|
| วีดิโอ : นาธัส แสงสุริยะ • ภาพ : จันทนา เจริญทวี |
Thursday, 23 June, 2011 10:59 AM
|
|
 |
|
| |
| |
|
| |
บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวรถอเนกประสงค์ Chevrolet Captiva ใหม่
มาพร้อมกระจังหน้าอันดุดัน และปรับภาพลักษณ์ใหม่ทั้งภายนอกและภายใน ขุมพลัง Flex Fuel รองรับ E85 ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ เหนือชั้นด้วยเบรคมือไฟฟ้า และระบบช่วยเหลือในการขับขี่เมื่อขึ้นทางลาดชัน ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1,198,000 - 1,580,000 บาท พร้อมเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์คู่แรกของ เชฟโรเลต คุณมอส - ปฏิภาณ ปฐวีกานต์ และ คุณเกม - ดวงพร ลือกิตินันท์ ตัวแทนครอบครัวคนรุ่นใหม่ ร่วมถ่ายทอดความเหนือกว่า ของทุกสไตล์การใช้ชีวิต
มร. อันโตนิโอ ซาร่า รองประธานฝ่ายการขาย การตลาด และบริการหลังการขาย ประจำประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "ที่ผ่านมา เชฟโรเลต แคปติวา ประสบความสำเร็จอย่างสูงในตลาดรถอเนกประสงค์ เอสยูวีในประเทศไทย เพราะเพียบพร้อมด้วยความอเนกประสงค์ ความหรูหรา และรูปลักษณ์ที่สวยงาม เราจึงเชื่อมั่นว่า การเปิดตัวเชฟโรเลต แคปติวา ใหม่ จะยังคงคุณสมบัติอันยอดเยี่ยมไว้เช่นเดิม แต่เพิ่มพละกำลัง เติมความดุดัน เสริมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเข้าไป และจะสร้างความประทับใจให้ลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น"
"เชฟโรเลต แคปติวา เป็นรถอเนกประสงค์ที่ได้รับการพัฒนามาเพื่อ ตอบสนองต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน ของครอบครัวคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง พร้อมกับรองรับกิจกรรมแบบแอดเวนเจอร์ และอีกหลากหลายกิจกรรมทุกไลฟ์สไตล์ ในช่วงสุดสัปดาห์ ขณะเดียวกันยังให้ความหรูหรา สำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายในทุกการเดินทางอีกด้วย เรามั่นใจว่า ด้วยคุณสมบัติอันเพียบพร้อมนี้ เชฟโรเลต แคปติวา ใหม่ จะประสบความสำเร็จเพิ่มมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม" มร. ซาร่า กล่าว |
| |
 |
| |
| • มอส - ปฏิภาณ ปฐวีกานต์ และ เกม - ดวงพร ลือกิตินันท์ ตัวแทนครอบครัวคนรุ่นใหม่ พรีเซนเตอร์ Captiva ใหม่ |
 |
| |
การออกแบบภายนอก
แนวคิดหลักในการออกแบบภายนอก เน้นให้คงความโดดเด่นในแบบรถอเนกประสงค์ไว้เช่นเดิม แต่เพิ่มความล้ำสมัย และความทรงพลังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ด้านหน้าโดดเด่นด้วยกระจังหน้าสองชั้น ดูอัลพอร์ท (dual port-grille) ขนาดใหญ่ พร้อมกรอบโครเมียมหรู สะท้อนเอกลักษณ์ใหม่ของ เชฟโรเลต คาดกลางด้วยโลโก้โบว์ไทสีทอง ซึ่งมีขนาดใหญ่ขึ้น และใช้วัสดุพิเศษที่เพิ่มมิติบนพื้นผิวโลโก้ กรอบไฟหน้าดีไซน์ใหม่ เน้นความดุดันคู่กับไฟโปรเจคเตอร์
ฝากระโปรงและกันชนหน้าได้รับการออกแบบใหม่ ให้มีเส้นสายลื่นไหลในทุกมุมมอง โดดเด่นด้วยช่องรับอากาศ และไฟตัดหมอกรูปทรงใหม่ ที่ฝังตัวอยู่บริเวณด้านข้างของกันชนหน้า เติมความบึกบึนด้วยแผ่นกันกระแทกสีบรอนซ์ใต้กันชนหน้า ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานทุกรุ่น ด้านท้ายรถติดตั้งสปอยเลอร์หลัง พร้อมไฟเบรกดวงที่สาม บริเวณกันชนได้รับการติดตั้งแผ่นกันกระแทก รับกับปลายท่อไอเสียคู่โครเมียมแบบสปอร์ต
แม้จะเป็นรถอเนกประสงค์ แต่ แคปติวา ได้รับการดีไซน์ให้มีภาพลักษณ์โฉบเฉี่ยว หลังคาถูกออกแบบให้โค้งมน มีกลิ่นอายสปอร์ตแบบรถคูเป้ ขณะเดียวกัน ยังเพิ่มรายละเอียดความหรูหราอย่างวัสดุโครเมียมบริเวณกระจกบังลมข้าง ก้านเปิดประตูสีเงิน กระจกข้างพร้อมไฟเลี้ยว และรางอเนกประสงค์บนหลังคา
ซุ้มล้อปรับแต่งให้ดูสมบุกสมบันมากขึ้น รุ่น LTZ มากับล้ออัลลอยขนาดใหญ่ 19 นิ้ว พร้อมยาง 235/50 R19 ส่วนรุ่น LT ใช้ล้ออัลลอย 18 นิ้ว พร้อมยาง 235/55 R18 และ ขนาด 17 นิ้วในรุ่น LSX และ LS พร้อมยาง 235/60R17 สีสันตัวถังมี 5 สีให้เลือก ได้แก่ สีขาว Alpine White, สีดำ Black Sapphire, สีเทา Royal Gray และ สีเงิน Sterling Silver พร้อมสีสุดพิเศษสำหรับ แคปติวา ใหม่โดยเฉพาะ คือ สีน้ำตาล Auburn Brown |
| |
 |
| |
| • มร. มาร์ติน แอพเฟล ประธานกรรมการ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด |
 |
| |
การออกแบบภายใน
ห้องโดยสารของ แคปติวา ใหม่ ผสานความอเนกประสงค์ ความสะดวกสบาย และหรูหราในแบบรถซีดานพรีเมียม เน้นความลื่นไหลของคอนโซล ไปถึงแผงประตูข้างของห้องโดยสารตอนหน้า พร้อมกับใช้วัสดุสีโทนสว่างอย่างเมทัลลิก ทำให้ห้องโดยสารดูโปร่ง เบาะหุ้มหนังอย่างประณีต เบาะฝั่งผู้ขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมเนวิเกเตอร์ สามารถดูหนัง ฟังเพลง ตลอดจนบอกทุกข้อมูลการขับขี่ ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่น LTZ ด้านล่างของจอได้รับติดตั้งสวิทช์ต่างๆ และนาฬิกาบอกเวลาทรงกลม ร่องเกียร์ถูกขยายให้ใหญ่ขึ้น เน้นความบึกบึน พวงมาลัย 4 ก้านแบบมัลติฟังก์ชั่น สามารถควบคุมระบบรักษาความเร็วอัตโนมัติ ระบบเครื่องเสียง และระบบปรับอากาศ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของรถระดับนี้
แคปติวา ใหม่ ล้ำสมัยด้วยการติดตั้ง 'เบรกมือไฟฟ้า' เป็นครั้งแรกในรถอเนกประสงค์ระดับเดียวกัน นอกจากใช้งานง่ายกว่าเบรกมือแบบเดิมแล้ว ยังเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระบริเวณคอนโซลกลางอีกด้วย ในยามค่ำคืนแผงคอนโซลให้แสงสีฟ้าอ่อน (Ice Blue) เช่นเดียวกับมาตรวัดรอบ และความเร็ว ซึ่งดีไซน์มาใหม่แบบเรืองแสง ตื่นตาตื่นใจตลอดเส้นทาง
เสริมความลงตัวด้วยการปรับรูปแบบการใช้งานได้ตามความต้องการ จากเบาะโดยสาร 5 หรือ 7 ที่นั่ง พร้อมระบบปรับอากาศ สำหรับผู้โดยสารแถวที่ 3 เมื่อพับเบาะแถวที่ 3 ราบลง จะมีปริมาตรในการขนสัมภาระอยู่ที่ 465 ลิตร เมื่อปรับเบาะแถวที่ 2 ลงทั้งหมด จะเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระได้อย่างอเนกประสงค์ถึง 930 ลิตร
ระบบ Infotainment เพียบพร้อมด้วยการแสดงข้อมูลของตัวรถ และความบันเทิงซึ่งได้รับการติดตั้งระบบเครื่องเสียงสามมิติ (3 Dimensional Sound Staging) ที่ผ่านการคำนวณอย่างละเอียด เพื่อเลี่ยงข้อจำกัดของขนาดห้องโดยสารรถ โดยเน้นให้เสียงโอบล้อมผู้ขับขี่ และผู้โดยสารอย่างมีมิติ คมชัด และสมจริง ผ่านลำโพง 8 ตัวในรุ่น LTZ และ LT โดยสามารถเชื่อมต่อด้วยระบบบลูทูธ พอร์ทยูเอสบี และ เอยูเอ็กซ์
ไม่เพียงแต่ระบบเสียงในห้องโดยสาร ยังมีการพัฒนาระบบป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกอีกด้วย โดยมีการติดตั้งระบบป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกเพิ่มเติม ลดเสียงต่างๆ ทั้งจากพื้นถนน เสียงลม หรือเสียงเครื่องยนต์ เพื่อสุนทรียะของผู้โดยสารในทุกที่นั่ง |
| |
 |
| |
| • นายวันชนะ อูนากูล ผู้อำนวยการทั่วไปฝ่ายวิศวกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์ ประจำประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด |
 |
| |
เครื่องยนต์ประหยัดมากขึ้นด้วย E85
เชฟโรเลต เปลี่ยนหัวใจขับเคลื่อนใหม่ให้ แคปติวา ด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบแถวเรียง 2.4 ลิตร DOHC พร้อมระบบ Double CVC หรือแคมชาฟท์แปรผันคู่ต่อเนื่อง สามารถปรับเปลี่ยนท่อไอดีและไอเสียได้ตามรอบเครื่องยนต์ เพิ่มสมรรถนะและความประหยัดได้เป็นอย่างดี กำลังสูงสุด 168 แรงม้า (PS) ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 23.3 กก.-ม. ที่ 4,600 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อม Driver Shift Control (DSC) ให้ผู้ขับขี่ปรับเปลี่ยนเกียร์ได้เองแบบเกียร์ธรรมดา
เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบใน แคปติวา รุ่นใหม่นี้ มาพร้อมกับระบบเชื้อเพลิงแบบ Flex Fuel E85 ช่วยประหยัดพลังงาน ลดการพึ่งพาน้ำมันเบนซิน ขานรับกับวิกฤตการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงในปัจจุบัน เลือกใช้น้ำมันได้หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเบนซินทั่วไป หรือน้ำมันเบนซินผสมเอทานอล ตั้งแต่ E10, E20 และ E85 ซึ่งมีเอทานอลผสม 85% และใช้น้ำมันเบนซินเพียงแค่ 15% เท่านั้น
แคปติวา ใหม่ ถือเป็นรถรุ่นแรกที่ใช้เชื้อเพลิงเฟล็กซ์ฟิว E85 นอกจากนี้ยังมีสวิทช์ปรับสู่โหมดการขับขี่แบบประหยัด (ECO) ช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้อีกทางหนึ่งด้วย
เครื่องยนต์รุ่นนี้ ผ่านการทดสอบอย่างหนักตามมาตรฐานของ เจนเนอรัล มอเตอร์ส และ เชฟโรเลต ที่เรียกว่า Global Engine Durability TEST (GED) โดยวิ่งทดสอบในสภาพอากาศ และสภาพถนนที่แตกต่างกันทั่วโลก ตั้งแต่ร้อนจัด จนถึงหนาวจัด เพื่อให้แน่ใจว่า แคปติวา ที่ใช้ขุมพลังขับเคลื่อนใหม่นี้ จะสามารถรองรับกับการใช้งานทุกรูปแบบ เท่าที่จะเกิดขึ้นได้บนโลกใบนี้ |
| |
 |
| |
ระบบกันสะเทือน และความปลอดภัย : มั่นใจได้ในทุกเส้นทาง
ระบบกันสะเทือนของ เชฟโรเลต แคปติวา เป็นแบบอิสระ แม็คเฟอร์สันสตรัท ที่ด้านหน้า และอิสระมัลติลิงค์ยึด 4 จุดที่ด้านหลัง ซึ่งได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ ทั้งเหล็กกันโคลงที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ปรับตั้งช็อกอัพ และสปริงใหม่ รวมถึงการติดตั้งลิงค์ไฮดรอลิกที่ช่วงล่างด้านหลัง เพื่อลดแรงสั่นสะเทือน ให้การยึดเกาะถนนอย่างปลอดภัย และนุ่มนวล
ระบบความปลอดภัยครบครัน ถุงลมนิรภัยคู่หน้าเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้อมเพิ่มม่านถุงลมนิรภัยบริเวณด้านข้างรถ เพื่อป้องกันศีรษะของผู้ขับขี่ และผู้โดยสารในกรณีเกิดการชนด้านข้าง ระบบดิสก์เบรก 4 ล้อแบบมีครีบระบายความร้อนที่เบรกคู่หน้า พร้อมระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) ระบบเสริมแรงเบรกแบบไฮโดรลิก (HBA) และระบบกระจายแรงเบรกอัตโนมัติ (EBD) นอกจากนี้ ยังมีระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESP) รวมถึงระบบป้องกันการพลิกคว่ำ (ARP)
ระบบขับเคลื่อนของ แคปติวา มีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า และขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา (All-Wheel Drive) พร้อมระบบเสริมแรงบิดอัจฉริยะ (Active Torque On Demand) ช่วยเสริมพละกำลังให้แก่ระบบขับเคลื่อนแบบ AWD จากการทำงานของคลัตช์แม่เหล็กไฟฟ้า กับคลัตช์แบบเปียก ซึ่งจะทำหน้าที่ส่งกำลังสู่ระบบเฟืองท้ายแบบไฟฟ้า เพื่อกระจายแรงบิดที่เหมาะสมมากที่สุด สำหรับเพลาคู่หน้าและคู่หลัง เพื่อสร้างสมดุลและเสริมกำลังให้แก่สภาพการขับที่ที่แตกต่างกันออกไป |
| |
 |
| |
| • วุ้นเส้น - วิริฒิพา ภักดีประสงค์ และ ชาคริต แย้มนาม ร่วมเป็นเกียรติในงานเปิดตัว |
 |
| |
เทคโนโลยีที่เหนือกว่า ในแบบเอสยูวีทรงพลัง
ระบบป้องกันการไหลของรถเมื่อขึ้นทางลาดชัน (Hill Start Assist) ช่วยป้องกันรถไหลจากการเบรครถชั่วขณะ ในระหว่างขับขึ้นทางชัน 1-2 วินาที เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนแป้นจากการเบรคไปยังคันเร่งได้อย่างมั่นใจ โดยรถปราศจากการลื่นไหล
ระบบช่วงล่างยกตัวอัตโนมัติ (Self-Levelizer) ช่วยปรับระดับของช่วงล่างให้อยู่ในระนาบเดียวกัน เช่น เมื่อมีการบรรทุกสัมภาระที่ด้านท้ายรถ น้ำหนักที่ถ่วงท้าย ก็จะทำให้หน้ารถเชิดขึ้น แต่ด้วยกลไกอัตโนมัติของ Self-Levelizer จะปรับระดับของช่วงล่างด้านหลังให้ยกสูงขึ้น เพื่อให้ระดับของด้านหน้ารถกับด้านหลัง อยู่ในแนวขนานกับพื้นถนนเท่ากัน ซึ่งทำให้ไม่เกิดอาการหน้าเชิด ช่วยให้ควบคุมรถได้อย่างมั่นคง ปลอดภัย มากยิ่งขึ้น
ระบบควบคุมความเร็วขณะลงที่ลาดชัน (Hill Descent Control) ช่วยควบคุมความเร็วของรถ ให้ลงทางลาดชันได้อย่างปลอดภัย เพียงกดปุ่ม HDC บนคอนโซล ระบบจะควบคุมความเร็วให้เหมาะสม โดยที่ผู้ขับขี่ไม่ต้องเหยียบเบรก ตัวรถจะไหลลงทางลาดชันด้วยความเร็วคงที่
เชฟโรเลต แคปติวา รุ่นปรับโฉมใหม่ จะเปิดตัวสู่สาธารณชนที่ลานพาร์ค พารากอน ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 29 - 31 กรกฎาคมนี้ สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง www.chevrolet.co.th หรือ โทรสอบถามได้ที่ ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 1734 • |
| |
 |
| |
| ราคาจำหน่าย Chevrolet Captiva |
| |
| ลำดับ |
รายละเอียด |
ราคาจำหน่าย (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) |
| 1 |
Chevrolet Captiva 2.4L AT LS |
1,198,000.00 บาท |
| 2 |
Chevrolet Captiva 2.4L AT LSX |
1,282,000.00 บาท |
| 3 |
Chevrolet Captiva 2.4L AT LT |
1,507,000.00 บาท |
| 4 |
Chevrolet Captiva 2.4L AT LTZ |
1,580,000.00 บาท |
|
| |
| ข้อมูลเฉพาะทางเทคนิค Chevrolet Captiva |
| |
| ชนิดเครื่องยนต์ |
เบนซิน 2.4 ลิตร |
| ระบบขับเคลื่อน |
ขับเคลื่อนล้อหน้า |
ขับเคลื่อน 4 ล้อ อัตโนมัติ (AWD) |
| รุ่น |
LS/LSX |
LT/LTZ |
| เครื่องยนต์ |
| แบบเครื่องยนต์ |
Double CVC ดับเบิ้ล โอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ (DOHC) 4 สูบ 16 วาลว์ |
| ความจุกระบอกสูบ (ซีซี) |
2,384 |
| ความกว้างกระบอกสูบ x ระยะชัก (มม.) |
88 X 98 |
| อัตราส่วนกำลังอัด |
10.4 : 1 |
| กำลังสูงสุด (กิโลวัตต์ (แรงม้า PS) / รอบ / นาที) |
124 (168) / 6,400 |
| แรงบิดสูงสุด (นิวตัน-ม. (กก.-ม.) / รอบ/นาที) |
229 (23.3) / 4,600 |
| ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง |
แบบหัวฉีดมัลติพอยท์ |
| ระบบส่งกำลัง |
| ชนิดของเกียร์ |
|
อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมระบบ Driver Shift Control |
| อัตราทดเกียร์ |
เกียร์ 1 |
4.584 |
| |
เกียร์ 2 |
2.964 |
| |
เกียร์ 3 |
1.912 |
| |
เกียร์ 4 |
1.446 |
| |
เกียร์ 5 |
1.000 |
| |
เกียร์ 6 |
0.746 |
| |
เกียร์ถอยหลัง |
2.943 |
| อัตราทดเฟืองท้าย |
|
3.530 |
| ระบบช่วงล่าง |
| หน้า |
|
อิสระ แบบแมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง |
| หลัง |
|
แบบอิสระยึด 4 จุด (Multi Link Beam) พร้อมระบบ Self-Levelizer |
| ระบบเบรก หน้า/หลัง |
|
ดิสก์เบรก 4 ล้อ แบบมีครีบระบายความร้อนในคู่หน้า พร้อมระบบ ABS |
| ขนาดและมิติภายนอก |
| ความยาว (มม.) |
|
4,673 |
| ความกว้าง (มม.) |
|
1,850 |
| ความสูง (มม.) |
|
1,756 |
| ฐานล้อ (มม.) |
|
2,707 |
| ช่วงล้อ หน้า/หลัง (มม.) |
|
1,569 / 1,576 |
| ระยะต่ำสุดจากพื้น (มม.) |
|
200 |
| รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด (ม.) |
|
5.75 |
| มิติภายใน |
| ความสูงของห้องโดยสารตอนหน้า (มม.) |
|
1,454 |
| ความสูงของห้องโดยสารที่นั่งแถวที่ 2 (มม.) |
|
1,455 |
| ความกว้างห้องโดยสารระดับไหล่ตอนหน้า (มม.) |
|
1,454 |
| ความกว้างห้องโดยสารระดับไหล่ที่นั่งแถวที่ 2 (มม.) |
|
1,455 |
| ความยาวพี้นห้องโดยสารตอนหน้า (มม.) |
|
1,036 |
| ความยาวพื้นห้องโดยสารที่นั่งแถวที่ 2 (มม.) |
|
939 |
| น้ำหนักรถ (กก.) |
| น้ำหนักรถเปล่า โดยประมาณ |
|
1,784 |
1,860 |
| น้ำหนักรถรวมบรรทุก |
|
2,338 |
2,414 |
| ความจุพื้นที่เก็บสัมภาระ และถังน้ำมัน (ลิตร) |
| จำนวน 7 ที่นั่ง |
|
85 |
| จำนวน 5 ที่นั่ง (พับเบาะนั่งตอนที่ 3) |
|
465 |
| จำนวน 2 ที่นั่ง (พับเบาะตอนที่ 2 และ 3) |
|
930 |
| ความจุถังน้ำมัน |
|
65 |
| |
| หมายเหตุ : บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดข้างต้น โดยมิจำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า |
|
| |