 |
| |
| เรื่อง : ARIA 54 • ภาพจาก f1.com |
Monday, 30 May, 2011 0:49 AM |
|
 |
| |
|
| |
ก่อนเข้ารายงานผล ขอแสดงความเสียใจกับแฟนๆ ของ Renault และ Robert Kubica กันก่อนครับ สรุป...เป็นอันแน่นอนแล้วว่า Kubica ไม่สามารถกลับมาฟิตทันลงแข่งในซีซั่นนี้ และยังต้องอดทนทำกายภาพบำบัดต่อไปอีกนาน หลังจากนั้นยังต้องรอดูอีกว่า เขาจะสามารถกลับมาได้อีกครั้งในซีซั่นหน้าหรือเปล่า ที่สำคัญ 'Quick Nick' Nick Heidfeld ที่ถูกดึงตัวมาลงแทร็คแทน Kubica นั้น ทำผลงานได้ดีมากทีเดียว โดยคะแนนสะสมประเภทนักขับ ล่าสุดอยู่ในอันดับ 7 แล้ว ดีกว่า Vitaly Petrov เสียอีก
รอบซ้อม แบ่งเป็น 2 วัน คือ 26 พฤษภาคม 2 ช่วง และวันที่ 28 อีก 1 ช่วง ก่อนจะเข้าสู่ควอลิฟาย สนามนี้เป็นสนามแรกที่ Pirelli เลือกให้นักแข่งใช้ยาง super-soft หลังจากที่ก่อนเปิดซีซั่น เสียงตอบรับจากบรรดานักขับออกมาไม่ค่อยจะดีนัก แต่หลังการซ้อมรอบแรกผ่านไป Sebastian Vettel ที่ลองวิ่ง 25 รอบ และ Jenson Button 24 รอบ ก็เห็นตรงกันว่า ประสิทธิภาพของยาง super-soft ดีกว่าคาดไว้ ส่วน Mark Webber แชมป์โมนาโคปีที่แล้ว วิ่งได้ 3 รอบก็มีปัญหาเรื่องระบบเกียร์เสียก่อน
อุบัติเหตุมักจะอยู่คู่โมนาโคเสมอ สนามนี้มีอุบัติเหตุเป็นระยะตั้งแต่วันซ้อม จนถึงรอบควอลิฟาย แบบเบาะๆ ชนกำแพงชนิดซ่อมทันควอลิฟายก็มี Nico Rosberg, Vitantonio Liuzzi ของ HRT-Cosworth, Vitaly Petrov, Jaime Alguersuari ของ STR รวมทั้ง Schumacher ก็เอากับเขาด้วย
ส่วนอุบัติเหตุที่ค่อนข้างร้ายแรง เกิดขึ้นกับนักขับชาวเม็กซิกัน Sergio Perez ของ Sauber ในควอลิฟายที่ 3 หลังจากที่ออกจากอุโมงค์ซึ่งเป็นโค้งขวายาว ล้อหน้าขวาของเขาไปกระแทกเข้ากับกำแพงอย่างรุนแรง รถไถลเป็นเส้นตรงผ่านโซนโหดโค้ง 10 ไปดื้อๆ จนเอาข้างซัดเข้ากับแบริเออร์นิ่งสนิท ชนิดที่ว่าความเร็วทั้งหมดกลายเป็นศูนย์ ทีมกู้ภัยต้องใช้เวลานานพอสมควร กว่าจะเอา Perez ออกมาจากรถได้ โชคดีที่เขาไม่เป็นอะไรมากนัก ไม่มีกระดูกส่วนใดหัก แต่ท้ายที่สุดก็ถูกสั่งไม่ให้ลงแข่งในวันรุ่งขึ้น Sauber จึงต้องใช้บริการของ Kamui Kobayashi โดดๆ ส่วนการสอบสวนกรณีอุบัติเหตุในครั้งนี้จะมีขึ้นในภายหลัง |
| |
 |
| |
| • Nico Rosberg |
| |
 |
| |
| • Sergio Perez อัดเข้ากับแบริเออร์ ด้วยความเร็วสูงหลังพ้นอุโมงค์ ภาพที่เห็นนี้คือ รถทั้งคันเสียหลัก สไลด์ผ่านโค้ง Chicane ในท่าที่เอาด้านข้างอัดเข้าไปอย่างเต็มที่ |
 |
| |
อย่างที่รู้กัน มอนติ-คาร์โล เซอร์กิต เป็นสนามที่สุดแคบ และแสนจะคดโค้ง หาจังหวะแซงกันลำบาก จุดที่ต้องระวังมีหลายจุด โดยเฉพาะช่วงออกจากอุโมงค์ ที่สภาพแสงเปลี่ยนอย่างฉับพลัน จากมืดมาเป็นสว่างจัดอยู่ชั่วขณะ ตามสถิติที่ผ่านมา ผู้ที่คว้าโพล โพซิชั่น ในสนามนี้ มักจะเป็นผู้ได้เปรียบเสมอ และสนามนี้เป็น Vettel อีกแล้ว ที่สามารถคว้าโพลฯ ได้ด้วยเวลา 1.13.556 นาที ตรงกับที่ประกาศไว้หลายวันก่อนว่าอยากจะกำชัยในโมนาโคสักครั้ง
อันดับสองตามมาด้วย Button 1.13.997 นาที อันดับสาม Mark Webber 1.14.019 อันดับสี่ Fernando Alonso (อีกแล้ว) อันดับห้า Michael Schumacher อันดับหก Felipe Massa ดังนั้นวันนี้ใครเป็นแฟน Red Bull โดยเฉพาะ Vettel ถือว่ามีลุ้น (Schumacher คว้าแชมป์โมนาโคมาแล้ว 5 ครั้ง, Alonso 2 ครั้ง, Webber 1 ครั้ง)
ส่วน Lewis Hamilton รูดลงไปอยู่ดับ 7 ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจากอุบัติเหตุของ Perez ทำให้เวลาในควอลิฟายที่ 3 เหลือน้อยเกินไป แถมวิบากกรรมของเขายังไม่หมดแค่นั้น เพราะ FIA สั่งลบเวลาที่ดีที่สุดในควอลิฟาย 3 ของเขา จากการขับตัดโค้ง Chicane ทำให้ถูกปรับอันดับสตาร์ทลงไปอยู่ในกริดที่ 9 |
| |
 |
| |
Circuit de Monaco เป็นสนามแบบ Street Circuit ชื่อดังที่เมืองมอนติคาโล ประเทศโมนาโก และเป็นหนึ่งในสนามที่มีความเป็นมายาวนานที่สุดแห่งหนึ่งในโลกมอเตอร์สปอร์ต สนามนี้วิ่งทั้งหมด 78 รอบ จุดที่แซงกันได้เต็มที่ หรือ Overtaking Zone อยู่ที่ช่วงทางตรงยาว 300 เมตรบริเวณจุดสตาร์ท-ฟินิช DRS ยังคงใช้งานได้ แต่ FIA ได้สั่งห้ามการใช้งาน DRS ในช่วงอุโมงค์ (ในภาพคือโค้ง 9 ซึ่งเป็นโค้งขวายาว) เพราะโดยปกติ เป็นจุดที่ใช้ความเร็วสูงกันอยู่แล้วด้วย
สถิติเวลาต่อรอบที่ดีที่สุดของโมนาโค เป็นของ Schumacher ในปี 2004 ด้วยเวลา 1.14.439 นาที ส่วนผู้ที่กำชัยในโมนาโคได้มากที่สุดคือจำนวน 6 ครั้ง ไม่ใช่ใครที่ไหน Ayrton Senna นั่นเอง
วันแข่ง 29 พฤษภาคม ไฮไลท์อยู่ที่การขับเคี่ยวของ Vettel, Button และ Alonso
ซึ่งสตาร์ทจากกริด 1, 2 และ 4... แน่นอน โค้ง 6 Grand Hotel แฮร์พินเจ้าปัญหา ยังคงมีคู่กรณีหลายคู่เกิดขึ้นในโค้งนี้ เริ่มที่ Paul di Resta ของ Force-India โดน Sebastien Buemi ของ STR เบียดจนปีกหน้าเสียหาย คู่ต่อมาเป็น Schumacher (ที่มักจะขับได้อย่างดุดันที่โมนาโคเสมอ)
ในจังหวะผ่านเพื่อนร่วมทีม Nico Rosberg แต่เมื่อดูรีเพลย์แล้วก็พบว่าไม่มีอะไร
หัวแถว Button, Vettel และ Alonso เข้าพิทใกล้เคียงกัน คือรอบที่ 15, 16 และ 17 ทว่าทีมงานของ Red Bull ใช้เวลามากเกินไป Button จึงชิงหวะนี้ไปได้ หลังจากผ่านไป 30 รอบ Massa, Hamilton และ Webber ยังเกาะกันอยู่ในกลุ่มกลาง จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์พลิกผัน เมื่อ Massa เบียดกับ Hamilton ที่แฮร์พินในรอบที่ 32 จนผ่านโค้ง 8 เข้าสู่อุโมงค์ Massa พยายามแซง Hamilton จากทางด้านซ้ายอย่างน่าตื่นเต้นจนหลุดไลน์ พลาดไปชนกำแพงในช่วงก่อนออกจากอุโมงค์ ซึ่ง Massa ไม่มีทางเลือก นอกจากรูดชิดขอบทางและจำต้องหยุดการแข่งขันไปในรอบนี้เอง ส่วนผู้ที่ออกจากการแข่งขันเป็นรายต่อมาคือ Schumacher ในรอบต่อมาเพราะปัญหาจาก Air Box
จุดเปลี่ยนอีกครั้งเกิดขึ้นในรอบที่ 67 เมื่อ Vitaly Petrov ซึ่งติดอยู่ระหว่างการเกี่ยวกันของ Hamilton และ Jaime Alguersuari ส่งผลให้เขาตรงไปกระแทกกับกำแพง หลังออกจากการชุลมุนที่โค้ง 14 ตรงบริเวณ Piscane (หรือที่เราคุ้นกันในชื่อ Swimming Pool) จนเซฟตี้คาร์ต้องออกมาเคลียร์แทร็ค Petrov ถูกนำตัวไปตรวจอาการทันที และต้องออกจากการแข่งขันในรอบนี้ จังหวะที่รอการรีสตาร์ทนี้เอง Vettel ซึ่งยิงยาวมาตั้งแต่การเข้าพิทแรกในรอบที่ 16 ถือว่าโชคช่วย ได้มีจังหวะเปลี่ยนยาง ส่วน Hamilton ก็ถือโอกาสซ่อมปีกหลังกันบนกริดสตาร์ท
หลังปล่อยตัวโดยห้ามใช้ DRS Alonso พยายามไล่ Vettel อย่างหนัก แต่ไม่สามารถขึ้นนำได้ จบการแข่งขัน Vettel เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 ด้วยเวลา 2.09.38.373 ชั่วโมง เฉือน Alonso ไป 1.1 วินาที Button ตามมาเป็นอันดับ 3 บวก 2.3 วินาที และ Webber ซึ่งแซง Kobayashi ในรอบท้ายๆ เข้ามาเป็นอันดับ 4 บวกเวลาไปเยอะถึง 23.1 วินาที
พูดถึง Sauber ซึ่งปล่อย Kobayashi ลุยเดี่ยว สนามนี้สามารถทำผลงานได้ดีเยี่ยมทีเดียว เกาะกลุ่มท๊อปไฟว์ได้ตลอด จากการสตาร์ทที่กริด 12
และเกือบจบการแข่งขันได้ในอันดับ 4 แต่ถูก Webber ชิงตำแหน่งไปใด้ใน 2 รอบสุดท้ายอย่างน่าเสียดาย บวกเวลาไป 26.9 วินาที ส่วน Hamilton ซึ่งเข้ามาเป็นอันดับ 6 บวกไป 27.2 วินาที... วันนี้ต้องบอกว่าขับได้โหดเหลือเกิน และมีคู่กรณีมากมาย ทั้ง Schumacher, Massa และ Alguersuari โดยเฉพาะเคสกับ Pastor Maldonado ของ Williams หลังรีสตาร์ท ซึ่งตอนที่ผู้เขียนส่งต้นฉบับ ยังไม่รู้ผลว่าจะมีบทลงโทษอะไรหรือเปล่า? (ไม่น่าจะรอด) |
| |
 |
| |
| • จังหวะที่น่าจะมีปัญหาระหว่าง Hamilton และ Pastor Maldonado ในช่วงรีสตาร์ท |
 |
| |
ชัยชนะของ Vettel ในวันนี้ สร้างรอยยิ้มให้หลายๆ คน ในหลายๆ ความหมาย ตัว Vettel เองยิ้มเพราะคว้าชัยโมนาโคสมัยแรกของตัวเองได้สมใจ คะแนนสะสมประเภทนักขับนำโด่ง 143 แต้ม ทิ้ง Hamilton ไปถึง 58 แต้ม Red Bull ก็ยิ้มเพราะคะแนนสะสมประเภททีมฉีกออกไปเป็น 222 แต้ม สร้างความเหนื่อยยากให้ McLaren เข้าไปอีก
ปิดท้ายด้วยรอยยิ้ม (อย่างมีชัย) ของ Pirelli ที่แชมป์อย่าง Vettel ยิงยาวโดยไม่เกรงใจคู่แข่ง อย่างน้อยก็ลบเสียงปรามาสในช่วงต้นฤดูกาลไปได้หน่อยนึงล่ะ
สนามหน้า Canadian GP ที่ Circuit Gilles-Villeneuve วันที่ 10 - 12 มิถุนายนครับ • |
| |
 |
| |
| ผลการแข่งขัน F1 2011 Monaco GP |
| |
| Pos |
No |
Driver |
Team |
Laps |
Time/Retired |
Grid |
Pts |
| 1 |
1 |
Sebastian Vettel |
RBR-Renault |
78 |
2:09:38.373 |
1 |
25 |
| 2 |
5 |
Fernando Alonso |
Ferrari |
78 |
+1.1 secs |
4 |
18 |
| 3 |
4 |
Jenson Button |
McLaren-Mercedes |
78 |
+2.3 secs |
2 |
15 |
| 4 |
2 |
Mark Webber |
RBR-Renault |
78 |
+23.1 secs |
3 |
12 |
| 5 |
16 |
Kamui Kobayashi |
Sauber-Ferrari |
78 |
+26.9 secs |
12 |
10 |
| 6 |
3 |
Lewis Hamilton |
McLaren-Mercedes |
78 |
+27.2 secs |
9 |
8 |
| 7 |
14 |
Adrian Sutil |
Force India-Mercedes |
77 |
+1 Lap |
14 |
6 |
| 8 |
9 |
Nick Heidfeld |
Renault |
77 |
+1 Lap |
15 |
4 |
| 9 |
11 |
Rubens Barrichello |
Williams-Cosworth |
77 |
+1 Lap |
11 |
2 |
| 10 |
18 |
Sebastien Buemi |
STR-Ferrari |
77 |
+1 Lap |
16 |
1 |
| 11 |
8 |
Nico Rosberg |
Mercedes |
76 |
+2 Lap |
7 |
- |
| 12 |
15 |
Paul di Resta |
Force India-Mercedes |
76 |
+2 Lap |
13 |
- |
| 13 |
21 |
Jarno Trulli |
Lotus-Renault |
76 |
+2 Lap |
18 |
- |
| 14 |
20 |
Heikki Kovalainen |
Lotus-Renault |
76 |
+2 Lap |
17 |
- |
| 15 |
25 |
Jerome d'Ambrosio |
Virgin-Cosworth |
75 |
+3 Lap |
21 |
- |
| 16 |
23 |
Vitantonio Liuzzi |
HRT-Cosworth |
75 |
+3 Lap |
23 |
- |
| 17 |
22 |
Narain Karthikeyan |
HRT-Cosworth |
74 |
+4 Lap |
22 |
- |
| 18 |
12 |
Pastor Maldonado |
Williams-Cosworth |
73 |
+5 Lap |
8 |
- |
| Ret |
10 |
Vitaly Petrov |
Renault |
67 |
Accident |
10 |
- |
| Ret |
19 |
Jaime Alguersuari |
STR-Ferrari |
66 |
Accident |
19 |
- |
| Ret |
6 |
Felipe Massa |
Ferrari |
32 |
Accident |
6 |
- |
| Ret |
7 |
Michael Schumacher |
Mercedes |
32 |
+46 Laps |
5 |
- |
| Ret |
24 |
Timo Glock |
Virgin-Cosworth |
30 |
+48 Laps |
20 |
- |
| DNS |
17 |
Sergio Perez |
Sauber-Ferrari |
- |
- |
- |
- |
|
| |
 |
| |
| คะแนนสะสมประเภทนักขับ |
| |
| Pos |
Driver |
Nationality |
Team |
Points |
| 1 |
Sebastian Vettel |
German |
RBR-Renault |
143 |
| 2 |
Lewis Hamilton |
British |
McLaren-Mercedes |
85 |
| 3 |
Mark Webber |
Australian |
RBR-Renault |
79 |
| 4 |
Jenson Button |
British |
McLaren-Mercedes |
76 |
| 5 |
Fernando Alonso |
Spanish |
Ferrari |
69 |
| 6 |
Nick Heidfeld |
German |
Renault |
29 |
| 7 |
Nico Rosberg |
German |
Mercedes |
26 |
| 8 |
Felipe Massa |
Brazilian |
Ferrari |
24 |
| 9 |
Vitaly Petrov |
Russian |
Renault |
21 |
| 10 |
Kamui Kobayashi |
Japanese |
Sauber-Ferrari |
19 |
| 11 |
Michael Schumacher |
German |
Mercedes |
14 |
| 12 |
Adrian Sutil |
German |
Force India-Mercedes |
8 |
| 13 |
Sebastien Buemi |
Swiss |
STR-Ferrari |
7 |
| 14 |
Rubens Barrichello |
Brazilian |
Williams-Cosworth |
2 |
| 15 |
Sergio Perez |
Mexican |
Sauber-Ferrari |
2 |
| 16 |
Paul di Resta |
British |
Force India-Mercedes |
2 |
| 17 |
Jaime Alguersuari |
Spanish |
STR-Ferrari |
0 |
| 18 |
Jarno Trulli |
Italian |
Lotus-Renault |
0 |
| 19 |
Heikki Kovalainen |
Finnish |
Lotus-Renault |
0 |
| 20 |
Jerome d'Ambrosio |
Belgian |
Virgin-Cosworth |
0 |
| 21 |
Pastor Maldonado |
Venezuelan |
Williams-Cosworth |
0 |
| 22 |
Timo Glock |
German |
Virgin-Cosworth |
0 |
| 23 |
Vitantonio Liuzzi |
Italian |
HRT-Cosworth |
0 |
| 24 |
Narain Karthikeyan |
Indian |
HRT-Cosworth |
0 |
|
| |
 |
| |
| คะแนนสะสมประเภททีมผู้ผลิต |
| |
| Pos |
Team |
Points |
| 1 |
RBR-Renault |
222 |
| 2 |
McLaren-Mercedes |
161 |
| 3 |
Ferrari |
93 |
| 4 |
Renault |
50 |
| 5 |
Mercedes |
40 |
| 6 |
Sauber-Ferrari |
21 |
| 7 |
Force India-Mercedes |
10 |
| 8 |
STR-Ferrari |
7 |
| 9 |
Williams-Cosworth |
2 |
| 10 |
Lotus-Renault |
0 |
| 11 |
Virgin-Cosworth |
0 |
| 12 |
HRT-Cosworth |
0 |
|
| |