motortrivia.com
m2 TEST DRIVE SECTION | BACK TO TEST DRIVE MAIN PAGE | HOME | ABOUT MT | CONTACT MT m3
 
 
เรื่อง - ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ  •  วีดิโอ : ฟอร์ด ประเทศไทย Tuesday, 15 November, 2011 0:02 AM
800x
 
Ford Ranger Double Cab 2.2 Wildtrak 4x4 / 4x2 6AT
แกร่งนอก นุ่มใน สไตล์เอสยูวี
 
baฟอร์ด ประเทศไทย แหวกแนวการทำตลาดด้วยการจัดทดสอบ All New Ranger ก่อนการเปิดตัวเป็นทางการซึ่งจะมีขึ้นในช่วงปลายปีนี้ ชวนสื่อมวลชนไปสัมผัสลมหนาวที่เชียงรายด้วย เรนเจอร์ ใหม่ตัวถัง Double Cab 4 ประตูล้วนๆ มีรุ่นย่อย XLT และ Wildtrak เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรลเทอร์โบ 2,200 และ 3,200 ซีซี VG Turbo 4x4 และ Hi-rider 4x2 เกียร์ธรรมดาและอัตโนมัติ 6 จังหวะ กับเส้นทางทดสอบที่หลากหลาย ทั้งในเมือง ไฮเวย์ ทางคดโค้งขึ้น-ลงเขา รวมทั้งทางวิบากระดับที่รถเก๋งผ่านไม่ได้

baตั้งต้นกันที่โรงแรม Le Meridien ซึ่งใช้เป็นโรงแรมที่พักด้วย เริ่มด้วยการบรรยายรายละเอียดเกี่ยวกับตัวรถก่อนจะพักทานอาหารกลางวัน และเริ่มการทดสอบในช่วงบ่าย ผมได้ขับรุ่น 2,200 ซีซี 150 แรงม้า แรงบิด 38.5 กก.-ม. Wildtrak ทั้งแบบ 4x4 และ Hi-rider 4x2 เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ตลอดเส้นทางประมาณ 140 กิโลเมตร
 
Ford Ranger
 
• Mr. James Henderson: Ford Ranger Engineering Launch Manager Asia Pacific and Africa บรรยายรายละเอียด
 
Ford Ranger
 
• คุณสาโรช เกียรติเฟื่องฟู รองประธานอาวุโส ฟอร์ด ประเทศไทย รับหน้าที่เป็นล่ามและพิธีกร
 
Ford Ranger
 
• Mr. David Dewitt Design Manager Asia Pacific and Africa อธิบายการออกแบบรถ
800x
 
baเริ่มต้นขับรุ่น 4x2 ออกจากโรงแรมก็พบกับการจราจรในเมือง เมื่อมองจากภายนอกตัวรถมีขนาดใหญ่บึกบึน ยาว 5,359 มิลลิเมตร กว้าง 1,850 มิลลิเมตร แต่เมื่อขึ้นไปขับก็ไม่รู้สึกว่าเกะกะหรือขับยากแต่อย่างใด สามารถเปลี่ยนเลนได้อย่างคล่องแคล่วไม่ต่างจากปิกอัพยกสูงรุ่นอื่น ทัศนวิสัยรอบคันอยู่ในระดับดีแม้ผมจะปรับเบาะลงต่ำด้วยความเคยชิน

baหลุดออกจากเขตจราจรคับคั่งก็เริ่มใช้ความเร็วสูงได้ บังเอิญมีเหตุให้ผมต้องออกจากขบวนเพื่อเช็คความเรียบร้อยของรถ โดยมีรถปิดท้ายขบวนจอดรออยู่ เสร็จแล้วจึงต้องขับไล่ตามขบวน แม้ไม่ได้กดคันเร่งลากรอบมาตั้งแต่เกียร์ต้นๆ แต่ก็สามารถไล่ขึ้นไปถึงความเร็ว 165 กิโลเมตรต่อชั่วโมงโดยใช้ระยะทางและเวลาไม่นาน ดูจากกำลังเครื่องยนต์น่าจะไปต่อได้อีกพอสมควร ตัวรถยังคงนิ่งไม่มีอาการน่ากลัว แต่เนื่องจากไม่ชินเส้นทางและเห็นท้ายรถในขบวนอยู่ข้างหน้าแล้วจึงยกคันเร่ง
 
Ford Ranger
 
• ด้านหน้าของ WildTrak 3.2 (ซ้าย) และ 2.2 ต่างกันที่ล้อแม็ก และป้ายบอกรุ่นด้านข้าง
800x
 
baตลอดเส้นทางช่วงนี้ใช้ความเร็วกันค่อนข้างสูง 130 - 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ช้ากว่านี้ระยะห่างจะเพิ่มขึ้นจึงต้องกดคันเร่งไล่ตามกันไป ขับไปได้สักพักเกือบจะเลยที่จอดแวะพักและเปลี่ยนคนขับ เนื่องจากมีรถคอนเทนเนอร์บังอยู่ที่เลนซ้ายพอดี จึงต้องเบรกแบบค่อนข้างหนัก พร้อมเปลี่ยนเลนจากขวามาซ้าย เข้าหลังรถคอนเทนเนอร์ เนื่องจากกำลังตื่นเต้นจึงจำได้แค่ว่า ยางส่งเสียงเอี๊ยดยาวเบาๆ เอบีเอสยังไม่ทำงาน เพื่อนที่นั่งมาด้วยออกอาการเหมือนจะช่วยเหยียบเบรก ส่วนรถไม่มีแววว่าจะเสียการทรงตัว

baถึงจุดเปลี่ยนคนขับแล้ว แต่เพื่อนที่เป็นช่างวีดิโอยังไม่ค่อยได้ภาพ เนื่องจากขับกันเร็วจัด จึงให้ผมขับต่อไปก่อน เส้นทางช่วงต่อไปเป็นทางขึ้นเขาไปยังดอยช้างเพื่อแวะดื่ม 'กาแฟดอยช้าง' เป็นทางลาดยางมีหลุมบ่อบ้างลักษณะขึ้น-ลงเนิน ซึ่งบางช่วงค่อนข้างชัน ได้ใช้ประโยชน์จากโหมด +/- ในการรักษาตำแหน่งเกียร์ไม่ให้เปลี่ยนขึ้นเกียร์สูง ทำให้ไม่ต้องเสียจังหวะในการคิ๊กดาวน์เมื่อเร่งขึ้นเนิน และลดการใช้เบรกเมื่อขับลงเนิน การเปลี่ยนเกียร์ในโหมด +/- มีความนุ่มนวลไม่กระตุกกระชาก ส่วนการตอบสนองอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี
 
Ford Ranger
 
• ล้อแม็กของรุ่น 3.2 พร้อมยาง 265/60/18
800x
 
baบนดอยช้างให้เวลาแวะพักค่อนข้างนาน จึงมีเวลาสำรวจความแตกต่างของรุ่นพื้นฐานเน้นการตกแต่งด้วยโครเมียมที่กระจังหน้า กรอบกระจกมองข้าง และกันชนท้าย ส่วน Wildtrak เน้นความดุดันด้วยไฟหน้า-ไฟท้ายรมดำ กระจังหน้ารมดำ กันชนหน้าตัดขอบด้วยสีดำ กรอบกระจกมองข้าง ที่เปิดประตู และช่องระบายอากาศที่ทำหลอกไว้แถวบังโคลนหน้าเป็นข้างสีดำ มีแร็คหลังคาและโรลบาร์ด้านท้าย

baรุ่น 3.2 เพิ่มอุปกรณ์หลายรายการเช่น ล้อแม็ก 18 นิ้ว ยาง 265/60/18 กล้องมองหลังซ่อนใต้โลโก้ Ford เบาะไฟฟ้าฝั่งผู้ขับ พร้อมระบบอุ่น แอร์อัตโนมัติ จอแสดงภาพในกระจกมองหลัง สวิตช์เปิด-ปิดระบบรักษาความเร็วขณะลงทางลาดชัน และระบบป้องกันการลื่นไถล เบาะหลังของรุ่น 4 ประตูปรับความเอนมาพอเหมาะ เสียดายที่ไม่มีโอกาสได้ทดลองนั่งนานๆ ว่าจะเมื่อยหรือไม่ ใต้เบาะมีช่องเก็บของพร้อมฝาปิดเรียบร้อย
 
Ford Ranger
 
• ด้านหลังของรุ่น 3.2 (ขวา) โลโก้จะยื่นออกมามากกว่าเพราะมีกล้องมองหลัง
 
Ford Ranger
 
• กล้องมองหลังในรุ่น 3.2
800x
 
baยังสำรวจไม่เสร็จก็ถึงเวลาต้องเดินทางต่อ คราวนี้สลับมาขับรุ่น 2.2 4x4 Wildtrak เกียร์อัตโนมัติเหมือนเดิม มีรายการสลับคนขับกันนิดหน่อย ผมจึงโชคดีได้ขับต่อ ออกจากร้านกาแฟดอยช้างได้ไม่ไกล ก็ได้ลองระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่ออกแบบให้ใช้งานง่าย แค่หมุนปุ่มข้างคอนโซลเกียร์ เลือกไปที่ 4H สามารถเปลี่ยนจาก 2H เป็น 4H ที่ความเร็วไม่เกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ในการใช้งานจริงแนะนำให้ลดความเร็วเหลือประมาณ 80-90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจะปลอดภัยกว่า

baที่ต้องใช้ระบบ 4H เพราะผิวทางเป็นดินเปียกมีน้ำขังเล็กน้อย ต่อด้วยเนินชันและหักเลี้ยวด้วย คันหน้าเป็นรุ่น 4x2 ต้องใช้ฝีมือพอสมควรในช่วงไต่เนินเพราะล้อหลังลื่นจากการลุยน้ำ จึงหมุนฟรีอยู่บ้าง แต่ก็ผ่านไปได้ ส่วนผมใช้ 4H เมื่อเห็นไฟโชว์บนหน้าปัดว่าเข้าระบบ 4x4 แล้วก็ค่อยๆ ขับผ่านช่วงที่เป็นดินเปียก รักษาความเร็วต่อเนื่อง ขึ้นเนินชันได้โดยไม่มีอาการล้อหมุนฟรี ผ่านได้แบบไม่ต้องลุ้นและไม่ต้องใช้ฝีมือ
 
Ford Ranger
 
• ตอนครึ่งเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ Hi-rider 4x2 จอดโชว์แต่ไม่ได้ให้ทดลองขับ
800x
 
baเส้นทางหลังจากนั้นส่วนใหญ่เป็นดินเปียกชื้น ผมใช้ระบบขับเคลื่อนทั้ง 2H และ 4H สลับกันไปตามความยากของเส้นทาง บางช่วงที่เกือบจะเป็นทางโคลน แม้จะใช้ 4H ก็ยังต้องแก้อาการกันบ้าง เพราะยางติดรถไม่ใช่ยาง Mud หรือยางสำหรับลุยทางโคลน จึงมีอาการลื่นให้สัมผัสนิดหน่อย แต่ก็แก้ไขได้ไม่ยาก เพราะไม่ได้ใช้ความเร็วสูงจัด และระบบ 4H ก็ช่วยให้อาการลื่นเกิดขึ้นอย่างช้าๆ และไม่รุนแรง จึงแก้ไขได้ทันแบบคนที่นั่งไปด้วยไม่ตกใจ

baส่วนบนทางลูกรังแห้งแต่ขรุขระ ไม่มีทางให้หลบหลุมมากนัก ยางขนาด 265/65/17 ก็ช่วยดูดซับแรงกระแทกได้ดี ทำให้ไม่เหนื่อยล้าหรือเมื่อยมากนัก เนื่องจากเป็นรุ่น 4 ประตู ระบบกันสะเทือนจึงน่าจะถูกเซ็ตมาเพื่อการโดยสารมากกว่าบรรทุกของ จึงให้ความนุ่มนวลทั้งบนทางเรียบและทางขรุขระ ซึ่งก็ต้องแลกกับในบางจังหวะที่รู้สึกว่ายวบมากไปนิด หลุดออกจากทางออฟโรดก็เข้าสู่ทางเรียบเพื่อมุ่งหน้ากลับที่พัก
 
Ford Ranger
 
• สวิตช์บนพวงมาลัยฝั่งซ้ายควบคุมโทรศัพท์ที่เชื่อมต่อแบบ Bluetooth
 
Ford Ranger
 
• สวิตช์บนพวงมาลัยฝั่งขวาสำหรับครูสคอนโทรล
800x
 
baอัตราสิ้นเปลืองคันแรก 4x2 ประมาณ 9.2 กิโลเมตรต่อลิตร ส่วนคัน 4x4 เซ็ต 0 ใหม่หลังจากเปลี่ยนรถ กลับถึงโรงแรมได้อัตราสิ้นเปลือง 9.8 กิโลเมตรต่อลิตร เดาว่าเป็นเพราะคันแรกขับบนไฮเวย์เป็นส่วนใหญ่ ใช้ความเร็วค่อนข้างสูง ส่วนคัน 4x4 ใช้ความเร็วได้แค่ปานกลางเพราะเป็นทางออฟโรด ช่วงเข้าเมืองการจราจรก็หนาแน่น เพราะเป็นวันลอยกระทงวันสุดท้ายของชาวเชียงรายด้วย

baคุณภาพในการขับโดยรวมของรุ่น Double Cap ให้ความรู้สึกใกล้เคียง SUV คือ นุ่มนวล ละเอียด และผ่อนคลาย ขับได้นานในทุกสภาพถนนโดยไม่เหนื่อยล้า ทรงตัวดีแม้ความเร็วสูงเกิน 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พวงมาลัยแม่นยำ และมีการผ่อนแรงที่เหมาะสม ความสั่นสะเทือนและเสียงดังซึ่งเป็นจุดด้อยของเครื่องยนต์ดีเซล ถูกกรองจนเหลือเข้าไปในห้องโดยสารน้อยมาก ห้องโดยสารโดยรวม ยกระดับทั้งในด้านการออกแบบ วัสดุ และความประณีตในการประกอบ

baตินิดตรงที่สวิตช์ควบคุมกระจกข้างบนแผงประตู อยู่ในตำแหน่งที่ใช้งานไม่ถนัด ต้องพับแขนไปด้านหลังมากไปนิด สไตล์เดียวกับ ฟอร์ด เฟียสต้า ที่เคยทดสอบไป ยิ่งถ้าเป็นคนตัวเล็กต้องเลื่อนเบาะไปข้างหน้ามากกว่าผมซึ่งสูง 170 เซ็นติเมตร ก็จะใช้งานได้ลำบากขึ้น อีกจุดคือ พวงมาลัยที่ปรับได้แค่สูง-ต่ำ ปรับใกล้-ไกลไม่ได้ จึงต้องใช้การปรับตัวเข้าหารถแทน
 
Ford Ranger
 
• เครื่องยนต์ 5 สูบ 200 แรงม้า แรงบิด 47.89 กก.-ม. ในรุ่น 3.2
800x
 
baฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ยังไม่เปิดตัวเป็นทางการ รายละเอียดรุ่นต่างๆ จึงมีจำกัด เปิดราคามาก่อน 3 รุ่น ซึ่งดูแล้วค่อนข้างสูง แต่ก็ให้อุปกรณ์มาตรฐานมาเพียบเหมือนกัน ส่วนรุ่น 3,200 ซีซี แว่วว่าถึงหลักล้านบาท

baOpen Cab 4x2 Hi-rider 2.2L XLT เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ 699,000 บาท
รับสิทธิ์คืนเงินตามนโยบายรถคันแรก 16,000 บาท

baDouble Cab 4x2 Hi-rider 2.2L XLT เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ 799,000 บาท
รับสิทธิ์คืนเงินตามนโยบายรถคันแรก 76,000 บาท

baDouble Cab 4x2 Hi-rider 2.2L Wildtrak เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ 869,000 บาท
รับสิทธิ์คืนเงินตามนโยบายรถคันแรก 81,000 บาท


• ขอบคุณ: บริษัท ฟอร์ด ประเทศไทย จำกัด อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
 
Ford Ranger
 
m2 ALL NEW FORD RANGER  •  CLICK IMAGES TO ENLARGE m3
 
   
All New Ranger
1000x
 
 
M A N U F A C T U R E R S   I N D E X  :
• MORE ABOUT FORD  :  CLICK  >  FORD NEWS SECTION
800x
R E L A T E D   N E W S  :
• REPORT : Ford ฉลองการเปิดสายการผลิต Ford Ranger เตรียมส่งตรงจาก ออโต้อัลลายแอนซ์ จังหวัดระยอง พฤศจิกายนนี้
• TEST DRIVE : Ford Focus TDCi PowerShift แม้จะขาดความสด แต่ก็ยังน่าสนใจที่เครื่องยนต์และเกียร์ PowerShift
• TEST DRIVE : Ford Focus 2.0L Sport+ กับราคา 8.49 แสนบาท ความลงตัวของสมรรถนะและความคุ้มค่า
• TEST DRIVE : Ford Fiesta 5Dr 1.6 Sport PowerShift ล้ำทั้งรูปลักษณ์และเทคโนโลยี เด่นที่เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ
• GRAND OPENING : Ford Ranger All-New เผยโฉมคันจริงเป็นครั้งแรกในภูมิภาคอาเซียน ก่อนโชว์ตัวในงาน บางกอก มอเตอร์โชว์
• GRAND OPENING : Ford Focus ปรับโฉมใหม่ มาพร้อมความโฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว สไตล์สปอร์ต เพิ่ม 3 อุปกรณ์อำนวยความสะดวก
• GRAND OPENING : Ford Fiesta เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมเผยโฉมทุกโชว์รูมฟอร์ด ทั่วประเทศไทย
• REPORT : Ford ชวนสื่อฯ ทดสอบประสิทธิภาพเกียร์ PowerShift นวัตกรรมระบบเกียร์แห่งอนาคตจาก Ford
800x
what do u think
FLT   FRT
   
  760  
   
  760  
 
 
FBL   FBR
 
 
 
1000x
Copyright © 2009 MT Team | online automotive news and web video. all rights reserved | www.motortrivia.com | e-mail : motortrivia@hotmail.com  mail