วันนี้ Motortrivia ลองพาเดินสำรวจความเป็นไปในแวดวง F1 ช่วงนี้ ว่ามีอะไรแปลกใหม่กันบ้าง
แน่นอนว่า เจนสัน บัตตัน ย้ายไปอยู่กับทีมแม็คลาเรนแล้ว นั่นคือข่าวใหญ่อย่างหนึ่ง ส่วนอีกข่าวที่ถือว่าใหญ่เอาเรื่องคือ คิมิ ไรก์โคเนน จะเลิกแข่ง F1 เพื่อลงแข่งขัน แรลลี่โลก หรือ WRC และมีความเป็นไปได้สูงถึง 99.99% เพราะในตอนนี้แหล่งข่าวของทีม ซีตรอง ซึ่งกำลังจะกลายเป็นต้นสังกัดใหม่ของไรก์โคเนนออกมาให้ข่าวว่า การเจรจาระหว่าง The Ice Man และทีมซีตรองอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายแล้ว และเชื่อว่าไรก์โคเนนจะกลายเป็นนักแข่งใหม่ของทีมซีตรองเพื่อลงแข่ง 13 สนามของแรลลี่ชิงแชมป์โลกปี 2010 คู่กับ เซบาสเตียน โล๊บ อย่างแน่นอน
โดยทางซีตรองจะต้องรีบสรุปเรื่องนี้ให้ชัดเจน เพราะถึงตอนนี้พวกเขามีเวลาอีกไม่ถึง 2 เดือนในการเตรียมตัวเพื่อลงแข่งสนามแรกของ WRC ซึ่งเปลี่ยนจาก มอนติคาร์โล แรลลี่ ในช่วงเดือนมกราคมมาเป็น สวีดิช แรลลี่ ในเดือนกุมภาพันธ์
นอกจากความเบื่อเป็นทุนเดิมแล้ว การหันมาสนใจกับการแข่งแรลลี่โลกของไรก์โคเนนมาจากแรงหนุนของ Red Bull ซึ่งเป็นสปอนเซอร์ส่วนตัวเขา และยังเป็นสปอนเซอร์ให้กับทีมแข่งแรลลี่โลกของซีตรองอีกด้วย
ต้องดูกันต่อไปว่าสุดท้ายแล้วข่าวนี้จะจบลงที่ไหน
แต่ที่จบลงแล้วแน่ๆ คือ อนาคตของ บีเอ็มดับเบิลยู ซึ่งหลังการประกาศเลิกแข่ง F1 เมื่อกลางปี 2009 ในตอนนี้ ปีเตอร์ ซอเบอร์ อดีตเจ้าของทีมซอเบอร์ ก็จัดการเทกระเป๋าซื้อทีมบีเอ็มดับเบิลยู หรือทีมซอเบอร์เก่าของเขากลับคืนมา เพื่อลงแข่งในปี 2010
ย้อนความกันสักนิดสำหรับคนที่ไม่ทราบแบ็คกราวน์ ในปี 2006 บีเอ็มดับเบิลยูได้ซื้อทีมซอเบอร์เข้ามา เพื่อใช้เป็นรากฐานในการสร้างทีมโรงงานของตัวเอง เหมือนกับที่ ฮอนด้า เทคโอเวอร์ B.A.R. และ เรโนลต์ เทคโอเวอร์ทีม เบเนตตอง และหลังจากที่บีเอ็มดับเบิลยูประกาศเลิกเข้าร่วมการแข่งขันในปี 2010 เมื่อกลางปีนี้ ทางซอเบอร์ก็พยายามติดต่อเพื่อขอซื้อกิจการกลับคืนมา แต่ดูเหมือนว่าทั้งคู่จะไม่สามารถตกลงกันได้ในเรื่องจำนวนเงินในการซื้อกิจการ
และตรงนี้ทำให้ซอเบอร์หมดสิทธิ์ (ชั่วคราว) ในการคัมแบ็คสู่สนามแข่ง เพราะไม่สามารถยื่นขอเข้าร่วมการแข่งขันในปี 2010 ได้ทัน และโดนทาง โลตัส ที่มีมาเลเซียเป็นนายทุนหนุนตัดหน้าชิงสิทธิ์ไป เพราะกฎของ FIA ระบุไว้ว่าจำนวนรถแข่งที่อยู่บน Starting Grid สูงสุดไม่เกิน 26 คันหรือจาก 13 ทีม
ต้องแก้กฎหรือไม่ก็ให้ทางทีมแข่งทั้งหลายรับรองการเข้าร่วม แต่ยังไม่ทันที่จะได้ทำอะไร ทาง โตโยต้า ก็ประกาศถอนตัวออกจากการแข่งขัน ในปี 2010 ก็เลยทำให้เกิดตำแหน่งว่างอีก 1 ที่ และซอเบอร์ก็เลยมีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขัน หากเขาสามารถเจรจากับทางบีเอ็มดับเบิลยูในเรื่องการเทคโอเวอร์ทีมได้สำเร็จ
และเขาก็ทำได้สำเร็จ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยถึงรายละเอียดของการเทคโอเวอร์ในครั้งนี้ จึงเป็นที่แน่นอนแล้วว่าในปี 2010 จะมีทีมลงแข่ง 13 ทีม และรถแข่ง 26 คันบน Starting Grid
ส่วนข่าวนี้อาจจะเก่าหน่อย แต่ทำให้ผู้เขียนมีเป้าหมายในการเชียร์ F1 ปี 2010 แล้ว เมื่อ นิโก้ รอสเบิร์ก ลูกชายของ กีกี้ รอสเบิร์ก ตกลงเซ็นสัญญาเข้าร่วมทีม เมอร์เซเดส GP หรืออดีตทีม บรอว์น จีพี อย่างเป็นทางการแล้ว โดยรอสเบิร์กประกาศตั้งแต่ปีที่แล้วว่า จะขอย้ายออกจากทีม วิลเลี่ยมส์ หลังจากจบการแข่งขันในปี 2009 และเขาเป็นหนึ่งในนักแข่งที่พัวพันอยู่กับการเข้าร่วมทีม แม็คลาเรน จนกระทั่งแม็คลาเรนคว้าตัว เจนสัน บัตตัน มาแทน เส้นทางในปี 2010 ของรอสเบิร์ก ก็เลยมาเมอร์เซเดส GP
แม้จะไม่เคยคว้าแชมป์ GP สักรายการ แต่รอสเบิร์กได้ชื่อว่าเป็นนักแข่งอนาคตไกล หรือ 'Young Guns' คนหนึ่งของวงการ F1 ยุคนี้ โดยเขาลงแข่งขัน F1 ครั้งแรกในปี 2006 ภายใต้สังกัดของทีมวิลเลี่ยมส์ ซึ่งในปีที่แล้วจบการแข่งขันโดยมีคะแนนสะสมอยู่ในอันดับที่ 7 ด้วยแต้ม 34.5 คะแนน
ขณะที่ทีม บรอว์น จีพี ในตอนนี้กลายเป็นอดีตไปแล้ว เพราะเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ทำการเทคโอเวอร์ทีมบรอว์น จีพีและเปลี่ยนมาใช้ชื่อ เมอร์เซเดส จีพี และเรียกว่าเป็นทีมโรงงานของค่ายดาว 3 แฉกอย่างเต็มตัว และรอสเบิร์กก็เป็นนักแข่งคนแรกของทีมนี้
หลังเป็นพันธมิตรอยู่กับแม็คลาเรนมานานร่วม 15 ปี ในที่สุดเมอร์เซเดสก็มีทีมแข่งของตัวเอง โดยการเข้าถือหุ้นครั้งนี้ ทางค่ายดาวแฉกถืออยู่ 75.1% แบ่งเป็น เดมเลอร์ เอจี บริษัทแม่ 45.1% และอีก 30 % เป็นของกลุ่มทุน Aabar Investment ส่วนที่เหลือเป็นของ รอสส์ บรอว์น พร้อมกับมีข่าวยืนยันค่อนข้างแน่นอนแล้วว่า เมอร์เซเดสจะลาจากแม็คลาเรน เพราะว่าหุ้นจำนวน 40% ที่เดมเลอร์ เอจีถืออยู่ในแม็คลาเรนจะถูกขายกลับคืนไปยัง แม็คลาเรน กรุ๊ป เป็นจำนวน 500 ล้านปอนด์ หรือ 27,500 ล้านบาท
เหตุผลของการลาจากกัน ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่แม็คลาเรนให้ความสนใจกับการเข้าสู่ตลาดรถสปอร์ต ด้วยการก่อตั้ง บริษัท แม็คลาเรน ออโต้โมทิฟ ขึ้นมาเพื่อขายสปอร์ตรุ่น MP4/12C ซึ่งเป็นเป้าหมายที่แตกต่างจากความตั้งใจเดิมที่ทั้ง 2 ฝ่ายเคยร่วมคุยกันว่า จะสร้างความยิ่งใหญ่ในแวดวงมอเตอร์สปอร์ต
อย่างไรก็ดี แม้จะแยกทางกัน แต่เมอร์เซเดสก็จะสนับสนุนเครื่องยนต์ให้กับแม็คลาเรนจนถึงปี 2015 ตามสัญญา
ส่วนคู่หูของเขายังเป็นที่ตกลงกันอยู่ว่าจะเป็นใคร ระหว่าง มิชาเอล ชูมัคเกอร์ หรือ นิก ไฮด์เฟลด์ แต่หวยน่าจะตกอยู่ที่ฝ่ายหลังมากกว่า แม้ฝ่ายแรกมีคนพยายามเชียร์ให้คัมแบ็ค หลังจากล้มเหลวในการเข้ามาเป็นมวยแทนของ เฟลิปเป้ แมสซ่า แต่ด้วยอายุและค่าตัว รวมถึงความสัมพันธ์ที่แนบแน่นเกินไปกับทาง เฟอร์รารี่ ทำให้เขาน่าจะโดนเมินจากเมอร์เซเดส GP... แม้ว่าทีมนี้กำลังจะสร้างลักษณะชาตินิยมด้วยการเป็นทีมเยอรมัน ที่มีนักแข่งเยอรมัน •