 |
| |
| ภาพ : volkswagen-motorsport |
Thursday, 20 January, 2011 0:24 AM
|
|
 |
| |
|
| |
ผ่านพ้นไปแล้ว สำหรับแรลลี่รายการหฤโหดอย่าง 2011 Dakar ที่จัดขึ้นในอเมริกาใต้ โดยวิ่งผ่านเมืองต่างๆ ใน อาร์เจนตินา และ ชิลี ปีนี้ โฟล์คสวาเกน คว้าแชมป์ Overall รวดเดียว 1 - 3 โดยอันดับ 1 Nasser Al-Attiyah นักขับสัญชาติการ์ตาร์ ทำเวลาได้ 45 ชั่วโมง 04 นาที 07 วินาที คว้าแชมป์ ดาร์การ์ ให้ตัวเองเป็นครั้งแรก ทั้งยังส่งผลให้ โฟล์คสวาเกน ได้ชัยในดาการ์ 3 ปีซ้อน
2011 ดาการ์ แข่งกันในวันที่ 1 - 16 มกราคมที่ผ่านมา ออกสตาร์ทและจบลงที่กรุง บัวโนส ไอเรส ระยะทางรวมทั้งหมดราว 9,500 กิโลเมตร แบ่งการแข่งขันออกเป็น 13 สเตจ มีรถเข้าร่วมการแข่งขันมากมาย แบ่งเป็นรถยนต์ 146 คัน, มอเตอร์ไซค์ 183 คัน, รถบรรทุก 68 คัน และ ควอด ไบค์ 33 คัน นับเป็นปีที่ 3 (2009-2011) ที่รายการนี้จัดขึ้นที่นี่ |
| |
 |
| |
| • (ขวา) Timo Gottschalk โค-ไดร์ฟเวอร์ และ Nasser Al-Attiyah |
 |
| |
สำหรับตัวเต็งอย่าง Carlos Sainz แชมป์ชาวสเปนปีที่แล้ว ทำผลได้ดีเยี่ยมใน 2 สเตจแรก แต่ถูก อัล-อัตติยาห์ ตีตื้นขึ้นมาได้ในสเตจที่ 3 จากนั้น แซงก์ ก็ยังไม่ถือว่าเพลี่ยงพล้ำ เพราะยังกำชัยได้ในสเตจ 4 และ 6 มีแต้มโอเวอร์ออลนำ จนมาเสียเวลาไปกว่าชั่วโมงในสเตจที่ 8 เพราะติดหล่มทราย
อัล-อัตติยาห์ สามารถกำชัยได้ในสเตจที่ 7 และ 8 ทำผลงานได้อย่างสม่ำเสมอจนจบการแข่งขัน แม้ว่า แซงก์ จะไล่ตามอย่างไม่ย่อท้อ แต่ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ไม่ว่าจะเป็นออกนอกเส้นทาง หรือรถเสีย ทำให้เวลารวมไม่สามารถตาม อัล-อัตติยาห์ ได้ทัน ทั้งยังถูก Giniel De Viliers ทำเวลาขึ้นมาเป็นอันดับ 2 อีกต่างหาก อันที่จริงช่วงสเตจที่ 10 สถานการณ์ของ แซงก์ ยังไม่ถือว่าเลวร้ายนัก เพราะยังตามหลังอยู่แค่ 12 นาที แม้จะจบสเตจ 10 เป็นอันดับ 5 จากปัญหาเรื่องรถก็ตาม กระทั่งสเตจที่ 11 แซงก์ จึงอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก ตามหลังผู้นำอยู่ถึงกว่า 1 ชั่วโมง |
| |
 |
| |
| • Carlos Sainz อดีตแชมป์ชาวสเปน |
 |
| |
อย่างไรเสีย การที่ แซงก์ จบสเตจ 13 ด้วยการเข้าเส้นชัยเป็นอับดับ 1 แม้จะไม่สามารถคว้าแชมป์โอเวอร์ออล หรืออันดับ 2 มาครองได้ แต่ก็สามารถเข้าเส้นชัยด้วยเวลารวมเป็นอันดับที่ 3 ตามหลัง อัล-อัตติยาห์ 1 ชั่วโมง 20 นาที 38 วินาที โดยจากชัยชนะในสเตจนี้ ทำให้ แซงก์ กลายเป็นนักแข่งที่ถูกบันทึกไว้ว่า คว้าแชมป์สเตจในรายการ ดาร์การ์ มากที่สุด ด้วยจำนวน 24 สเตจ มากกว่าสถิติที่ Stephane Peterhansel ทำไว้ 1 สเตจ |
| |
 |
| |
| • Giniel De Viliers คว้าโอเวอร์ออลอันดับ 2 |
 |
| |
อัล-อัตติยาห์ จบเสตจที่ 13 เป็นอันดับ 2 ตามหลัง แซงก์ 38 วินาที แต่เมื่อรวมเวลาแล้ว สามารถคว้าแชมป์ โอเวอร์ออล มาครองเป็นครั้งแรกได้ โดยทำเวลาดีกว่า จินีล เดอ วิลเลียร์ส 49 นาที 41 วินาที ส่งผลให้ โฟล์คสวาเกน สามารถบันทึกชื่อ Volkswagen Toureg ได้อย่างเต็มภาคภูมิ ด้วยการทำแฮททริค 2 ต่อ คืออันดับ 1-3 รวด และสำหรับทีม โฟล์คสวาเกน นี่เป็นชัยชนะรวด 3 ปีติดต่อกัน ส่วนอันดับ 4 และ 5 ปีนี้เป็นของ บีเอ็มดับเบิลยู จากทีม X-Raid ซึ่งขับโดย สเตฟาน ปีเตอร์อองเซล และ คริสตอฟ โฮลอฟซิช (Krzysztof Holowczyc)
หลังการแข่งขัน อัล-อัตติยาห์ ให้สัมภาษณ์ว่า ชัยชนะในรายการดาการ์มีความหมายมากสำหรับเขา ครอบครัว และบ้านเกิด รวมทั้งทีมด้วย หลายสิ่งหลายอย่างผ่านเข้ามาในหัวจนยากจะอธิบาย แต่มันก็ให้ความรู้สึกที่ดี โฟล์คสวาเกน แสดงให้เห็นแล้วว่าเป็นทีมที่แกร่งที่สุดในโลก ซึ่งชัยชนะครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3 ของทีม ตอนนี้ผู้คนคงรู้แล้วว่า การ์ตาร์ นั้นตั้งอยู่ตรงไหน |
| |
 |
| |
| • Volkswagen Race Touareg 3 |
 |
| |
ถือเป็นหนึ่งในพระเอกของรายการนี้ สำหรับ Volkswagen Race Touareg 3 มากับเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร TDI ทวินเทอร์โบ ผลิตกำลังออกมาได้ 296 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์ 5 จังหวะ ซีเควนเชียล คลัทช์เซรามิค พร้อมติดตั้งอุปกรณ์สุดฮิตสำหรับการแข่งแรลลี่ Limited Slip Differential อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 6.1 วินาที ความเร็วสูงสุด 188 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ล้อขนาด 16 นิ้ว จับคู่กับยางหน้าแคบ 235/85 ของ BF Goodrich |
| |
 |
| |
| • มาได้ถึงแค่อันดับ 9 โอเวอร์ออล ในเสตจที่ 6 สำหรับ All4 Racing |
 |
| |
ส่วน Mini Countryman All4 Racing ตัวแรง 315 แรงม้า ที่สร้างจากพื้นฐานของ Mini Countryman ซึ่งเป็น มินิ เพียง 1 เดียว ท่ามกลาง BMW X3CC จำนวน 6 คันของทีม Monster Energy / X-Raid ที่หลายคนจับตาในปีนี้ ไปไม่ถึงฝั่งฝัน เกิดประสบอุบัติเหตุต้องออกจาการแข่งขันไป หลังจากจบสเตจที่ 6 เนื่องจาก Guerlain Chicherit นักขับชาวฝรั่งเศส พาคันทรี่แมนไปคว่ำในระหว่างซ้อมจนรถเสียหายหนัก แต่โชคยังดีที่ตัวเขาไม่เป็นอะไรมาก บาดเจ็บที่ศีรษะเล็กน้อย
ต้นเดือนธันวาคมปีที่แล้ว มินิ พัฒนา Countryman ดาการ์เสปค ออกมาอย่างรวดเร็ว หลังจากปล่อยภาพร่างออกมา และเป็นหนึ่งในรถที่ฮือฮาสำหรับการแข่งขัน แรลลี่ ดาร์การ์ ปีนี้ มอเตอร์ทริเวีย ขอแสดงเสียใจกับแฟน มินิ ด้วยครับ เพราะแอบเชียร์อยู่ห่างๆ เหมือนกัน • |
 |
| |
| ผลการแข่งขัน 2011 Dakar Stage 13 |
|
|
| • ออฟโรด |
|
|
| 1. คาร์ลอส แซงส์ |
สเปน - โฟล์คสวาเกน |
เวลา 1 ชั่วโมง 46 นาที 08 วินาที |
| 2. นาสเซอร์ อัล-อัตติยาห์ |
กาตาร์ - โฟล์คสวาเกน |
ตามหลัง 38 วินาที |
| 3. คริสตอฟ โฮลอฟซิช |
โปแลนด์ - บีเอ็มดับเบิลยู |
ตามหลัง 1 นาที 25 วินาที |
| 4. จินีล เดอ วิลเลียร์ส |
แอฟริกาใต้ - โฟล์คสวาเกน |
ตามหลัง 1 นาที 58 วินาที |
| 5. มาร์ก มิลเลอร์ |
สหรัฐฯ - โฟล์คสวาเกน |
ตามหลัง 2 นาที 02 วินาที |
| |
| • มอเตอร์ไซค์ |
|
|
| 1. ฟรานส์ แฟร์โฮเฟน |
เนเธอร์แลนด์ - บีเอ็มดับเบิลยู |
เวลา 1 ชั่วโมง 25 นาที 07 วินาที |
| 2. เฮลเดอร์ โรดริเกส |
โปรตุเกส - ยามาฮ่า |
ตามหลัง 05 วินาที |
| 3. ฌอง อาเซเวโด |
บราซิล - เคทีเอ็ม |
ตามหลัง 19 วินาที |
| 4. ซีริล เดส์เปรส |
ฝรั่งเศส - เคทีเอ็ม |
ตามหลัง 44 วินาที |
| 5. มาร์ก โกมา |
สเปน - เคทีเอ็ม |
ตามหลัง 2 นาที 16 วินาที |
| |
| ผลเวลารวม OVERALL |
|
|
| • ออฟโรด |
|
|
| 1. นาสเซอร์ อัล-อัตติยาห์ |
กาตาร์ - โฟล์คสวาเกน |
เวลา 45 ชั่วโมง 04 นาที 07 วินาที |
| 2. จินีล เดอ วิลเลียร์ส |
แอฟริกาใต้ - โฟล์คสวาเกน |
ตามหลัง 49 นาที 41 วินาที |
| 3. คาร์ลอส แซงส์ |
สเปน - โฟล์คสวาเกน |
ตามหลัง 1 ชั่วโมง 20 นาที 38 วินาที |
| 4. สเตฟาน พีเตอร์แฮนเซล |
ฝรั่งเศส - บีเอ็มดับเบิลยู |
ตามหลัง 1 ชั่วโมง 43 นาที 48 วินาที |
| 5. คริสตอฟ โฮลอฟซิช |
โปแลนด์ - บีเอ็มดับเบิลยู |
ตามหลัง 4 ชั่วโมง 11 นาที 21 วินาที |
| |
| • มอเตอร์ไซค์ |
|
|
| 1. มาร์ก โกมา |
สเปน - เคทีเอ็ม |
เวลา 51 ชั่วโมง 25 นาที 00 วินาที |
| 2. ซีริล เดส์เปรส |
ฝรั่งเศส - เคทีเอ็ม |
ตามหลัง 15 นาที 04 วินาที |
| 3. เฮลเดอร์ โรดริเกส |
โปรตุเกส - ยามาฮ่า |
ตามหลัง 1 ชั่วโมง 40 นาที 20 วินาที |
| 4. ฟรานซิสโก โลเปซ คอนทาร์โด |
ชิลี - อพริเลีย |
ตามหลัง 2 ชั่วโมง 09 นาที 45 วินาที |
| 5. ฆวน เปเดรโร การ์เซีย |
สเปน - เคทีเอ็ม |
ตามหลัง 3 ชั่วโมง 07 นาที 03 วินาที |
|
| |