 |
| |
| เรื่อง : ARIA 54 |
Tuesday, 22 March, 2011 1:39 AM |
|
 |
| |
|
| |
ปีที่แล้ว ปอร์เช่ สร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัวรถแข่งพลังไฮบริดน้ำหนักเบา คลาส GT - Porsche 911 GT3 R Hybrid ล่าสุด ปอร์เช่ ทำการเปิดตัวเวอร์ชั่น 2 ออกมาแล้ว โดยลดน้ำหนักลงไปอีก 20% เตรียมใช้ลุย Nurburgring 24 ชั่วโมง เดือนมิถุนายน 2011
911 GT3 R Hybrid เวอร์ชั่นแรก พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของ GT3 รุ่นปกติ แต่เปลี่ยนระบบขับเคลื่อนเป็นขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวขนาด 60 กิโลวัตต์ ไว้ที่บริเวณเพลาหน้า ผลิตกำลังรวมได้ประมาณ 160 แรงม้า (ตัวละ 80.4 แรงม้า) ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 6 สูบนอน 4,000 ซีซี 480 แรงม้า พร้อมอุปกรณ์สำคัญที่เป็นหัวใจหลัก คือ เทคโนโลยี Flywheel Accumulator ซึ่งติดตั้งอยู่ที่ตำแหน่งด้านข้างผู้ขับ ความเร็วในการหมุน 40,000 รอบต่อนาที ทำหน้าที่เก็บไฟฟ้า เพื่อส่งกำลังไปยังมอเตอร์ไฟฟ้าทั้ง 2 ตัว พร้อมชาร์จกระแสไฟกลับในตัวเมื่อมีการเบรก และสามารถเรียกใช้งานด้วยการกดปุ่ม
ตามข้อมูล 911 GT3 R Hybrid 2.0 หรือเวอร์ชั่น 2 พลังจากเครื่องยนต์บ๊อกเซอร์จะเหลือ 470 แรงม้า แต่มอเตอร์ไฟฟ้าจะเพิ่มพลังเป็น 75 กิโลวัตต์ ทั้ง 2 ตัวผลิตกำลังรวมได้ประมาณ 200 แรงม้า (ตัวละ 100.5 แรงม้า) ผู้เขียนคาดว่าน่าจะเป็นการยกเทคโนโลยี 'กลับ' มาจาก Porsche 918 RSR อีกที เพราะเสปคของมอเตอร์ไฟฟ้าเท่ากัน (เดิม 918 RSR หยิบยืมเทคโนโลยี Flywheel Accumulator จาก 911 GT3 R เวอร์ชั่นแรกมาปรับปรุง) |
| |
 |
| |
| • ซ้ายมือ Flywheel Accumulator ที่ติดตั้งอยู่ใน 911 GT3 R Hybrid เวอร์ชั่นแรก ขวามือคือเวอร์ชั่นปรับปรุงที่ติดตั้งใน 918 RSR ส่วนเวอร์ชั่นล่าสุดที่ ปอร์เช่ จับลงกล่องคาร์บอนไฟเบอร์ ยังไม่มีภาพชัดๆ ให้เห็นกัน เล็งจากแกลเลอรี่ข้างล่างไปก่อน |
 |
| |
ส่วนเจ้า Flywheel Accumulator จากที่เคยเปลือยเปล่าอยู่ข้างผู้ขับ ณ ตำแหน่งผู้โดยสาร ในเวอร์ชั่น 2 ปอร์เช่ ได้จับลงกล่องคาร์บอนไฟเบอร์แทน (ยังไม่มีภาพชัดๆ ในตอนนี้ โปรดรออัพเดทอีกครั้ง) การทำงานจะขึ้นอยู่กับการประมวลผลของโปรแกรม ซึ่งจะเรียกม้า 200 ตัวจากมอเตอร์ไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ ในขณะกดแป้นคันเร่ง ในขณะเดียวกัน ระบบเดิมแบบเวอร์ชั่นแรก คือ กดปุ่มเรียกใช้งานในชั่วระยะเวลาหนึ่งเมื่อถึงคราวจำเป็น เช่นในขณะเร่งแซง ก็ยังคงใช้งานได้เหมือนเดิม (ราว 6 - 8 วินาทีต่อครั้ง เมื่อชาร์จเต็ม) |
| |
 |
| |
| • Air intake ที่บริเวณโป่งล้อหลังในเวอร์ชั่นแรก ถูกตัดออกไป |
 |
| |
การลดน้ำหนักตัวลงจาก 1,350 เหลือ 1,300 กิโลกรัม เป็นผลมาจากการปรับปรุงระบบไฟฟ้าแรงสูงทั้งหมดให้ดีขึ้น ทำให้ช่องดักอากาศที่โป่งล้อหลังไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป นั่นทำให้แอโรไดนามิกของรถดีขึ้น แรงเสียดทานอากาศลดลง รวมทั้งใช้เชื้อเพลิงน้อยลงด้วย
การพัฒนาในส่วนนี้ ปอร์เช่ รวบรวมข้อมูลมาจากการแข่งหลายๆ รายการ อาทิ ALMS (American Le Mans Series) ที่แอตแลนต้า, ILMC (Intercontinental Le Mans Cup) ที่สนามซูไห่ รวมทั้ง Nurburgring 24 ชั่วโมง ในปีที่แล้ว ซึ่ง 911 GT3 R Hybrid สามารถขึ้นเป็นผู้นำได้ในชั่วโมงที่ 20 ก่อนจะเสียตำแหน่งให้ BMW M3 GTS ไปในชั่วโมงที่ 22
จากการวิ่งทดสอบสมรรถนะของเวอร์ชั่น 2 ในสนาม ปอร์เช่ เผยว่าการทำเวลาต่อรอบยังคงเท่าเดิม แต่อัตราสิ้นเปลืองนั้นดีกว่าเวอร์ชั่นแรก นั่นหมายถึงสามารถยืดระยะเวลาในการเข้าพิทออกไปได้อีก
ใครสนใจ รอติดตามผลงานของ 911 GT3 R Hybrid 2.0 ได้ในเดือนมิถุนายนนี้ครับ • |
| |