|
| เรื่อง - วีดิโอ : วราห์ หัสรังค์ • ภาพ : ฝ่ายภาพ Mazda ประเทศไทย |
Friday, 4 December, 2009 1:49 AM |
|
 |
| |
|
| |
หลังเปิดตัวแบบสุดอลังการไปไม่นาน ทีมงาน มอเตอร์ทริเวีย ได้รับเชิญไปทดสอบ มาสด้า 2 กันถึงจังหวัดเชียงใหม่ในวันที่ 19-20 พฤศจิกายน 2552 ถือว่าเป็นการทดสอบฉบับย่อๆ เพียง 1 วัน กับซิตี้คาร์สุดฮอทคันล่าสุดของเมืองไทย
สำหรับการทดสอบ จัดให้มีการขับในรูปแบบที่แตกต่างกัน เช่น การใช้งานในเมือง แบบแยกชนแยก ในตรอกหรือซอยเล็กๆ การขับด้วยความเร็วสูงบนถนนไฮเวย์ และการขับบนเส้นทางคดโค้งตามภูมิประเทศของจังหวัดเชียงใหม่ แม้จะมีเวลาไม่มากนัก แต่ก็ถือว่าได้สัมผัสถึงสมรรถณะของมาสด้า 2 แบบพอหอมปากหอมคอ |
| |
 |
| |
มาสด้า 2 ที่ใช้ในการทดสอบมีครบทุกรุ่น ตั้งแต่รุ่นพื้นฐาน GROOVE SPORTS แบบเกียร์ธรรมดา และเกียร์อัตโนมัติ ไปจนถึงรุ่นสูงสุด SPIRIT SPORTS และ MAXX SPORTS ที่มีอุปกรณ์มาตรฐานพร้อมสรรพทั้ง SMART KEYLESS ENTRY ชุดกันชนหน้าทรงสปอร์ต ไฟตัดหมอกคู่หน้า พร้อมสปอยเลอร์รอบคัน
เครื่องยนต์มีแบบเดียวตระกูล MZR เบนซิน 4 สูบ 1,500 ซีซี 16 วาล์ว พร้อมวาล์วแปรผัน S-VT และระบบไอดีแปรผัน TSVC มีกำลังสูงสุด 103 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 13.7 กก.-ม. ที่ 4,000 รอบต่อนาที |
| |
 |
| |
| • คุณสุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด |
 |
| |
มิติภายนอกระหว่าง GROOVE SPORTS กับ SPIRIT SPORTS และ MAXX SPORTS แตกต่างกันอยู่เล็กน้อยคือ 3,903 มิลลิเมตร และ 3,913 มิลลิเมตร นั่นเป็นเพราะกันชนหน้า - กันชนหลังแบบสปอร์ตของ SPIRIT SPORTS และ MAXX SPORTS ยาวกว่านิดหน่อย รวมทั้งความสูงของตัวรถที่ GROOVE SPORTS จะสูงกว่า SPIRIT SPORTS และ MAXX SPORTS อยู่เล็กน้อยเช่นเดียวกัน คือ 1,485 มิลลิเมตร และ 1,478 มิลลิเมตร ผลมาจากการใช้ชุดโช้กอัพและสปริงที่แตกต่างกัน แต่ทั้งคู่มีความกว้าง 1,695 มิลลิเมตร และมีฐานล้อ 2,490 มิลลิเมตร เท่ากัน |
| |
 |
| |
GROOVE SPORTS เกียร์อัตโนมัติ มากับกระจกมองข้างพับมือ ล้อกระทะขนาด 15 นิ้ว พร้อมยางขนาด 185/55R15 แถมรอบตัวรถก็ไม่มีชุดแต่งใดๆ แต่กลับไม่ทำให้รู้สึกขาด เพราะรูปทรงพื้นฐานของมาสด้า 2 ดูสปอร์ตโดยธรรมชาติอยู่แล้ว จากการออกแบบลายเส้นที่เน้นความโฉบเฉี่ยว [ - อ่านรายละเอียดการพัฒนามาสด้า 2...ดีไซน์แบบไดนามิก ได้ที่นี่ครับ - ]
นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์หลักบางส่วนที่หายไปบ้าง เช่น ไฟตัดหมอกหน้า ถุงลมนิรภัยฝั่งผู้โดยสาร (ถุงลมนิรภัยมีเพียงฝั่งผู้ขับ) พวงมาลัยไม่หุ้มหนัง และไม่มีระบบมัลติฟังก์ชั่นบนพวงมาลัย ซึ่งจะว่ากันตามจริง ในการใช้งานก็ถือว่าไม่เดือดร้อนอะไรนัก ที่ไม่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกพวกนี้ (ยกเว้นถุงลมนิรภัย...ถ้ามีก็ดีกว่าแน่ๆ) |
| |
 |
| |
ปุ่มเปิดฝากระโปรงท้ายเป็นปุ่มกลมสีดำเล็กๆ ทำงานด้วยระบบไฟฟ้า ระบบเบรกหน้าดิสก์หลังดรัม พร้อมระบบ ABS และระบบ EBD เป็นมาตรฐานในทุกรุ่น รวมถึงไฟหน้ามัลติรีเฟลกเตอร์เหมือนกันทุกรุ่นเช่นกัน
เมื่อนั่งในตำแหน่งคนขับ เบาะให้ความรู้สึกกระชับดี สามารถปรับตำแหน่งสูง-ต่ำของตัวเบาะด้วยคันโยกซึ่งอยู่ด้านข้าง พวงมาลัยปรับสูง-ต่ำได้ แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถปรับระยะใกล้-ไกลได้ ส่วนทัศนวิสัยด้านหน้าถือว่าดี แม้ด้านหลังดูแคบไปสักนิด แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นจุดบอด (อยากสปอร์ตต้องทำใจในจุดนี้)
เบาะหลังมีพื้นที่พอประมาณ ไม่แคบไม่กว้าง ตรงนี้ต้องบอกว่า 'แปรผันตามผู้นั่งด้านหน้า' หากผู้นั่งด้านหน้ารูปร่างไม่ใหญ่ มีความสูงไม่เกิน 170 เซ็นติเมตร ที่วางขาด้านหลังก็จะเหลือเยอะ ไม่คับแคบ แต่ถ้าผู้นั่งด้านหน้ามีรูปร่างใหญ่ทุกที่นั่ง ผู้โดยสารด้านหลังก็คงต้องขอความเห็นใจสักนิด ด้วยการขยับเลื่อนเบาะหน้าให้สักเล็กน้อย |
| |
 |
| |
การทดสอบช่วงแรกใช้เส้นทางในตัวเมืองเชียงใหม่ การจราจรช่วงเช้าดูไม่แตกต่างจากในกรุงเทพฯ มากนัก มาสด้า 2 อาศัยความกะทัดรัดผ่านไปได้อย่างไม่ยากเย็น รวมทั้งบางเส้นทางที่เป็นซอยแคบก็ไม่ใช่ปัญหา ตัวถังขนาดเล็กกับเครื่องยนต์ที่ให้กำลังในรอบต่ำ ดูเหมือนจะเข้าทางมาสด้า 2 อย่างไม่ต้องสงสัย
คันเร่งแบบไฟฟ้าตอบสนองฉับไว แม้จะต้องรอการตอบสนองบ้างในช่วงที่กดคันเร่งแบบพรวดเดียว แต่ถ้าไม่สังเกตกันจริงๆ ก็แทบไม่รู้สึก ตรงนี้มีเสียงกระซิบจากผู้ทดสอบรุ่นเกียร์ธรรมดาว่า ขับสนุกคล้ายรถสปอร์ตย่อส่วน ด้วยจังหวะเกียร์ที่กระชับ และการตอบสนองของอัตราเร่งที่ดีในรอบต่ำ
พวงมาลัยแบบแร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพอร์เวอร์ไฟฟ้า เบามือแต่แม่นยำ ผสานกับระบบช่วงล่างหน้าแม็กเฟอร์สันสตรัตพร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังทอร์ชั่นบีม เทรลลิ่งอาร์ม ความนุ่มนวลรับได้กับการวิ่งด้วยความเร็วไม่สูงนัก เช่นการใช้งานในเมือง ส่วนระบบเบรก แม้จะเป็นหน้าดิสก์หลังดรัม แต่ก็ให้ความมั่นใจได้ดี การตอบสนองฉับไว รวมถึงเมื่อเบรกด้วยความรุนแรง ระบบ EBD ก็มีหน้าที่กระจายแรงดันเบรกให้เหมาะสม ทำให้ขับแล้วรู้สึกมั่นใจมากขึ้น |
| |
 |
| |
จากนั้นเราเปลี่ยนเส้นทางออกมาทดสอบบนไฮเวย์นอกเมืองกันบ้าง ความปราดเปรียวหรืออัตราเร่งอาจจะหดหายไปบ้าง เมื่อมาสด้า 2 ต้องมาเจอกับเส้นทางที่ใช้ความเร็วสูงขึ้น รวมถึงบางช่วงที่ต้องเร่งแซงตามจังหวะการจราจร รอบเครื่องยนต์ 3,000 รอบฯ ในการเดินทางด้วยความเร็ว 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง สิ่งที่โดดเด่นขึ้นมาคือ การทรงตัวที่หนักแน่นเกินตัว แม้ในระดับความเร็ว 140 กิโลเมตร/ชั่วโมง มาสด้า 2 ก็ยังสามารถให้ความมั่นใจในการขับ
บนทางที่คดโค้งตามภูมิประเทศของจังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นบทพิสูจน์สุดท้ายสำหรับการทดสอบครั้งนี้ จากการลดน้ำหนักรวมของตัวรถลง 100 กิโลกรัมจากรุ่นเดิม การเซ็ตโช้กอัพและสปริงให้ตอบสนองกับการขับในแบบสปอร์ต ทำให้รถทดสอบแต่ละคันใส่โค้งกันรุนแรงกว่าปกติ ซึ่งการตอบสนองของระบบกันสะเทือนฉับไว และนิ่งดี
แต่อย่าเผลอเข้าโค้งแรงเกินไป...ยังไงก็เป็นซิตี้คาร์ หากเข้าแรงเกินไปหรือใช้ความเร็วเกินพิกัด ไม่ว่ารถอะไรก็เอาไม่อยู่ |
| |
 |
| |
แม้ มาสด้า 2 จะเป็นรถยนต์ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในเมืองเป็นหลัก แต่เมื่อเจอกับเส้นทางที่คดโค้งก็ทำได้ดีสำหรับซิตี้คาร์คันเล็ก พวงมาลัยแม่นยำ ระบบกันสะเทือนให้ความมั่นใจได้ เกียร์ทำงานฉับไว เครื่องยนต์ตอบสนองดีกับการใช้งานในเมือง ส่วนนอกเมืองก็สามารถใช้งานได้ปกติ ถึงแม้จะไม่ปราดเปรียวเท่ากับในเมือง
ถือว่า มาสด้า 2 เป็นรถยนต์ที่คล่องตัวตามสไตล์ซิตี้คาร์ แต่เสริมความเร้าใจด้วยการการควบคุมที่สั่งได้ในแบบ ซูม-ซูม
ขอขอบคุณ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ช่วยอำนวยความสะดวกในการทดสอบครั้งนี้ • |
| |
 |
| |
| |
|
| |
 |
: อ่านข่าวทั้งหมดของ มาสด้า คลิ๊กที่นี่ครับ : Mazda News Section |
 |
 |
|
| |
| |
| |