motortrivia.com
m2 TEST DRIVE SECTION | BACK TO TEST DRIVE MAIN PAGE | HOME | ABOUT MT | CONTACT MT m3
 
Lexus CT 200h
 
เรื่อง - ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ Thursday, 3 March, 2011 2:49 AM
800x
 
Lexus CT 200h
สปอร์ตแฮทช์แบ็กเพื่อสิ่งแวดล้อม
 
baทิ้งช่วงจาก การเปิดตัว เพียงไม่กี่วัน เลกซัส ก็เชิญสื่อมวลชนทดลองขับ สปอร์ตแฮทช์แบ็กระดับพรีเมียมรุ่นล่าสุด Lexus CT 200h บนเส้นทางกรุงเทพฯ - หัวหิน ในระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ - 1 มีนาคมที่ผ่านมา โดยนัดรวมตัวกันที่โรงแรมเรเนอซองส์ ถนนเพลินจิต

baทานอาหารกลางวันที่โรงแรมเสร็จแล้ว ต่อเนื่องด้วยการกล่าวต้อนรับโดย คุณวิเชียร เอมประเสริฐสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และบรรยายสรุปด้านเทคนิค จากนั้นจึงออกเดินทางประมาณ 13.00 น.
 
Lexus CT 200h
 
คุณวิเชียร เอมประเสริฐสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
800x
 
baผมได้คิวขับ CT 200h ตอนขากลับ วันแรกจึงขับ Lexus GS 300 ตามขบวนซึ่งไม่ได้ใช้เส้นทางด่วนเพื่อออกนอกเมืองตามปกติ แต่ลัดเลาะผ่าเข้าเมืองโดยตรงไปยังแยกเฉลิมเผ่า ลงสะพานยศเส ผ่านวรจักร ทะลุออกอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ขึ้นสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

baต่อคู่ขนานลอยฟ้า ตลิ่งชัน-พุทธมลฑล ขึ้นสะพานมุ่งหน้านครปฐม ตรงผ่านแยกบ้านโป่ง และแยกโพธาราม จากนั้นเลี้ยวขวาที่เจ็ดเสมียน ข้ามแม่น้ำแม่กลองที่หน้าวัดใหม่ชำนาญ ลัดเลาะไปตามเส้นทางก่อนจะแวะพักที่ ร้านกาแฟคนรักษ์สวน ระยะทางประมาณ 103 กิโลเมตร เลกซัส จัดเส้นทางนี้เพื่อให้สื่อมวลชนได้สัมผัส CT 200h ครบทุกรูปแบบการใช้งาน และได้ขับในระยะทางพอๆ กันด้วย

baพักเติมความสดชื่นด้วยกาแฟหอมกรุ่น ท่ามกลางบรรยากาศสวนที่ร่มรื่นด้วยแมกไม้นานาชนิดประมาณ 30 นาที จึงออกเดินทางต่อโดยสลับคนขับ ลัดเลาะไปออกแถว 4 แยกเจดีย์หัก เลี้ยวขวามุ่งหน้าเพชรบุรี ผ่านแยกวังมะนาว ไม่เข้าเส้นบายพาส วนซ้ายเข้าชะอำถึงโรงแรมเชอราตัน หัวหิน ระยะทางในช่วงนี้ 120 กิโลเมตร ระยะทางรวม 223 กิโลเมตร จากนั้นแยกย้ายกันพักผ่อน และทานอาหารเย็นริมทะเลประมาณ 18.30 น. ขับกล่อมด้วยเสียงเพลงในสไตล์อะคูสติกจาก เบล สุพล เรียกเสียงปรบมือ และเสียงกรี๊ดจากพีอาร์สาว โตโยต้า ได้อย่างต่อเนื่อง
 
Lexus CT 200h
 
• ร้านกาแฟคนรักษ์สวน
800x
 
baจริงๆ ทาง เลกซัส เตรียมรถ RX 350 ไว้สำหรับสื่อมวลชนที่ต้องการถ่ายภาพนิ่งและวีดิโอตามขบวน แต่ผมต้องรับหน้าที่ขับ GS 300 จึงไม่ได้ถ่ายภาพตอน CT 200h ขับเป็นขบวนมาฝากกัน แต่ก็นับเป็นความโชคดี เพราะได้สัมผัสสมรรถนะของ GS 300 แบบจุใจ เพราะต้องพาช่างวีดิโอท่านหนึ่งตามเก็บบรรยากาศ ขณะที่ CT 200h อยู่บนถนน จึงต้องทั้งเร่งแซงไปอยู่หัวขบวน และลดความเร็วลงมาท้ายขบวนสลับกันไป

baเครื่องยนต์ 3,000 ซีซี Dual VVT-i 228 แรงม้า ของ GS 300 ก็ทำหน้าที่ได้อย่างดี อัตราเร่งทันใจและนุ่มนวล เสียงเครื่องยนต์หวาน หนักแน่นเมื่อลากรอบสูง ระบบขับเคลื่อนล้อหลังและระบบกันสะเทือนให้ความมั่นใจ แม้ในช่วงหลังๆ ต้องใช้ความเร็วสูงเพื่อให้ทันขบวน เนื่องจากออกจากร้านกาแฟเป็นคันท้ายๆ และติดไฟแดงหลายครั้ง

baวันรุ่งขึ้นนัดรวมตัวเวลา 10.00 น. เพื่อเดินทางกลับ แบ่งเส้นทางเป็น 2 ช่วงคือ จากโรงแรมเชอราตันไปยังร้านแดง จังหวัดสมุทรสงคราม ระยะทางประมาณ 110 กิโลเมตร และช่วงที่ 2 เดินทางกลับไปยังโรแรมเรเนซองส์ โดยขับย้อนเส้นทางเดิมตอนขาออกจากกรุงเทพฯ ส่วนรถที่ผมได้ขับคือ Lexus CT 200h รุ่นย่อย F-Sport สีดำ ภายในทูโทน

baผมรับหน้าที่ขับจากโรงแรมเชอราตันไปทานอาหารกลางวันที่ร้านแดง อิ่มอร่อยพร้อม 2 ข่าวดีคือ เปลี่ยนเส้นทางเข้ากรุงเทพฯ โดยใช้ทางด่วนดาวคะนองตามปกติ ไม่ต้องฝ่ารถติดสาหัสตอนช่วงเย็น อีกข่าวดีคือ ได้ขับ CT 200h ต่อไปถึงโรงแรมเรเนซองส์ ซึ่งเป็นปลายทาง ระยะทางช่วงที่ 2 ประมาณ 75 กิโลเมตร จึงได้สัมผัสรถรุ่นนี้อย่างเต็มอิ่มมากขึ้น
 
Lexus CT 200h
 
แฮทช์แบ็กทรงล้ำ
baภายนอกของรุ่นย่อย F-Sport แตกต่างจากรุ่นพื้นฐานด้วยกระจังหน้าลายตาข่าย กันชนหน้าทรงดุดันกว่า ล้อแม็กลายเดียวกัน แต่เป็นสีรมดำ มีโลโก้ F-Sport บริเวณใต้กระจกมองข้าง สเกิร์ตข้างขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย และกันชนหลังแบบท้ายดำตามสมัยนิยม ทุกรุ่นใช้ฝากระโปรงหน้าและหลังอะลูมิเนียมช่วยลดน้ำหนัก และเพิ่มความปลอดภัยเมื่อชนคนเดินถนน

baมุมมองด้านหน้าโดยรวมของ F-Sport ดุดันและดูสปอร์ตมากกว่า แต่ล้อแม็กพร้อมยาง 205/55 R16 ดูเล็กไปนิดในแง่ความสปอร์ต อย่างน้อยน่าจะ 17 นิ้ว ด้านท้ายเตะตาด้วยชุดไฟท้ายทรงเพรียว ประตูท้ายมีสปอยเลอร์ในตัว และสปอยเลอร์เหนือกระจกบานท้าย พร้อมไฟเบรก LED กระจกบานเล็กบนเสา C ออกแบบให้กลมกลืนต่อเนื่องกับกระจกบานท้าย และซ่อนเสาหลังไว้โดยใช้สีดำ ช่วยให้ตัวรถดูปราดเปรียวยิ่งขึ้น

baมิติตัวถังมีความยาว 4,320 มิลลิเมตร กว้าง 1,765 มิลลิเมตร สูง 1,440 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,600 มิลลิเมตร ความกว้างล้อหน้า/หลัง 1,525/1,520 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1,410-1,465 กิโลกรัม
 
Lexus CT 200h
 
หรูล้ำมากลูกเล่น
baแม้เป็นรถราคาย่อมเยาที่สุดของ เลกซัส ในปัจจุบัน แต่ความเนี๊ยบและความหรูหราก็ไม่ได้ลดลง ใช้วัสดุคุณภาพสูง และประกอบเข้าด้วยกันอย่างประณีต แผงหน้าปัดเน้นเส้นสายที่เฉียบคม บุหนังแท้ด้ายขาวดูสปอร์ต ด้านบนของแผงหน้าปัดในรุ่น Premium ติดตั้งจอ Electro Multi-Vision หรือ EMV ขนาด 8 นิ้ว แสดงผลระบบนำทางและกล้องมองหลัง ควบคุมด้วยปุ่มควบคุมกลาง ออกแบบคล้ายเมาส์ที่ใช้กับคอมพิวเตอร์ แต่รถเมืองไทยพวงมาลัยขวา จึงต้องใช้มือซ้ายในการควบคุม

baชุดมาตรวัดทรงกลมเรืองแสงเปลี่ยนสีตามโหมดการขับ ที่สามารถเลือกได้ด้วยสวิตช์บนคอนโซลกลาง เมื่อขับในโหมด Normal และ ECO จะเป็น สีฟ้า และเปลี่ยนเป็น สีแดง เมื่ออยู่ในโหมด Sport ตรงกลางเป็นมาตรวัดความเร็ว ขวามือมาตรวัดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง และแสดงการทำงานของระบบไฮบริด ขวามือแสดงสถานะในการขับเคลื่อนซึ่งประกอบด้วย CHARGE, ECO และ POWER ถ้าเปลี่ยนโหมดการขับเป็น Sport มาตรวัดนี้จะเปลี่ยนเป็นมาตรวัดรอบ ซึ่งมีขีดแดงอยู่ที่ 5,500 รอบต่อนาที

baกลางแผงหน้าปัดติดตั้งสวิตช์ควบคุมระบบปรับอากาศ ถัดลงมาเป็นคอนโซลกลางแบบแยกส่วน ด้านบนสุดติดตั้งสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง ด้านข้างเป็นคันเกียร์สไตล์เดียวกับ Toyota Prius เข้าเกียร์ P ด้วยการกดสวิตช์ได้จากทุกตำแหน่งเกียร์ ต่อเนื่องด้วยสวิตช์เลือกโหมดขับเคลื่อน และสวิตช์เลือก EV Mode ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าล้วนๆ และสวิตช์ควบคุมระบบระบายความร้อนเบาะคู่หน้า
 
Lexus CT 200h
 
baในรุ่น Premium ติดตั้งสวิตช์ควบคุมจอเอนกประสงค์ มีสวิตช์เปิด-ปิด และปรับองศาของจอเอนกประสงค์บนคอนโซลกลาง ส่วนรุ่น F-Sport ที่ไม่มี 2 ระบบนี้ก็จะเป็นช่องสำหรับใส่ของแทน ด้านข้างเป็นช่องจ่ายไฟ 12 โวลต์ 120 วัตต์ และช่องเสียบ USB, AUX มีฝาปิดเรียบร้อย พร้อมคำเตือนใต้ฝาปิด ต่อเนื่องด้วยที่วางแก้วหรือขวดน้ำ และที่เท้าแขนเป็นช่องเก็บของในตัว

baพวงมาลัย 3 ก้านหุ้มหนังเย็บด้ายขาวสปอร์ตปรับได้ 4 ทิศทาง ติดตั้งสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงที่ก้านฝั่งซ้าย รุ่น Sport ติดตั้งโลโก้ F-Sport ส่วนรุ่น Premium เพิ่มสวิตช์ควบคุมการรับโทรศัพท์ที่ก้านฝั่งขวา และสวิตช์ควบคุมระบบครูสคอนโทรลอยู่บนคอพวงมาลัยฝั่งขวาล่าง เบาะคู่หน้าทรงสปอร์ตปรับทิศทางด้วยระบบไฟฟ้า ฝั่งผู้ขับมี 3 หน่วยความจำ แป้นเหยียบของรุ่น Sport เป็นอะลูมิเนียมพร้อมยางกันลื่น

baเบาะหลังวางมุมพนักพิงมากำลังเหมาะ พื้นที่เหนือศีรษะและที่วางขาเพียงพอถ้าสูงไม่เกิน 175 เซ็นติเมตร ข้างเบาะหลังฝั่งผู้ขับมีช่องดูดอากาศเย็นจากห้องโดยสาร เพื่อระบายความร้อนแบตเตอรี่ของระบบไฮบริด ทุกอย่างดูดีและไฮเทค เข้ากับรูปแบบของรถ ยกเว้นชุดสวิตช์ฝั่งขวาของผู้ขับ ที่ใช้ควบคุมความสว่างหน้าปัด, พับและปรับกระจกข้าง, เปิด-ปิดระบบเซ็นเซอร์กะระยะ และที่ฉีดน้ำล้างไฟหน้า ดูหน้าตาธรรมดาไปนิด

baในแง่ความกระชับของการนั่ง และสภาพแวดล้อมที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตและไฮเทค CT 200h ทำได้ดี ส่วนเรื่องทัศนวิสัยด้านหลัง ก็ถือว่าไม่อับทึบเกินไปนัก แม้กระจกบานท้ายจะค่อนข้างเตี้ยก็ตาม อย่างผมชอบปรับเบาะต่ำๆ ก็ไม่รู้สึกว่าขาดความมั่นใจหรือไม่คล่องตัว ช่วงที่ขับเข้าเมืองมายังโรงแรมเรเนซองส์ ก็สามารถเปลี่ยนเลนลื่นไหลไปตามสภาพการจราจรได้เหมือนรถซีดานทั่วไป
 
Lexus CT 200h
 
เครื่องยนต์ 2 บุคลิก
baแม้รูปทรงจะค่อนข้างสปอร์ต แต่จริงๆ แล้ว CT 200h เน้นประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก โดยใช้เครื่องยนต์ 2ZR-FXE รุ่นเดียวกับ พริอุส โฉมปัจจุบัน เป็นแบบเบนซิน 4 สูบ Atkinson Cycle ฝาสูบแบบ DOHC 16 วาล์ว พร้อมระบบแปรผันวาล์ว VVT-i ความจุ 1,798 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 99 แรงม้า ที่ 5,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 14.46 กก.-ม. ที่ 4,400 รอบต่อนาที

baทำงานร่วมกับระบบไฮบริดซึ่งมีส่วนประกอบหลักคือ แบตเตอรี่นิเกิลเมทัลไฮดราย และ มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 650 โวลต์ ให้กำลังสูงสุด 60 กิโลวัตต์ หรือ 82 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 21 กก.-ม. ส่งผลให้มีกำลังขับเคลื่อนรวมทั้งระบบ 136 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ขับเคลื่อนล้อหน้า

baผมได้ขับ CT 200h ครั้งแรกในช่วงเช้าก่อนเวลาเดินทางกลับ โดยเป็นรุ่นสูงสุด Premium มีซันรูฟ ขับหามุมถ่ายรูปภายในโรงแรมจึงมีโอกาสได้ใช้โหมด EV ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าล้วนๆ พบว่ามีการตอบสนองที่ดีพอสมควร มีกำลังเพียงพอจะไต่ขึ้นสะพานได้โดยไม่ต้องกดคันเร่งส่ง และที่ดีสุดๆ คือ ความเงียบ เพราะจะได้ยินเพียงเสียงยางบดถนนเท่านั้น และไม่มีมลพิษเพราะเครื่องยนต์ไม่ทำงาน อีกหน่อยที่จอดรถใต้ดินตามห้างต่างๆ อาจสงวนสิทธิ์ให้เฉพาะรถไฮบริดที่มีโหมด EV เพื่อลดมลพิษในที่จอดรถก็เป็นได้
 
Lexus CT 200h
 
baส่วนในการขับใช้งานจริง เดินทางจากโรงแรมเชอราตันไปยังร้านแดง ช่วงที่ทางโล่งสามารถไล่ไปหาความเร็ว 140-160 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้อย่างไม่ยากเย็น และยังมีกำลังสำรองเหลืออีกพอสมควร และได้ทดลองขับทั้ง 3 โหมดซึ่งพบว่า โหมด ECO และ NORMAL ไม่รู้สึกแตกต่างกันมากนัก การเร่งแซงก็ยังทำได้ตามปกติ เพียงแต่รู้สึกว่ากดคันเร่งแล้วรถไม่ค่อยพุ่ง ส่วนโหมด SPORT ให้ความแตกต่างอย่างชัดเจน ทั้งในแง่การตอบสนองคันเร่ง และอัตราเร่งในช่วงต่างๆ

baมอเตอร์ไฟฟ้าถูกควบคุมโดย PCU ให้มีการทำงานที่สอดคล้องต่อเนื่องกับเครื่องยนต์ ผู้ขับไม่ต้องทำอะไรมาก แค่เลือกโหมดที่ต้องการแล้วกดคันเร่ง ที่เหลือระบบจะจัดการให้ ทั้งการเพิ่มกำลังไฟฟ้าจากปกติ 500 เป็น 650 โวลต์เมื่อต้องการกำลังสูงสุด รวมถึงการชาร์จไฟฟ้าเข้าแบตเตอรี่ด้วยการเบรกหรือจากเครื่องยนต์ ทุกอย่างเป็นไปโดยอัตโนมัติ และไม่กระทบกับคุณภาพในการขับแม้แต่น้อย
 
Lexus CT 200h
 
baผมแอบทดสอบอัตราเร่งด้วยการนับในใจ 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงประมาณ 11-12 วินาที (สเปค 10.3 วินาที) ส่วนอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงไม่ได้เซ็ต 0 ใหม่ เพราะอยากรู้ว่าตลอดการเดินทางจะได้ตัวเลขประมาณเท่าไร และใช้โหมด EV เมื่อลงทางด่วนแล้วเจอรถติด และพยายามใช้ตลอดจนถึงโรงแรม เมื่อจอดที่ใต้ตึกโรงแรมเรเนซองส์ ตรวจสอบอัตราสิ้นเปลืองได้ 14.1 กิโลเมตรต่อลิตร ห่างไกลกับตัวเลข 24.4 กิโลเมตรต่อลิตรที่เคลมไว้

baที่ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองออกมาไม่ค่อยสวย เพราะตอนขาไปหลังออกจากร้านกาแฟ CT 200h เกือบทุกคันก็ใช้ความเร็วค่อนข้างสูง ทั้งเพื่อลองสมรรถนะเนื่องจากเป็นทางโล่ง และรีบกลับไปถ่ายรูปกับโลเคชั่นสวยๆ ที่โรงแรมก่อนพระอาทิตย์ตก (ผมขับ GS 300 ยังไล่ตามเจอแค่คันเดียวก่อนถึงโรงแรม) และในขากลับผมขับ CT 200h ก็ใช้ความเร็วตามการใช้งานปกติ มีกดคันเร่งลึกๆ เพื่อดูการตอบสนองหลายครั้ง ถ้าใช้ความเร็ว 110-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนิ่งๆ และต่อเนื่อง น่าจะเห็นตัวเลข 20 กิโลเมตรต่อลิตรได้ไม่ยาก
 
Lexus CT 200h
 
ช่วงล่างสปอร์ตนุ่มหนึบ
baระบบกันสะเทือนอิสระพร้อมเหล็กกันโคลงทั้ง 4 ล้อ ด้านหน้าแม็กเฟอร์สันสตรัต ด้านหลังปีกนก 2 ชั้น ถูกเซ็ตมาให้มีความหนึบในระดับหนึ่ง โดยยังคงความนุ่มนวลเอาไว้ด้วย มาพร้อมแทร็คชั่นคอนโทรล และระบบรักษาเสถียรภาพ และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน โดยรวมช่วงล่างชุดนี้ให้ความรู้สึกกระชับและหนักแน่น

baรองรับการขับแบบสปอร์ตได้ดีพอสมควร ผมใช้ความเร็ว 140-160 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้อย่างสบายใจไม่เครียด พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้าเซ็ตมาให้หนักแน่น ตอบสนองฉับไวแม่นยำและราบเรียบ ทั้งความหนึบของช่วงล่างและพวงมาลัยที่ควบคุมได้ดังใจ ทำให้นึกอยากได้เครื่องยนต์ที่แรงกว่านี้อีกนิด

baเลกซัส CT 200h แฮทช์แบ็กไฮบริดระดับพรีเมียม รูปลักษณ์สปอร์ตล้ำสมัยสะดุดตา ภายในเนี๊ยบหรูหราและไฮเทค มอบความรู้สึกในการขับแบบสปอร์ต มาพร้อมความประหยัดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม •
 
Lexus CT 200h
 
m2 LEXUS CT 200h  •  CLICK IMAGES TO ENLARGE m3
 
   
 
800x
Specification: Lexus CT 200h
 
แบบตัวถัง แฮทช์แบ็ก 5 ประตู
ยาว x กว้าง x สูง 4,320 x 1,765 x 1,440 มิลลิเมตร
ฐานล้อ 2,600 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 1,410 - 1,465 กิโลกรัม
แบบเครื่องยนต์ เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT-i
ความจุ 1,798 ซีซี
กระบอกสูบ x ช่วงชัก 80.5 x 88.3 มิลลิเมตร
อัตราส่วนการอัด 13.0:1
กำลังสูงสุด 99 แรงม้า ที่ 5,200 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 14.46 กก.-ม. ที่ 4,400 รอบต่อนาที
มอเตอร์ไฟฟ้า 650 โวลต์
กำลังสูงสุด 60 กิโลวัตต์ (82 แรงม้า)
ระบบส่งกำลัง อัตโนมัติ E-CVT
ระบบขับเคลื่อน ล้อหน้า
ระบบบังคับเลี้ยว แร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์ไฟฟ้า EPS
ระบบกันสะเทือนหน้า อิสระ แม็กเฟอร์สันสตรัต พร้อมเหล็กกันโคลง
ระบบกันสะเทือนหลัง อิสระ ปีกนก 2 ชั้น พร้อมเหล็กกันโคลง
ระบบเบรกหน้า/หลัง ดิสก์พร้อมครีบระบายความร้อน 4 ล้อ พร้อม ABS, EBD และ BA
ผู้จำหน่าย บริษัท เลกซัส กรุงเทพ จำกัด
โทรศัพท์ 0-2716-8999
เวบไซต์ www.lexus.co.th
Official Specification www.lexus.co.th/model/ct/ct200h
 
 
1000x
 
1000x
 
R E L A T E D - N E W S :
 
TEST DRIVE : Toyota Prius ทดสอบท่ามกลางบรรยากาศหน้าหนาวที่เชียงราย
TEST DRIVE : Toyota Corolla Altis 1.8 G ประหยัดบนความนุ่มนวล
GRAND OPENING : Lexus CT200h: The Devilish Angel เลกซัส เปิดตัวไฮบริดแฮทช์แบคระดับพรีเมี่ยมอย่างเป็นทางการ
GRAND OPENING : Toyota Prius: Grand Opening เปิดตัว โตโยต้า พริอุส 'No One Else' อย่างเป็นทางการ
 
800x
text: อ่านข่าวทั้งหมดของ เลกซัส คลิ๊กที่นี่ครับ : Lexus News Section
800x
fcom
FLT   FRT
   
     
 
 
FBL   FBR
 
1000x
 
 
1000x
Copyright © 2009 MT Team | online automotive news and web video. all rights reserved | www.motortrivia.com | e-mail : motortrivia@hotmail.com  mail