 |
| |
| เรื่อง - ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ |
Thursday, 9 December, 2010 5:39 PM
|
|
 |
| |
|
| |
หลังเปิดตัวได้ไม่นาน บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ก็เชิญสื่อมวลชนทดสอบซีดานรุ่นล่าสุด เชฟโรเลต ครูซ เน้นไปที่รุ่นเบนซิน 1.8 LTZ เกียร์อัตโนมัติ และดีเซลเทอร์โบ 2.0 LTZ ซึ่งจัดขึ้นที่สนามมอเตอร์สปอร์ตแลนด์ หรือแดนเนรมิตเก่านั่นเอง โดยแบ่งสนามออกเป็น 2 ส่วน รุ่น 2.0 LTZ ขับบนสนามหลักโดยมีการวางไพล่อนเพื่อลดความเร็วในบางจุด ส่วนรุ่น 1.8 LTZ ขับบนลานโล่งด้านหน้า มีการวางไพล่อนคล้ายการขับยิมคาน่า |
| |
 |
| |
ในรถแต่ละรุ่นจะได้ขับคนละ 2 รอบจากนั้นเมื่อขับครบทุกคนแล้ว ถ้ามีเวลาเหลือและใครยังไม่จุใจก็ขอขับเพิ่มได้ สำหรับผมต้องขับและถ่ายรูปด้วย จึงไม่ได้ขับซ้ำ อาศัยว่าไปถึงก่อนเวลานัด จึงมีเวลาถ่ายภาพมากหน่อย
ภายนอกโดยเฉพาะด้านหน้า ดูสวยสปอร์ตและแฝงความดุด้วยไฟหน้าทรงเฉียง ด้านข้างมีเส้นคาดจากด้านหน้าไล่สูงขึ้นเล็กน้อยสู่ด้านหลัง ช่วยให้รถดูลู่ลม ส่วนด้านท้ายมีหลายเสียงบอกตรงกันว่าทรงและลายไฟท้ายดูคล้ายรถยี่ห้อหนึ่งที่เป็นคู่แข่งกัน ถูกใจมากกับขนาดและลวดลายล้อแม็ก 7x17 นิ้ว ยางรุ่น 1.8 LTZ ขนาด 215/50 R17 และเพิ่มเป็น 225/50 R17 ในรุ่น 2.0 LTZ |
| |
 |
| |
| • คุณศศินันท์ ออลแมนด์ ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ประจำประเทศไทย |
 |
| |
ภายในตกแต่งดูสปอร์ตล้ำยุค อุปกรณ์มาตรฐานให้มาครบๆ การเลือกใช้โทนสีในรุ่นดีเซลดูวัยรุ่นแต่ไม่ถึงกับจี๊ดจ๊าดเกินไปนัก แซมด้วยความทันสมัยของสีอะลูมิเนียม เวลากดสวิตช์ต่างๆ ให้ความรู้สึกนุ่มนวลและหนักแน่นดี ชุดมาตรวัดทรงล้ำแพรวพราว เบาะนั่งปรับสูง-ต่ำได้ กับพวงมาลัยปรับ 4 ทิศทาง ช่วยให้ปรับท่านั่งที่ถูกต้องและเหมาะกับสรีระได้ง่าย เบาะหลังมีพื้นที่วางขาและเหนือศีรษะพอสมควร แต่พนักพิงมุมชันไปเล็กน้อย
ผมเริ่มต้นขับรุ่นเบนซินก่อน รอบแรกขับค่อนข้างช้าเพื่อดูเส้นทาง พบว่าพวงมาลัยมีน้ำหนักกำลังเหมาะ แม้ในบางช่วงจะวางไพล่อนไว้ค่อนข้างแคบ ต้องหมุนพวงมาลัยมากหน่อย แต่ก็ไม่ต้องใช้แรงเยอะ และมีวงเลี้ยงค่อนข้างแคบจึงไม่ต้องตีวงเผื่อมากนัก |
| |
 |
| |
รอบสองเพิ่มความเร็วขึ้น แป้นคันเร่งและเบรกมีระยะห่างและความสูงพอเหมาะ ทำให้การขับแบบเร่งๆ เบรกๆ ทำได้อย่างฉับไว และกะน้ำหนักในการเหยียบได้ง่าย การเลี้ยวมุมแคบที่ความเร็วสูงกว่าปกติเล็กน้อย พวงมาลัยให้ความแม่นยำและฉับไวพอสมควร ควบคุมทิศทางได้ง่าย และการกดคันเร่งเพิ่มความเร็วในช่วงสั้นๆ เครื่องยนต์ก็ให้การตอบสนองทันใจพอสมควร
ย้ายมาขับรุ่นดีเซล 2.0 LTZ บนสนามหลักที่กั้นให้ขับเฉพาะรอบนอก และมีไพล่อนวางดักเพื่อลดความเร็วตามโค้งต่างๆ อีกด้วย ก่อนงานเริ่มผมยืนดูสต๊าฟขับทดสอบสนามอยู่หลายรอบ จึงพอจะจำทางได้คร่าวๆ รอบแรกจึงขับได้เร็วหน่อย กดคันเร่งออกตัวก็ไม่แปลกใจที่รถจะพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วโดยแทบไม่มีอาการรอรอบ เมื่อพ้นจากจุดที่ดักให้ลดความเร็ว ก็กดคันเร่งซ้ำ รถก็พุ่งต่อไปอย่างทันใจตั้งแต่รอบต่ำ ส่วนรอบปานกลางและรอบสูงไม่มีโอกาสได้ลอง
ระบบบังคับเลี้ยวและระบบกันสะเทือนก็มีบุคลิกเดียวกับรุ่น 1.8 LTZ คือแม่นยำฉับไวและเบาแรงแต่ไม่โหวงเหวงหรือขาดความรู้สึก ช่วงล่างหนึบแน่นให้ความมั่นใจได้ดีแม้เข้าโค้งด้วยความเร็วค่อนข้างสูง หรือกดคันเร่งหนักๆ ตั้งแต่อยู่ในโค้ง เพื่อนสื่อมวลชนที่ขับเก่งๆ ก็จะเรียกเสียงเอี๊ยดอ๊าดจากยางให้ได้ยินอยู่หลายครั้ง แต่ไม่มีใครหลุดโค้งหรือเสียการทรงตัว |
| |
 |
| |
ทำตลาดด้วย 3 รุ่นเครื่องยนต์
เครื่องยนต์ ดีเซล เทอร์โบ - รุ่นท็อปเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร คอมมอนเรล เทอร์โบแปรผัน 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว VGT หัวฉีด VCDi ควบคุมการทำงานด้วยระบบอิเลคทรอนิคส์ อินเตอร์คูลเลอร์ขนาดใหญ่ กำลังสูงสุดที่ 150 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิด 320 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม DSC (Driver Shift Control) ที่ถูกปรับตั้งอัตราทดเกียร์โอเวอร์ไดรฟ์ เพื่อเน้นให้รอบเครื่องยนต์ต่ำ
เครื่องยนต์เบนซิน - เครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร ECOTEC 4 สูบ 16 วาล์ว DOHC จ่ายเชื้อเพลิงแบบ MPI (Multi-point Injection) และระบบวาล์วแปรผันคู่ Double CVC (Double Continuous Variable Cam Phasing) ควบคุมจังหวะการเปิด-ปิด ของลิ้นไอดีและไอเสียแบบแปรผั นให้สัมพันธ์กับรอบเครื่องยนต์ ทำงานร่วมกับระบบปรับความยาวท่อร่วมไอดีสองระยะ VIM (Variable Intake Manifold) กำลังสูงสุดที่ 141 แรงม้าที่ 6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 177 นิวตันเมตรที่ 3,800 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด DSC (Driver Shift Control) รวมถึงมีเกียร์ธรรมดา 5 สปีดให้เลือก |
| |
 |
| |
เครื่องยนต์เบนซิน - เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร E-TEC II 4 สูบ 16 วาล์ว DOHC จ่ายเชื้อเพลิงแบบ MPI (Multi-point Injection) พร้อมระบบปรับระยะทางเดินท่อไอดีแบบแปรผัน VGiS (Variable Geometry Intake System) กำลังสูงสุด 109 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที่ แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบ/นาที ระบบส่งกำลังมีให้เลือกทั้งระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด DSC (Driver Shift Control) และระบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด
ส่วนตัวเลข และรายละเอียดการทดสอบในเรื่องอัตราเร่ง ฯลฯ โปรดติดตามตอนต่อไป •
• ขอขอบคุณ : บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด • |
| |
 |
| |
| |
|
| |
| |
|
| |
 |
: อ่านข่าวทั้งหมดของ เชฟโรเลต คลิ๊กที่นี่ครับ : Chevrolet News Section |
 |
|
|