|
| ภาพ : จันทนา เจริญทวี • วีดิโอ : สุพรรณี ยังอยู่ |
Last Updated: Thursday, 22 March, 2012 0:49 AM |
|
 |
|
| |
| |
|
| |
เชฟโรเลต รุกตลาดรถเอนกประสงค์เต็มสูบ ประกาศเปิดตัว Chevrolet TrailBlazer แบบ world debut ในประเทศไทย พร้อมสร้างความฮือฮาด้วยการถ่ายทอดสด Live Broadcast บนเว็บไซท์ chevrolet.co.th แบบสตรีมมิ่ง ในวันที่ 21 มีนาคม 2555 เวลา 10.15 น. ตามเวลาประเทศไทย ก่อนเผยโฉมสู่สาธารณชนอย่างเป็นทางการในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 33
ตัวต้นแบบของ TrailBlazer เปิดตัวเป็นครั้งแรกในงาน ดูไบ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ช่วงปลายปีที่ผานมา โดย เชฟโรเลต เตรียมจำหน่าย เทรลเบลเซอร์ ใน 60 ประเทศทั่วโลก เริ่มต้นจากประเทศไทยในเดือนมิถุนายนนี้ นับเป็นการบุกตลาดรถเอนกประสงค์ หรือ เซกเมนท์ เอสยูวี-ดี (SUV-D) ครั้งสำคัญของ เชฟโรเลต ประเทศไทย |
| |
 |
| |
| • มร. มาร์ติน แอพเฟล ประธานกรรมการ ประจำประเทศไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด |
| |
 |
| |
| • มร. โรเบอร์โต แรมเพล (Roberto Rempel) หัวหน้าทีมวิศวกรผู้พัฒนา TrailBlazer |
 |
| |
มร. มาร์ติน แอพเฟล (Martin Apfel) ประธานกรรมการ ประจำประเทศไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การเปิดตัว เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ ซึ่งผลิตโดยศูนย์การผลิตยานยนต์ จีเอ็ม ประเทศไทย ในจังหวัดระยองนั้น จะยกระดับศักยภาพของ เชฟโรเลต ในการบุกตลาดรถเอนกประสงค์เอสยูวี ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก
"เพียงชื่อรุ่นเทรลเบลเซอร์ ก็สามารถสะท้อนตัวตนของรถรุ่นนี้ ที่จะบุกเบิกเส้นทางใหม่ในตลาดรถเอสยูวีได้เป็นอย่างดี เทรลเบลเซอร์ได้รับการพัฒนาบนโครงสร้างที่แข็งแกร่งที่สุด เพื่อตอบสนองต่อความต้องการทุกรูปแบบของลูกค้า ที่ประสงค์จะใช้เอสยูวีที่หรูหรา และทนทาน" มร. แอพเฟล กล่าว
"เทรลเบลเซอร์ถูกออกแบบมาเพื่อการเดินทางทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการขับตะลุยบนเส้นทางออฟโรด ขับฝ่าการจราจรคับคั่ง หรือขับด้วยความเร็วบนถนนไฮเวย์ เราเชื่อมั่นว่า เทรลเบลเซอร์จะได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี ไม่เพียงจากลูกค้าในประเทศไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น หากรวมถึงลูกค้าในทุกประเทศทั่วโลก ที่เทรลเบลเซอร์จะออกจำหน่าย" |
| |
 |
| |
เส้นทางในการพัฒนา
เทรลเบลเซอร์ ได้รับการพัฒนาพร้อมกับ Chevrolet Colorado โดยฝีมือของทีมวิศวกร จีเอ็ม บราซิล โดยในระหว่างขั้นตอนการพัฒนา เทรลเบลเซอร์ และ โคโลราโด ทีมวิศวกรของ จีเอ็ม ได้เดินทางมาอาศัยในประเทศไทย เพื่อศึกษาตลาดรถเอนกประสงค์และรถกระบะ ที่มีการแข่งขันกันสูงมากในประเทศไทย พร้อมเฝ้าสังเกตพฤติกรรมการใช้รถ และรูปแบบการขับขี่ของคนไทย ซึ่งข้อมูลที่ได้รับนั้น นำไปสู่การพัฒนา เทรลเบลเซอร์ โดยแบ่งออกเป็นสองรุ่นย่อย คือ รุ่นกลาง LT และรุ่นท๊อป LTZ |
| |
 |
| |
การออกแบบภายนอก
เทรลเบลเซอร์ สร้างสรรค์โดยศูนย์การออกแบบของ จีเอ็ม ในทวีปอเมริกาใต้ ซึ่งตั้งอยู่ในเมือง เซาไกตานูดูซูล (Sao Caetano do Sul) ประเทศบราซิล ภายใต้แนวคิด 'ตัวถังอันปราดเปรียวบนฐานล้อกว้าง' (body in-wheels out) เอื้อต่อการขับขึ้น หรือลงเนินลาดชันสูง ฝากระโปรงหน้าถูกเน้นให้ดูบึกบึน มีสันคม กรอบไฟหน้าโปรเจคเตอร์อยู่ในตำแหน่งด้านล่าง แนบชิดฝากระโปรง เพื่อเพิ่มความดุดันให้มุมมองด้านหน้า
กระจังหน้า 2 ชั้น ดูอัล-พอร์ท (dual-port grille) เอกลักษณ์ของ เชฟโรเลต ออกแบบลวดลายให้เป็นแบบ 3 มิติ ตกแต่งเพิ่มเติมด้วยอลูมิเนียมที่กันชนหน้า เส้นด้านข้าง ฝาประตูท้าย และราวหลังคา |
| |
 |
| |
"เราออกแบบเทรลเบลเซอร์ให้สะท้อนความทรงพลังของสมรรถนะการขับขี่ ทั้งบนทางออฟโรด และบนถนนในเมืองในชีวิตประจำวัน" มร. แมต นูน (Matt Noone) ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ จีเอ็ม บราซิล กล่าว "เห็นได้ชัดว่า เส้นสายมัดกล้าม และความหรูหราในแบบเอสยูวีระดับพรีเมียมของเทรลเบลเซอร์นั้น ให้ความรู้สึกปราดเปรียว และมีความประณีต ดึงดูดให้ลูกค้ารู้สึกต้องการที่จะครอบครอง"
สีภายนอกของ เทรลเบลเซอร์ มี 7 สี คือ ขาว Summit White, ดำ Black Sapphire, แดง Sizzle Red, น้ำตาล Auburn Brown, น้ำเงิน Blue Mountain, เทา Royal Gray และเงิน Switchblade Silver |
| |
 |
| |
การออกแบบภายในห้องโดยสาร
แนวคิดการออกแบบในลักษณะ ดูอัลค็อกพิท (dual cockpit) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของ เชฟโรเลต ยังคงถูกถ่ายทอดมายังห้องโดยสารของ เทรลเบลเซอร์ แผงคอนโซลเน้นความกลมกลืน หรูหรา แต่ยังคงมีกลิ่นอายของความสมบุกสมบันในแบบรถเอนกประสงค์
ห้องโดยสารของ เทรลเบลเซอร์ รองรับผู้โดยสารด้วยเบาะ 3 แถว 7 ที่นั่ง สามารถพับเบาะทั้ง 3 แถวได้ เพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระ และมีพื้นที่บริเวณที่นั่งแถวที่ 3 มากที่สุด เมื่อเทียบกับรถระดับเดียวกัน
"เราออกแบบให้ทุกเบาะที่นั่งร องรับการใช้งานอย่างเป็นธรรมชาติและง่ายดาย ไม่จำเป็นจะต้องเปิดคู่มือเพื่อปรับ เปลี่ยน พับ เบาะแต่อย่างใด" มร. นูน กล่าว "เราตั้งใจดีไซน์เบาะแถว 3 ของเทรลเบลเซอร์ ให้ผู้โดยสารสามารถนั่งได้อย่างสบายตลอดการเดินทาง เมื่อประกอบกับความหรูหราของห้องโดยสาร เทรลเบลเซอร์จึงเป็นรถที่พร้อมใช้งานอย่างเอนกประสงค์อย่างแท้จริง"
นอกจากเบาะแถว 2 จะสามารถพับได้แบบ 60/40 แล้ว ยังสามารถพับให้แบนราบได้ เพียงการดึงห่วงให้เบาะพับตามแรงดึงดูด และสามารถปรับเอนได้ 6 องศา พร้อมที่วางแขน และช่องวางแก้วน้ำ
เบาะแถว 3 พับแบบ 50/50 สามารถพับให้แบนราบได้เช่นกัน และยังมีช่องเก็บของตรงกลางให้ใช้งานด้วย ส่วนเบาะแถวหน้าสุดข้างคนขับ พับเอนหลังให้แบนราบได้ เพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระสูงสุด การเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่อพ่วง มีทั้งบลูทูธ, พอร์ท USB และ Auxiliary
การตกแต่งภายใน เน้นการใช้โทนสีที่ตัดกันอย่างลงตัว อาทิ เบาะหนังสีอ่อน คอนโซลลายไม้สีเข้ม และเสริมตามจุดต่างๆ ด้วยโครเมียม นอกจากนี้ การเลือกใช้วัสดุที่มีลายบนพื้นผิว ช่วยเพิ่มความรู้สึกหรูหราในทุกการสัมผัส ช่องเก็บของมีให้มากมายทั่วห้องโดยสาร ซึ่งรวมถึงช่องเก็บของมีค่าบริเวณคอนโซลกลาง และช่องเก็บของขนาดใหญ่ 2 ช่องบริเวณคอนโซลหน้า |
| |
 |
| |
เครื่องยนต์ และระบบส่งกำลัง
เทรลเบลเซอร์ ใช้พละกำลังจากเครื่องยนต์ 4 สูบ Duramax ดีเซล เทอร์โบ ความจุ 2.5 และ 2.8 ลิตร รองรับทุกรูปแบบการใช้งาน ทั้งการเดินทางในเมือง การใช้ความเร็วบนถนนหลวง และบนเส้นทางแบบออฟโรด รุ่น
2.8 ลิตร มีให้ทั้งพละกำลังและความประหยัด ด้วยเทอร์โบแปรผัน พร้อมให้ความนุ่มนวลยิ่งขึ้นด้วยเพลาถ่วงสมดุล ระบบส่งกำลังมีให้เลือก 2 รูปแบบ คือเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และอัตโนมัติ 6 สปีดควบคุมด้วยอิเลกทรอนิคส์ และมีมีระบบขับเคลื่อนทั้งแบบ 2 และ 4 ล้อ
ทั้ง 2 รุ่นเครื่องยนต์ได้รับการออกแบบให้มีความทนทาน รองรับทุกการใช้งาน และมีค่าดูแลรักษาต่ำกว่า โดยออกแบบพัฒนามาให้มีความทนทาน ใช้งานได้กว่า 240,000 กิโลเมตร
รุ่น 2.8 ลิตร กำลังสูงสุด 180 แรงม้า (132 กิโลวัตต์) โดยรุ่นที่จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ แรงบิด 47.8 กก.-ม. รุ่นเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ แรงบิด 44.8 กก.-ม. ส่วนรุ่นเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร กำลังสูงสุด 150 แรงม้า (110 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 35.6 กก.-ม. |
| |
 |
| |
สมรรถนะในการการขับขี่
เทรลเบลเซอร์ ใช้โครงสร้างวิศวกรรมแบบตัวถังบนแชสซีส์ หรือ body-on-frame กันสะเทือนหลังอิสระ 5 ลิงค์ พร้อมคอยล์สปริงติดตั้งอยู่ที่ล้อทั้งสี่ เพิ่มความนุ่มนวล และดูดซับแรงกระแทกได้ดีกว่า โดยเฉพาะการใช้งานบนเส้นทางออฟโรด แต่ยังให้การขับขี่บนถนนทั่วไปที่สะดวกสบาย เช่นเดียวกับรถยนต์รถยนต์นั่ง
"เป้าหมายของเราในการพัฒนาเทรลเบลเซอร์คือ การสร้างรถเอนกประสงค์ที่มีสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม เหนือกว่ารถเอนกประสงค์ในตลาด" มร. แบรด เมอร์เคล (Brad Merkel) ผู้บริหารระดับสูงฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์รถกระบะ และรถเอนกประสงค์ จีเอ็ม โกลเบิล กล่าว
"เทรลเบลเซอร์รองรับการขับขี่ และความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย ทั้งสมรรถนะในแบบรถยนต์นั่ง ความหรูหราระดับรถพรีเมียม และสมรรถนะในการลุยเส้นทางออฟโรด ตามแต่ที่ลูกค้าต้องการ ซึ่งทำให้เทรลเบลเซอร์เป็นรถเอสยูวีที่สมบูรณ์พร้อมที่สุด" |
| |
 |
| |
ระบบความปลอดภัย
• ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (Electronic Stability Control)
• ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (Anti-lock Braking System)
• ระบบช่วยเบรกไฮโดรลิก (Hydraulic Brake Assist)
• ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและป้องกันการลื่นไถล (Traction Control)
• ระบบกระจายสัดส่วนแรงเบรก - ครั้งแรกในรถระดับนี้ (Dynamic Rear Brake Proportioning)
• ระบบกระจายแรงเบรกอิเลกทรอนิคส์ (Electronic Brake-force Distribution)
• ระบบช่วยเบรกกระทันหัน (Panic Brake Assist)
• ระบบควบคุมแรงบิดเครื่องยนต์ป้องกันการลื่นไถล (Engine Drag Control)
• ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ เมื่อลงทางลาดชัน (Hill Descent Control)
• ระบบป้องกันการไหลของรถเมื่อขึ้นทางชัน (Hill Start Assist)
• ถุงลมนิรภัย SRS ด้านคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า (Driver and Occupant Air Bag Protection)
ใครสนใจ เตรียมพบกับตัวจริงของ All-New Chevrolet TrailBlazer ได้ที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 33 หรือติดตามข่าวสารอื่นๆ เพิ่มเติมได้ทาง chevrolet.co.th • |
| |