|
| เรื่อง - ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ • วีดิโอ : วราห์ หัสรังค์ |
Thursday, 6 January, 2011 0:29 AM
|
|
 |
| |
|
| |
มินิ คูเปอร์ เอส รุ่นตกแต่งพิเศษ Ray Edition เพิ่มสีสันสดใส เปิดตัวได้พักใหญ่ และน่าจะขายหมดแล้ว เนื่องจากมีจำนวนจำกัด แต่ทีมงาน มอเตอร์ทริเวีย นำมาทดลองขับเพราะอยากรู้ว่า เครื่องยนต์ใหม่ 1,600 ซีซี เทอร์โบ 184 แรงม้า กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ จะให้สมรรถนะเป็นอย่างไร
ผมเคยขับ คูเปอร์ เอส รุ่นก่อนหน้า มีกำลังสูงสุด 173 แรงม้า และเป็นเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ขับสนุกก็จริง แต่ถ้าเจอรถติดหนักๆ ก็เมื่อยขาซ้ายได้เหมือนกัน สำหรับรุ่นใหม่มีม้าเพิ่มขึ้น 11 ตัว และใช้เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ Steptronic จึงสามารถใช้งานได้ทุกวัน ไม่ต้องจอดอยู่ในโรงรถรอวันถนนโล่งเท่านั้น |
| |
 |
| |
รูปทรงมีเอกลักษณ์
แม้ว่า มินิ รุ่นใหม่จะมีขนาดใหญ่กว่ารุ่นดั้งเดิมปี 1959 แต่ก็ดึงเอาเอกลักษณ์ต่างๆ มาใส่ไว้ในรุ่นปัจจุบันได้อย่างครบถ้วน และกลมกลืนกับดีไซน์ใหม่ที่ทันสมัย ทั้งไฟหน้าทรงกลม กระจังหน้าทรงตัว D ตะแคง รวมทั้งไฟท้ายทรงตั้ง
ล้อแม็กของ มินิ รุ่นใหม่มีให้เลือกหลายลาย แต่ที่ใส่มากับรุ่นนี้เป็นล้อลาย 8 ก้าน ออกแบบให้คล้าย ‘ล้อกล้วย’ ที่ใช้ในรุ่นดั้งเดิม แต่เปลี่ยนสไตล์จากล้อเล็กยางล้นหรือที่เรียกว่า ‘โดนัท’ มาเป็นล้อแม็กวงโต 17 นิ้ว ประกบยางหน้ากว้างแก้มเตี้ย 205/45 R17 ฝากระโปรงหน้ามีช่องรับอากาศ เอกลักษณ์ของรุ่น S
ลิ้นใต้กันชนหน้า ต่อเนื่องมาถึงโป่งล้อหน้า สเกิร์ตข้าง โป่งล้อหลัง ไล่ไปถึงด้านล่างของกันชนท้ายเป็นสีดำ ด้านท้ายให้มุมมองที่ดุดัน ด้วยสปอยเลอร์เหนือกระจกหลัง ประตูบานท้ายเปิดขึ้นบนทั้งชิ้น ไฟท้ายทรงตั้งสไตล์เดิม แอบดุด้วยท่อไอเสียโครเมียมทรงกลมคู่ออกตรงกลาง อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของ คูเปอร์ เอส หลังคาเป็นกระจก 2 ชิ้นแยกหน้า-หลังพร้อมม่านบังแดด ชิ้นหน้าเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า ชิ้นหลังปิดตาย |
| |
 |
| |
ภายในสปอร์ตบนความน่ารัก
การตกแต่งภายใน เน้นทรงกลมเช่นเดียวกับภายนอก คันนี้ใช้โทนสีแดง-ดำ และสีเงินในบางจุด มาตรวัดแบ่งเป็น 2 ส่วน หลังพวงมาลัยเป็นมาตรวัดรอบ สัญญาณไฟเตือนระบบต่างๆ และจอเอนกประสงค์ ส่วนมาตรวัดความเร็วมีขนาดใหญ่กว่า ติดตั้งบนคอนโซลกลาง และเป็นชิ้นเดียวกับสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง ถัดลงมาเป็นช่องใส่แผ่นซีดี
ต่ำลงมาเป็นสวิตช์ควบคุมระบบอากาศ ซึ่งออกแบบให้เป็นทรงโลโก้ มินิ ล่างสุดเป็นสวิตช์โยกสไตล์ย้อนยุค ควบคุมกระจกหน้าต่าง ไฟตัดหมอกหน้า-หลัง และเซ็นทรัลล็อค บนเพดานมีสวิตช์สไตล์เดียวกันอีกชุด สำหรับควบคุมระบบไฟส่องสว่าง เปลี่ยนสีไฟหรี่ในห้องโดยสาร และเปิด-ปิดซันรูฟ หัวเกียร์อัตโนมัติทรงคล้ายหมวกกันน๊อค โยกไปทางซ้ายเพื่อเข้าโหมด Steptronic +/- ที่คอนโซลเกียร์มีสวิชต์ Sport และ DSC
พวงมาลัย 3 ก้านสปอร์ต มีสวิตช์ควบคุมครูสคอนโทรลที่ฝั่งขวา ฝั่งซ้ายควบคุมเครื่องเสียงและโทรศัพท์ หลังพวงมาลัยมีแป้นเปลี่ยนเกียร์สั่ง + และ - ได้เหมือนกันทั้ง 2 ฝั่ง ก้านบนคอพวงมาลัยฝั่งซ้ายควบคุมไฟเลี้ยว บนหัวก้านมีสวิตช์ควบคุมจอเอนกประสงค์ ก้านฝั่งขวาควบคุมที่ปัดน้ำฝนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง |
| |
 |
| |
เบาะนั่งทรงสปอร์ตปรับด้วยมือ โอบกระชับพอตัวและไม่อึดอัด มีคันโยกสำหรับพับเบาะไปด้านหน้า เพื่อให้ผู้โดยสารด้านหลัง เข้า-ออก ได้สะดวก และเมื่อเลื่อนกลับจะอยู่ในตำแหน่งเดิม ไม่ต้องปรับกันใหม่ แผงประตูแต่งด้วยคิ้วทรงรีสี Piano Black ต่อเนื่องไปแผงข้างของเบาะหลัง พวงมาลัยที่ปรับได้ 4 ทิศทางด้วยมือเช่นกัน แป้นเหยียบและพักเท้าเป็นอะลูมิเนียม เสริมด้วยยางกันลื่นดูสปอร์ตคลาสสิค
คนที่ซื้อรถรุ่นนี้คงไม่หวังนั่ง 4 คนเต็มพิกัด แต่น่าจะใช้งานเฉพาะเบาะคู่หน้าเป็นหลัก ซึ่งถ้าคิดว่าเป็นรถ 2 ที่นั่ง ด้านหน้าจะมีพื้นที่เหลือเฟือ ส่วนเบาะหลังซึ่งโดยปกติแล้วน่าจะใช้เป็นที่วางของมากกว่า สามารถรองรับ ‘ส่วนเกิน’ ได้ 2 คนเท่านั้น เพราะทำเป็นหลุมตื้นๆ พนักพิงสามารถแยกพับได้ 50:50 ถ้าจะนั่งให้สบาย ก็ต้องให้ผู้โดยสารตอนหน้า เลื่อนเบาะไปด้านหน้าให้บ้าง และต้องยกหมอนรองศีรษะขึ้นก่อน เพื่อไม่ให้ค้ำหลัง |
| |
 |
| |
ที่เก็บของด้านท้ายทั้งแคบและตื้นตามขนาดของรถ มีห่วงเหล็กสำหรับเกี่ยวยึดสัมภาระ มาพร้อมแผ่นปิดสัมภาระเพื่อความเรียบร้อย ถ้าไปไหนมาไหนแค่ 2 คนก็สบายใจได้ เพราะสามารถพับเบาะลง หรือวางสัมภาระไว้บนเบาะหลังได้
ทัศนวิสัยรอบคันอยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนหนึ่งเพราะเสาหน้าไม่ได้เอนลาดมากนัก พื้นที่กระจกรอบคันก็มีมาก การใช้งานในพื้นที่คับแคบมีความสะดวกคล่องตัว แม้เป็นรถเล็กแต่ก็ไม่เสียชื่อ Mini ยุคใหม่ที่เป็นของแบรนด์หรูอย่าง BMW ด้วยการใช้วัสดุคุณภาพสูง ให้ความรู้สึกที่ดีเมื่อสัมผัส และมีความประณีตในการประกอบ ปุ่มและสวิตช์ต่างๆ ให้ความรู้สึกแน่นหนาแข็งแรงเมื่อกดใช้งาน |
| |
 |
| |
เครื่องแรง + เกียร์ฉลาด = ขับสนุก
คูเปอร์ เอส ใช้เครื่องยนต์เบนซินไดเร็คอินเจ็คชั่น DOHC 16 วาล์ว อัดอากาศด้วยเทอร์โบแบบ Twin-Scroll รีดกำลังสูงสุดได้ถึง 184 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 24.5 กก.-ม. ที่ 1,600-5,000 รอบต่อนาที และโอเวอร์บูสต์เพิ่มเป็น 26.5 กก.-ม.
คูเปอร์ เอส รุ่นก่อนหน้ามีกำลังสูงสุด 173 แรงม้า กับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ คราวนี้ได้ขับรุ่นปัจจุบันที่มีกำลังมากขึ้นและเป็นเกียร์อัตโนมัติ คิดว่าความแรงที่เพิ่มขึ้น น่าจะชดเชยการตอบสนองของเกียร์อัตโนมัติ ที่ช้ากว่าเกียร์ธรรมดาได้ แต่หลังจากขับได้เพียงไม่นาน ผมก็รู้ตัวว่าคิดผิด
เกียร์อัตโนมัติพร้อมระบบ Steptronic 6 จังหวะ ไม่ได้ลดทอนสมรรถนะของเครื่องยนต์ลงไปเลย เนื่องจากเกียร์มีการตอบสนองที่ฉับไวและแม่นยำ การควบคุมจังหวะเปลี่ยนเกียร์ทั้งขึ้นและลงจึงทำได้ง่าย ส่งผลให้การขับในสไตล์สปอร์ตเต็มไปด้วยความสนุกสะใจ แทบไม่ต้องพึ่งโหมด +/- ทั้งจากคันเกียร์ และแป้นหลังพวงมาลัย แต่จากการทดลองใช้ก็พบว่ามีการตอบสนองที่ฉับไวพอสมควร
การขับใช้งานทั่วไปบางจังหวะรู้สึกว่าเกียร์ ‘ฉลาด’ เกินไปหน่อย เพราะเมื่อยกเท้าออกจากคันเร่งมาแตะเบรก เกียร์จะเปลี่ยนลงต่ำให้ตามความเหมาะสมของความเร็วปัจจุบัน ทำให้บางครั้งมีอาการสะดุดแผ่วๆ ให้สัมผัสอยู่บ้าง แต่ไม่ถึงกับหัวทิ่มหัวตำแบบการเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำที่ความเร็วสูง เพราะเกียร์รุ่นนี้ควบคุมการทำงานด้วยคอมพิวเตอร์ |
| |
 |
| |
นอกจากนี้เกียร์ก็ยังเป็นแบบ ‘อัตโนมัติ’ แท้ๆ เพราะแม้จะอยู่ในโหมด +/- แต่ก็ยังถูกควบคุมโดยระบบอยู่ เช่น เมื่อลดความเร็วลง แต่ยังอยู่ในเกียร์สูงแล้วกดคันเร่งมิด เกียร์ก็เปลี่ยนลงต่ำให้ เหมือนการคิ๊กดาวน์ในเกียร์อัตโนมัติทั่วไป น่าจะเพื่อความปลอดภัย เผื่อผู้ขับลืมว่าอยู่ในโหมด +/- แล้วต้องการเร่งแซงหรือเร่งเพื่อหลบหลีกอุบัติเหตุ ถ้าเกียร์ไม่เปลี่ยนลงต่ำให้ก็อาจเกิดอันตรายได้
ตลอด 4 วันที่ขอยืมรถมา เป็นช่วงที่ฝนตกต่อเนื่องแทบไม่หยุด ทั้งการทดสอบและถ่ายภาพจึงต้องทำกันท่ามกลางสภาพอากาศที่เปียกชื้น ให้อารมณ์เหมือนขับมินิอยู่บนเกาะอังกฤษจริงๆ การวัดอัตราเร่งพยายามหาผิวถนนที่แห้งที่สุดตอนออกตัว ซึ่งมีแค่ช่วงสั้นๆ ประมาณ 10 เมตรเท่านั้น หลังจากออกตัวไปแล้วก็ยังต้องเจอกับพื้นผิวถนนที่ชุ่มน้ำอยู่ดี
อย่างไรก็ตามสมรรถนะที่ได้จากเครื่องมือ ก็แทบไม่แตกต่างจากตัวเลขจากโรงงานที่ระบุไว้ว่า 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 7.2 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดเห็นว่าปลอดภัยจึงกดคันเร่งต่อเนื่องไปถึงเกือบ 220 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใกล้เคียงกับตัวเลขโรงงาน 223 กิโลเมตรต่อชั่วโมง |
| |
| อัตราเร่ง |
| ความเร็ว (กม./ชม.) |
เวลา (วินาที) |
|
| 0 - 60 |
03.6 |
|
| 0 - 100 |
07.1 |
|
| ระยะทาง (เมตร) |
เวลา (วินาที) |
ความเร็ว (กม./ชม.) |
| 0 - 100 |
06.7 |
96.0 |
| 0 - 200 |
10.0 |
123.0 |
| 0 - 400 |
15.2 |
152.0 |
| 0 - 1000 |
27.7 |
188.5 |
| |
| อัตราเร่งแซง |
| ความเร็ว (กม./ชม.) |
เวลา (วินาที) |
| 40 - 120 |
06.9 |
| 40 - 140 |
10.6 |
| 80 - 120 |
04.4 |
| 80 - 140 |
07.7 |
| |
| ความเร็วสูงสุด |
219.9 กิโลเมตรต่อชั่วโมง |
|
| |
 |
| |
ช่วงล่างโกคาร์ทฟิลลิ่ง
เป็นคอนเซ็ปต์ของรถรุ่นนี้อยู่แล้ว สำหรับช่วงล่างที่ให้ความรู้สึกเหมือนขับ โกคาร์ท คือ ถ่ายทอดสภาพผิวถนนมาสู่ผู้ขับผ่านพวงมาลัยและเบาะนั่ง การบังคับควบคุมมีความเฉียบคมและฉับไวแม่นยำ สำหรับผู้ที่นิยมหาความสนุกจากการขับรถคงไม่ผิดหวัง แต่ถ้าซื้อรถรุ่นนี้เพราะชอบดีไซน์เพียงอย่างเดียว อาจจะบ่นว่าช่วงล่างแข็งเกินไป
ระบบกันสะเทือนของ คูเปอร์ เอส เป็นแบบอิสระ 4 ล้อ ด้านหน้าดับเบิลจ๊อยสปริงสตรัต ด้านหลังมัลติลิงก์ มีบางชิ้นส่วนที่ผลิตจากอะลูมิเนียมเพื่อลด Unsprung Weight หรือน้ำหนักถ่วงใต้ระบบช่วงล่าง ความรู้สึกแทบไม่แตกต่างจากรถร่วมค่ายอย่าง บีเอ็มดับเบิลยู คือ หนักแน่น หนึบแต่ไม่กระด้าง และให้ความรู้สึกแข็งแรง และด้วยฐานล้อที่สั้นจึงมีความคล่องตัวเพิ่มเติมขึ้นมาด้วย
การขับใช้งานทั่วไปบนถนนเรียบจะรู้สึกหนึบๆ แน่นๆ ถ้าเจอทางขรุขระอาจจะบ่นว่าแข็งไปหน่อย แต่ก็เป็นความแข็งแบบมีความยืดหยุ่น ไม่ใช่แข็งกระด้างแบบรถตัดสปริง การขับบนทางตรงที่ความเร็วสูงให้ก็ความมั่นใจ แต่ก็ยังไม่นิ่งสนิทเหมือนรถฐานล้อยาวๆ |
| |
 |
| |
ถ้าจะให้เข้าถึงประสิทธิภาพของ คูเปอร์ เอส จริงๆ ต้องพาไปขับบนทางคดโค้งและลาดชัน ไม่จำเป็นต้องใช้ความเร็วสูงเกินกฎหมายกำหนด แค่ใช้ความเร็วเดียวกับเวลาขับรถทั่วไป ก็สามารถพบกับความเฉียบคมในการบังคับควบคุม สนุกกับช่วงล่างที่เกาะไล่ไปตามโค้งได้อย่างมั่นคง ยาง 205/45 ตอบสนองได้กลางๆ ระหว่างความนุ่มนวลกับการยึดเกาะถนน
พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า ปรับน้ำหนักในการผ่อนแรงได้อย่างเหมาะสม ไม่เบาหวิวจนไร้ความรู้สึก แต่ก็ไม่หนักจนต้องโหน เมื่อเข้าจอดในที่แคบ ผมสนุกกับช่วงล่างที่หนึบแน่น ความยืดหยุ่นของกำลังเครื่องยนต์ และความแม่นยำของพวงมาลัย เพลินกับความมั่นคงจนนึกอยากได้เบาะนั่งที่กระชับกว่านี้
มินิ คูเปอร์ เอส ซ่อนความดิบภายใต้ทรงน่ารัก ใช้งานได้ทุกวันด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ คุณสมบัติพร้อม สำหรับให้ความสนุกในการขับ ทั้งเครื่องยนต์ เกียร์ และช่วงล่าง ด้วยราคากว่า 3 ล้านบาท จะบอกว่าเป็น 'ของเล่นเศรษฐี' ก็คงไม่ผิดนัก แต่ถ้าจะใช้รถรุ่นนี้อย่างคุ้มค่า และมีความสุข เศรษฐีคนนั้นควรจะรักการขับรถสไตล์สปอร์ตอย่างจริงจังด้วย
ขอบคุณ บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด เอื้อเฟื้อรถยนต์ในการทดสอบ • |
 |
| |
| Specification: Mini Cooper S Ray Edition |
| |
| แบบตัวถัง |
แฮทช์แบ็ก 3 ประตู |
| ยาว x กว้าง x สูง |
3,714 x 1,683 x 1,407 มิลลิเมตร |
| ช่วงล้อหน้า/หลัง |
1,453 / 1,461 มิลลิเมตร |
| ฐานล้อ |
2,467 มิลลิเมตร |
| น้ำหนัก |
1,230 กิโลกรัม |
| แบบเครื่องยนต์ |
เบนซินไดเร็คอินเจ็คชั่น 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VALVETRONIC เทอร์โบ Twin-scroll |
| ความจุ |
1,598 ซีซี |
| กระบอกสูบ x ช่วงชัก |
77.0 x 85.8 มิลลิเมตร |
| อัตราส่วนการอัด |
10.5:1 |
| กำลังสูงสุด |
184 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที |
| แรงบิดสูงสุด |
24.5 กก.-ม. ที่ 1,600-5,000 รอบต่อนาที (โอเวอร์บูสต์ 26.5 กก.-ม. ที่ 1,700-4,500 รอบต่อนาที) |
| ระบบส่งกำลัง |
อัตโนมัติ 6 จังหวะ Steptronic |
| ระบบขับเคลื่อน |
ล้อหน้า |
| ระบบบังคับเลี้ยว |
แร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์ไฟฟ้า |
| ระบบกันสะเทือนหน้า |
อิสระ ดับเบิลจ๊อยสปริงสตรัต |
| ระบบกันสะเทือนหลัง |
อิสระ มัลติลิงก์ |
| ระบบเบรกหน้า/หลัง |
ดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมเอบีเอส อีบีดี และบีเอ |
| ผู้จำหน่าย |
Millennium Auto Ekkamai |
| โทรศัพท์ |
0-2711-6666 |
| เวบไซต์ |
www.mini.co.th |
|
| |