ถ้าตามธรรมเนียมแล้ว ก็ต้องข่าวร้ายก่อนที่จะมาเจอกับข่าวดี เรื่องของเรื่องคือ สำหรับบรรดาหนุ่มๆ ทั้งนักแข่งและแฟนๆ ที่เฝ้ารอการย้ายฝั่งของนักซิ่งสาวสวยหน้าใสอย่าง แดนิก้า แพทริก งานนี้ขอบอกว่า ‘อด’ แล้ว เพราะนักแข่งสาวชาวอเมริกัน ประกาศต่อสัญญากับทีม AGR หรือ Andretti Green Racing ไปแล้ว…เป็นอันว่า โครงการดึงสาวข้ามฝั่ง ก็มีอันพับฐานกันไป
เรื่องของเรื่องคือ ก่อนหน้านี้สาวอ็อตคนนี้มีข่าวหลุดออกว่าสนใจที่จะหันหลังให้กับการแข่งขันอินดี้คาร์ ในสหรัฐอเมริกา และโกอินเตอร์กับการแข่งขัน F1 โดยที่มีทางฮอนด้า (ยุคก่อนประกาศถอนตัว) เล็งเอาไว้ และถึงกับเคยมีข่าวว่า ส่งเทียบเชิญให้มาทดสอบรถแข่งในช่วงที่ F1 หยุดพัก
และว่ากันว่าอาจจะเป็นโปรเจ็กต์การแขวนเต้า…เอ๊ย แขวนหมวกกับการแข่งขันรายการนี้ไปเลยก็ได้ เพราะว่าอายุอานามของแพทริกก็ซัดเข้าไป 27 ปีแล้ว บวกกับอีก 3 ปีที่ต้องอยู่กับอินดี้คาร์ อายุของเธอก็เหยียบ 30 ปีแล้วคงยากที่จะหันมาปรับตัวกับการแข่งขันประเภทอื่นได้
การอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยผู้ชาย โดยที่เธอสามารถสร้างผลงานให้เป็นที่ยอมรับได้นั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ธรรมดาเลย เพราะลำพังแค่เป็นผู้หญิงก็มักจะโดนมองผ่านในโลกมอเตอร์สปอร์ต แถมยิ่งมีหน้าตาที่สวย ก็มักจะถูกค่อนขอดว่า กลายเป็นเด็กปั้นหรือถูกดันเพื่อให้ดัง เหมือนกับนักกีฬาที่มีหน้าตาดีในแวดวงกีฬาบางประเภท
แต่แพทริกก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า สิ่งที่เธอมีนั้น มีมากกว่าหน้าตา และการคว้าแชมป์รายการเจแปนีส 300 เมื่อปี 2008 ก็ถือว่าไม่ธรรมดาเลย ซึ่งรายการนี้นอกจากจะเป็นแชมป์อินดี้คาร์รายการแรกของแพทริกแล้ว ยังเป็นครั้งแรกของอินดี้คาร์ที่ผู้ชนะคือ ผู้หญิง ไม่ใช่ผู้ชาย
เธออยู่กับทีม Rahal จนถึงสิ้นสุดการแข่งขันปี 2006 จากนั้นจึงย้ายมาอยู่กับ AGR เพื่อแทนที่ไบรอัน เฮอร์ต้าที่ย้ายออกไป นับจากปี 2007 เป็นต้นมา โดยทำผลงานได้ดีที่สุดคือ การเข้าเส้นชัยอันดับที่ 3 ในรายการเท็กซัส ส่วนการแข่งขันอินดี้ 500 เธอสามารถขยับอันดับได้สูงสุดถึงที่ 2 ก่อนจะหล่นวูบลงไปเพราะเกิดเหตุฝนตก ทำให้จบการแข่งขันในอันดับที่ 8
ตรงนี้ยังเป็นข่าวที่ไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ เพราะข่าวระบุว่าจะมีการแถลงกันอย่างแน่นอนในวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งคาดว่าแชมป์โลก 2 สมัยชาวสเปนจะรับค่าเหนื่อยปีละ 25 ล้านยูโร หรือ 1,250 ล้านบาท ตลอดช่วง 5 ปีของการเซ็นสัญญาในครั้งนี้ ซึ่งจะทำให้อลองโซ่อยู่กับทีมไปจนถึงปี 2014 หรือจนกระทั่งถึงอายุ 33 ปี ซึ่งถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง คาดว่าอลองโซ่อาจจะอยู่โยงกับเฟอร์รารี่ยาวจนเลิกแข่งเหมือนกับมิชาเอล ชูมัคเกอร์
ส่วนการเข้ามาของอลองโซ่นั้น เชื่อว่าจะมาแทนที่ คิมิ ไรก์โคเนน ซึ่งแม้ว่าจะเหลือสัญญากับทีมเฟอร์รารี่อีก 1 ปี แต่ดูเหมือนว่า The Ice Man กำลังเริ่มเบื่อมะกะโรนีแล้ว และมีข่าวว่าจะยอมลดค่าตัวเพื่อเข้ามาแทนที่ รูเบนส์ บาร์ริคเคลโล่ ในทีมบรอว์น จีพีในปี 2010 หรือไม่ก็หันไปเอาดีกับการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตแบบอื่นๆ เช่น แรลลี่