| |
 |
| |
| เรื่อง - ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ |
Friday, 20 May, 2011 0:20 AM |
|
 |
| |
|
| |
ทีมงาน มอเตอร์ ทริเวีย เคยได้สัมผัส รถตรวจการณ์ของไทยรุ่ง มาครั้งหนึ่งแล้ว โดยเป็นรุ่นท้ายลาดสำหรับใช้ในราชการทหารเป็นหลัก ส่วนครั้งนี้เป็นเวอร์ชั่นใหม่ท้ายตัดตรง เตรียมผลิตจริงสำหรับประชาชนทั่วไป นำเสนอความแปลกใหม่ ขายความดิบของรูปลักษณ์ภายนอก รวมทั้งการตกแต่งภายใน เรามาอัพเดทความเคลื่อนไหวล่าสุดกันครับ |
| |
 |
| |
ภายนอกสไตล์แกร่ง
รูปลักษณ์ของ MUV4 เวอร์ชั่นล่าสุดนี้ แม้ตั้งใจจะผลิตสำหรับประชาชนทั่วไป แต่โดยรวมแล้วกลับดูโหดกว่าเวอร์ชั่นแรก ตั้งแต่ด้านหน้าซึ่งนำวินซ์มาวางด้านหน้ากันชน ไม่ได้ซ่อนไว้ด้านหลังแบบรุ่นแรก เสริมความดิบด้วยฝากระโปรงหน้าทรงเหลี่ยม รับกับการ์ดป้องกันชุดไฟหน้า
โป่งล้อด้านข้างมีขนาดใหญ่และทรงโหดขึ้น เพราะมีช่องสำหรับไขน๊อตยึดกับตัวถัง มุมเสาหน้าดูจะเอนลาดมากกว่าเดิมเล็กน้อย บันไดข้างแบบแยกหน้าหลัง สามารถพับเก็บได้พร้อมตัวล็อค ล้อและยางต่างจากรุ่นแรก โดยในรุ่นนี้เป็นแบบหน้าแคบทรงสูง ดูสวยดุไปอีกแบบ หลังคาเรียบแบนยกสันตามยาวเพิ่มความแข็งแรง
ด้านท้ายให้อารมณ์รถทหารด้วยอุปกรณ์ตกแต่งครบครัน ยางอะไหล่และถังน้ำมันสำรอง ติดตั้งอยู่บนแขนเหล็กที่ต้องสวิงออกด้านข้างก่อน จึงจะเปิดประตูบานท้ายซึ่งแยกเป็น 2 ส่วน กระจกด้านบนเปิดขึ้น ส่วนฝาท้ายเปิดสวิงด้านข้างไปด้านเดียวกับยางอะไหล่ มีตัวล็อคที่สามารถยึดฝาท้ายไว้กับแขนเหล็กยึดยางอะไหล่ |
| |
 |
| |
| • ภาพซ้าย เวอร์ชั่นก่อนหน้า ท้ายทรงลาด ส่วนเวอร์ชั่นใหม่ตัดตรง |
 |
| |
กันชนหลังติดตั้งบันไดแบบพับเก็บได้พร้อมตัวล็อค โหดสุดๆ กับท่อไอเสียทรง ‘หนีน้ำ’ มีตะแกรงเป็นฉนวนกันความร้อน ที่บอกว่าโหดเพราะถ้าติดเครื่องยนต์ไว้แล้วเดินผ่าน ไอเสียจะพ่นใส่หน้าพอดิบพอดี นอกจากนี้ที่ตัวกันชนยังติดตั้งห่วงสำหรับลากที่ฝั่งซ้าย-ขวา ตรงกลางติดตั้ง ‘ปากนกแก้ว’ เป็นตะขอเหล็กขนาดใหญ่ ประกบข้างด้วยช่องจ่ายกระแสไฟฟ้า ซึ่งส่งจากแบตเตอรี่ที่แยกต่างหากอีก 2 ลูก ติดตั้งอยู่ใต้พื้นห้องเก็บสัมภาระด้านท้าย
รูปลักษณ์โดยรวมดูโหดดิบลงตัว มิติตัวถังมีความยาว 5,201 มิลลิเมตร กว้าง 1,787 มิลลิเมตร สูง 1,916 มิลลิเมตร ฐานล้อ 3,085 มิลลิเมตร ความกว้างล้อหน้า/หลัง 1,540/1,540 มิลลิเมตร น้ำหนัก 2,380 กิโลกรัม
เปรียบเทียบกับมิติของ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ซึ่งเป็นรถเอนกประสงค์เหมือนกัน มีความยาว 4,695 มิลลิเมตร กว้าง 1,840 มิลลิเมตร สูง 1,795 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,750 มิลลิเมตร ความกว้างล้อหน้า/หลัง 1,540/1,540 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1,960 กิโลกรัม |
| |
 |
| |
ห้องโดยสารยังดิบไม่พอ
เนื่องจากรถรุ่นนี้ใช้พื้นฐานทั้งแชสซีส์ และเครื่องยนต์จาก โตโยต้า วีโก้ ภายในจึงได้รับอานิสงส์ด้วยการใช้แผงคอนโซลของวีโก้ทั้งชุด ทำให้อารมณ์โหดดิบสะดุดไปพอสมควร เพราะเมื่อเข้าไปนั่งหลังพวงมาลัยแล้วจะไม่รู้สึกว่านี่คือรถทหาร แต่เหมือน วีโก้ แปลงร่างมามากกว่า
แม้ตำแหน่งการนั่งและมุมมองรวมทั้งทัศนวิสัยรอบคัน จะแตกต่างจาก วีโก้ หรือ ฟอร์จูนเนอร์ ไปบ้างก็ตาม แต่ก็ยังหวังว่าจะเห็นแผงหน้าปัดเป็นแผ่นโลหะ เจาะรูฝังมาตรวัดและสวิตช์ควบคุมระบบต่างๆ หรือไม่ก็ออกแบบแผงคอนโซลใหม่ เพื่อให้เข้ากับตัวรถมากกว่านี้
ส่วนการตกแต่งอื่นๆ ถือว่าทำได้ดีสไตล์รถทหาร ไม่มีกระจกไฟฟ้า ไม่มีเซ็นทรัลล็อค กระจกมองข้างปรับมือ ปูพื้นด้วยผ้ายางเพื่อให้ทำความสะอาดง่าย เหมาะกับการใช้งานแบบลุยๆ แต่ก็ผสมผสานการใช้งานทั่วไปด้วยเครื่องปรับอากาศ และชุดเครื่องเสียง ซึ่งไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไรเมื่อขับเร็วๆ
ด้วยความที่เป็นรถต้นแบบทดลองประกอบ ยังไม่ใช่คันจริง การเก็บเสียงจึงยังทำได้ไม่ดีนัก ประกอบกับยางที่ใช้เป็นแบบสำหรับใช้ลุยทางวิบาก ความเร็วแค่ 60-70 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเสียงยางก็จะกระหึ่มก้อง ถ้าเป็นเวอร์ชั่นผลิตจริงอาจต้องมีการปรับเปลี่ยน แต่สำหรับผู้ที่ชอบขับออฟโรดแท้ๆ ก็คงเคยชินและรับได้ในจุดนี้ |
| |
 |
| |
| • ภาพซ้าย เวอร์ชั่นเดิมฝังวินช์ไว้ในกันชน ส่วนเวอร์ชั่นใหม่วางแบบเปลือย ดูดุดันกว่า และทำสี Fairlead Roller เป็นสีเดียวกับกันชน |
 |
| |
เครื่องยนต์เดิม...รับภาระมากขึ้น
MUV4 ใช้เครื่องยนต์ของ โตโยต้า รหัส 1KD-FTV ดีเซลคอมมอนเรลเทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ 4 สูบ DOCH 16 วาล์ว ความจุ 2,982 ซีซี 163 แรงม้า ที่ 3,400 รอบต่อนาที แรงบิด 34.95 กก.-ม. ที่ 1,400-3,200 รอบต่อนาที สมัยที่วางอยู่ใน วีโก้ หรือ ฟอร์จูนเนอร์ ถือว่าให้สมรรถนะที่ทันใจพอควร
แต่เมื่อมาอยู่ใน MUV4 ซึ่งเพิ่มทั้งความสูง น้ำหนัก และรูปทรงที่ต้านลมมากขึ้น สมรรถนะจึงลดลงไปแบบพอสัมผัสได้ แต่ในความเป็นจริงรถประเภทนี้ก็ไม่ได้ใช้อัตราเร่งหรือความเร็วปลายอยู่แล้ว เน้นไปที่แรงบิดในการปีนไต่บุกตะลุยมากกว่า ซึ่งคันนี้ก็ถือว่ายังทำได้ดี ในส่วนของการรทดสอบอัตราเร่ง สภาพการจราจรไม่เอื้ออำนวย จึงไม่มีตัวเลขความเร็วสูงสุดมาฝาก |
| |
 |
| |
| อัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่ง |
| ความเร็ว (กม./ชม.) |
เวลา (วินาที) |
ระยะทาง (เมตร) |
| 10 |
0.66 |
0.92 |
| 20 |
1.26 |
3.41 |
| 30 |
2.30 |
10.60 |
| 40 |
3.56 |
23.07 |
| 50 |
5.72 |
49.52 |
| 60 |
7.32 |
74.07 |
| 70 |
9.34 |
110.72 |
| 80 |
12.76 |
182.24 |
| 90 |
15.43 |
245.32 |
| 100 |
18.48 |
325.86 |
| 110 |
22.63 |
447.18 |
| 120 |
30.61 |
704.09 |
| 130 |
37.70 |
949.84 |
| |
| ระยะทาง (เมตร) |
เวลา (วินาที) |
ความเร็ว (กม./ชม.) |
| 0 - 100 |
08.8 |
67.8 |
| 0 - 200 |
13.5 |
83.0 |
| 0 - 402 |
21.1 |
106.9 |
| 0 - 1000 |
39.1 |
131.7 |
| |
| อัตราเร่งแซง |
| ความเร็ว (กม./ชม.) |
เวลา (วินาที) |
| 40 - 120 |
27.1 |
| 80 - 120 |
17.9 |
|
| |
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงไม่ต่างจาก ฟอร์จูนเนอร์ มากนัก ในเมือง 8-10 กิโลเมตรต่อลิตร ต่างจังหวัดถ้าใช้ความเร็วประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้แบบคงที่และต่อเนื่องก็จะได้ประมาณ 11-12 กิโลเมตรต่อลิตร
ช่วงล่างพร้อมลุย
แม้จะเป็นรถเอนกประสงค์ แต่ก็ใช้แชสซีส์ของ โตโยต้า วีโก้ แบบยกชุด ด้านหน้าอิสระ ปีกนก 2 ชั้น คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังแหนบซ้อนและคานแข็ง ฐานล้อยาวเท่ากระบะ วีโก้ ทั่วไป 3,085 มิลลิเมตร ไม่ได้ถูกหดสั้นลง และเปลี่ยนช่วงล่างหลังเหมือน ฟอร์จูนเนอร์ ฐานล้อที่ยาวจึงมีส่วนช่วยในเรื่องของความนิ่งเมื่อขับบนทางเรียบ และช่วงล่างหลังก็แข็งแรงทนทาน เหมาะกับการบุกตะลุย
ระบบเบรกก็ยกมาจาก วีโก้ เช่นกัน ด้านหน้าดิสก์พร้อมครีบระบายความร้อน ด้านหลังดรัมเบรก ซึ่งน่าจะได้รับการปรับปรุงเมื่อเป็นคันจริง เพราะระบบเบรกต้องรับภาระจากตัวถังที่หนักขึ้น และยางออฟโรดขนานแท้ซึ่งเกาะถนนด้อยกว่ายางสำหรับเอสยูวีทั่วไป แต่การทรงตัวบนทางเรียบก็ไม่ถึงกับวูบวาบจนน่ากลัว สามารถใช้ความเร็วสูงได้ ส่วนการเบรกต้องเผื่อระยะทาง และเบรกล่วงหน้าอีกนิดเพื่อความปลอดภัย |
| |
 |
| |
ในส่วนนี้ถ้าเพิ่มประสิทธิภาพของระบบกันสะเทือนและระบบเบรกให้ดีขึ้นอีกนิด ก็น่าจะชดเชยน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น กับประสิทธิภาพของยางแบบออฟโรดแท้ๆ ที่ดอกยางเน้นการลุยเป็นหลัก เพราะถ้าจะเปลี่ยนเป็นยางเรเดียล สำหรับรถเอนกประสงค์ทั่วไป ก็จะลดความดุลงไปอีกพอสมควร และอาจจะดูไม่เข้ากับรถก็เป็นได้
ไทยรุ่ง MUV4 Model 2 รูปลักษณ์ดุดันแปลกตา เหมาะสำหรับคนชอบของแปลก หรือเบื่อเอสยูวีเดิมๆ ที่มีอยู่เกลื่อนตลาด ชอบขับรถบุกตะลุยบนเส้นทางวิบากเป็นหลัก หรือถ้าคิดว่าทรงนี้โหดเกินไป อดใจรอเดือนกรกฎาคมกับรุ่น Transformer ซึ่งทีมงาน มอเตอร์ทริเวีย จะพยายามนำมาทดสอบอีกครั้ง •
ขอบคุณ: บริษัท ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ จำกัด (มหาชน) เอื้อเฟื้อรถยนต์ในการทดสอบ |
| |