|
| เรื่อง - ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ • วีดิโอ : วราห์ หัสรังค์ |
Sunday, 8 August, 2010 0:39 AM
|
|
 |
| |
|
| |
บีเอ็มดับเบิลยู 730 Ld ฐานล้อยาว Long Wheel Base เน้นเอาใจคนนั่งบนเบาะหลังด้วยความกว้างขวาง และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่เหลือเฟือ แต่คุณสมบัติเหล่านี้ จะทำให้รถรุ่นนี้เกิดมาเพื่อเป็นรถประจำตำแหน่งเท่านั้นหรือ ถ้าซื้อมาใช้เป็นรถส่วนตัวจะขับยากไหม เครื่องยนต์ดีเซลจะสั่นสะเทือน และเสียงดัง ทำเสียราคารถหรือไม่ สมรรถนะในด้านต่างๆ จะเป็นอย่างไร ทีมงาน มอเตอร์ทริเวีย มีคำตอบให้ครับ |
| |
 |
| |
บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 โฉมปัจจุบัน มีรหัสตัวถัง F01 สำหรับรุ่นมาตรฐาน และ F02 สำหรับรุ่นฐานล้อยาว ซึ่งมีความยาวฐานล้อเพิ่มขึ้น 140 มิลลิเมตร หรือ 5.5 นิ้ว เพิ่มพื้นที่สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ทำตลาดในเมืองไทยด้วย 4 รุ่นย่อย คือ รุ่นประกอบในประเทศ หรือ CKD 730 Li, 740 Li และ 730 Ld เป็นรุ่นเดียวที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล ส่วน รุ่นนำเข้า คือ 750 Li
ภายนอกเรียบหรูแฝงความสปอร์ต
แม้จะเป็นรถยนต์ระดับสุดหรู แต่บีเอ็มดับเบิลยูก็ยังคงใส่ความสปอร์ต ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ของตัวเองลงไปบนตัวถังของ 730 Ld ได้อย่างกลมกลืน และอยู่ในระดับที่พอเหมาะ ไม่กระทบกับความหรูหราที่ควรจะมีในรถยนต์ระดับนี้
ด้านหน้าคงเอกลักษณ์กระจังหน้า ‘ไตคู่’ ซึ่งถูกขยายใหญ่ตามขนาดของตัวรถ ล้อมกรอบด้วยโครเมียมพร้อมซี่กระจังแนวตั้ง ไฟหน้า Dynamic Xenon เพิ่มความปลอดภัยขณะขับกลางคืน กันชนหน้าและขอบกระจังเป็นชิ้นเดียวดูกลมกลืน ช่องรับอากาศบนกันชนหน้า คาดคิ้วโครเมียมที่ด้านบน และประกบข้างด้วยสปอตไลต์
|
| |
 |
| |
ฝากระโปรงหน้าและเส้นข้างตัวถัง ซึ่งคาดผ่านที่เปิดประตู ช่วยทำให้ตัวรถดูหนักแน่นแข็งแรงยิ่งขึ้น ล้อแม็กลาย Star Spoke 250 ขนาด 8x18 นิ้ว พร้อมยาง 245/50 R18 เท่ากันทั้ง 4 ล้อ แม้แก้มยางจะมี ซีรีส์ 50 แต่แก้มยางก็ยังมีความหนาพอสมควร คือประมาณ 122.5 มิลลิเมตร จึงไม่ต้องห่วงว่าจะสะเทือนหรือขาดความนุ่มนวล
การออกแบบด้านท้ายเน้นความเรียบง่าย แต่สะดุดตาด้วยขนาดของตัวรถที่ทั้งกว้างและใหญ่ ฝากระโปรงท้ายเปิดได้จรดแนวกันชน ตกแต่งด้วยคิ้วโครเมียมเหนือที่ใส่ป้ายทะเบียน พร้อมติดตั้งไฟถอยหลังไว้อย่างกลมกลืน มีไฟเบรกดวงที่ 3 ที่ด้านบนของกระจกหลัง
มิติตัวถังมีความยาว 5,212 มิลลิเมตร กว้าง 1,902 มิลลิเมตร สูง 1,478 มิลลิเมตร ฐานล้อ 3,210 มิลลิเมตร ความกว้างล้อหน้า/หลัง 1,611/1,650 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1,975 กิโลกรัม
|
| |
 |
| |
คันใหญ่ แต่ขับคล่อง ก่อนไปรับรถ ผมถูกเพื่อนสื่อมวลชนที่เคยขับซีรีส์ 7 โฉมนี้ เล่าแกมขู่ว่า กว่าจะขับลงจากลานจอดรถได้ ต้องเดินหน้า ถอยหลังอยู่หลายครั้ง หรือเวลาขับอยู่บนถนนจะรู้สึกว่าเลนแคบกว่าปกติ และจะรู้สึกว่ารถคันอื่นเข้ามาใกล้กว่าปกติอีกด้วย ทำเอาผมวิตกจริตไปเลย
แต่พอถึงวันไปรับรถจริงๆ ตอนขับลงจากลานจอดรถ ก็ไม่ต้องถอยหน้าถอยหลังแม้แต่ครั้งเดียว เพียงแต่ต้อง ‘เน้น’ มากกว่ารถยนต์ไซส์ปกตินิดหน่อย (ส่วนหนึ่งเพราะไม่ใช่รถของตัวเอง) ก่อนจะเลี้ยวไปหาทางลงซึ่งค่อนข้างแคบ ก็ต้องตีวงเผื่อมากกว่าเดิมสักนิด เพื่อให้รถเกือบเป็นแนวตรง ตอนขับผ่านช่องแคบๆ
ผ่านด่านแรกไปได้อย่างปลอดโปร่ง ลงมาบนถนนเพลินจิตช่วงเวลาประมาณ 10 โมงเช้าของวันทำงาน เลี้ยวซ้ายบนถนนหลังสวน เข้าถนนวิทยุ เลี้ยวซ้ายเข้าพระราม 4 เพื่อไปขึ้นทางด่วน พบว่าตลอดเส้นทางแม้รถจะค่อนข้างเยอะ แต่การขับก็แทบไม่แตกต่างจากรถทั่วไป ขับได้แบบสบายๆ แม้จะรู้สึกว่า 'เลนแคบ' กว่าปกติไปบ้างก็ตาม
|
| |
 |
| |
หลังจ่ายค่าทางด่วนแล้ว มีโอกาสได้ทดลองขับบนทางด่วนที่รถค่อนข้างโล่งเนื่องจากเป็นขาออกนอกเมือง การเปลี่ยนเลนลัดเลาะไปตามสภาพการจราจร ทำได้เหมือนรถปกติ ทัศนวิสัยรอบคันถือว่าโปร่งโล่งดี ช่วยให้การบังคับควบคุมรถยาว 5 เมตรกว่า และกว้างเกือบ 2 เมตร ทำได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่มีอาการเงอะงะแต่อย่างใด
ผ่านมา 3 รูปแบบการใช้งานแล้ว ทั้งการขึ้น-ลงลานจอดรถแคบๆ การขับบนถนนที่รถหนาแน่น และขับบนทางด่วนที่รถไม่ถึงกับโล่งมาก ใช้ความเร็วค่อนข้างสูง เหลืออีกอย่างเดียวคือ 'การถอยหลังหรือจอดในที่จำกัด' ไม่ต้องไปทดลองที่ไหนไกล ห้างสรรพสินค้ายอดนิยมแถวบ้านผมเอง
ผมเลือกถอยหลังเข้าช่องที่มีรถจอดประกบซ้าย-ขวา พบว่าถ้าเริ่มต้นด้วยการตั้งลำให้ดีๆ การถอยหลังก็ไม่ใช่เรื่องยาก ไม่ใช่เพราะขับเก่ง แต่เพราะมีระบบช่วยเหลือที่ครบครัน ทั้งเซ็นเซอร์กะระยะ กล้องมองหลังซึ่งมีเส้นกะระยะให้ ทั้งการถอยหลังตรงๆ หรือถอยพร้อมเลี้ยว บนจอเอนกประสงค์ก็มีเส้นกะระยะช่วยบอกด้วยว่า ถ้าหมุนพวงมาลัยองศานี้ รถจะถอยหลังไปทางไหน และจะเลี้ยวพ้นสิ่งกีดขวางหรือไม่ (ดูภาพประกอบจะเข้าใจง่ายขึ้น)
|
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
หมดความสงสัยเรื่องการใช้งานทั่วไป ถ้ามีปัญญาซื้อมาขับ ก็สามารถขับเองได้โดยไม่ต้องพึ่งคนขับ เพราะแม้จะนั่งอยู่หลังพวงมาลัย แต่ในเรื่องความสะดวกสบายก็มีให้แบบสุดๆ จากอุปกรณ์มาตรฐานต่างๆ เช่น เบาะนั่งปรับไฟฟ้าพร้อมสารพัดลูกเล่น พวงมาลัยปรับสูง-ต่ำ-ใกล้-ไกล ด้วยระบบไฟฟ้า มีสวิตช์ควบคุมระบบต่างๆ บนพวงมาลัย รวมทั้ง iDrive และจอเอนกประสงค์ กล้องมองข้างหน้าฝั่งซ้าย-ขวา และกล้องอินฟราเรด สำหรับใช้งานตอนกลางคืน รวมทั้งลูกเล่นบนชุดมาตรวัดอีกเพียบ
ในส่วนของกล้องมองซ้าย-ขวา ซึ่งติดตั้งบนกันชนหน้าบริเวณปลายกันชน มีประโยชน์มาก เวลาขับออกจากซอยแคบๆ ถ้าไม่มีกล้อง ก็ต้องโผล่หน้ารถออกไปเกือบครึ่งเลน เพื่อให้มองเห็นว่ามีรถมาหรือไม่ ซึ่งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ เมื่อมีกล้องก็ช่วยให้โผล่หน้ารถออกไปน้อยลง และนับว่าดีมากที่ให้กล้องมาทั้ง 2 ฝั่ง เพราะช่วยให้เห็นรถ 'มักง่าย' ที่มักวิ่งสวนเลนได้ด้วย
เบาะหลังจำกัดผู้โดยสารเพียง 2 คน เพราะถูกคั่นกลางด้วยที่เท้าแขน ซึ่งติดตั้งสวิตช์ iDrive ควบคุมผ่านจอขนาด 9.2 นิ้ว 2 ชุด ที่ติดตั้งหลังพนักพิงเบาะหน้า มีการทำงานแยกอิสระ และสวิตช์ปรับเบาะหลังด้วยระบบไฟฟ้า ม่านไฟฟ้าทั้งด้านข้างและด้านหลัง
|
| |
 |
| |
 |
| |
ด้านหลังที่เท้าแขนกลางเบาะหน้า ติดตั้งสวิตช์ควบคุมระบบปรับอากาศแบบแยกส่วนพร้อมช่องแอร์ และช่องแอร์ที่เสากลาง สวิตช์ควบคุมระบบอุ่นและทำความเย็นเบาะหลัง เรียกได้ว่าให้ความสะดวกสบายแบบสุดๆ เหมือนนั่งบนโซฟาตัวโปรดอยู่ที่บ้าน ลองไปนั่งเล่นบนเบาะหลังแค่แปปเดียว ไม่อยากกลับมานั่งหลังพวงมาลัยอีกเลย
ประตูทุกบานใช้ระบบดูด ไม่ต้องกระแทกปิดเพื่อให้สนิท แค่ปิดพับลงไประบบจะดูดให้ปิดสนิทเอง ฝากระโปรงหลังเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า นุ่มนวลและสะดวกสบาย แต่พอเห็นพื้นที่เก็บของด้านหลังแล้วประหลาดใจ เพราะเล็กกว่าที่คิดไว้มาก มีเฉพาะความลึกที่เหลือเฟือ แต่ความกว้างดูจะตรงข้ามกับขนาดของรถไปสักนิด
|
| |
 |
| |
แรงก็ได้ ประหยัดก็ดี
หลังจากได้รถมาแล้ว ก็ทดลองขับในเมืองทั้งแบบรถโล่งและรถติด จากนั้นขับไปถ่ายภาพนิ่งและวีดีโอในช่วงบ่ายต่อเนื่องถึงเย็น เมื่อแยกย้ายกับทีมงานแล้ว ผมมุ่งหน้าไปยังมอเตอร์เวย์เพื่อวัดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง โดยเซต 0 เฉพาะอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย เมื่อผ่านด่านเก็บเงิน
จากนั้นค่อยๆ กดคันเร่งออกตัว เมื่อความเร็วถึง 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็วานให้ ครูสคอนโทรล ช่วยขับแทน สังเกตว่าที่ความเร็วเดียวกัน เมื่อใช้ครูสคอนโทรล จะใช้รอบต่ำกว่ากดคันเร่งเอง และรอบเครื่องยนต์ก็จะนิ่งกว่าด้วย ที่สำคัญคือ ช่วยลดความเมื่อยล้าและอาการเกร็ง พุ่งสมาธิไปที่ถนนข้างหน้าเพียงอย่างเดียว คาดเดาสภาพการจราจรด้านหน้า เพื่อจะได้ใช้เบรกให้น้อยที่สุด
|
| |
 |
| |
ในช่วงแรกๆ อัตราสิ้นเปลืองดีขึ้นอย่างวูบวาบ ขับไม่นานก็ขึ้นมาถึง 12 กิโลเมตรต่อลิตร แล้วก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ จนนึกว่าจะหยุดอยู่ที่ 13 กิโลเมตรต่อลิตร ลองใช้ครูสคอนโทรลเพื่อลดความเร็วลงเหลือ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พบว่าอัตราสิ้นเปลืองแบบ Real Time ก็ดีขึ้น ซึ่งถ้าขับยาวๆ จะทำให้อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยดีขึ้นแน่ๆ แต่ก็จะไม่ตรงกับการทดสอบครั้งที่ผ่านๆ มา จึงกลับไปใช้ความเร็ว 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเหมือนเดิม
ออกจากด่านเก็บเงินสุดท้าย อัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 13.5 กิโลเมตรต่อลิตร คิดว่าคงสุดๆ ที่ความเร็วนี้แล้ว แต่ก็ยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจ คิดว่าจะขับด้วยความเร็วนี้กลับกรุงเทพฯ ไปเลย หลังจากขับย้อนกลับทางเดิมได้สักพัก ก้มลงไปมองอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย หลังจากเลิกสนใจไปพักใหญ่ ปรากฎว่าขยับขึ้นมาที่ 14 กิโลเมตรต่อลิตร ใกล้เคียงกับสเปคที่ระบุไว้ 14.5 กิโลเมตรต่อลิตร ไม่สะเทือนขนหน้าแข้งของคนที่มีเงินซื้อรถคันละ 7 ล้านกว่าบาทมาใช้
อัตราเร่งที่วัดได้ ดีกว่าสเปคที่ระบุไว้เล็กน้อย โดยมีอาการรอรอบเพียงประมาณครึ่งวินาทีหลังจากกดคันเร่งสุด เมื่อรอบขยับขึ้นจากรอบเดินเบา อัตราเร่งก็จะมาเร็วแต่นุ่มนวล และที่สำคัญคือ มีความต่อเนื่องตั้งแต่ความเร็วต่ำจรดความเร็วสูง แทบไม่มีอาการ ‘เหี่ยวปลาย’ ให้สัมผัสเลย |
| |
 |
| |
| • อัตราเร่ง บีเอ็มดับเบิลยู 730 |
| ความเร็ว (กม./ชม.) |
เวลา (วินาที) |
|
| 0-60 |
03.5 |
|
| 0-100 |
07.8 |
|
| |
|
|
| • Accel Distance results |
| ระยะทาง (เมตร) |
เวลา (วินาที) |
ความเร็ว (กม./ชม.) |
| 0-100 |
06.7 |
90.5 |
| 0-200 |
10.1 |
115.9 |
| 0-400 |
15.6 |
145.1 |
| 0-1000 |
28.5 |
186.7 |
| |
|
|
| • อัตราเร่งแซง |
| ความเร็ว (กม./ชม.) |
เวลา (วินาที) |
|
| 40-120 |
08.9 |
|
| 40-140 |
12.7 |
|
| 80-120 |
05.4 |
|
| 80-140 |
09.3 |
|
| |
|
|
| • ความเร็วสูงสุด 232.1 กิโลเมตรต่อชั่วโมง |
|
| |
 |
| |
 |
| |
ส่วนในเรื่องความสั่นสะเทือนและเสียงดัง ซึ่งเป็นที่รังเกียจคนซื้อรถระดับนี้ บอกได้เลยว่า ถ้าเข้าไปนั่งในรถไม่ว่าจะหลังพวงมาลัยหรือเบาะหลัง จะไม่สามารถสัมผัสข้อด้อยของเครื่องยนต์ดีเซลได้เลย
ผมลองแกล้งด้วยการขับลากรอบสูงจัด และเร่งๆ ผ่อนๆ ก็ไม่มีเสียงดังที่เกินปกติแต่อย่างใด ความสั่นสะเทือนที่มักถูกส่งมายังพวงมาลัย หัวเกียร์ พื้นรถ และเบาะนั่ง ก็ไม่มีให้เห็นในรถรุ่นนี้ ไม่ใช่เพราะการซีลเก็บเสียง หรือดูดซับแรงสั่นสะเทือนที่ดีเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะตัวเครื่องยนต์เอง มีเสียงการทำงานที่ไม่ดังมาก รวมทั้งการสั่นสะเทือนที่น้อยด้วย
ระบบกันสะเทือนเน้นนุ่มหนึบ
ด้วยความที่เป็นรถยนต์ระดับสุดหรู ช่วงล่างของ ซีรีส์ 7 จึงถูกปรับแต่งให้ลดดีกรีความสปอร์ตลงไปบ้าง เพิ่มความนุ่มนวลขึ้นมากพอควร แต่ก็ได้ฐานล้อที่ยาวเป็นพิเศษถึง 3,210 มิลลิเมตร การขับด้วยความเร็วสูง จึงให้ความมั่นคง มั่นใจ และผ่อนคลาย
แต่ ซีรีส์ 7 ก็ยังไม่ทิ้งลายด้วยระบบปรับความหนึบช่วงล่างผ่านสวิตช์ iDrive แบ่งเป็น 4 โหมด คือ Normal, Comfort, Sport และ Sport+ ซึ่งจะตัดระบบ แทร็กชั่นคอนโทรล ออกโดยอัตโนมัติ ส่วนโหมด Sport ยังสามารถเลือกย่อยลงไปได้อีกว่า จะให้สปอร์ตเฉพาะช่วงล่าง หรือให้เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง ทำงานแบบสปอร์ตด้วย
|
| |
 |
| |
ตลอดการทดลองขับ 730 Ld ที่ความเร็วต่ำถึงปานกลาง ให้ความนุ่มนวลแบบสุดๆ แต่ไม่ใช่นุ่มนิ่ม ช่วงล่างมีการทำงานที่กระชับไม่ยวบยาบ เสียงการทำงานก็เบาและหนักแน่น ส่วนที่ความเร็วสูงก็หนึบแน่น ให้ความมั่นใจในการควบคุมแม้อยู่ในโหมด Comfort พวงมาลัยยังคงมีการตอบสนองที่แม่นยำ ฉับไวตามสไตล์บีเอ็มฯ ระบบเบรกมีพลังเหลือๆ สำหรับหยุดน้ำหนัก 2 ตันกว่า ที่ซัดมาด้วยความเร็วเกิน 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่มีอาการปัดเป๋แม้เบรกหนักๆ
สรุป
บีเอ็มดับเบิลยู 730 Ld CKD ดีเซลหนึ่งเดียวในรุ่นย่อย ราคาแพงกว่า 730 Li เครื่องยนต์เบนซิน 300,000 บาท แลกกับอัตราสิ้นเปลืองที่ดีกว่า สมรรถนะโดยรวมก็สูสีกัน ส่วนเรื่องความสั่นสะเทือน ตัดออกไปได้ ก็นับว่าคุ้มค่าที่จะขยับขึ้นมาซื้อ 730 Ld ไม่ต้องรอใช้เป็นรถประจำตำแหน่ง ถ้าตัวเลขในบัญชีคุณพร้อม รถรุ่นนี้ก็ให้ความสุขได้ แม้ใช้งานเป็นรถส่วนตัว •
• ขอบคุณ บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ไทยแลนด์) จำกัด เอื้อเฟื้อรถยนต์ในการทดสอบ • |
| |
| |
|
| |
[ ดาวน์โหลดเสปคฯ ภาษาไทย (PDF) แบบละเอียดที่นี่ ]
• แบบตัวถัง ซีดาน 4 ประตู
• มิติตัวถัง (ย x ก x ส) 5,212 x 1,902 x 1,478 มิลลิเมตร
• ฐานล้อ 3,210 มิลลิเมตร
• ความกว้างล้อหน้า/หลัง 1,611/1,650 มิลลิเมตร
• น้ำหนัก 1,975 กิโลกรัม
• แบบเครื่องยนต์ 6 สูบเรียง 24 วาล์ว ดีเซลคอมมอนเรลเทอร์โบ
• ความจุ 2,993 ซีซี
• กระบอกสูบ x ช่วงชัก 84.0 x 90.0 มิลลิเมตร
• อัตราส่วนการอัด 16.5:1
• กำลังสูงสุด 218 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที
• แรงบิดสูงสุด 55.0 กก.-ม. ที่ 1,750-2,500 รอบต่อนาที
• ระบบส่งกำลัง อัตโนมัติ 6 จังหวะ Steptronic (Electronic Gear Selector)
• ระบบขับเคลื่อน ล้อหลัง
• ระบบบังคับเลี้ยว แร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์
• ระบบกันสะเทือนหน้า อิสระ ดับเบิลจ๊อยท์ สตรัต พร้อมเหล็กกันโคลง
• ระบบกันสะเทือนหลัง อิสระ มัลติลิงก์ พร้อมเหล็กกันโคลง
• ระบบเบรกหน้า/หลัง ดิสก์พร้อมครีบระบายความร้อน 4 ล้อ พร้อม ABS, CBC และ BER
• ผู้จำหน่าย บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด
• โทรศัพท์ 0-2305-8888
• เวบไซต์ www.bmw.co.th
|
 |
: อ่านข่าวทั้งหมดของ บีเอ็มดับเบิลยู คลิ๊กที่นี่ครับ : BMW News Section |
 |
 |
|
| |