|
| เรื่อง - ภาพ - วีดิโอ : นาธัส แสงสุริยะ / วราห์ หัสรังค์ |
Friday, 21 January, 2011 2:22 PM
|
|
 |
| |
|
| |
หลังการทดลองสมรรถนะที่ มอเตอร์สปอร์ตแลนด์ ไม่นาน เชฟโรเลต ประเทศไทย เชิญสื่อมวลชนพิสูจน์สมรรถนะ เชฟโรเลต ครูซ รถคอมแพกต์ซีดานรุ่นใหม่ล่าสุด ณ จังหวัดเชียงใหม่ บนเส้นทางทดสอบที่จะพิสูจน์ถึงสมรรถนะโดดเด่นทั้งพลัง ความคล่องตัว รวมถึงการทรงตัวที่ยอดเยี่ยม
เส้นทางการทดสอบแบ่งเป็น 2 เส้นทางหลัก คือ การทดสอบบนเส้นทางตัวเมือง เชียงใหม่ - สะเมิง สำหรับ ครูซ เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2,000 ซีซี และเส้นทางตัวเมือง เชียงใหม่ - แม่แตง สำหรับ ครูซ เครื่องยนต์เบนซิน 1,800 ซีซี
สำหรับ เชฟโรเลต ครูซ เป็นรถยนต์ซีดานใหม่ล่าสุดของเชฟโรเลตที่ได้รับการพัฒนาโดยทีมงาน จีเอ็ม และ เชฟโรเลต จากทั่วโลกภายใต้แนวคิด Global Compact Car การันตีความสำเร็จด้วยการคว้ากว่า 40 รางวัล ก่อนที่จะเปิดตัวในเมืองไทย |
| |
 |
| |
| • สื่อมวลชนฟังบรรยายสรุปก่อนทำการทดสอบ |
| |
 |
| |
| • (ซ้าย) คุณศศินันท์ ออลแมนด์ ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ประจำประเทศไทย และ มร. อันโตนิโอ ซาร่า รองประธานฝ่ายขาย การตลาด และบริการหลังการขาย |
 |
| |
รูปลักษณ์สปอร์ตมาดเข้ม
ภายนอกของ ครูซ เป็นการผสมผสานระหว่างเหลี่ยมสันและความโค้งมน ด้านหน้าสปอร์ตดุดันด้วยโคมไฟหน้าชิ้นเดียวทรงเฉียง ฝากระโปรงยกสันและเล่นกับเส้นสายได้อย่างสวยงาม กระจังหน้าและกันชนเป็นชิ้นเดียวกันดูกลมกลืน ลายเส้นบนกันชนเน้นความเฉียบคม ต่อเนื่องกับเส้นบนตัวรถ กระจังหน้าลายรังผึ้งสีดำดูสปอร์ต มุมซ้าย-ขวาติดตั้งสปอตไลต์ทรงกลม
ด้านข้างให้อารมณ์สปอร์ตด้วยโป่งล้อทั้ง 4 ที่มีขนาดใหญ่ รับกับล้อแม็กขนาด 7 x 17 นิ้ว พร้อมยาง 225/50 R17 กระจกมองข้างทรงเพรียว ตัวถังด้านข้างมีเส้นคาดจากหน้าจรดหลัง แนวเส้นหลังคาโค้งเกือบเป็นครึ่งวงกลม ช่วยให้ตัวรถดูปราดเปรียวลู่ลม
เสริมความหรูด้วยคิ้วโครเมียมที่ขอบล่างของกระจกและบนที่เปิดประตู ขัดตากับแผ่นพลาสติกทรง 3 เหลี่ยมสีดำที่มุมเสาหลัง ซึ่งดูเหมือนส่วนเกินบนตัวรถ ชุดไฟท้ายดูคล้าย ฮอนด้า ซีวิค ฝากระโปรงหลังออกแบบคล้ายเป็นสปอยเลอร์ในตัว และเปิดได้จรดแนวกันชน ท่อไอเสียซ่อนไว้หลังกันชน
มิติตัวถังมีความยาว 4,600 มิลลิเมตร กว้าง 1,790 มิลลิเมตร สูง 1,475 มิลลิเมตร ความกว้างล้อหน้า/หลัง 1,545/1,560 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,685 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1,455 กิโลกรัม |
| |
 |
| |
ภายในสปอร์ตล้ำยุค
เนื่องจากรถรุ่นนี้เป็นรุ่นสูงสุดของ ครูซ จึงไม่น่าแปลกใจที่จะให้อุปกรณ์มาตรฐานมาอย่างครบครัน (ดูรายละเอียดได้จากใน E-Brochure ของเชฟโรเลต) อุปกรณ์ที่น่าสนใจและได้ใช้บ่อยคือ ระบบ Keyless Entry, ปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์โดยไม่ต้องใช้กุญแจ, ครูสคอนโทรล และหน้าจอแสดงข้อมูลการขับ
ในเรื่องการออกแบบถือว่าทำได้ดีเยี่ยมตามคอนเซ็ปต์ Dual Cockpit แผงหน้าปัดทรงโค้งต่อเนื่องกับแผงประตูให้ความรู้สึกโอบกระชับ เลือกใช้สีทูโทนแดง-ดำ ที่ลงตัวไม่ฉูดฉาดเกินไป แซมด้วยความล้ำสมัยของอะลูมิเนียมที่คอนโซลกลาง และบนพวงมาลัย ชุดมาตรวัดทรงกลมซ้อนกันดูแพรวพราวทันสมัยด้วยไฟส่องสว่างสีฟ้า มีจอเอนกประสงค์แทรกอยู่ตรงกลาง ควบคุมด้วยสวิตช์บนก้านไฟเลี้ยวฝั่งขวา
อุปกรณ์ต่างๆ อยู่ในตำแหน่งที่ใช้งานสะดวก และทำความเข้าใจในระบบพื้นฐานได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องอ่านคู่มือ การกดสวิตช์ต่างๆ ให้ความรู้สึกนุ่มนวลและหนักแน่น ก้านบนคอพวงมาลัยสไตล์รถญี่ปุ่น ที่ปัดน้ำฝนอยู่ซ้ายไฟเลี้ยวอยู่ขวา แยกสวิตช์ควบคุมไฟหน้าไว้บนแผงหน้าปัดฝั่งขวา |
| |
 |
| |
พวงมาลัยทรงสวยสปอร์ตปรับได้ 4 ทิศทางหุ้มหนังจับกระชับมือ บนก้านฝั่งขวามีสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง ส่วนฝั่งซ้ายควบคุมครูสคอนโทรล คอนโซลกลางด้านบนติดตั้งจอแสดงผลเครื่องเสียงและระบบปรับอากาศ ถัดลงมาเป็นชุดเครื่องเสียง สวิตช์ควบคุมระบบแอร์ และคอนโซลเกียร์ เบาะผู้ขับโอบกระชับพอสมควรและปรับระดับสูง-ต่ำได้
ในเรื่องดีไซน์และการเลือกใช้สีทำได้ลงตัว แต่ขัดใจกับการเลือกใช้วัสดุที่เป็น ‘พลาสติกแข็ง’ มากไปนิด บางจุดที่ไม่ได้สัมผัสกับร่างกายยังไม่เป็นไร แต่บางจุดเช่นช่วงกลางของแผงประตู น่าจะหุ้มด้วยวัสดุอ่อนนุ่มซักนิด สำหรับครูซ ใช้วัสดุที่มีความอ่อนนุ่มเฉพาะตรงที่วางข้อศอกเท่านั้น
เบาะหลังมีพื้นที่วางขาค่อนข้างมาก ส่วนหนึ่งเพราะฐานล้อยาว เบาะนั่งไม่สั้นเกินไป รองรับช่วงต้นขาได้อย่างพอดี ที่เท้าแขนตรงกลางพับเก็บได้ ทดลองนั่งตำแหน่งกลางเบาะหลัง พบว่านั่งสบายกว่ารถหลายรุ่น แต่พนักพิงเบาะหลังตั้งชันไปนิด สามารถแยกพับได้ 60:40 ห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายมีความจุ 400 ลิตร ลึกพอสมควร แต่ความกว้างโดนซุ้มล้อเบียดบังไปเล็กน้อย |
| |
 |
| |
VCDi ประทับใจในสมรรถนะ
ถ้าผู้ที่กำลังจะซื้อรถตั้งโจทย์ว่า ต้องการรถเก๋งเครื่องยนต์ดีเซล ราคาประมาณ 1 ล้านบาท ปัจจุบันมี 2 ตัวเลือก คือ เชฟโรเลต ครูซ และ Ford Focus ซึ่งเสียเปรียบในเรื่องความสดใหม่ เนื่องจาก โฟกัสรุ่นใหม่ - โมเดลเชนจ์ เปิดตัวในตลาดโลกได้สักพักแล้ว ดังนั้นจึงพอจะบอกได้ว่า เชฟโรเลต ครูซ ดีเซล ทำตลาดแบบไร้คู่แข่ง
ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ VCDi บล็อกหลักเดียวกับเอสยูวีรุ่นแค็ปติวา เป็นแบบ 4 สูบ ดีเซลคอมมอนเรล เทอร์โบแปรผัน VGT อินเตอร์คูลเลอร์ ฝาสูบแบบ SOHC 16 วาล์ว ความจุ 1,991 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 110 กิโลวัตต์ หรือ 150 แรงม้า (PS DIN) ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 32.7 กก.-ม. ที่ 2,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ DSC-Driver Shift Control มีโหมด +/- ขับเคลื่อนล้อหน้า
เริ่มต้นด้วยการสตาร์ตเครื่องยนต์แล้วออกมายืนข้างรถ ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ชัดเจนว่าเป็นดีเซล จากนั้นเข้าไปนั่งหลังพวงมาลัยปิดประตูเปิดแอร์ พบว่าเสียงเครื่องยนต์เบาลงไปมาก เนื่องจากมีการป้องกันเสียงรบกวนที่ดี และซีลขอบประตูแบบ 2 ชั้น เช่นเดียวกับความสั่นสะเทือนที่สัมผัสได้เพียงเล็กน้อย
จากการวัดอัตราเร่งในโหมดเกียร์ D พบว่า เครื่องยนต์ให้การตอบสนองที่ดีตั้งแต่รอบต่ำจรดรอบสูง อัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่ง และอัตราเร่งแซงทำเวลาได้น่าพอใจ และเหลือเฟือสำหรับการใช้งานทั่วไป ส่วนความเร็วสูงสุดซึ่งไม่ค่อยจำเป็นนักเพราะแทบไม่ได้ใช้ แต่เห็นว่าสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวยก็เลยกดคันเร่งต่อไปเรื่อยๆ ช่วงความเร็ว 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป ความเร็วเริ่มไต่ขึ้นแบบช้าๆ |
| |
| อัตราเร่ง |
| ความเร็ว (กม./ชม.) |
เวลา (วินาที) |
|
| 0 - 60 |
4.1 |
|
| 0 - 100 |
9.7 |
|
| ระยะทาง (เมตร) |
เวลา (วินาที) |
ความเร็ว (กม./ชม.) |
| 0 - 100 |
07.0 |
83.2 |
| 0 - 200 |
10.8 |
105.8 |
| 0 - 402 |
16.9 |
131.9 |
| 0 - 1000 |
31.2 |
166.9 |
| |
| อัตราเร่งแซง |
| ความเร็ว (กม./ชม.) |
เวลา (วินาที) |
| 40 - 120 |
11.9 |
| 40 - 140 |
17.2 |
| 80 - 120 |
07.5 |
| 80 - 140 |
12.7 |
| |
| ความเร็วสูงสุด |
202.5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง |
|
| |
 |
| |
ก่อนทดสอบตั้งความหวังไว้ว่า อัตราเร่งน่าจะดีกว่านี้อีกสักนิด จะโทษว่าเป็นเพราะเกียร์ไม่ฉลาดก็คงไม่ได้ เพราะจากการลองใช้โหมด +/- ถ้าความเร็วยังไม่เหมาะสม ก็ไม่สามารถเปลี่ยนขึ้นเกียร์สูงได้เช่น ขับ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะเปลี่ยนขึ้นเกียร์ 6 ไม่ได้ ต้องไล่ความเร็วไปถึง 90-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก่อน
จะบอกว่าเป็นเพราะเครื่องยนต์ยังใหม่ ใช้งานมาแค่ไม่กี่ร้อยกิโลเมตร ก็พูดไม่เต็มปาก เพราะเทคโนโลยีการผลิตในปัจจุบันมีความแม่นยำ ทุกชิ้นส่วนมีระยะห่างหรือความฟิตที่เหมาะสมอยู่แล้วจนแทบไม่ต้องรัน-อิน เอาเป็นว่าผมตั้งความหวังไว้สูงเกินไปก็แล้วกัน
อีกเรื่องที่ผิดคาดคือ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ใช้การทดสอบแบบเดิมคือ เซ็ตมาตรวัดอัตราสิ้นเปลืองเป็น 0 ค่อยๆ กดคันเร่งเพิ่มความเร็วเมื่อถึง 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็ใช้ครูสคอนโทรล ได้อัตราสิ้นเปลือง 16.5 กิโลเมตรต่อลิตร จากที่หวังไว้ 17-18 กิโลเมตรต่อลิตร
ระบบส่งกำลังอัตโนมัติ 6 จังหวะ DSC ให้ความนุ่มนวลแม้ลากรอบให้เกียร์เปลี่ยนขึ้นในรอบสูง การคิ๊กดาวน์เปลี่ยนเกียร์ลงต่ำ ทำได้อย่างฉับไวพอสมควร การใช้งานในโหมด +/- ก็ยังไม่มีอาการกระตุกกระชากให้สัมผัสแต่อย่างใด แต่ก็ต้องเปลี่ยนเกียร์ขึ้นและลงให้เหมาะสมกับความเร็วรถด้วย |
| |
 |
| |
Euro Like ไม่ใช่ก็ใกล้เคียง
ระบบกันสะเทือนหน้าอิสระแม็กเฟอร์สันสตรัต พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังทอร์ชั่นบีม มีชื่อเรียกเฉพาะว่า Euro-Ride ที่ความเร็วต่ำ-ปานกลาง มีการทำงานที่นุ่มนวลและหนักแน่น เสียงของช่วงล่างเมื่อขับผ่านทางขรุขระก็หนักแน่นด้วยเช่นกัน ทำให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับรถยุโรปตามที่โฆษณาไว้
บนทางเรียบสามารถใช้ความเร็วระดับ 160 - 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้โดยไม่เครียด ถ้าใช้ความเร็วสูงจัดจะเริ่มมีอาการย้วยให้สัมผัสตามสัดส่วนความเร็วที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นน่าหวาดเสียวหรือต้องลดความเร็วทันที เพียงแต่ต้องใช้สมาธิในการขับมากขึ้น เข้าโค้งกว้างๆ ได้โดยไม่ต้องลดความเร็ว
การเปลี่ยนเลนกะทันหันที่ความเร็วประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้ตัวรถจะมีอาการยวบบ้าง แต่ก็ไม่ยากที่จะควบคุม รุ่นนี้มีตัวช่วยอย่าง TRC แทร็คชั่นคอนโทรลป้องกันล้อหมุนฟรี และ ESP - Electronic Stability Control ควบคุมการทรงตัว ช่วยเพิ่มความมั่นใจได้อีกระดับ พวงมาลัยเพาเวอร์ไฮดรอลิกให้ความรู้สึกในการบังคับที่เป็นธรรมชาติ ความแม่นยำและฉับไวอยู่ในระดับกลางๆ น้ำหนักในการหมุนพวงมาลัยก็กำลังเหมาะ |
| |
 |
| |
ระบบเบรกดิสก์ 4 ล้อ ด้านหน้ามีครีบระบายความร้อน ถ้าไม่นับเรื่องการทำงานที่ไวไปนิด ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ มีพลังในการลดความเร็วที่เหลือเฟือ พร้อมระบบช่วยอย่าง ABS - ป้องกันล้อล็อก และ EBD - กระจายแรงเบรก ให้เหมาะสมกับน้ำหนักบรรทุกด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทดลองเบรกหนักๆ แป้นเบรกเต้นเพียงเล็กน้อยเมื่อ ABS ทำงาน ส่วนอาการหน้าทิ่มท้ายยกก็มีให้สัมผัสบ้าง
เชฟโรเลต ครูซ 2.0 LTZ รถเก๋งพลังดีเซลราคา 1,149,000 บาท เด่นเรื่องความสดใหม่ สมรรถนะและอัตราสิ้นเปลือง อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี มีการรับประกันคุณภาพ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร กับศูนย์บริการกว่า 90 แห่งทั่วประเทศ น่าจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ผู้ที่กำลังจะซื้อเชฟโรเลตได้พอสมควร •
• ขอบคุณ : บริษัท เชฟโรเล็ต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด อำนวยความสะดวกตลอดการทดสอบ |
| |
 |
| |