 |
| |
| เรื่อง : ARIA 54 |
Monday, 29 August, 2011 0:12 AM |
|
 |
| |
|
| |
หมดช่วงพักครึ่งฤดูกาล บรรดานักแข่งและทีมต่างๆ กลับมากรำศึกรถสูตรหนึ่งกันอีกครั้ง... ก่อนจะเข้ารายงานผลสนามนี้ ขอเริ่มด้วยข่าวดีสำหรับแฟน Red Bull เมื่อ Mark Webber ตัดสินใจเซ็นสัญญากับทีมไปอีก 1 ปี สำหรับฤดูกาล 2012 หลังจากที่ร่วมงานกันมาตั้งแต่ปี 2007 และเขาก็เพิ่งฉลองครบรอบวันเกิด 35 ปีไปเมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา
เช้าวันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม การซ้อมรอบแรกเริ่มขึ้น Michael Schumacher ฉลองครบรอบ 20 ปีในการแข่งรถสูตรหนึ่ง ด้วยหมวกกันน๊อคสีทองอร่าม พร้อมฝนที่เทลงมา 2 คู่หู Mercedes ทำผลงานได้ดี Schumacher ทำเวลาได้เป็นอันดับ 1 ด้วยเวลา 1:54.355 นาที ตามมาด้วย Nico Rosberg 1:54.829 นาที ต่อด้วย Jenson Button, Sebastian Vettel และ Lewis Hamilton โดยในท๊อปไฟฟ์นี้ Hamilton ลงวิ่งน้อยที่สุดเพียง 7 รอบสนามเท่านั้น |
| |
 |
| |
| • Webber ฉลองวันเกิด 35 ปีร่วมกับทีมพร้อมสัญญาใหม่ในปี 2012 |
 |
| |
รายการ Belgian Grand Prix และสนาม Spa ถือว่ามีความหมายสำหรับ Schumacher มาก เพราะเขาเริ่มการแข่งขันรถสูตรหนึ่งที่นี่ในปี 1991 กับทีม Jordan-Ford จากนั้นในปี 1992 หลังย้ายไปอยู่กับ Benetton เขาก็ได้แชมป์สนามท่ามกลางสายฝนเป็นครั้งแรกที่นี่เช่นกัน และก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้น Schumacher บอกว่า เขายังไม่คิดจะรีไทร์จากวงการแน่นอน
การซ้อมรอบที่ 2 ในช่วงบ่าย Mark Webber ซึ่งวิ่งเพียง 8 รอบในช่วงเช้า สามารถทำเวลาได้เป็นอันดับหนึ่ง 1:50.321 นาที ตามด้วย Fernando Alonso, Jenson Button, Lewis Hamilton และ Felipe Massa ในท๊อปไฟฟ์นี้เวลาห่างกันเพียง 1 วินาที ส่วน Schumacher แม้จะหล่นไปอยู่ที่อันดับ 11 แต่ก็ตามหลังอันดับ 1 เพียง 1 วินาที และในช่วงท้ายของรอบนี้ ฝนก็ยังเทลงมาเหมือนรอบแรกอีกเช่นกัน |
| |
 |
| |
| • Nico Rosberg ลงซ้อมท่ามกลางสภาพอากาศขมุกขมัว |
| |
 |
| |
| • ฝนกระหน่ำ Spa ในรอบซ้อม |
 |
| |
วันที่ 27 สิงหาคม ในการซ้อมรอบสุดท้าย Webber ยังคงเร็วที่สุดในสนาม ด้วยเวลา 2:08.988 นาที ตามมาด้วย Hamilton, Jaime Alguersuari, Jenson Button และ Sebastian Vettel
ของจริงเริ่มขึ้นในช่วงเย็นกับรอบควอลิฟาย คู่หู Red Bull จัดการแซนด์วิช Mercedes โดย Sebastian Vettel สามารถยึดตำแหน่งโพล โพซิชั่นได้ด้วยเวลา 1:48.298 นาที จากการวิ่ง 22 รอบสนาม ตามด้วย Lewis Hamilton 1:48.730 นาที 21 รอบ Mark Webber ได้สตาร์ทในกริดที่ 3 จากเวลา 1:49.376 นาที 23 รอบสนาม ส่วน Felipe Massa ในอันดับที่สี่ 1:50.256 นาที 21 รอบ ปิดท้ายท๊อปไฟฟ์ด้วย Nico Rosberg 1:50.552 นาที 23 รอบ |
| |
 |
| |
| • Bruno Senna ทำผลงานได้ดีพอสมควรทีเดียว กับหน้าที่นักขับของ Renault ถือเป็นการลงสนามอีกครั้ง หลังจากการแข่งครั้งสุดท้ายที่ Abu Dhabi กับ HRT ในฤดูกาลที่แล้ว |
 |
| |
นอกจากการฉลอง 20 ปีของ Schumacher แล้ว Bruno Senna เป็นอีกหนึ่งนักขับที่หลายคนจับตา เนื่องจากได้ลงขับแทน Nick Heidfeld คู่กับ Vitaly Petrov ซึ่งต้องบอกว่าไม่เลวเลยทีเดียว โดยการซ้อมรอบแรกได้อันดับที่ 23 เวลา 2:14.340 นาที รอบสองได้อันดับที่ 17 แต่เวลา 1:53.835 นาที เท่ากับบวกเพียง 3.5 วินาทีเท่านั้น รอบสุดท้ายไต่ขึ้นมาเป็นอันดับที่ 9 เวลา 2:11.664 นาที และควอลิฟายได้อันดับที่ 7 ด้วยเวลา 1:51.121 นาที บวกเวลา 2.8 วินาที จากการวิ่ง 24 รอบ |
| |
 |
| |
| • Schumacher ออกอาการเซ็ง หลังหลุดไปฟาดกำแพงในควอลิฟายแรก |
 |
| |
น่าเสียดายแทน Schumacher ที่จำต้องสตาร์ทจากกริดสุดท้าย เนื่องจากหลุดไปกระแทกกำแพงจนล้อหลังขวาหลุดตั้งแต่ควอลิฟาย 1 ส่วน Hamilton ก็ปะทะกับ Pastor Maldonado ของ Williams ในควอลิฟาย 2 จนรถได้รับความเสียหายเล็กน้อย โดยจังหวะแรกนั้น เห็นได้ชัดว่า Hamilton 'เร็วกว่ามาก' และไลน์ของเขาก็ไม่ได้พิศดารหรือดูเป็นการจงใจทำอะไรเสี่ยงจนน่าเกลียดนัก แต่การปะทะต่อเนื่องในจังหวะถัดมาซึ่งเป็นช่วงทางตรง Maldonado ดูเหมือนจะออกอาการ 'ไม่ยอม' กันเล็กน้อย และเบี่ยงรถไปปะทะกับ Hamilton
ไม่กี่ชั่วโมงถัดมากรรมการตัดสินให้ Maldonado จ่ายค่าความรุ่มร้อนด้วยการปรับกริดลง 5 อันดับ ต้องออกสตาร์ทในลำดับที่ 21 ส่วนผู้ที่ได้รับอานิสงส์จากโทษปรับกริดในครั้งนี้คือ Heikki Kovalainen, Paul di Resta, Jarno Trulli, Timo Glock และ Jerome d'Ambrosio |
| |
 |
| |
| • เดิมทีบริเวณ Eau Rouge - Raidillon ถูกเรียกสั้นๆ ว่าโค้ง Eau Rouge มีโค้งย่อย 3 โค้งในนั้น คือโค้ง 2, 3 และ 4 โดยก่อนหน้านี้ช่วงโค้งเล็กๆ ระหว่างโค้ง 1 - 2 จะถูกนับแยกเป็นอีก 1 โค้ง แต่ปัจจุบันจุดนับโค้งใน F1.com เป็นอย่างที่เห็น |
 |
| |
เบลเจียน กรังด์ปรีซ์ ทำการแข่งกันที่สนาม Spa หรือในชื่อเต็มว่า Circuit de Spa-Francorchamps มีโค้ง 'ซ้าย - ขวา - ซ้าย' ขวัญใจมหาชน Eau Rouge - Raidillon เป็นจุดเด่น ชื่อของโค้งนำมาจากลำธาร Eau Rouge ความยาว 15 กิโลเมตรในเมือง Liege ประเทศเบลเยี่ยม ที่พาดส่วนหนึ่งบริเวณโค้งนี้นั่นเอง
อย่างไรก็ตาม ก่อนวันซ้อมจะเริ่มขึ้น FIA ได้ประกาศห้ามใช้ DRS บริเวณโค้งย่อยทั้ง 3 โค้งใน Eau Rouge เด็ดขาดเพื่อความปลอดภัย โดยในจุดอื่นๆ สามารถใช้ได้เต็มที่เหมือนปกติ ส่วนในวันแข่งจริงจุดเปิดการใช้งาน DRS อยู่หลังพ้นโค้ง 4 ซึ่งเป็นโค้งย่อยสุดท้ายของ Eau Rouge ยาวไปจนถึงก่อนเข้าโค้ง 5
สนามนี้ทำการแข่งขันทั้งหมด 44 รอบ ความยาวสนาม 7.004 กิโลเมตร คิดเป็นระยะทางรวม 308.052 กิโลเมตร สถิติความเร็วต่อรอบที่ดีที่สุดเป็นของ Kimi Raikkonen 1:45.108 นาที ในฤดูกาล 2004 ปีที่แล้ว Mark Webber ได้โพล โพซิชั่นสนามนี้ แต่พลาดแชมป์สนามให้กับ Lewis Hamilton |
| |
 |
| |
วันแข่ง อาทิตย์ที่ 28 สิงหาคมพิเรลลีเลือกยางหลักและออปชั่นเป็นยางมีเดียม (ขาว) และซอฟท์ (เหลือง) ท้องฟ้ามีเมฆบ้าง แต่ไม่มีทีท่าว่าฝนจะตกลงมา นักขับส่วนใหญ่เลือกออกสตาร์ทด้วยยางซอฟท์ที่ใช้งานมาตั้งแต่รอบควอลิฟาย ในขณะที่ Button กับ Schumacher เลือกยางมีเดียม Vettel ออกสตาร์ทได้น่าผิดหวังมาก แค่โค้งแรกเท่านั้น Nico Rosberg ชิงขึ้นนำทัน ในขณะที่ Hamilton หล่นไปที่อันดับ 4
5 อันดับแรกสลับมาเป็น Rosberg, Vettel, Massa, Hamilton และ Alonso ในช่วงแรกนี้เอง เกิดเหตุปะทะกันชุลมุนในแถวหลัง Bruno Senna ชน Jaime Alguersuari อย่างจังจนเขาต้องจบการแข่งขันทันที
ผ่านไปเพียง 2 รอบ Schumacher วิ่งได้อย่างน่าประทับใจ เขาแซงขึ้นมาเป็นอันดับที่ 13 จากการออกสตาร์ทในกริดสุดท้าย ในขณะที่รอบถัดมา Vettel สามาถชิงอันดับ 1 คืนมาได้ และเซตความเร็วรอบที่ดีที่สุดทันทีด้วยเวลา
1:55.708 นาที
รอบที่ 4 Webber เข้าพิทแรก และเปลี่ยนมาใช้งานยางมีเดียม ส่วน Button ก็เข้าพิทไปเปลี่ยนจมูกที่ได้รับความเสียหายเช่นกัน 5 รอบผ่านไป อันดับสลับขึ้น-ลงอย่างรวดเร็วเป็น Vettel, Rosberg, Alonso, Hamilton และ Massa จากนั้น Vettel เข้าพิทจากตำแหน่งนำเพื่อเปลี่ยนยางซอฟท์ชุดใหม่
รอบที่ 6 ผลจากเหตุการณ์ชุลมุนในโค้งแรก กรรมการตัดสินให้ Senna กับ Timo Glock โดนลงโทษเข้าพิทเปล่า ช่วงนี้ Rosberg ในตำแหน่งนำ ขับแบบไม่มีอะไรผิดพลาด แต่ไม่แกร่งพอจะต้านได้นานนัก ที่สุดเขาถูก Alonso ขึ้นนำ จากนั้นก็เสียตำแหน่งที่ 2 ให้ Hamilton ไปอีกคน ส่วน Vettel หลังจากที่เสียเวลาในพิทมากไป ก็สามารถไล่ขึ้นมาจากลำดับ
6 ผ่าน Kobayashi กับ Massa ขึ้นมาเป็นลำดับที่ 3 ได้ในรอบที่ 9 |
| |
 |
| |
ด้าน Toro Rosso วันที่ถือเป็นโชคร้ายจริงๆ Sebastien Buemi เป็นอีกคนที่จำต้องออกจากการแข่งไปในรอบที่ 9 หลังจากประคองขับรถที่ปีกหลังได้รับความเสียหายมาตั้งแต่รอบที่ 6
Vettel ขึ้นนำได้สำเร็จอีกครั้งในรอบที่ 10 โดยมี Alonso ไล่ตามอย่างไม่ลดละ เขาเซทเวลาต่อรอบที่เร็วที่สุด 1:53.399 นาทีในรอบที่ 12 และไล่ตาม Vettel อยู่ 6.4 วินาที ส่วนคู่หูอย่าง Webber ไล่ขึ้นมาเป็นอันดับ 3 ตามหลัง Alonso 10 วินาที
รอบที่ 13 แฟนของ McLaren คงถึงกับกุมขมับ เมื่อ Hamilton แซง Kobayashi ขึ้นมาได้ และเกิดการปะทะต่อเนื่องในจังหวะติดพัน Kobayashi พยายามจะสวนกลับในขณะที่ Hamilton เบนมาปิดไลน์ เลยถูกสะกิดจากทางด้านท้าย ส่งผลให้รถของ Hamilton หมุนทันทีและซัดเข้ากับแบริเออร์บริเวณโค้ง Les Combes อย่างรุนแรงจนรถได้รับความเสียหาย แม้จะไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่เขาต้องจบการแข่งขันลงตรงนี้
เซฟตี้คาร์ถูกปล่อยออกมาทันที Vettel ถือโอกาสนี้เข้าพิท... จากนั้นเซฟตี้คาร์วิ่งนำอยู่ 2 รอบ การแข่งเริ่มขึ้นอีกครั้งในรอบที่ 16 ท๊อปไฟฟ์คือ Alonso, Webber, Vettel, Massa และ Rosberg ทั้งหมดตามหลังกันไม่เกิน 2 วินาที การเข้าพิทหลังเซฟตี้คาร์ถูกปล่อยออกมา ดูจะให้ผลดีกับ Vettel มากกว่าใคร เพราะในรอบถัดมา เขาผ่านเพื่อนร่วมทีมขึ้นไปในอันดับ 2 และขึ้นนำ Alonso จนได้ในรอบที่ 18 พร้อมกับเซทเวลาต่อรอบที่ดีที่สุดทันทีด้วยเวลา 1:52.281
นาที |
| |
 |
| |
| • จังหวะ Kobayashi สะกิดล้อหลังซ้ายของ Hamilton ก่อนที่ MP 4/26 จะหมุนไปซัดเข้ากับแบริเออร์ |
 |
| |
Schumacher วันนี้ขับได้ดีเป็นพิเศษ เขาผ่านคู่ต่อสู้ขึ้นมาเป็นอันดับที่ 7 ในรอบที่ 18 ส่วนเพื่อนร่วมทีมอย่าง Rosberg ยังรักษาอันดับ 4 ไว้ได้ และทิ้ง Massa อยู่ 6.3 วินาที... ถือว่าเป็นเวลาที่ปลอดภัยพอสมควรในเวลานี้
ก่อนเข้าสู่ช่วงกลางของการแข่งขัน อะไรๆ ดูเหมือนจะเข้าทาง Vettel ไปเสียหมด รูปการณ์เริ่มเหมือนช่วงต้นฤดูกาล เขาเซทความเร็วต่อรอบอีกครั้งในรอบที่ 19 ด้วยเวลา 1:51.974 นาที และฉีก Alonso ไปทีละนิดเป็น 3.5 วินาที ทว่าทั้ง Alonso และ Webber ก็เร็วขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน เพราะ Rosberg ในอันดับที่ 4 เริ่มถูกฉีกไปเป็น 8 วินาทีแล้ว
ผ่านไปครึ่งทาง 5 อันดับแรกยังไม่เปลี่ยนแปลง กลุ่มถัดลงมา Button สามารถแซง Schumacher ขึ้นไปได้ และไล่กดดัน Adrian Sutil ต่อทันที Button แซง Sutil อย่างสวยงามในรอบที่ 23... เป้าหมายต่อไปคือ Massa ที่ห่างออกไปเพียง 1.2 วินาที ในอันดับที่ 5 แน่นอนเหลือเกิน Button ทำสำเร็จในรอบที่ 25 แถมยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น เขาไล่จี้ Rosberg ต่อทันที และเวลาที่ตามหลังไม่ถึง 1 วินาที ก็ช่วยให้ Button ทำสำเร็จในรอบที่ 26
ชิงลำดับที่ 4 ได้สำเร็จ... Button ถามทีมงานทันทีว่า... (ใจสู้สุดๆ) เขาตาม 3 อันดับแรกอยู่เท่าไหร่? ถึงตอนนี้ทั้งใจและรถของ Button เร็วสุดๆ กำแพงเวลาของ Webber 8.5
วินาทีสำหรับลำดับที่ 3 กับเวลาที่ยังเหลืออีกมาก ทำให้แฟนๆ ของ McLaren ยังมีความหวัง
รอบที่ 30 Alonso ถูก Vettel ทิ้งไปเป็น 9.7 วินาที Alonso ตัดสินใจเข้าพิทเพื่อเปลี่ยนเป็นยางมีเดียม Vettel เข้าพิทตามจากตำแหน่งนำทันที และเปลี่ยนเป็นยางมีเดียมเช่นกัน ส่วน Webber เข้าพิทต่อในรอบถัดมา จังหวะนี้ Vettel ออกจากพิทมาในตำแหน่งที่ 3 และแซง Button ขึ้นไปในตำแหน่งนำเหมือนเดิม Button เข้าพิทในรอบถัดมา และเปลี่ยนมาใช้ยางซอฟท์ชุดใหม่
หลังการทยอยเข้าพิทชุดใหญ่ 5 อันดับแรกยังคงเดิม คือ Vettel, Alonso, Webber, Button และ Rosberg ทว่าช่วงนี้ Webber ตั้งอกตั้งใจจี้ Alonso มากขึ้น เขาเซทเวลาต่อรอบที่ดีที่สุด 1:49.883 นาทีในรอบที่ 33 ไล่ตามหลัง Alonso เพียง 2.2 วินาทีเท่านั้น Alonso เลยต้องเปลี่ยนจากการไล่ตาม Vettel มาเป็นการป้องกัน Webber แทน
กลุ่มถัดมา Schumacher ยังคงสู้ไม่ถอย เขาผ่าน Sutil ขึ้นมาเป็นอันดับ 6 ในรอบที่ 35 และไล่หลัง Rosberg เพียง 1.8 วินาที
รอบที่ 37 แฟน Red Bull ร้องเฮ Webber ทำสำเร็จจนได้ เขาเปิดใช้งาน DRS และผ่าน Alonso ขึ้นไปแบบสะอาดๆ ในทางตรงยาวหลังโค้ง 4 ที่ถูกเซทเป็นโอเวอร์เทคกิ้งโซนนั่นเอง ตามหลัง Vettel อยู่ 7.8 วินาที
ถ้าไม่มีอะไรพลิกแบบสุดวิสัย Red Bull น่าจะได้ขึ้นโพเดียมคู่ค่อนข้างแน่นอนแล้ว |
| |
 |
| |
การแซงของ Webber ส่งผลให้การต่อสู้ในช่วงท้ายโยกไปที่ Ferrari และ McLaren โดยอัตโนมัติ Button จี้ Alonso เพียง 2 วินาที และในรอบที่ 40 Button สามารถลดช่องว่างมาได้อีก 1 วินาที Webber นั้นนำ Alonso ไป 4.3 วินาทีแล้ว ที่สุด Button ก็สามารถทำสำเร็จจนได้ในรอบที่ 42 เขาพุ่งเป้าไปที่ Webber ต่อ ด้วยเวลาที่ตามหลัง 4.5 วินาที... แต่สำหรับการแข่งขัน 2 รอบที่เหลือ เวลาคงไม่พอเสียแล้ว
ช่วงนี้ Rosberg ซึ่งขับมาได้อย่างระมัดระวังในอันดับ 5 ถูกทีมงานเตือนเรื่องปริมาณน้ำมัน ส่วน Schumacher หลังจากที่แซง Sutil ขึ้นมาสำเร็จ ก็ยังสามารถผ่าน Rosberg ขึ้นไปชิงตำแหน่งที่ 5 ได้ในรอบถัดมา
จบการแข่งขัน Red Bull สามารถคว้าชัยแบบ 1-2 Vettel จบการแข่งขัน 44 รอบสนามด้วยเวลา 1:26:44.893 ชั่วโมง Webber ตามมาเป็นอันดับ 2 บวกเวลาไป 3.7 วินาทีเท่านั้น อันดับ 3 Button บวก 9.6 วินาที อันดับ 4 Alonso บวก 13 วินาที อันดับ 5 Schumacher บวก 47.4 วินาที ส่วนเวลาต่อรอบที่ดีที่สุด 1:49.883 นาทีในรอบที่ 33 เป็นฝีมือของ Webber
สนามนี้ Button ใจสู้สุดๆ แม้การขับจะไม่ดุดันหวือหวาเหมือน Hamilton แต่ได้ใจคนที่ 'ไม่ใช่กองเชียร์' ไปเต็มๆ Schumacher ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่สมควรได้รับการปรบมือให้ เพราะสตาร์ทจากกริดสุดท้ายจนมาจบที่อันดับ 5 ได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เรียกว่าวันนี้ทั้งคนทั้งรถรีดประสิทธิภาพกันออกมาจนสุด และนอกจากการเซ็ทจุดแซงที่สามารถใช้ความเร็วได้อย่างเต็มที่แล้ว ช่วงโค้งต่อเนื่อง Les Combes 5 - 6 - 7 ก็เป็นอีกจุดที่เหล่านักแข่งช่วงชิงจังหวะจากความผิดพลาดในการเข้า - ออกโค้งที่กว้างเกินไปได้เช่นกัน
พบกันอีกครั้งสนามหน้า 9 - 10 กันยายน Italian GP ณ สนาม Monza ประเทศอิตาลี ถิ่นของ Ferrari ครับ • |
| |
 |
| |
| • Michael Schumacher สู้สุดๆ สมกับวันพิเศษฉลองครบรอบ 20 ปีบนแทร็คสูตรหนึ่ง สตาร์ทจากอันดับสุดท้าย จบการแข่งขันด้วยอันดับ 5 |
 |
| |
| ผลการแข่งขัน F1 2011 Hungarian GP |
| |
|
| Pos |
No |
Driver |
Team |
Laps |
Time/Retired |
Grid |
Pts |
| 1 |
1 |
Sebastian Vettel |
RBR-Renault |
44 |
1:26:44.893 |
1 |
25 |
| 2 |
2 |
Mark Webber |
RBR-Renault |
44 |
+3.7 secs |
3 |
18 |
| 3 |
4 |
Jenson Button |
McLaren-Mercedes |
44 |
+9.6 secs |
13 |
15 |
| 4 |
5 |
Fernando Alonso |
Ferrari |
44 |
+13.0 secs |
8 |
12 |
| 5 |
7 |
Michael Schumacher |
Mercedes |
44 |
+47.4 secs |
24 |
10 |
| 6 |
8 |
Nico Rosberg |
Mercedes |
44 |
+48.6 secs |
5 |
8 |
| 7 |
14 |
Adrian Sutil |
Force India-Mercedes |
44 |
+59.7 secs |
15 |
6 |
| 8 |
6 |
Felipe Massa |
Ferrari |
44 |
+66.0 secs |
4 |
4 |
| 9 |
10 |
Vitaly Petrov |
Renault |
44 |
+71.9 secs |
10 |
2 |
| 10 |
12 |
Pastor Maldonado |
Williams-Cosworth |
44 |
+77.6 secs |
21 |
1 |
| 11 |
15 |
Paul di Resta |
Force India-Mercedes |
44 |
+83.9 secs |
17 |
- |
| 12 |
16 |
Kamui Kobayashi |
Sauber-Ferrari |
44 |
+91.9 secs |
12 |
- |
| 13 |
9 |
Bruno Senna |
Renault |
44 |
+92.9 secs |
7 |
- |
| 14 |
21 |
Jarno Trulli |
Lotus-Renault |
43 |
+1 Lap |
18 |
- |
| 15 |
20 |
Heikki Kovalainen |
Lotus-Renault |
43 |
+1 Lap |
16 |
- |
| 16 |
11 |
Rubens Barrichello |
Williams-Cosworth |
43 |
+1 Lap |
14 |
- |
| 17 |
25 |
Jerome d'Ambrosio |
Virgin-Cosworth |
43 |
+1 Lap |
20 |
- |
| 18 |
24 |
Timo Glock |
Virgin-Cosworth |
43 |
+1 Lap |
19 |
- |
| 19 |
23 |
Vitantonio Liuzzi |
HRT-Cosworth |
43 |
+1 Lap |
22 |
- |
| Ret |
17 |
Sergio Perez |
Sauber-Ferrari |
27 |
+17 Laps |
9 |
- |
| Ret |
22 |
Daniel Ricciardo |
HRT-Cosworth |
13 |
+31 Laps |
23 |
- |
| Ret |
3 |
Lewis Hamilton |
McLaren-Mercedes |
12 |
Accident |
2 |
- |
| Ret |
18 |
Sebastien Buemi |
STR-Ferrari |
6 |
Accident damage |
11 |
- |
| Ret |
19 |
Jaime Alguersuari |
STR-Ferrari |
0 |
Accident damage |
6 |
- |
|
| |
 |
| |
| คะแนนสะสมประเภทนักขับ |
| |
| Pos |
Driver |
Nationality |
Team |
Points |
| 1 |
Sebastian Vettel |
German |
RBR-Renault |
259 |
| 2 |
Mark Webber |
Australian |
RBR-Renault |
167 |
| 3 |
Fernando Alonso |
Spanish |
Ferrari |
157 |
| 4 |
Jenson Button |
British |
McLaren-Mercedes |
149 |
| 5 |
Lewis Hamilton |
British |
McLaren-Mercedes |
146 |
| 6 |
Felipe Massa |
Brazilian |
Ferrari |
74 |
| 7 |
Nico Rosberg |
German |
Mercedes |
56 |
| 8 |
Michael Schumacher |
German |
Mercedes |
42 |
| 9 |
Vitaly Petrov |
Russian |
Renault |
34 |
| 10 |
Nick Heidfeld |
German |
Renault |
34 |
| 11 |
Kamui Kobayashi |
Japanese |
Sauber-Ferrari |
27 |
| 12 |
Adrian Sutil |
German |
Force India-Mercedes |
24 |
| 13 |
Sebastien Buemi |
Swiss |
STR-Ferrari |
12 |
| 14 |
Jaime Alguersuari |
Spanish |
STR-Ferrari |
10 |
| 15 |
Sergio Perez |
Mexican |
Sauber-Ferrari |
8 |
| 16 |
Paul di Resta |
British |
Force India-Mercedes |
8 |
| 17 |
Rubens Barrichello |
Brazilian |
Williams-Cosworth |
4 |
| 18 |
Pastor Maldonado |
Venezuelan |
Williams-Cosworth |
1 |
| 19 |
Pedro de la Rosa |
Spanish |
Sauber-Ferrari |
0 |
| 20 |
Jarno Trulli |
Italian |
Lotus-Renault |
0 |
| 21 |
Vitantonio Liuzzi |
Italian |
HRT-Cosworth |
0 |
| 22 |
Bruno Senna |
Brazilian |
Renault |
0 |
| 23 |
Jerome d'Ambrosio |
Belgian |
Virgin-Cosworth |
0 |
| 24 |
Heikki Kovalainen |
Finnish |
Lotus-Renault |
0 |
| 25 |
Timo Glock |
German |
Virgin-Cosworth |
0 |
| 26 |
Narain Karthikeyan |
Indian |
HRT-Cosworth |
0 |
| 27 |
Daniel Ricciardo |
Australian |
HRT-Cosworth |
0 |
| 28 |
Karun Chandhok |
Indian |
Lotus-Renault |
0 |
|
| |
 |
| |
| คะแนนสะสมประเภททีมผู้ผลิต |
| |
| Pos |
Team |
Points |
| 1 |
RBR-Renault |
426 |
| 2 |
McLaren-Mercedes |
295 |
| 3 |
Ferrari |
231 |
| 4 |
Mercedes |
98 |
| 5 |
Renault |
68 |
| 6 |
Sauber-Ferrari |
35 |
| 7 |
Force India-Mercedes |
32 |
| 8 |
STR-Ferrari |
22 |
| 9 |
Williams-Cosworth |
5 |
| 10 |
Lotus-Renault |
0 |
| 11 |
HRT-Cosworth |
0 |
| 12 |
Virgin-Cosworth |
0 |
|
| |