เรื่องของเรื่องเกิดขึ้นมาจาก การล็อกผลการแข่งขันในระหว่างการแข่งขันสิงคโปร์ กรังด์ปรีซ์ เมื่อปี 2008 ซึ่งเป็นไนท์เรซ รายการแรกในประวัติศาสตร์ F1 โดยข่าวระบุว่าทางเรโนลต์ยื่นข้อเสนอให้กับทาง เนลสัน ปิเกต์ จูเนียร์ ให้ขับรถชนกำแพงในระหว่างการแข่งขัน เพื่อที่ว่าจะได้หยิบยื่นโอกาสให้ เฟอร์นันโด อลองโซ่ เพื่อนร่วมทีมสามารถคว้าแชมป์รายการนี้ได้สำเร็จ โดยอาศัยเรื่องของการเข้าพิต และการออกมาแล่นของเซฟตี้คาร์ และก็ทำได้จริงๆ เหมือนสั่งได้ แบบสมหวังทั้ง 2 เหตุการณ์
ทุกอย่างทำท่าว่าจะจบลงด้วยดีแบบไม่มีใครรู้ แต่น้ำดันมาลด และ ‘ตอ’ ผุดขึ้นมาก็เพราะเรโนลต์ไม่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ โดยในตอนนั้นผู้บริหารทีมแข่งบอกว่า จะต่อสัญญากับปิเกต์ จูเนียร์ออกไป แต่ก็ไม่ทำ แถมยังถีบหัวส่งออกจากทีมหลังจากการแข่งขันในปี 2009 เสร็จสิ้นการแข่งขันครึ่งแรกด้วยเหตุผลที่ว่าทำผลงานไม่ดี และแทนที่ด้วย โรแมน โกรชองส์
ตอนแรกก็นึกว่าเป็นการตอบโต้กันปกติตามอาการคนน้อยใจ เพราะว่าเบรียโตเร่ค่อนข้างชื่นชอบอลองโซ่มากกว่าใคร ก็เลยเอาใจเอาใจเป็นพิเศษ โดยนักแข่งมือสองในทีมอย่างเขาต้องอยู่อย่างลำบาก และโดนเฉดหัวออกจากทีมในที่สุด แต่กลายเป็นว่ายิ่งแฉเรื่องยิ่งมันส์ และสุดท้ายทางปิเกต์ จูเนียร์ก็เปิดปากออกมาถึงแผนชั่วของเบรียโตเร่และทีมเรโนลต์ จนเป็นที่มาของเหตุการณ์ในครั้งนี้
ทาง FIA ก็ร้อนอกร้อนใจเกี่ยวกับเรื่องและนัดไต่สวนทันที ซึ่งเรื่องดำเนินกันมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม ซึ่งทางปิเกต์ จูเนียร์บอกว่าเขาถูกบอกให้ทำเช่นนี้เพื่อเปิดโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมคว้าแชมป์ตามคำสั่งของเบรียโตเร่ และแพ็ต ซิมมอนส์ วิศวกรของทีม ซึ่งทาง FIA ก็นำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล และสั่งให้มีการสอบสวนทันทีผ่านทาง WSMC ก่อนที่จะมีการใช้เวลาเพียง 90 นาทีในการพิจารณาคดีที่เรียกว่า Crashgate นี้
WSMC สั่งแบนเรโนลต์ และ its people ซึ่งน่าจะหมายถึงทุกคนที่อยู่ในทีมจากการแข่งขันฟอร์มูลา วันไปจนถึงปี 2011 และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ในระหว่างการสอบสวนของ FIA พร้อมกับยอมรับข้อเสนอของทาง FIA ในการดำเนินงานช่วยเหลือการทำวิจัยเกี่ยว Safety Project ของ FIA ขณะที่เฟอร์นันโด อลองโซ่รอดตัว เพราะไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ เช่นเดียวกับปิเกต์ จูเนียร์ ซึ่งแม้ว่าจะมีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์นี้ แต่ทาง WSMC ยังให้โอกาสและยอมรับคำขอโทษจากเขา
ทางด้านเบรียโตเร่โดนแบนจากการแข่งขัน F1 และมอเตอร์สปอร์ตรายการอื่นๆ ที่จัดโดย FIA ไปแบบไม่มีกำหนด ซึ่งบางคนว่าอาจจะตลอดไปเลยก็ได้ โดยที่ซิมมอนส์ ผู้รู้เห็นอีกคนโดนแบนออกไป 5 ปี
จากคำประกาศของ WSMC ในครั้งนี้ ทำให้สโมสรฟุตบอล QPR หรือควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ของอังกฤษ ต้องยื่นคำร้องไปยังทาง FIA ให้มีการประกาศโทษของเบรียโตเร่ให้ชัดเจนหน่อยว่าเฉพาะมอเตอร์สปอร์ต หรือเกี่ยวข้องกับกีฬาทุกประเภท เพราะเบรียโตเร่เป็น 1 ใน 3 เจ้าของทีมนี้ (อีก 2 คนคือ เบอร์นีย์ แอคเคิลสโตน และลาร์คชมี่ มิตทัล) และในเมื่อโดนลงโทษทาง QPR ก็อยากจะรู้ว่า พวกเขาจะได้รับผลกระทบตามมาด้วยหรือเปล่า
ทางด้านเดมอน ฮิลล์ แชมป์โลก F1 ในปี 1996 ชาวอังกฤษ กล่าวให้ความเห็นถึงเรื่องนี้ว่า เป็นอีกเรื่องที่น่าอับอายมากสำหรับวงการรถสูตรหนึ่ง ซึ่งในปี 1994 เขาก็ได้รับผลกระทบจากเรื่องอื้อฉาวที่เกิดขึ้นกับทีมเบเนตตอง ที่มีเบรียโตเร่เป็นผู้ควบคุมทีม เมื่อเขาถูกมิชาเอล ชูมัคเกอร์ชนในระหว่างการแข่งขันสนามสุดท้ายที่ออสเตรเลีย ทำให้ต้องออกจากการแข่งขันทั้งคู่ และชูมัคเกอร์ก็คว้าแชมป์โลกครั้งแรกของตัวเองไปครอง ซึ่งว่ากันว่า การชนในครั้งนั้นเป็นการชนที่ตั้งใจอาจจะโดยชูมัคเกอร์เองหรือคำสั่งจากทีม เพื่อให้ออกจากการแข่งขันทั้งคู่ จะได้ไม่ต้องรอลุ้นผลถึงสิ้นสุดการแข่งขัน ซึ่งอะไรก็เกิดขึ้นได้ เนื่องจากชูมัคเกอร์มีคะแนนนำฮิลล์อยู่แล้ว 1 คะแนน
และในระหว่างการแข่งขันปีนี้เอง ทีมเบเนตตองก็ถูกมองว่าใช้กลโกงสารพัด ทั้งสนามแรกที่บราซิล ซึ่งเขาใช้เวลาในการเติมน้ำมัน เร็วกว่า ไอร์ตัน เซนน่า ของทีมวิลเลี่ยมส์ ซึ่งเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่บอกว่าผิดสังเหต จนสามารถขับรถปาดหน้าออกจากพิต และแซงเซนน่าตรงพิตเลน ตามมาด้วยการที่ชูมัคเกอร์โดนแบน 2 สนามเพราะไม่ยอมเข้ามาจอดในพิต 5 วินาที ตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่สนาม หลังจากที่เขาแซงเดมอน ฮิลล์ในรอบ Formation Lap ของรายการบริติช กรังด์ปรีซ์ ก็เลยโดนธงดำ หรือ Black Flag พร้อมกับโดนจับดิสควอลิฟาย