motortrivia.com
m2 TEST DRIVE SECTION | BACK TO TEST DRIVE MAIN PAGE | HOME | ABOUT MT | CONTACT MT m3
 
LT CT RT
LC RC
LB CB RB
เรื่อง : นาธัส แสงสุริยะ  •  ภาพ - วีดิโอ : Honda ประเทศไทย  •  ตัดต่อ : วราห์ หัสรังค์ Monday, 2 May, 2011 0:12 AM
800x
 
Group Test: Honda Brio
ทดสอบความสุข ลงตัวที่เชียงราย
 
baบริโอ้ อีโคคาร์พันธุ์แท้รุ่นแรกของ ฮอนด้า ไทย เปิดตัว 17 มีนาคมที่ผ่านมา รถล๊อตแรกกว่า 5,000 คันถูกจองหมดแล้ว และพร้อมส่งมอบช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ จากนั้นไม่นานก็เกิดภัยธรรมชาติสึนามิ ทำให้การผลิตชิ้นส่วนหยุดชะงัก ส่งผลให้ ฮอนด้า ต้องประกาศหยุดรับจองรถล๊อตต่อไป เนื่องจากไม่แน่ใจว่าจะส่งมอบรถได้เมื่อไร ส่วนผู้ที่จองไปแล้วสามารถขอรับเงินจองได้เต็มจำนวน

baสำหรับการทดสอบรถของคณะสื่อมวลชน ยังเป็นไปตามกำหนดการเดิม ทีมงาน มอเตอร์ทริเวีย ได้ทดสอบในทริปปิดท้าย วันที่ 28 - 29 เมษายน ที่ผ่านมา ท่ามกลางสายฝนเคล้าละอองหมอกที่จังหวัดเชียงราย มีรถให้ทดสอบ 2 รุ่นหลัก คือ Honda Brio V เกียร์ธรรมดา และ Honda Brio V เกียร์อัตโนมัติ CVT
 
Honda Brio
 
baเริ่มต้นออกเดินทางช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 28 เมษายน ถึงสนามบินแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย นั่งรถตู้ไปยังสถานที่พัก โรงแรม เลอ เมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท เพื่อรับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับ ฮอนด้า บริโอ้ พร้อมพบปะกับวิศวกรในด้านต่างๆ รวมทั้งดีไซเนอร์ชาวญี่ปุ่น ที่มากันแบบครบทีม จากนั้นจึงเริ่มการทดสอบซึ่งแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ เกียร์อัตโนมัติ CVT และเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ

baในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ CVT ได้ขับกันแบบเต็มอิ่มตลอดระยะทาง 113 กิโลเมตร จากโรงแรมที่พักไปยังพระตำหนักดอยตุง ส่วนเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ ขับในเมืองระยะทางสั้นๆ ขับผ่านแยกไฟแดง และการจราจรที่พลุกพล่าน ใช้เวลาราว 15 - 20 นาที (ถ้าไม่หลง)

baหลังรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับตัวรถและเส้นทางทดสอบแล้ว ก็ถึงเวลาขับจริงซึ่งผมอยู่กลุ่ม 1 ขับเกียร์อัตโนมัติ CVT ก่อน และเนื่องจากทาง ฮอนด้า ใจดี เตรียมรถไว้ 14 คันเท่ากับจำนวนสื่อมวลชน จึงได้ขับกันแบบจุใจบนระยะทางกว่า 100 กิโลเมตร แต่ก็แทบไม่มีโอกาสหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปเลย
 
Honda Brio
 
• (จากซ้าย) มร. อาซึชิ ฟูจิโมโตะ ประธานบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด และ มร. ทาคาฮิโร ฮิคูชิิ หัวหน้าทีมพัฒนาบริโอ้
800x
 
Eco Car ก็ขับทางไกลได้
baจากโรงแรมที่พักซึ่งใช้เป็นจุดปล่อยรถทดสอบด้วย มุ่งหน้าสู่ พระตำหนักดอยตุง เส้นทางช่วงแรกเป็นทางตรงยาว จึงมีโอกาสทดสอบทั้งสมรรถนะเครื่องยนต์ และระบบกันสะเทือน แม้เป็นอีโคคาร์ที่เน้นการใช้งานในเมืองเป็นหลัก แต่ก็สามารถขับทางไกลได้อย่างสบายๆ

baเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC 1,200 ซีซี 90 แรงม้า กับตัวถังหนัก 950 กิโลกรัม เมื่อใช้ร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่ช่วยรักษารอบเครื่องยนต์ให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสมตลอดเวลา รอบไม่ตกขณะเปลี่ยนขึ้นเกียร์สูง จึงให้อัตราเร่งที่ต่อเนื่องและทันใจพอสมควร โดยเฉพาะในรอบต่ำ-ปานกลาง ซึ่งตรงกับลักษณะการใช้งานในเมือง

baส่วนที่ความเร็วสูงๆ อัตราเร่งก็อืดลงเป็นธรรมดาของเครื่องยนต์เล็ก ความเร็วสูงสุดถูกล็อกไว้ที่ 145 กิโลเมตรต่อชั่วโมงตามมาตรวัด ถ้าไม่ล็อกน่าจะไหลไปแตะ 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

baระบบกันสะเทือนหน้าอิสระแม็กเฟอร์สันสตรัต พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังคานบิดทอร์ชั่นบีมทรงตัว H และยางขนาด 175/65 R14 ของ Michelin รุ่น Energy ซึ่งเป็นยางที่เน้นลดการใช้พลังงาน แต่การทรงตัวบนทางตรงที่ความเร็วสูง ก็ไม่มีอาการวูบวาบหวาดเสียวแต่อย่างใด
 
Honda Brio
 
baจากทางหลักเลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าพระตำหนัก เส้นทางช่วงนี้มีลักษณะคดโค้งและลาดชันในบางช่วง เพิ่มความท้าท้ายด้วยฝนที่ตกพรำๆ ผมเริ่มทิ้งห่างคันหน้ามากขึ้น และปล่อยคันหลังที่อยากแซงให้แซงไปก่อน ส่วนคันที่ไม่แซงก็ดูเหมือนจะใจตรงกันคือ ทิ้งห่างจากผมไปพอสมควร จากนั้นลองเพิ่มความเร็วขึ้นในแต่ละโค้งที่ผ่านไป ตั้งสติเตรียมพร้อมรับมือกับอาการของรถที่เกิดจากการเข้าโค้งเร็วเกินไป

baแม้ผิวถนนจะเปียกชุ่มไปด้วยฝนและหมอก รวมทั้งการตั้งใจเข้าโค้งแบบไม่ตัดโค้ง เพื่อจะลองว่าตัวรถจะออกอาการอย่างไรบ้าง เริ่มต้องออกแรงบังคับพวงมาลัยมากขึ้น เพราะใช้ความเร็วสูงขึ้น แต่ตัวรถก็ยังไม่ออกอาการว่าจะสูญเสียการทรงตัวแต่อย่างใด ล้อหน้าไม่ไถหรืออันเดอร์สเตียร์ ท้ายไม่ปัด แต่กลับจิกไล่ไปตามโค้งได้อย่างมั่นคง แม้จะใช้ความเร็วสูงเกินปกติ แต่อาจจะยังเร็วพอที่จะทำให้รถออกอาการก็เป็นได้ ในการใช้งานทั่วไป ระบบกันสะเทือนชุดนี้ย่อมรับมือได้สบาย

baระบบบังคับเลี้ยวแร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์ไฟฟ้า EPS เบาแรงที่ความเร็วต่ำ และไม่เบาหวิวเมื่อใช้ความเร็วสูง ความแม่นยำอยู่ในระดับดี การตอบสนองฉับไวแต่ไม่วูบวาบ และให้ความผ่อนคลายในการบังคับควบคุม ระบบเบรกหน้าดิสก์ หลังดรัม พร้อมเอบีเอส การทำงานของเบรกสัมพันธ์กับน้ำหนักในการเหยียบแป้นเบรก ใช้เวลาปรับตัวไม่นานก็สามารถควบคุมให้เบรกได้อย่างนุ่มนวล และให้แรงดึงในระดับที่ไว้ใจได้เมื่อต้องเบรกฉุกเฉิน
 
Honda Brio
 
• เกียร์อัตโนมัติ CVT ทำงานด้วยโซ่โลหะที่พัฒนาให้ทนทาน
800x
 
baเกียร์อัตโนมัติ CVT ถูกทดสอบอีกครั้งในช่วงขึ้นเนิน ผมดึงเกียร์มาที่ตำแหน่ง S และ L ในบางช่วง รักษารอบเครื่องยนต์เพื่อสร้างแรงบิดในการไต่เนินชัน ซึ่งในบางจังหวะไม่มีจังหวะเร่งส่ง พบว่าในช่วง 3,000 รอบต่อนาทีขึ้นไป เครื่องยนต์ให้อัตราเร่ง ‘ติดเท้า’ พอสมควร แค่กดคันเร่งรถก็พุ่งไปข้างหน้าแบบไม่ต้องรอไต่รอบ ช่วยให้การขับเข้าโค้งขึ้นเขาเป็นเรื่องสนุก แต่ก็ต้องแลกด้วยความสึกหรอ และอัตราสิ้นเปลืองที่มากกว่าปกติ เสียงเครื่องยนต์เล็ดลอดเข้ามาในห้องโดยสารไม่มากนักแม้ในรอบสูง

baส่วนเรื่องที่เป็นประเด็นพอสมควรคือ กระจกบานหลังไม่มีที่ปัดน้ำฝน ซึ่งรถแฮทช์แบ็คท้ายตัดมักมีปัญหากระจกหลังสกปรกเมื่อขับลุยฝน ในรอบที่ขับทดสอบทางไกลก็เจอฝนเกือบตลอดเส้นทาง ผมพยายามถ่ายรูปมาให้ดูว่า กระจกบานหลังสกปรกแค่ไหน หลังจากขับลุยฝนด้วยความเร็วพอสมควร ในภาพแม้ดูแล้วจะไม่สกปรกเท่าไร แต่ก็คิดว่า “มีดีกว่าไม่มี”

baลองคิดกันเล่นๆ ว่าถ้าจะติดที่ปัดน้ำฝนหลังเพิ่ม จะติดตั้งไว้ตรงไหน ด้านล่างของกระจกตามปกติ หรือติดห้อยลงมาจากสปอยเลอร์
 
Honda Brio
 
• กระจกหลังไม่มีที่ปัดน้ำฝน หลังขับลุยฝน
800x
 
เตือนให้ประหยัดด้วยไฟ ECO
baมาตรวัดฝั่งขวาเป็นศูนย์รวมของไฟเตือนระบบต่างๆ รวมทั้ง ไฟ ECO สีเขียว ที่จะสว่างขึ้นอัตโนมัติ เมื่อเครื่องยนต์ทำงานอยู่ในช่วงที่ประหยัดเชื้อเพลิงคือ ประมาณ 2,000 รอบต่อนาที แม้ขับโดยไม่ได้เคร่งเครียดอะไร แต่ก็สังเกตว่าไฟ ECO สว่างขึ้นบ่อยครั้ง กลับถึงโรงแรมมาตรวัดอัตราสิ้นเปลืองโชว์ที่ 15 กิโลเมตรต่อลิตร ถังน้ำมันจุ 35 ลิตรขับได้เกิน 500 กิโลเมตร

baถ้าขับแบบเน้นจริงๆ ที่ ฮอนด้า เคลมไว้ 20 กิโลเมตรต่อลิตรก็น่าจะเป็นไปได้
 
Honda Brio
 
CVT มีแนวโน้มประหยัดกว่า
baไม่เป็นจริงเสมอไป ที่เกียร์ธรรมดาจะประหยัดเชื้อเพลิงกว่าเกียร์อัตโนมัติ ในสภาพการใช้งานเดียวกัน เนื่องจากเกียร์อัตโนมัติยุคใหม่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาก ไม่กินแรงเครี่อง ตอบสนองฉับไว ทำงานแม่นยำ และยิ่งเป็นเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT หรืออัตราทดแปรผันต่อเนื่อง ซึ่งมีจุดเด่นมากมาย และได้รับการพัฒนาในเรื่องของความทนทานอีกด้วย

baนอกเหนือจากการเปลี่ยนอัตราทดด้วยการเปลี่ยนขนาดของพูเลย์ ทำให้รอบเครื่องยนต์ไม่ตก และอัตราเร่งต่อเนื่องแล้ว อีกหนึ่งความได้เปรียบของเกียร์อัตโนมัติ CVT คือ การมีช่วงอัตราทดที่กว้างกว่าเกียร์ธรรมดา

baเปรียบเทียบระหว่างเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ CVT ของ บริโอ้ แม้รุ่นเกียร์ CVT จะใช้เฟืองท้ายสูงกว่าคือ 4.619 แต่ก็มีอัตราทดอยู่ในช่วง 2.419-0.421 ถ้านำอัตราทดต่ำสุดคูณเฟืองท้ายจะได้ตัวเลข 1.944 ส่วนเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ ใช้เฟืองท้าย 4.294 คูณด้วยเกียร์ 5 ที่มีอัตราทด 0.727 จะได้ตัวเลข 3.121 หมายความว่าที่เกียร์สูงสุด ถ้าใช้ความเร็วเท่ากัน เกียร์อัตโนมัติ CVT จะใช้รอบเครื่องยนต์ต่ำกว่า
 
Honda Brio
 
เกียร์ธรรมดา คลัตช์เบา คล่องตัว
baหลังจากขับเกียร์อัตโนมัติ CVT เสร็จแล้วก็ได้เวลาพักทานอาหารกลางวัน จากนั้นจึงไปต่อคิวขับเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ ที่ต้องต่อคิวเพราะมีรถน้อยกว่าจำนวนสื่อมวลชน ผมโชคดีที่มีพี่สื่อมวลชนท่านหนึ่งนั่งไปเป็นเพื่อนช่วยบอกทาง แม้ตลอดทางจะมีเจ้าหน้าที่ของ ฮอนด้า ยืนตามจุดต่างๆ เพื่อบอกทางก็ตาม แต่มีเพื่อนไปด้วยอุ่นใจกว่าเยอะ

baน่าจะเป็นเพราะรถเครื่องยนต์เล็ก จึงต้องใช้อัตราทดเกียร์มาช่วยตอนออกตัวจากจุดหยุดนิ่ง อัตราทดเกียร์ 1 กับเกียร์ 2 ของ บริโอ้ เกียร์ธรรมดาจึงห่างกันเกือบ 46 เปอร์เซ็นต์ ออกตัวด้วยเกียร์ 1 ไปสุดเกียร์ เข้าเกียร์ 2 จะรู้สึกว่าอัตราเร่งเหี่ยวลงไป จากนั้นเกียร์ 2-3 และ 3-4 อัตราทดจะชิดเข้ามาเป็น 37 และ 27 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ ให้อัตราเร่งที่ดีพอสมควร ส่วนจากเกียร์ 4-5 ห่างกันแค่ 14 เปอร์เซ็นต์ ช่วยลดรอบเครื่องยนต์ที่ความเร็วสูงได้เล็กน้อย

baระยะทางเดินของแป้นคลัตช์ไม่ยาวมาก กระชับและเบาแรง แต่ต้องผ่อนคลัตช์ออกมามากไปหน่อยคลัตช์จึงเริ่มจับตัว (ผมชอบแบบผ่อนคลัตช์ออกมานิดเดียวแล้วคลัตช์เริ่มจับตัว) ช่วงแรกๆ เวลาออกตัวจึงเหมือนเลียคลัตช์ ใช้เวลาปรับตัวซักพักก็ออกตัวได้ตามปกติ การเข้าเกียร์มีความแม่นยำพอสมควร ลากรอบสูงก็ยังเปลี่ยนเกียร์ขึ้นสูงได้อย่างฉับไว

baการใช้งานในเมืองพบว่า ระบบกันสะเทือนให้ความนุ่มนวลกว่าคู่แข่งพอสมควร ระยะการทำงานของช่วงล่างสั้นกระชับ เวลาขับผ่านทางขรุขระได้ยินเสียงการทำงานของช่วงล่างเพียงแค่เบาๆ พวงมาลัยเพาเวอร์ที่ผ่อนแรงไปได้มาก ช่วยเพิ่มความคล่องตัวเมื่อใช้งานในเมือง อัตราสิ้นเปลืองต้องเซ็ต 0 พร้อมระยะทาง Trip เหมือน ฮอนด้า แจ๊ซ แต่ผมปล่อยยาวไม่ได้เซ็ต 0 ได้อัตราสิ้นเปลือง 14.5 กิโลเมตรต่อลิตร

baฮอนด้า บริโอ้ อีโคคาร์ ทรงล้ำยุค ใช้งานในเมือง สมรรถนะเหลือเฟือ และเพียงพอกับการโลดแล่นบนทางไกล โดยยังคงความประหยัดไว้เช่นเดิม ‘ความสุข’ ของทั้งผู้ที่รอซื้อ (และของฮอนด้า) น่าจะเกิดขึ้นเมื่อทุกอย่าง ‘ลงตัว’ •

ขอบคุณ: บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
 
m2 HONDA BRIO  •  CLICK IMAGES TO ENLARGE m3
 
   
 
800x
Specification: Honda Brio V CVT
 
แบบตัวถัง แฮทช์แบ็ค 5 ประตู
ยาว x กว้าง x สูง 3,610 x 1,680 x 1,485 มิลลิเมตร
ฐานล้อ 2,345 มิลลิเมตร
ความกว้างล้อหน้า/หลัง 1,480/1,465 มิลลิเมตร
ระยะต่ำสุด 150 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 950 กิโลกรัม
แบบเครื่องยนต์ เบนซิน 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC
ความจุ 1,198 ซีซี
กระบอกสูบ x ช่วงชัก 73 x 71.6 มิลลิเมตร
อัตราส่วนการอัด 10.2:1
กำลังสูงสุด 90 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 11.2 กก.-ม. ที่ 4,800 รอบต่อนาที
ระบบส่งกำลัง อัตโนมัติ CVT
ระบบขับเคลื่อน ล้อหน้า
ระบบบังคับเลี้ยว แร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์ไฟฟ้า EPS
ระบบกันสะเทือนหน้า อิสระ แม็กเฟอร์สันสตรัต พร้อมเหล็กกันโคลง
ระบบกันสะเทือนหลัง ทอร์ชั่นบีม H-Shape
ระบบเบรกหน้า/หลัง ดิสก์/ดรัม พร้อม ABS
ผู้จำหน่าย บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด
โทรศัพท์ 02-341-7777
เวบไซต์ www.honda.co.th/brio
 
 
1000x
 
 
M A N U F A C T U R E R S   I N D E X  :
• MORE ABOUT HONDA  :  CLICK  >  HONDA NEWS SECTION
800x
R E L A T E D   N E W S  :
• GRAND OPENING : Honda Brio ฮอนด้า ประเทศไทย เปิดตัว Eco Car
• TEST DRIVE : Honda Accord Minor Change - Group Test ขับแอคคอร์ดใหม่ไปเกาะช้าง
• TEST DRIVE : Honda Civic 1.8 E NAVI เติมอุปกรณ์เทียบชั้นรุ่นใหญ่
• TEST DRIVE : Honda Jazz SV เติมความเฉียบให้ความเอนกประสงค์
• TEST DRIVE : Honda Freed - Group Test เอนกประสงค์บนทรงเฉียบ
• TEST DRIVE : Honda CR-V 2.4 4WD ขับแบบเก๋ง สบายสไตล์ SUV
• MODIFIED - TH : Honda Mania Special รวมตัวพลพรรคคนรักฮอนด้า 3 คัน 3 สไตล์ ต่างรุ่นต่างแนวทางการตกแต่ง
800x
what do u think
FLT   FRT
   
  760  
   
  760  
 
 
FBL   FBR
 
 
 
1000x
Copyright © 2009 MT Team | online automotive news and web video. all rights reserved | www.motortrivia.com | e-mail : motortrivia@hotmail.com  mail