 |
| |
| เรื่อง : ARIA 54 |
Monday, 25 July, 2011 0:12 AM |
|
 |
| |
|
| |
จบข่าว... สำหรับเรื่อง Off-Throttle Blown Diffuser ในที่สุด FIA ก็อนุญาตให้งานใช้ได้ต่อไปจนจบฤดูกาลนี้ ส่วนฤดูกาลหน้า FIA สั่งปรับตำแหน่งท่อไอเสียใหม่ เท่ากับกับว่าเป็นการแบน Blown Diffuser ไปโดยปริยาย คำสั่งนี้คงไม่สามารถทำให้ทุกทีมพอใจได้ แต่การปรับกฏกลางฤดูกาล ก็เป็นเรื่องที่หลายฝ่ายเห็นตรงกันว่า น่าจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี ส่วนกฏห้ามทำ Engine Mapping หลังควอลิฟายที่มีผลตั้งแต่ ยูโรเปี้ยน กรังด์ปรีซ์ ยังคงเดิม
Off-Throttle Blown Diffuser น่าจะเป็นหนึ่งในการพัฒนาเรื่องอากาศพลศาสตร์ที่ 'ยอดเยี่ยมที่สุดเรื่องหนึ่ง' ในวงการมอเตอร์สปอร์ต... การแบนทิ้งไปเสียดื้อๆ เป็นเรื่องที่ถูกต้องจริงหรือ? ผู้เขียนไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญ หรือกูรูแต่อย่างใด เลยไม่สามารถตัดสินได้ว่า อะไรถูกหรือผิด ก็ได้แต่สงสัยไปตามเรื่องตามราวเท่านั้น
รอบซ้อม ศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม Mark Webber ดูจะมีความมุ่งมั่นกว่าใคร หลังจากที่สนามที่แล้วถูกทีมออร์เดอร์ให้ปล่อย Sebastian Vettel เข้าป้าย สนามนี้รอบแรก Fernando Alonso ทำเวลาต่อรอบได้ 1:31.894 นาที จากการลงวิ่ง 30 รอบ ตามมาด้วย Webber 1:32.217 นาที จาก 24 รอบ และ Vettel 1:32.268 นาที จาก 27 รอบ ส่วนรอบที่ 2 เป็น Webber ที่ทำเวลาได้ดีกว่า 1:31.711 นาที จากทั้งหมด 34 รอบ ในขณะที่ Alonso ก็คงเส้นคงวา 1:31.879 นาที จาก 38 รอบ Vettel 1:32.084 นาที จาก 28 รอบ |
| |
 |
| |
| • Sebastien Buemi จาก STR หลุดโค้งในการซ้อมรอบแรก แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บ |
 |
| |
การควอลิฟายในวันต่อมา Webber สามารถพิสูจน์ความมุ่งมั่นของเขาด้วยการคว้าโพลโพซิชั่นในสนามนี้ ด้วยเวลาที่ดีกว่าในวันซ้อม 1:30.079 นาที จากการลงวิ่งทั้งหมด 18 รอบ ตามมาด้วย Lewis Hamilton 1:30.134 นาที จาก 15 รอบ ลำดับที่ 3 เป็นของเจ้าบ้าน Vettel 1:30.216 นาที จาก 16 รอบ ปิดท้ายท๊อปไฟฟ์ ด้วยคู่หูม้าป่า Alonso กับ Felipe Massa 1:30.442 จาก 16 รอบ และ 1:30.910 จาก 19 รอบ ตามลำดับ หัวแถว 5 คนแรกเวลาใกล้เคียงกันหมด
เจ้าบ้านสัญชาติเยอรมันที่เหลือ Nico Rosberg ทำเวลาได้ดีที่สุด 1:31.343 นาที จาก 22 รอบ ได้สตาร์ทในลำดับที่ 6, Adrian Sutil จาก Force India ลำดับที่ 8, Michael Schumacher สตาร์ทในลำดับที่ 10, Nick Heidfeld ได้สตาร์ทในลำดับที่ 11 และ Timo Glock สตาร์ทในลำดับที่ 20 ห่างไกลความจริงเหลือเกิน |
| |
 |
| |
| • 6 เจ้าบ้านสัญชาติเยอรมัน จากซ้าย : Timo Glock, Sebastian Vettel, Michael Schumacher, Nick Heidfeld, Adrian Sutil และ Nico Rosberg |
| |
 |
| |
เยอรมัน กรังด์ปรีซ์ ณ สนาม Nurburgring ทำการแข่งขันทั้งหมด 60 รอบสนาม จุดตรวจจับความเร็วก่อนเปิดการใช้งาน DRS มีอยู่จุดเดียว คือบริเวณโค้ง 10 นักขับสามารถเปิดการใช้งาน DRS ได้หลังพ้นออกจากโค้ง 11
ปีที่แล้ว Ferrari คว้าชัยไปแบบ 1-2 จากฝีมือของ Alonso และ Massa ในอดีตผู้ที่คว้าชัยได้มากที่สุดคือ Michael Schumacher 4 สนาม เวลาต่อรอบที่ดีสุดก็เป็น Schumacher 1:29.468 นาทีในฤดูกาล 2004
และ... ปีที่แล้ว Ferrari โดนสั่งปรับในกรณี Team Order ไปถึง 1 แสนเหรียญสหรัฐฯ แต่ปีนี้กฏทีมออร์เดอร์ถูกยกเลิกไปเรียบร้อย หลายๆ ความเห็นค่อนข้างออกมาตรงกัน แต่ละทีมควรจะมีสิทธิ์ในระดับหนึ่ง เพื่อวางกลยุทธ์ให้นักแข่ง (และทีม) ได้รับผลประโยชน์สูงสุดในแต่ละสนาม ทว่า... F1 ก็ไม่ควรจะวางแผนกันจนเป็นหมากรุก ควรจะปล่อยให้ความสามารถของนักแข่งเป็นหนึ่งในตัวแปรด้วย กรณีของ Webber ในสนามที่แล้ว จึงมีทั้งคนเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย |
| |
 |
| |
| • หลายคนเห็นด้วย ที่ Webber เพิกเฉยต่อคำสั่งของทีม... สิ่งที่ Webber จะพอทำได้คือ ต้องพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าเขาเร็วที่สุดในสนาม |
 |
| |
วันแข่งฝนตกลงมาเล็กน้อย ทั้งหมดออกสตาร์ทด้วยยางซอฟท์... ในจังหวะออกสตาร์ทนั่นเอง Hamilton ชิงแซงขึ้นนำเป็นคนแรก และปิดไลน์ Webber ทันที ตามมาด้วย Alonso, Vettel, Rosberg และ Massa ส่วน Button ผ่านไปเพียง 3 รอบ หล่นจากอันดับ 7 ไปอยู่อันดับ 10 เสียแล้ว จากนั้น Vettel สามารถขึ้นนำ Alonso ไปได้... ยังมีเวลาอีกเยอะที่จะไล่หัวแถว
ทว่ารอบที่ 8 Alonso สามารถแซง Vettel ในโค้งขึ้นไปอย่างนิ่มนวล ชิงตำแหน่งที่ 3 ไปแบบชนิดไร้ที่ติ ส่วน Webber ไล่จี้ Hamilton อยู่เพียง 0.7 วินาที ผ่านไปถึงรอบที่ 10 Vettel เกิดหมุนเล็กน้อย แต่สามารถแก้สถานการณ์ และรักษาตำแหน่งที่ 4 ไว้ได้เหมือนเดิม เสียแต่ว่าเวลาที่ตามหลัง Alonso ถูกฉีกไปถึง 13 วินาที
เพียงรอบที่ 13 การต่อสู้ระหว่าง Webber และ Hamilton ก็เริ่มเข้มข้นแล้ว Webber สามารถแซง Hamilton ขึ้นไปได้ ทว่าไม่กี่อึดใจ Hamilton กลับยึดตำแหน่งที่ 1 คืนมาได้ในทันที... ช่วงนี้ 3 ตำแหน่งแรกไล่กันไม่ถึง 1 วินาที ขณะที่ Vettel ในตำแหน่งที่ 4 ถูกทิ้งไปแล้ว 14 วินาที Webber เข้าพิทเป็นคนแรกในรอบที่ 15 และออกมาอีกครั้งในตำแหน่งที่ 6 จากนั้นเพียง 2 รอบ เขาก็กลับขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งที่ 4
รอบที่ 17 Hamilton เข้าพิทจากตำแหน่งผู้นำ แต่เวลาไม่มากพอที่จะรักษาตำแหน่งไว้ได้ หลังจากที่หัวแถวทยอยเข้าพิท ตำแหน่งจึงสลับเป็น Webber, Hamilton, Alonso และ Sutil ส่วน Button ในอันดับ 5 เวลาห่างออกไป 13 วินาที Vettel ช่วงนี้หล่นลงไปอยู่ในอันดับที่ 9 ด้านสถานการณ์ของ Webber ยังไม่มีความปลอดภัย เพราะ Hamilton ตามหลังไม่ถึง 1 วินาทีแทบจะตลอดเวลา |
| |
 |
| |
3 อันดับแรกยังอยู่ในข่ายที่สามารถชิงตำแหน่งกันได้ เพราะตามหลังกันไม่เกิน 3 วินาที แต่อันดับที่ 4 ลงไป เวลาเริ่มห่างออกไปเรื่อยๆ ผ่านไปถึงรอบที่ 24 Webber ยังเพิ่มระยะระหว่างเขากับ Hamilton ไม่ได้มากนัก รอบนี้ Schumacher ปีนเคิร์บจนหมุน แต่สามารถกลับเข้าแทร็คได้ในลำดับที่ 9
รอบที่ 27 ทีมงานเตือน Vettel ที่อยู่ในตำแหน่งที่ 5 ว่า รถของเขาอาจมีปัญหาเรื่องเบรคหลัง ทว่าสถานการณ์ของเขาในตอนนี้ ถือว่าค่อนข้างลำบากทีเดียว ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เขาตาม Massa 3 วินาที แต่อยู่ขนาดตัว Massa เอง ยังต้องตามหลังอันดับ 3 อย่าง Alonso ถึง 24 วินาที ใช่ว่าหากเขาผ่าน Massa ขึ้นไปได้แล้วจะไล่ Alonso ได้ง่ายๆ
รอบที่ 31... ผ่านไปแล้วครึ่งทาง Webber เข้าพิทอีกครั้ง ตามด้วย Alonso ช่วงนี้ Hamilton ขับได้ดุเดือดมาก และมีจังหวะหมิ่นเหม่ที่ทำท่าจะปะทะกับ Webber และ Alonso หลายครั้ง Webber โดนเบียดเล็กน้อยจนหลุดแทร็ค แต่ไม่ส่งผลอะไรกับอันดับ ผ่านไป 34 รอบ ตำแหน่งเปลี่ยนมาเป็น Hamilton, Alonso และ Webber ที่สุด Hamilton ก็สามารถเพิ่มช่องว่างได้เป็น 2.7 วินาที ส่วนคู่หู Jenson Button ต้องออกจากการแข่งขันในรอบที่ 36 เพราะปัญหาจากระบบไฮดรอลิค
รอบที่ 43 Webber เริ่มพบกับความยากลำบากในการไล่ตามอันดับ 2 ช่องว่างของเขากับ Alonso ขยับออกไปถึง 5 วินาที ส่วน Alonso ยังรักษาระยะ 2.8 วินาทีระหว่างเขากับ Hamilton เอาไว้ได้ อันดับ 4 และ 5 Massa กับ Vettel ห่างออกไปถึง 40 วินาที วันนี้ไม่ใช่วันของ Vettel เลย ในรอบที่ 44 Vettel แจ้งทีมงานว่าเบรคของเขายังใช้การได้อยู่
รอบที่ 48 Petrov เข้าพิท และเปลี่ยนมาใช้ยางฮาร์ดเป็นคนแรกตามไฟท์บังคับ (กฏยาง prime และ option ต่อสนาม) ตามมาด้วย Timo Glock จากนั้นจึงเป็น Hamilton ที่เข้าพิทในตำแหน่งผู้นำในรอบที่ 54 และออกมาเข้าแทร็คอีกครั้งในลำดับที่ 3 พร้อมยางฮาร์ด Webber ใช้โอกาสนี้ไล่ตาม Alonso พร้อมทั้งลดระยะห่างได้ 1 วินาที จาก 5 เหลือ 4 วินาที Alonso ต้องเข้าพิทจากตำแหน่งนำ ลำดับในช่วงนี้เปลี่ยนมาเป็น Webber, Hamilton และ Alonso ในระยะเวลาสั้นๆ |
| |
 |
| |
Webber รอจนถึงรอบที่ 57 จึงเข้าพิทจากตำแหน่งผู้นำ และเมื่อเขากลับออกมา ลำดับจึงหมุนกลับมาอยู่ในตำแหน่งเดิม Hamilton นำ Alonso ตามหลัง 3.3 วินาที ตามด้วย Webber 5 วินาที และในรอบที่ 59 Hamilton สามารถเซ็ตเวลาต่อรอบที่ดีที่สุดสำหรับสนามนี้ ด้วยเวลา 1:34.302 นาที รวมทั้งเพิ่มระยะห่างออกไปได้อีกเกือบ 1 วินาที
สถานการณ์สำหรับอันดับ 1-3 ถึงเวลานี้คงยากที่จะมีอะไรทำให้พลิกผันแล้ว ทว่าการชิงอันดับ 4 กลับมีเหตุให้แฟน Ferrari ต้องใจหาย เมื่อ Massa และ Vettel เข้าพิทในรอบที่ 59 Massa มีปัญหาบางอย่างในพิท ทำให้ Vettel ชิงจังหวะออกมาก่อน และสามารถชิงตำแหน่งที่ 4 ได้ในรอบสุดท้ายนั่นเอง แฟน Massa คงเซ็งไม่น้อย เพราะเขาสามารถกัน Vettel ได้อย่างหมดจดมาโดยตลอด
จบการแข่งขัน Lewis Hamilton สามารถคว้าแชมป์เป็นสนามที่ 2 ในซีซั่นนี้ ด้วยเวลา 1:37:30.334 ชั่วโมง Alonso ตามหลังมาเป็นอันดับที่ 2 ตามหลัง 3.9 วินาที อันดับ 3 Webber ตามหลัง 9.7 วินาที ปิดท้ายกลุ่มแรกด้วยอันดับที่ 4 - 6 Vettel, Massa และ Sutil ตามหลัง 47, 52 และ 86 วินาที ตามลำดับ จากนั้นอันดับ 7 ลงไป ถูกทิ้งห่างถึง 1 รอบสนาม ในบรรดาเจ้าบ้านทั้ง 6 Vettel และ Sutil ทำผลงานได้ดีที่สุด |
| |
|
| |
หลังแข่งมีเรื่องให้อมยิ้มเล็กน้อย เมื่อรถของ Alonso น้ำมันใกล้หมด เลยต้องถูกทีมงานสั่งให้จอดรถไว้ริมสนาม เพื่อให้มีปริมาณน้ำมันเหลือมากพอสำหรับให้ FIA ทำการตรวจสอบหลังแข่ง Alonso เลยต้อง 'โบกรถ' กลับ โดยขออาศัยรถของ Webber มาลงที่พิท (กฎปี 2010 หลังควอลิฟายเสร็จ ทุกทีมสามารถเติมน้ำมันได้เต็ม หรือว่าพอดีกับการแข่งในแต่ละสนาม Ferrari น่าจะคำนวณปริมาณมาแบบแทบจะพอดีเป๊ะ)
สำหรับกรณีที่ Sebastien Buemi สะกิดล้อหลังขวาของ Nick Heidfeld จนถึงกับบิน และทำให้ Heidfeld ต้องออกจากการแข่งขัน ส่งผลให้เขาโดนลงโทษปรับกริดลง 5 อันดับในสนามหน้า ส่วนตำแหน่งในสนามนี้ยังคงเดิม
สนามหน้า Hungarian Grand Prix ณ สนาม Hungaroring Circuit ประเทศฮังการี 29 - 31 กรกฎาคมครับ • |
| |
 |
| |
| ผลการแข่งขัน F1 2011 German GP |
| |
| Pos |
No |
Driver |
Team |
Laps |
Time/Retired |
Grid |
Pts |
| 1 |
3 |
Lewis Hamilton |
McLaren-Mercedes |
60 |
1:37:30.334 |
2 |
25 |
| 2 |
5 |
Fernando Alonso |
Ferrari |
60 |
+3.9 secs |
4 |
18 |
| 3 |
2 |
Mark Webber |
RBR-Renault |
60 |
+9.7 secs |
1 |
15 |
| 4 |
1 |
Sebastian Vettel |
RBR-Renault |
60 |
+47.9 secs |
3 |
12 |
| 5 |
6 |
Felipe Massa |
Ferrari |
60 |
+52.2 secs |
5 |
10 |
| 6 |
14 |
Adrian Sutil |
Force India-Mercedes |
60 |
+86.2 secs |
8 |
8 |
| 7 |
8 |
Nico Rosberg |
Mercedes |
59 |
+1 Lap |
6 |
6 |
| 8 |
7 |
Michael Schumacher |
Mercedes |
59 |
+1 Lap |
10 |
4 |
| 9 |
16 |
Kamui Kobayashi |
Sauber-Ferrari |
59 |
+1 Lap |
17 |
2 |
| 10 |
10 |
Vitaly Petrov |
Renault |
59 |
+1 Lap |
9 |
1 |
| 11 |
17 |
Sergio Perez |
Sauber-Ferrari |
59 |
+1 Lap |
15 |
- |
| 12 |
19 |
Jaime Alguersuari |
STR-Ferrari |
59 |
+1 Lap |
16 |
- |
| 13 |
15 |
Paul di Resta |
Force India-Mercedes |
59 |
+1 Lap |
12 |
- |
| 14 |
12 |
Pastor Maldonado |
Williams-Cosworth |
59 |
+1 Lap |
13 |
- |
| 15 |
18 |
Sebastien Buemi |
STR-Ferrari |
59 |
+1 Lap |
24 |
- |
| 16 |
20 |
Heikki Kovalainen |
Lotus-Renault |
58 |
+2 Laps |
18 |
- |
| 17 |
24 |
Timo Glock |
Virgin-Cosworth |
57 |
+3 Laps |
19 |
- |
| 18 |
25 |
Jerome d'Ambrosio |
Virgin-Cosworth |
57 |
+3 Laps |
21 |
- |
| 19 |
22 |
Daniel Ricciardo |
HRT-Cosworth |
57 |
+3 Laps |
22 |
- |
| 20 |
21 |
Karun Chandhok |
Lotus-Renault |
56 |
+4 Laps |
20 |
- |
| Ret |
23 |
Vitantonio Liuzzi |
HRT-Cosworth |
37 |
Electrical |
23 |
- |
| Ret |
4 |
Jenson Button |
McLaren-Mercedes |
35 |
Hydraulics |
7 |
- |
| Ret |
11 |
Rubens Barrichello |
Williams-Cosworth |
16 |
Oil leak |
14 |
- |
| Ret |
9 |
Nick Heidfeld |
Renault |
9 |
Accident |
11 |
- |
|
| |
 |
| |
| คะแนนสะสมประเภทนักขับ |
| |
| Pos |
Driver |
Nationality |
Team |
Points |
| 1 |
Sebastian Vettel |
German |
RBR-Renault |
216 |
| 2 |
Mark Webber |
Australian |
RBR-Renault |
139 |
| 3 |
Lewis Hamilton |
British |
McLaren-Mercedes |
134 |
| 4 |
Fernando Alonso |
Spanish |
Ferrari |
130 |
| 5 |
Jenson Button |
British |
McLaren-Mercedes |
109 |
| 6 |
Felipe Massa |
Brazilian |
Ferrari |
62 |
| 7 |
Nico Rosberg |
German |
Mercedes |
46 |
| 8 |
Nick Heidfeld |
German |
Renault |
34 |
| 9 |
Vitaly Petrov |
Russian |
Renault |
32 |
| 10 |
Michael Schumacher |
German |
Mercedes |
32 |
| 11 |
Kamui Kobayashi |
Japanese |
Sauber-Ferrari |
27 |
| 12 |
Adrian Sutil |
German |
Force India-Mercedes |
18 |
| 13 |
Jaime Alguersuari |
Spanish |
STR-Ferrari |
9 |
| 14 |
Sergio Perez |
Mexican |
Sauber-Ferrari |
8 |
| 15 |
Sebastien Buemi |
Swiss |
STR-Ferrari |
8 |
| 16 |
Rubens Barrichello |
Brazilian |
Williams-Cosworth |
4 |
| 17 |
Paul di Resta |
British |
Force India-Mercedes |
2 |
| 18 |
Pedro de la Rosa |
Spanish |
Sauber-Ferrari |
0 |
| 19 |
Jarno Trulli |
Italian |
Lotus-Renault |
0 |
| 20 |
Vitantonio Liuzzi |
Italian |
HRT-Cosworth |
0 |
| 21 |
Pastor Maldonado |
Venezuelan |
Williams-Cosworth |
0 |
| 22 |
Jerome d'Ambrosio |
Belgian |
Virgin-Cosworth |
0 |
| 23 |
Heikki Kovalainen |
Finnish |
Lotus-Renault |
0 |
| 24 |
Timo Glock |
German |
Virgin-Cosworth |
0 |
| 25 |
Narain Karthikeyan |
Indian |
HRT-Cosworth |
0 |
| 26 |
Daniel Ricciardo |
Australian |
HRT-Cosworth |
0 |
| 27 |
Karun Chandhok |
Indian |
Lotus-Renault |
0 |
|
| |
 |
| |
| คะแนนสะสมประเภททีมผู้ผลิต |
| |
| Pos |
Team |
Points |
| 1 |
RBR-Renault |
355 |
| 2 |
McLaren-Mercedes |
243 |
| 3 |
Ferrari |
192 |
| 4 |
Mercedes |
78 |
| 5 |
Renault |
66 |
| 6 |
Sauber-Ferrari |
35 |
| 7 |
Force India-Mercedes |
20 |
| 8 |
STR-Ferrari |
17 |
| 9 |
Williams-Cosworth |
4 |
| 10 |
Lotus-Renault |
0 |
| 11 |
HRT-Cosworth |
0 |
| 12 |
Virgin-Cosworth |
0 |
|
| |