|
| เรื่อง - ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ • วีดิโอ : วราห์ หัสรังค์ |
Wednesday, 24 March, 2010 12:54 PM |
|
 |
| |
|
| |
โปรตอน ยานยนต์สัญชาติมาเลเซียประเทศเพื่อนบ้าน รุกตลาดรถยนต์เมืองไทยด้วยรถหลากรูปแบบ หนึ่งในรถที่น่าสนใจคือ Proton Neo CPS สปอร์ตกะทัดรัดทรงแฮทช์แบ็ค 3 ประตู
นอกเหนือจากการตกแต่งภายนอกและภายใน ที่ยกระดับความสปอร์ตให้เหนือกว่ารุ่นพื้นฐานแล้ว เครื่องยนต์ของ Neo CPS ยังได้รับการเพิ่มเติมระบบแปรผันวาล์ว CPS ทำงานสัมพันธ์กับระบบแปรผันความยาวท่อไอดี VIM
ขยับสมรรถนะเครื่องยนต์ 1,600 ซีซี จากเดิม 110 เป็น 125 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ หรืออัตโนมัต 4 จังหวะ ซึ่งเป็นรุ่นที่ทีมงานมอเตอร์ทริเวียได้ทดลองขับ |
| |
 |
| |
 |
| |
รูปลักษณ์สปอร์ตลงตัว
ใครที่ชอบรถสไตล์แฮทช์แบ็ค ถ้าได้มาเห็น Neo CPS คงถูกใจ เพราะเส้นสายโดยรวมและรายละเอียดปลีกย่อยมีความสอดคล้องกลมกลืนกันเป็นอย่างดี มีทั้งความสปอร์ตดุดันและความน่ารักอยู่ในตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นรถ 3 ประตู ซึ่งดูสปอร์ตกว่าแฮทช์แบ็ค 5 ประตูที่มีอยู่ในตลาด
ด้านหน้าดุเอาเรื่องด้วยชุดโคมไฟทรงเฉียงแบบชิ้นเดียว เล่นส่วนเว้าที่ด้านล่างตามรูปทรงของโคมด้านใน แทรกกลางด้วยกระจังลายรังผึ้งพร้อมโลโก้โปรตอน กันชนหน้าและขอบกระจังเป็นชิ้นเดียวกันจึงดูต่อเนื่อง เส้นบนฝากระโปรงหน้าต่อเนื่องจากขอบกระจัง |
| |
 |
| |
ด้านล่างของกันชนเน้นความโฉบเฉี่ยวด้วยช่องรับอากาศขนาดใหญ่ บุด้วยตาข่ายรังผึ้งสีดำเช่นเดียวกับกระจัง ประกบข้างด้วยสปอตไลต์ทรงกลม และช่องรับอากาศทรงตั้ง ชายล่างของกันชนออกแบบให้เป็นสปอยเลอร์ในตัว
มุมมองด้านข้างดุเกินตัว ด้วยโป่งล้อพร้อมหมุดยึดโป่งสไตล์รถ Retro ถ้าเป็นคนที่ชอบแต่งรถจะมองออกว่าตรงนี้มีจุดด้อยเล็กๆ คือ ล้อแม็ก 6.5x16 นิ้ว และยาง 195/50 ที่เล็กไปหน่อยทั้งความกว้างและเส้นผ่าศูนย์กลาง ทำให้ล้อไม่เต็มซุ้ม และแต่ก็แก้ไม่ยากแค่เลือกล้อแม็กใหม่ให้ลงตัว |
| |
 |
| |
นอกเหนือจากโป่งล้อแล้ว ยังติดตั้งสเกิร์ตข้างทรงเฉียบแบบชิ้นเดียว ช่วยให้รถดูเตี้ยโดยไม่ต้องโหลด กระจกมองข้างทรงเพรียว ให้มุมมองที่กว้างครอบคลุม ฝั่งผู้ขับมีฝาปิดที่เติมน้ำมันผลิตจากพลาสติกสีเงิน
ด้านหลังดูน่ารักด้วยเส้นสาย และดุดันสะดุดตาด้วยอุปกรณ์ตกแต่ง เช่น สปอยเลอร์ทรงสูงติดตั้งเหนือกระจกบานท้าย ลองถามคนที่ชอบแต่งรถ ทุกคนบอกว่า สวยดุ แต่เมื่อถามผู้ใหญ่วัยใกล้เกษียณ (ซึ่งไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของรถรุ่นนี้) ต่างก็ส่ายหัวไปตามๆ กัน |
| |
 |
| |
 |
| |
 |
| |
ชุดไฟท้ายเล่นลอนด้านล่างเหมือนไฟหน้า เป็นแบบชิ้นเดียวโอบไปถึงด้านข้าง ด้านล่างของกันชนติดตั้ง Diffuser พร้อมท่อไอเสียทรงสี่เหลี่ยมคางหมูออกตรงกลางกันชน เหนือท่อไอเสียมีช่องระบายอากาศทรงเพรียวตลอดแนวกันชน ประกบข้างด้วยแถบสะท้อนแสง
มิติตัวถังมีความยาว 3,898 มิลลิเมตร กว้าง 1,745 มิลลิเมตร สูง 1,434 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,440 มิลลิเมตร ความกว้างล้อหน้า/หลัง 1,467/1,483 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1,227 กิโลกรัม |
| |
 |
| |
 |
| |
ภายในเปรี้ยวด้วยโทนดำ-แดง
ห้องโดยสารของ Neo CPS เพิ่มความสปอร์ตด้วยหนังโทนสีดำ-แดง ทั้งในส่วนของเบาะหน้า-หลัง, พวงมาลัย, หัวเกียร์ และแผงประตู การออกแบบภายในเน้นทรงกลม ทั้งในส่วนของช่องแอร์ กรอบชุดมาตรวัดพร้อมสวิตช์ปรับความสว่าง รวมทั้งที่เปิดประตูก็เป็นทรงกลมด้วยเช่นกัน และมีฝาทรงกลมไม่ได้ใช้งานเตรียมไว้ให้ ถ้าฝังสวิตช์สตาร์ตเครื่องยนต์น่าจะพอดี
หลายสวิตช์ควบคุมอยู่ในตำแหน่งที่ไม่คุ้นเคย เช่น ไฟเลี้ยวอยู่ซ้าย ที่ปัดน้ำฝนอยู่ขวา สไตล์ยุโรป ส่วนสวิตช์เปิด-ปิดกระจกมองข้าง และปรับกระจกมองข้าง ติดตั้งไว้ที่คอนโซลกลางแถวๆ เบรกมือ ซึ่งรวมถึงช่องจ่ายไฟฟ้า 12 โวลต์พร้อมฝาปิดดูเรียบร้อย
พวงมาลัย 3 ก้านค่อนข้างหนา ที่ก้านฝั่งซ้าย-ขวา ติดตั้งสวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียง และซีดี ที่เลือกใช้ของมียี่ห้ออย่าง Blaupunkt ติดตั้งบนคอนโซลกลาง สามารถเล่น MP3 ได้ ต่ำลงมาเป็นสวิตช์ไฟฉุกเฉินและไฟตัดหมอก ส่วนสวิตช์ควบคุมระบบปรับอากาศ เป็นทรงกลม 3 ชุดเรียงกันในแนวตั้ง ประกบซ้าย-ขวาด้วยช่องใส่ของขนาดเล็ก
เบาะผู้ขับปรับสูง-ต่ำได้ เสียดายที่พวงมาลัยปรับได้แค่สูง-ต่ำ แต่ยืด-หดไม่ได้ ตัวเบาะออกแนวสปอร์ตนิดๆ แต่ยังนั่งได้สบายไม่อึดอัด และให้ความกระชับพอตัวเมื่อคาดเข็มขัดนิรภัย เบาะข้างผู้ขับมีสวิตช์พับพนักพิงกรณีมีผู้โดยสารด้านหลัง
เบาะหลังแม้จะเข้า-ออกยากเพราะเป็นรถ 3 ประตู แต่เมื่อเข้าไปนั่งแล้วก็สบายพอสมควร โดยเฉพาะเมื่อผู้โดยสารด้านหน้าช่วยเลื่อนเบาะไปข้างหน้าให้เล็กน้อย พนักพิงเบาะหลังแยกพับได้ 60:40 ช่วยให้เคลื่อนย้ายสัมภาระยาวๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้น |
| |
 |
| |
การออกแบบภายในถือว่าไม่ขี้เหร่ มีลูกเล่นและดูสปอร์ตต่อเนื่องจากภายนอก เสียอย่างเดียวคือวัสดุและการเลือกใช้สี ถ้าใช้วัสดุดีกว่านี้อีกนิด หรือเลือกใช้โทนสีดำเป็นหลัก ก็น่าจะช่วยให้ภายในดูดีขึ้นอีกพอควร ความประณีตในการประกอบ ถือว่าอยู่ในระดับปานกลาง
ทัศนวิสัยไม่แตกต่างจากรถยนต์รุ่นใหม่ ที่แทบมองฝากระโปรงหน้าไม่เห็น เพราะถูกออกแบบให้มุดต่ำลู่ลม มุมมองรอบด้านถือว่าไม่อับทึบ เพิ่มความมั่นใจด้วยเซ็นเซอร์ช่วยกะระยะขณะถอยหลัง
อุปกรณ์ความปลอดภัย มีแอร์แบ็กคู่หน้า เข็มขัดนิรภัย 3 จุด 5 ตำแหน่ง กุญแจImmobilizer พร้อมรีโมท เซ็นทรัลล็อคต้องควบคุมจากตัวล็อคประตู ประตูท้ายแบบบานเดี่ยวเปิดขึ้น ต้องเปิด-ปิดผ่านคันโยกในห้องโดยสาร ทำให้ขาดความสะดวกไปบ้าง แต่กลับมีอุปกรณ์ที่ไม่คิดว่าจะมี เช่น ครูสคอนโทรล และมาตรวัดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง |
| |
 |
| |
เครื่องยนต์ไม่เด่นไม่ด้อย
Neo CPS ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว CAMPRO หรือ Cam Profile Switching Technology ทำงานร่วมกับระบบแปรผันความยาวท่อไอดี หรือ VIM โดยแบ่งการทำงานเป็น 3 ช่วงรอบเครื่องยนต์ คือ ไม่เกิน 4,400 รอบต่อนาที CPS จะควบคุมให้เปิดวาล์วไอดีด้วยระยะยกต่ำ และ VIM เปิดท่อไอดียาว เพื่อให้มีแรงบิดที่ดี
จากนั้นที่ 4,400-4,800 รอบต่อนาที จะเปิดวาล์วไอดีสูง ส่วนท่อไอดีคงเดิม และเมื่อเกิน 4,800 รอบต่อนาทีขึ้นไป จะเปิดวาล์วไอดีสูงเหมือนเดิม และแปรผันท่อไอดีให้สั้นลง เพื่อให้อากาศไหลเข้าห้องเผาไหม้เร็วขึ้น |
| |
 |
| |
เครื่องยนต์มีความจุจริง 1,597 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 125 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 15.28 กก.-ม. ที่ 4,500 รอบต่อนาที คันที่ทดสอบใช้เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหน้า
ในขับใช้งานทั่วไป ไม่รู้สึกว่าอืดหรือไม่ทันใจ กดคันเร่งเบาๆ รถก็เคลื่อนตัวได้ตามปกติ และถ้ากดคันเร่งหนักๆ รถก็พุ่งไปได้ดีตามน้ำหนักเท้าขวา และไม่รู้สึกถึงการทำงานของระบบ CPS และ VIM
ในการทดสอบอัตราเร่ง รถต้องแบกน้ำหนักผู้ขับและผู้โดยสารรวมกันประมาณ 170 กิโลกรัม วัดอัตราเร่งทำโดยจอดรถชิดขอบทาง เข้าเกียร์ D ใช้เท้าขวาเหยียบเบรก เมื่อรถว่างจึงยกเท้าขวาไปเหยียบคันเร่งมิดแช่ไว้ประมาณ 30 วินาที เพื่อให้เครื่องมือบันทึกข้อมูลที่ตั้งไว้ให้ครบ
ส่วนการวัดอัตราเร่ง 40-120, 40-140, 80-120 และ 80-140 ต้องแยกกันทำคนละครั้ง เนื่องจากเครื่องมือบันทึกได้ครั้งละ 2 ค่าเท่านั้น จึงอาจมีความคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นได้มากกว่าการวัดค่าทั้งหมดจากการขับรวดเดียว ส่วนความเร็วสูงสุดทำได้ประมาณ 165 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กดแช่ไปอีกพักใหญ่ก็ไม่ขยับขึ้นแล้ว |
| |
 |
| |
| อัตราเร่ง (กม./ชม.) |
เวลา (วินาที) |
|
| 0-60 |
6.4 |
|
| 0-100 |
15.3 |
|
| |
|
|
| ระยะทาง (เมตร) |
เวลา (วินาที) |
ความเร็ว (กม./ชม.) |
| 0-100 |
8.7 |
70.3 |
| 0-200 |
13.2 |
90.6 |
| 0-400 |
20.1 |
114.2 |
| 0-1000 |
36.5 |
147.4 |
| |
|
|
| อัตราเร่งแซง (กม./ชม.) |
เวลา (วินาที) |
|
| 40-120 |
18.2 |
|
| 40-140 |
28.3 |
|
| 80-120 |
11.4 |
|
| 80-140 |
21.4 |
|
|
| |
 |
| |
แม้เครื่องยนต์รุ่นนี้จะค่อนข้าง ‘มีรอบ’ แต่ในการทดลองขับกลับพบว่า ที่ความเร็วสูงๆ อัตราเร่งจะเหี่ยวลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเมื่อเกิน 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป ต้องใช้ระยะทางไกลมากกว่า จะเห็นเข็มความเร็วชี้เกินตัวเลข 160 ส่วนอัตราเร่งในช่วงต้นถือว่าทันใจพอควร และการใช้งานทั่วไป ก็แทบไม่มีโอกาสกดคันเร่งมิดแช่ยาวได้
ระบบส่งกำลังอัตโนมัติ 4 จังหวะ เด่นในเรื่องความนุ่มนวลในการทำงาน การเปลี่ยนเกียร์ทั้งขึ้นสูงและลงต่ำในรอบสูงๆ ไม่มีอาการกระตุกหรือกระชากจนน่ากลัว ส่วนความฉับไวในการทำงานอยู่ในระดับกลางๆ
อัตราสิ้นเปลืองไม่มีโอกาสได้วัดอย่างเป็นทางการ อาศัยดูจากมาตรวัดบนจอที่แผงหน้าปัด เจอกับสภาพการจราจรติดขัดในหลายช่วง และเมื่อทางโล่งก็ใช้ความเร็วค่อนข้างสูงระดับ 120-130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กินน้ำมันเฉลี่ย 10 กิโลเมตรต่อลิตร ถ้าขับทางไกลความเร็วคงที่แถว 100-110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง น่าจะเห็นตัวเลข 12 กิโลเมตรต่อลิตร
ช่วงล่าง HANDLING BY LOTUS
ระบบกันสะเทือนของ Neo CPS เป็นแบบอิสระพร้อมเหล็กกันโคลงทั้ง 4 ล้อ ด้านหน้าแม็กเฟอร์สันสตรัต ด้านหลังมัลติลิงก์ แปะโลโก้ไว้ด้านหลังว่า HANDLING BY LOTUS ซึ่งถ้าไม่มั่นใจจริง โลตัสคงไม่กล้าให้ใช้ชื่อ
ยางที่ใช้มีขนาด 195/50 R16 การใช้งานบนทางเรียบที่ความเร็วต่ำ-ปานกลางให้ความนุ่มนวลพอตัว เมื่อขับผ่านทางขรุขระ จะรู้สึกว่าแข็งนิดๆ และไม่ยวบยาบหรือย้วยเมื่อใช้ความเร็วสูง บนทางเรียบตรงขับแช่ที่ความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้โดยไม่เครียด
น้ำหนักพวงมาลัยปรับมาให้ขับในแนวสปอร์ต ไม่เบาหวิวแต่ก็ไม่หนักจนต้องโหน ความแม่นยำปานกลาง ระบบเบรกดิสก์ 4 ล้อ พร้อมเอบีเอสและอีบีดี ให้ประสิทธิภาพการเบรกที่ดี ไว้ใจได้แม้ลองกระทืบเบรกหนักๆ แต่ความรู้สึกที่แป้นเบรกค่อนข้างแปลก คือ ออกแนวหยุ่นๆ
โดยสรุปแล้วผมชอบ โปรตอน นีโอ CPS ที่รูปทรงภายนอก ดูสวยสปอร์ตน่ารัก และกะทัดรัด ภายในโดยเฉพาะแผงหน้าปัดถ้าเป็นโทนสีดำล้วนน่าจะดูดีขึ้น เครื่องยนต์ 1,600 ซีซี 125 แรงม้า เพียงพอสำหรับการใช้งานทั้งในเมืองและเดินทางไกล ประหยัดได้แต่ต้องตั้งใจ ช่วงล่างและเบรกโดยรวมถือว่าพอใจ
ปัจจัยที่ทำให้ไม่ค่อยเห็น นีโอ ซีพีเอส บนถนนบ่อยนักคือ ราคา รุ่นเกียร์ธรรมดา 658,000 บาท / เกียร์อัตโนมัติ 698,000 บาท เป็นราคาสำหรับผู้ที่มองเห็น และรักในจุดเด่นของรถยนต์รุ่นนี้จริงๆ เพราะคู่แข่งรายหลักก็ราคาไม่ต่างจากนี้มากนัก
ขอบคุณ บริษัท พระนครโอโตเซลส์ จำกัด เอื้อเฟื้อรถยนต์ในการทดสอบ • |
| |
| |
|
 |
Specification: Proton NEO CPS เกียร์อัตโนมัติ
• แบบตัวถัง แฮทช์แบ็ก 3 ประตู
• มิติตัวถัง ย x ก x ส (มม.) 3,898 x 1,745 x 1,434
• ฐานล้อ 2,440 มิลลิเมตร
• ความกว้างล้อหน้า/หลัง 1,467/1,483 มิลลิเมตร
• น้ำหนัก 1,227 กิโลกรัม
• แบบเครื่องยนต์ เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว CPS และ VIM
• ความจุ 1,597 ซีซี
• กระบอกสูบ x ช่วงชัก 76 x 88 มิลลิเมตร
• อัตราส่วนการอัด 10.0:1
• กำลังสูงสุด 125 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที
• แรงบิดสูงสุด 15.28 กก.-ม. ที่ 4,500 รอบต่อนาที
• ระบบส่งกำลัง อัตโนมัติ 4 จังหวะ
• ระบบขับเคลื่อน ล้อหน้า
• ระบบบังคับเลี้ยว แร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์
• ระบบกันสะเทือนหน้า อิสระ แม็กเฟอร์สันสตรัต พร้อมเหล็กกันโคลง
• ระบบกันสะเทือนหลัง อิสระ มัลติลิงก์ พร้อมเหล็กกันโคลง
• ระบบเบรกหน้า/หลัง ดิสก์พร้อมครีบระบายความร้อน/ดิสก์ พร้อมเอบีเอส และอีบีดี
• ผู้จำหน่าย บริษัท พระนครโอโตเซลส์ จำกัด
• โทรศัพท์ 0-2579-0888
• เวบไซต์ www.protonthailand.com |
| |
 |
: อ่านข่าวทั้งหมดของ โปรตอน คลิ๊กที่นี่ครับ : Proton News Section |
 |
|
|