 |
| |
| เรื่อง - ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ |
Friday, 16 September, 2011 0:49 AM
|
|
 |
| |
|
| |
หลังจากทดลองขับ โฟกัส 2.0 Sport+ เครื่องยนต์เบนซิน 2,000 ซีซี ได้ไม่นาน มอเตอร์ทริเวีย ก็มีโอกาสได้สัมผัส โฟกัส อีกหนึ่งรุ่นย่อยคือ TDCi เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรลเทอร์โบ 2,000 ซีซี แม้จะขาดความสด เพราะมี รุ่นใหม่โมเดลเชนจ์ ออกสู่ตลาดโลกแล้ว แต่ก็ยังน่าสนใจที่ระบบส่งกำลัง PowerShift 6 จังหวะ คลัตช์เปียกคู่ เครื่องยนต์ดีเซลที่ให้ทั้งอัตราเร่งและความประหยัด รวมทั้งระบบกันสะเทือนที่หนึบแน่นสไตล์ฟอร์ด มีรุ่น Ghia ซีดาน 4 ประตู ราคา 1,159,000 บาท และ Sport แฮทช์แบ็ก 5 ประตู ราคา 1,169,000 บาท
นอกในแทบไม่ต่างกัน ภายนอกของ โฟกัส TDCi ต่างจาก Sport+ แค่ที่ด้านหลังโดย Sport+ มีชุดแต่งสปอยเลอร์ขนาดใหญ่บนหลังคาและสเกิร์ตในกันชน (ซึ่งซื้อมาใส่ทีหลังได้ในราคาหมื่นกว่าบาท และ 6 พันกว่าบาทไม่รวมทำสี) และตัวอักษรบอกรุ่นที่ฝากระโปรงท้ายเท่านั้นที่ต่างกัน
เช่นเดียวกับภายในที่ตกแต่งด้วยโทนสีเดียวกัน เพราะเป็นตัวถัง 5 ประตูเหมือนกัน โดย TDCi มีอุปกรณ์เพิ่มเติมขึ้นมาคือ เบาะคู่หน้าปรับทิศทางด้วยระบบไฟฟ้า ชุดมาตรวัดเหมือนกันหมด ยกเว้นมาตรวัดรอบของ TDCi เริ่มขีดแดงที่ 4,500 รอบต่อนาที และรอบสูงสุด 6,000 รอบต่อนาที
เมื่อได้ยินว่าเป็นเครื่องยนต์ดีเซล หลายคนคงนึกถึงเสียงเครื่องยนต์ที่ดัง และการสั่นสะเทือน สำหรับ โฟกัส TDCi พบว่าเสียงเครื่องยนต์ไม่ดังมากเมื่ออยู่นอกรถ และเมื่อเข้ามานั่งในรถปิดประตู ปิดกระจก เปิดแอร์ จะแทบไม่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์เลย เช่นเดียวกับความสั่นสะเทือนที่มักส่งมาทางพวงมาลัย หัวเกียร์ พื้นรถ และเบาะนั่ง ก็พบว่ามีการสั่นสะเทือนน้อยมาก ไม่น่าจะสร้างความรำคาญในการใช้งานทั่วไป |
| |
 |
| |
สมรรถนะทันใจไม่ต้องรอ
เมื่อหลายปีก่อนผมเคยขับ โฟกัส TDCi โฉมแรกเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ บนเส้นทางต่างจังหวัดหลายร้อยกิโลเมตร พบว่าให้อัตราเร่งที่ทันใจสุดๆ แถมยังได้เรื่องความประหยัดอีกด้วย จากนั้นก็ได้ลองรุ่นซีดาน Ghia กับเกียร์อัตโนมัติ PowerShift ในสนามทดสอบ ซึ่งมีข้อจำกัดหลายอย่างจึงทดสอบได้ไม่ละเอียด และล่าสุดในครั้งนี้เป็นการทดสอบเดี่ยวรุ่น Sport 5 ประตู
ในการใช้งานทั่วไป ฟอร์ด โฟกัส TDCi ให้อัตราเร่งทันใจตามสไตล์ดีเซลยุคใหม่ ไม่ต้องลากรอบสูงก็ได้อัตราเร่งที่ดีแล้ว ส่วนการวัดอัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่งพบว่า ในเสี้ยววินาทีแรกที่กดคันเร่งลงไปสุด เหมือนเครื่องยนต์จะตอบสนองช้า เพราะตอนนั้นรอบเพิ่งขยับขึ้นจากรอบเดินเบา ทำให้ยังมีไอเสียไปปั่นเทอร์ไบน์หรือใบพัดไอเสียในตัวเทอร์โบไม่มากนัก ทำให้ใบพัดไอดีหรือคอมเพรสเซอร์อัดไอดีเข้าห้องเผาไหม้ได้ไม่มาก
แต่เมื่อรอบเริ่มขยับสูงขึ้นเกิน 1,000 รอบต่อนาที จะรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่ารถพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงเริ่มแผ่วอีกครั้ง ที่ความเร็วเกิน 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เปรียบเทียบกับคู่แข่งหลักอย่าง เชฟโรเล็ต ครูส 2.0 LTZ เครื่องยนต์ดีเซล 150 แรงม้า จะพบว่ามีอัตราเร่งที่สูสีกัน
ช่วงที่ยืมรถมาทดสอบเป็นช่วงที่ฝนตกบ่อยมาก ขณะทดสอบอัตราเร่งแม้ฝนจะซาไปแล้วแต่ถนนก็ยังเปียกอยู่บ้าง ตอนออกตัวพบว่ามีอาการล้อฟรีนิดๆ เพราะปิดระบบ ESP ถ้าถนนแห้งสนิทน่าจะได้อัตราเร่งที่ดีกว่านี้ ส่วนความเร็วสูงสุดยังเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ แต่ทางหมดก่อนจึงถอนคันเร่ง |
| |
| ความเร็ว (กม./ชม.) |
เวลา (วินาที) |
ระยะทาง (เมตร) |
| 10 |
0.70 |
1.01 |
| 20 |
1.30 |
3.50 |
| 30 |
1.87 |
7.52 |
| 40 |
2.71 |
15.88 |
| 50 |
3.55 |
26.27 |
| 60 |
4.44 |
39.89 |
| 70 |
5.82 |
64.99 |
| 80 |
7.05 |
90.65 |
| 90 |
8.41 |
122.62 |
| 100 |
10.03 |
165.47 |
| 110 |
12.25 |
230.64 |
| 120 |
14.34 |
297.40 |
| 130 |
16.69 |
379.03 |
| 140 |
19.64 |
489.73 |
| 150 |
23.78 |
657.09 |
| 160 |
28.74 |
869.60 |
| 170 |
34.55 |
1136.50 |
| 180 |
46.46 |
1718.71 |
| |
| ระยะทาง (เมตร) |
เวลา (วินาที) |
ความเร็ว (กม./ชม.) |
| 0-100 |
07.5 |
83.1 |
| 0-200 |
11.2 |
106.1 |
| 0-402 |
17.3 |
132.4 |
| 0-1000 |
31.6 |
165.5 |
| |
| ความเร็วสูงสุด |
187.3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง |
|
| |
 |
| |
ส่วนการขับใช้งานทั่วไปซึ่งไม่ใช่การเร่งจุดหยุดนิ่ง โฟกัส TDCi ให้อัตราเร่งแซงที่ทันใจตั้งแต่รอบต่ำ-ปานกลาง โดยเฉพาะการเดินทางไกล ถ้ากะจังหวะให้ดีๆ ไม่แซงฉุกละหุกก็แทบไม่ต้องกดคันเร่งลึกๆ เพื่อคิ๊กดาวน์เลย แค่ค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักเท้าขวา อัตราเร่งก็มาอย่างทันใจพอสมควรแล้ว
นอกจากจะให้อัตราเร่งที่ดีโดยไม่ต้องลากรอบสูงแล้ว อีกหนึ่งจุดเด่นของเครื่องยนต์ดีเซลคือ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ที่ประหยัดกว่าเครื่องยนต์เบนซินในระดับสมรรถนะใกล้เคียงกัน ผมเริ่มทดสอบอัตราสิ้นเปลืองตั้งแต่ไปรับรถที่โรงแรมอิมพีเรียล ควีนส์ พาร์ค เซ็ต 0 ใหม่ทั้งหมด ขับขึ้นทางด่วนท่าเรือต่อด้วยทางลอยฟ้า ใช้ความเร็วคงที่ 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขับยาวไปจนสุดทาง ได้อัตราสิ้นเปลือง 5.4 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือ 18.5 กิโลเมตรต่อลิตร
จากนั้นวนขึ้นยูเทิร์นเกือกม้า กลับมาขึ้นทางลอยฟ้าอีกครั้ง คราวนี้เซ็ต 0 ทั้งหมดหลังรับบัตร ใช้ความเร็วเท่าเดิม ขับยาวต่อไปลงทางด่วนแถวเกษตร-นวมินทร์ อัตราสิ้นเปลืองดีขึ้นเล็กน้อยเป็น 5.2 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือ 19.2 กิโลเมตรต่อลิตร คิดเป็นค่าน้ำมันกิโลเมตรละประมาณ 1.50 บาท
วันรุ่งขึ้นขับไปหาที่ถ่ายรูป ระยะทางไป-กลับ ประมาณ 320 กิโลเมตร ใช้ความเร็วแบบสบายๆ 130-140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และได้สนุกกับอัตราเร่งอยู่หลายครั้ง อัตราสิ้นเปลืองแบบไม่ได้เซตใหม่ 16.6 กิโลเมตรต่อลิตร ใช้งานในเมืองต่อจนกระทั่งคืนรถ เหลืออัตราสิ้นเปลือง 15.8 กิโลเมตรต่อลิตร เดินทางไกลน้ำมัน 1 ถัง 53 ลิตร ขับความเร็วปกติจะได้ระยะทางประมาณ 800 กิโลเมตร
เสริมสมรรถนะด้วย PowerShift 6 จังหวะ
เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ PowerShift ของ โฟกัส TDCi ได้รับการพัฒนาโดย Getrag Ford Transmissions GmbH ใช้คลัตช์เปียกคู่หรือ Dual Clutch คลัตช์ชุดแรกทำงานกับเกียร์ 1, 3, 5 และเกียร์ถอยหลัง ส่วนคลัตช์อีกชุดทำงานกับเกียร์ 2, 4 และ 6 โดยคลัตช์ทั้ง 2 ชุดจะทำงานสลับกัน กล่องควบคุมจะเตรียมเข้าเกียร์ต่อไปไว้ให้ล่วงหน้า การส่งกำลังจึงมีความต่อเนื่อง รอบตกน้อย ไม่สูญเสียแรงบิด ส่งผลให้มีอัตราเร่งที่ดี และมีอัตราทดดังนี้ |
| |
| อัตราทดเกียร์ |
| 1 |
3.583 |
| 2 |
1.952 |
| 3 |
1.194 |
| 4 |
0.943 |
| 5 |
0.842 |
| 6 |
0.789 |
| ถอยหลัง |
4.843 |
| เฟืองท้าย |
4.067/2.905 |
|
| |
|
| |
ความแตกต่างที่สัมผัสได้อย่างชัดเจน ระหว่างเกียร์อัตโนมัติพื้นฐานที่ใช้ ทอร์คคอนเวอร์เตอร์ กับ เกียร์อัตโนมัติ PowerShift คือ ความรวดเร็วในการเปลี่ยนเกียร์ ทั้งในจังหวะเปลี่ยนเกียร์ขึ้นสูง และคิ๊กดาวน์ลดเกียร์ลงต่ำ ซึ่งมาพร้อมกับความนุ่มนวล ราบเรียบ แทบไม่มีอาการกระตุก
ส่วนอีกความแตกต่างที่จะเรียกว่าเป็นข้อเสียก็ไม่เต็มปากนักคือ เมื่อยกเท้าออกจากแป้นเบรก รถจะไม่ไหลเดินหน้าทันที จะต้องเหยียบคันเร่งช่วยนิดๆ รถจึงเริ่มขยับ และถ้ารถติดบนเนินชันมากๆ เมื่อยกเท้าจากแป้นเบรกรถจะไหลถอยหลังนิดๆ
ในโหมด +/- ที่ให้มาแทบไม่มีความจำเป็น เพราะแม้อยู่ในโหมด +/- เมื่อลากรอบถึงประมาณขีดแดง เกียร์ก็จะเปลี่ยนขึ้นสูงให้โดยอัตโนมัติอยู่ดี จึงไม่ช่วยให้อัตราเร่งดีขึ้น หรือจะใช้ควบคุมจังหวะเกียร์ตอนรถติด จะได้ไม่ต้องเหยียบเบรกบ่อยๆ ก็ไม่จำเป็นอีกเช่นกัน เพราะเกียร์รุ่นนี้ฉลาดพอตัว
ในโหมดเกียร์ D ถ้ากดคันเร่งครึ่งๆ กลางๆ เช่นขณะขับตามกันที่ความเร็วต่ำๆ เกียร์ก็จะยังไม่เปลี่ยนขึ้นเกียร์สูง และเมื่อเบรกหรือความเร็วลง เกียร์ก็จะเปลี่ยนลงให้โดยไล่ลงทีละเกียร์ สังเกตจากเข็มวัดรอบจะตวัดขึ้นนิดๆ เมื่อลดความเร็ว และไม่รู้สึกหัวทิ่มหัวตำเหมือนการเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำที่ความเร็วสูง
เพราะ... ชุดควบคุมจะคำนวณตำแหน่งเกียร์ให้เหมาะสมกับความเร็ว เมื่อลดความเร็วลงแล้วต้องการจะกดคันเร่งเพิ่มความเร็ว จึงทำได้อย่างฉับไวไม่ต้องรอจังหวะคิ๊กดาวน์ เมื่อบวกกับเครื่องยนต์ที่มีแรงบิดสูงที่รอบต่ำ การเปลี่ยนความเร็วในช่วงต่างๆ จึงทำได้อย่างทันใจ เมื่อจับจังหวะได้แล้วจะสามารถควบคุมจังหวะเปลี่ยนเกียร์ได้ด้วยการกดคันเร่ง ซึ่งแน่นอนว่าควบคุมได้ไม่เต็มที่เหมือนเกียร์ธรรมดาแท้ๆ แต่ก็ดีกว่าเกียร์อัตโนมัติทั่วไป |
| |
 |
| |
ช่วงล่างรับมือได้สบาย
ระบบกันสะเทือนอิสระ 4 ล้อ ด้านหน้าแม็กเฟอร์สันสตรัต พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังคอนโทรลเบลด มัลติลิงก์ ยังรับมือกับแรงบิดระดับ 32.6 กก.-ม. ได้อย่างสบายและมี ESP ช่วยเพิ่มความมั่นใจอีกระดับ เช่นเดียวกับระบบเบรกซึ่งมาพร้อมตัวช่วยอิเล็กทรอนิกส์อย่าง ABS และ EBD ถ้าได้ยางคุณภาพดีๆ สักชุดก็น่าจะดีกว่านี้อีกพอสมควร
สรุป
ฟอร์ด โฟกัส TDCi PowerShift เด่นที่เครื่องยนต์ให้อัตราเร่งที่ดี ขับให้ประหยัดก็ได้ นึกสนุกก็แค่กดคันเร่งลงไป เกียร์อัตโนมัติทันสมัย PowerShift ใช้คลัตช์เปียก 2 แผ่น ผลงานโดดเด่นทั้งในเรื่องความฉับไวและนุ่มนวล รวมทั้งมีระบบควบคุมที่ชาญฉลาด ช่วงล่างและเบรกไว้ใจได้
ส่วนจุดด้อยที่ชัดเจนคือ ความสดใหม่ ราคาขายต่อ และความเชื่อมั่นด้านศูนย์บริการ ถ้าไม่สนใจจุดด้อย คิดว่าจะใช้จุดเด่นของโฟกัส TDCi ได้อย่างคุ้มค่าและสนุกไปกับมัน ราคา 1.169 ล้านบาทก็ไม่ใช่อุปสรรค •
ขอบคุณ: บริษัท ฟอร์ด ประเทศไทย จำกัด เอื้อเฟื้อรถยนต์ในการทดสอบ |
| |
 |
| |
| อุปกรณ์มาตรฐาน Ford Focus TDCi PowerShift |
| |
ภายนอก
- ภายนอก
- กระจังหน้าสีดำ
- กรอบรอบกระจังหน้าล่างสีตัวรถ
- ไฟหน้าฮาโลเจน
- ที่ครอบไฟหน้าสีดำ
- ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
- กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว
- ไฟตัดหมอกหน้า
- ไฟตัดหมอกหลัง
- ที่ปัดน้ำฝนแบบปรับหน่วงเวลา
- ที่ปัดน้ำฝนหลังหน่วงเวลา
- ชุดแต่งสเกิร์ตด้านข้าง
- ชุดแต่งสเกิร์ตด้านหลังแบบสปอร์ต
- สปอยเลอร์หลังแบบสปอร์ต
- มือจับที่เปิดฝากระโปรงท้ายสีตัวรถ
- ฝาครอบเครื่องยนต์
- ล้อแม็ก 16 นิ้ว
ความปลอดภัย
- กระจกหน้าแบบนิรภัย 2 ชั้น
- คานกันกระแทกด้านข้าง
- ไล่ฝ้ากระจกหลัง
- ระบบเซ็นทรัลล็อก
- เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบปรับสูง-ต่ำได้
- ระบบถุงลมนิรภัยคู่หน้า
- ระบบป้องกันล้อล็อก ABS และกระจายแรงเบรก EBD
- ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP
- ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล
- ระบบรีโมทควบคุมการล็อคประตู
- ระบบกุญแจนิรภัย
- ระบบเปิดไฟฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อเบรกกะทันหัน
- เซ็นเซอร์กะระยะขณะถอยหลัง
- ไฟเบรกดวงที่ 3 |
ภายใน
- กระจกไฟฟ้าขึ้น-ลงอัตโนมัติ พร้อมระบบ Jam protection ทุกบาน
- กระจกมองข้างปรับและพับด้วยไฟฟ้า
- กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงอัตโนมัติ
- ที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
- พวงมาลัยพาวเวอร์ปรับได้ 4 ทิศทาง
- กุญแจรถแบบพับเก็บได้
- มาตรวัดระยะทาง และจอบอกข้อมูลแบบดิจิตอล
- ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวา
- ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
- วิทยุพร้อมเครื่องเล่นซีดี MP3 6 แผ่น
- ลำโพง 6 ตัว
- สวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงที่คอพวงมาลัย
- เบาะหนังแท้
- เบาะผู้ขับและผู้โดยสารด้านหน้าปรับด้วยไฟฟ้า
- หมอนรองศีรษะเบาะหลังปรับสูง-ต่ำได้
- พนักพิงเบาหลังแยกพับได้ 60:40
- ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า
- ไฟส่องที่แผงบังแดดคู่หน้า
- ที่วางแก้วน้ำสำหรับที่นั่งคู่หน้า
- แป้นเหยียบอะลูมิเนียมแบบสปอร์ต
- กาบบันไดสเตนเลส |
|
| |