,750 รอบต่อนาที |
| ระบบส่งกำลัง |
อัตโนมัติ 6 จังหวะ Driver Shift Control |
| ระบบขับเคลื่อน |
4 ล้ออัตโนมัติ |
| ระบบบังคับเลี้ยว |
แร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์ |
| ระบบกันสะเทือนหน้า |
อิสระ แม็กเฟอร์สันสตรัต พร้อมเหล็กกันโคลง |
| ระบบกันสะเทือนหลัง |
มัลติลิงก์ 4 จุดยึด พร้อมระบบ Self-Levelizer |
| ระบบเบรกหน้า/หลัง |
ดิสก์พร้อมครีบระบายความร้อน/ดิสก์ พร้อมเอบีเอส และอีบีดี |
| ผู้จำหน่าย |
บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด |
| โทรศัพท์ |
(ลูกค้าสัมพันธ์) 1734 และ 0-2791-3400 |
| เวบไซต์ |
www.chevrolet.co.th |
|
| |
|
|
|
|
|
| |
|
|
| |
|
| |
 |
 |
Copyright © 2009 MT Team | online automotive news and web video. all rights reserved | www.motortrivia.com | e-mail : motortrivia@hotmail.com  |
| |
|
|
| |
|
|