| |
 |
| |
| เรื่อง - ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ / ฝ่ายภาพ มิตซูบิชิ - วีดิโอ : มิตซูบิชิ |
Tuesday, 27 December, 2011 0:12 AM |
|
 |
| |
|
| |
ส่งท้ายปี 2011 ด้วยทริปทดสอบเอสยูวี มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สปอร์ต และปิกอัพ ไทรทัน บนเส้นทาง พิษณุโลก-น่าน-ปทุมธานี ระยะทางรวมกว่า 1,000 กิโลเมตร กับสภาพเส้นทางหลากหลาย ทั้งเรียบตรง คดเคี้ยวขึ้นเขา และออฟโรดที่มีทั้งฝุ่น ลูกรัง และหิน ทีมงาน มอเตอร์ทริเวีย ร่วมทริปนี้ด้วยการขับ ไทรทัน ดับเบิ้ลแค็บ พลัส เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ และอัตโนมัติ 5 จังหวะ Sportronic
เริ่มต้นด้วยการนั่งเครื่องบินจากสนามบินสุวรรณภูมิ มาลงที่สนามบินพิษณุโลก เข้าสู่ห้องรับรองเพื่อจับคู่ขับรถ และแบ่งว่าใครได้ขับรุ่นไหน ผมได้ขับ ไทรทัน ดับเบิ้ลแค็บ พลัส เครื่องยนต์ 2.5 DI-D 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VG Turbo อินเตอร์คูลเลอร์ 178 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 40.76 กก.-ม. ที่ 2,000-2,850 รอบต่อนาที
ผมขอเริ่มต้นขับก่อน เมื่อขึ้นไปนั่งเพื่อปรับเบาะและกระจกมองข้าง จึงได้รู้ว่าเป็นรุ่นเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ ขับเคลื่อน 2 ล้อ ทดลองเหยียบคลัตช์เข้าเกียร์และผ่อนคลัตช์ พบว่าเป็นจังหวะคลัตช์ที่ผมถนัดคือ ผ่อนคลัตช์ออกมาเพียงเล็กน้อย คลัตช์ก็เริ่มจับตัวหรือมีระยะฟรีไม่มากนั่นเอง ในรถทุกคันจะมีวิทยุสื่อสารสำหรับติดต่อถึงกัน ยังไม่ทันได้พิจารณาตัวรถมากนัก ก็ต้องเริ่มออกเดินทางในรูปแบบของขบวนมุ่งหน้าสู่จังหวัดน่าน
เริ่มต้นขับอุ่นเครื่องด้วยความเร็วระดับ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พบว่าการดูดซับแรงสั่นสะเทือนทำได้ดี ส่วนหนึ่งน่าจะเพราะเป็นรุ่น 4 ประตู เน้นการโดยสารมากกว่าบรรทุกของหนัก จากนั้นสังเกตว่าขบวนเริ่มห่างกันจนกระทั่งเสียงทางวิทยุสื่อสารเริ่มขาดหาย จึงต้องเริ่มเร่งตามหัวขบวนเพราะกลัวว่าจะหลงทาง |
| |
 |
| |
จากขับสบายๆ กลายเป็นการทำความเร็วแถวๆ 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้จะไม่ชินทั้งเส้นทางและรถ แต่เนื่องจากเป็นถนนฝั่งละ 2 เลน เส้นทางโล่งตรงมองเห็นด้านหน้าได้ไกล และช่วงล่างไม่มีอาการน่าหวาดเสียว จึงสามารถแช่ที่ความเร็วสูงได้นานโดยไม่รู้สึกเครียด
ในส่วนของเครื่องยนต์ถือว่าตอบสนองได้อย่างเกินพอ เพราะนั่งกันแค่ 2 คน ไม่มีน้ำหนักบรรทุกด้านหลัง ในเกียร์ 4 หรือเกียร์ 5 สามารถกดคันเร่งไล่ขึ้นสู่ความเร็วสูงได้อย่างสบาย ใช้เวลาละระยะทางไม่มาก
ในเรื่องอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ใช้เป็นตัวเลขอ้างอิงไม่ได้ เพราะขับด้วยความเร็วค่อนข้างสูงบ่อยครั้ง แต่หลังจากขับไปครบ 300 กิโลเมตร แวะปั๊มเพื่อเติมน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่ม พบว่าคันที่ผมขับเติมเพิ่มประมาณ 30 ลิตร เฉลี่ยคร่าวๆ ประมาณ 10 กิโลเมตรต่อลิตร ประหยัดผิดความคาดหมายอยู่พอสมควร |
| |
 |
| |
จากสนามบินพิษณุโลกไปยังที่พัก 'บ่อเกลือวิว' จังหวัดน่าน มีระยะทางประมาณ 380 กิโลเมตร แต่เพื่อให้สัมผัสกับรถ มิตซูบิชิ อย่างจุใจ และสูดอากาศบริสุทธิ์ในช่วงหน้าหนาวของภาคเหนือกันอย่างเต็มที่ เส้นทางรวมในวันแรกจึงเพิ่มเป็นประมาณ 460 กิโลเมตร ระหว่างทางได้แวะที่ วัดพระธาตุแช่แห้ง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน
ช่วงบ่ายถึงค่ำเป็นการเดินทางไปยังที่พักซึ่งตั้งอยู่บนภูเขาสูง มีการวางทางให้ขับผ่านทางออฟโรดที่ค่อนข้างโหด พื้นถนนเป็นหินก้อนใหญ่พอควร และเป็นเนินชัน ตรงนี้ได้ใช้ประโยชน์ของแรงบิด 40.76 กก.-ม. ผมทิ้งระยะห่างจากคันหน้ามากกว่าปกติ เพื่อป้องกันหินจากคันหน้าดีดใส่ รวมทั้งเผื่อว่าคันหน้าจะไหลลงมา และเผื่อว่าผมอาจต้องเร่งให้รถพุ่งไปด้านหน้า จากนั้นเข้าเกียร์ 1 ปล่อยคลัตช์หมดแล้วให้รถค่อยๆ ไต่ขึ้นเนินไปอย่างนุ่มนวล มีบางช่วงที่ชันมากๆ ต้องเร่งเครื่องยนต์ช่วยบ้าง ต้องกดคันเร่งด้วยความระมัดระวังเพื่อไม่ให้รถพุ่งแรงเกินไป และป้องกันล้อหมุนฟรี ลุ้นแค่พอเหงื่อซึมๆ ก็ผ่านช่วงนั้นมาได้อย่างปลอดภัย |
| |
 |
| |
ในใจคิดว่าน่าจะถึงที่พักก่อนค่ำ มารู้ทีหลังว่ายังเหลือระยะทางอีกไกลพอสมควร แถมเป็นทางคดเคี้ยวขึ้นเขาอีกด้วย ช่วงนี้จึงได้ทดสอบประสิทธิภาพของระบบกันสะเทือน พวงมาลัย ระบบเบรก รวมทั้งความยืดหยุ่นของเครื่องยนต์กันอย่างเต็มอิ่ม ทางขึ้นที่พักนั้นมืดสนิท ผมใช้วิธีขับค่อนข้างชิดกับคันหน้าเพื่ออาศัยมองเส้นทางจากไฟของคันหน้า ซึ่งรู้ว่าเพื่อนสื่อมวลชนที่ขับนั้นฝีมือดี นอกจากนี้ยังวิทยุมาบอกเส้นทางด้านหน้าให้ผมทราบเป็นระยะๆ อีกด้วย จึงมีความมั่นใจสามารถใช้ความเร็วค่อนข้างสูงได้อย่างปลอดภัย
ระบบกันสะเทือนของ ไทรทัน พลัส 4x2 เกียร์ธรรมดา ถือว่าให้ความมั่นใจได้มากแม้เข้าโค้งด้วยความเร็วเกินปกติไปบ้าง เมื่อใช้การขับแบบตัดโค้งและบานออกเพื่อให้รถวิ่งเป็นเส้นตรงมากที่สุด ตัวรถจึงมีอาการโยนตัวไม่มากนัก สามารถควบคุมได้โดยไม่ต้องออกแรงมาก ส่วนพวงมาลัยก็มีความแม่นยำในระดับดีสำหรับรถปิกอัพ รวมทั้งมีการผ่อนแรงที่พอเหมาะ จึงสามารถบังคับทรงสูงคันโตลัดเลาะไปตามเส้นทางคดเคี้ยวได้อย่างคล่องแคล่ว |
| |
 |
| |
เนื่องจากมีรถนำจึงสามารถขับตัดโค้งได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะมีรถสวนเลนมา จึงสามารถรักษาความเร็วได้ค่อนข้างคงที่ แต่ก็มีบางช่วงที่ต้องลดความเร็วลงต่ำมากๆ เพราะโค้งแคบจัด จึงพบว่า อัตราทดเกียร์ 2 และ 3 ค่อนข้างห่างกันมากไปนิด บางช่วงพบว่าถ้าใช้เกียร์ 2 รอบก็จะสูงไปหน่อย และเมื่อเปลี่ยนเป็นเกียร์ 3 รอบต่ำลงก็จริง แต่รถจะไม่ค่อยมีแรงไต่ ยังขับเคลื่อนไปได้ แต่จะถูกคันหน้าทิ้งห่างไปเรื่อยๆ จึงต้องกลับมาใช้เกียร์ 2 และยอมให้รอบสูงประมาณ 3,000 รอบต่อนาที
ตรงนี้ผมมองว่า อัตราทดเกียร์ 1 และ 2 ที่ทดไว้ค่อนข้างจัดเพราะต้องเผื่อไว้สำหรับการออกตัวเมื่อมีการบรรทุกหนัก และเมื่อรถเคลื่อนตัวออกไปได้ด้วยความเร็วพอสมควรแล้ว จึงลดรอบโดยออกแบบให้อัตราทดเกียร์ 3 ห่างจากเกียร์ 2 มากหน่อยนั่นเอง ระยะโยกคันเกียร์สั้นกระชับกว่ารถปิกอัพบางรุ่นที่เคยขับ เมื่อรวมกับคลัตช์ที่มีระยะฟรีน้อย ทำให้รอบตกไม่มากเมื่อเปลี่ยนเกียร์ การเข้าเกียร์มีความอย่างแม่นยำแม้เปลี่ยนเกียร์ที่รอบสูง แต่ก็ต้องออกแรงดึงดันคันเกียร์มากหน่อย
|
| |
 |
| |
| • บ่อเกลือวิว จังหวัดน่าน |
 |
| |
ใช้เวลาอีกพักใหญ่ก็เดินทางมาถึงที่พัก 'บ่อเกลือวิว' เก็บของเข้าห้อง พักผ่อนเล็กน้อยก็ไปรวมตัวกันเพื่อทานอาหารค่ำ แม้จะมีลานบาร์บีคิวกลางแจ้งจัดเตรียมไว้ให้พร้อมเก้าอี้รอบกองไฟ แต่ทุกคนก็พร้อมใจกันนั่งในห้องอาหารแบบมีหลังคา เพราะอากาศที่เย็นจัดระดับ 15 องศาในเวลาประมาณ 5 ทุ่ม
วันรุ่งขึ้นเริ่มออกเดินทางประมาณ 9.00 น. จุดหมายปลายทางอยู่ที่ สำนักงานใหญ่มิตซูบิชิ คลองหนึ่ง ปทุมธานี ระยะทางประมาณ 700 กิโลเมตร ผมและเพื่อนโชคดีหน่อยเพราะได้เปลี่ยนมาขับ ไทรทัน ดับเบิ้ลแค็บ พลัส เกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ Sportronic รุ่นพิเศษสีขาวมุก ระหว่างทางยังเจอกับเส้นทางที่ค่อนข้างโหดอีกหลายช่วงเช่น ถนน 2 เลนสวน ที่ต้องมีการแซงบ่อยครั้ง แต่ก็สามารถแซงได้อย่างปลอดภัย เพราะเพื่อนสื่อมวลชนที่ขับนำขบวนวิทยุบอกสภาพการจราจรด้านหน้าอย่างต่อเนื่อง |
| |
 |
| |
ในช่วงนี้ผมได้ใช้โหมด Sportronic อย่างต่อเนื่องด้วยการควบคุมเกียร์ให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม เมื่อได้รับรายงานว่าไม่มีรถสวนมา ก็สามารถกดคันเร่งเบนหัวออกขวาเพื่อแซงได้ทันที ไม่ต้องเสียจังหวะเพื่อคิ๊กดาวน์ก่อน ที่ต้องแซงแบบเร่งรีบก็เพราะมีเพื่อนสื่อมวลชนขับตามหลังมาอีกหลายคัน จึงต้องพยายามแซงโดยใช้เวลาน้อยที่สุด เพื่อให้แซงมาได้หลายๆ คัน การแซงอย่างรวดเร็วทำให้เมื่อเข้าสู่เลนตัวเองแล้วต้องใช้เบรกบ่อยครั้ง พบว่าระบบเบรกของ ไทรทัน พลัส ให้ความมั่นใจได้ในระดับสูง ไม่ออกอาการ Fade แม้เบรกต่อเนื่อง
ระหว่างทางมีการขับเพื่อวัดอัตราสิ้นเปลืองอยู่ช่วงหนึ่ง เป็นการวัดแบบสบายๆ เติมน้ำมันเต็มถัง แล้วขับด้วยความเร็วใช้งานปกติ ระยะทางประมาณ 130 กิโลเมตร ผมขับด้วยความเร็วประมาณ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถึงปั๊มเติมน้ำมันเพิ่มแค่หัวจ่ายตัด ไม่ได้เขย่าและหยอดเติมเพิ่ม คำนวณอัตราสิ้นเปลืองได้ประมาณ 11 กิโลเมตรต่อลิตร ถือว่าหรูมากแล้ว |
| |
 |
| |
| • ร้าน มาหนุน ริมถนนอุตรดิตถ์-เด่นชัย |
 |
| |
หลังจากแวะทานอาหารกลางวันที่ร้าน 'มาหนุน' ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนอุตรดิตถ์-เด่นชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ ใช้เวลาไม่นานก็ออกเดินทางต่อ โดยระหว่างทางก็มีการแวะพักเป็นระยะ เพื่อคลายความเมื่อยล้าที่ไม่ได้เกิดจากการเดินทางไกลเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะสภาพถนนหลายช่วงที่เสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วม สังเกตเห็นรถเก๋งส่วนใหญ่ขับย่องๆ กันจนแทบจะจอด ส่วน ไทรทัน พลัส แค่ลดความเร็วลงบ้าง ก็สามารถขับผ่านผิวทางขรุขระได้อย่างสบาย และไม่กระเด้งกระดอนมากนัก ช่วงค่ำก็กลับถึงสำนักงานใหญ่ของ มิตซูบิชิ ได้อย่างปลอดภัยทุกคัน จากนั้นแยกย้ายกันขึ้นรถตู้ที่ มิตซูบิชิ เตรียมไว้ให้ พาผมและเพื่อนสื่อมวลชนที่อยู่ละแวกเดียวกันไปส่งใกล้บ้าน •
ขอบคุณ : บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง |
| |