โอกาสเดินหน้าสู่ตำแหน่งแชมป์โลก แบบดับเบิลทั้งประเภททีมผู้ผลิตและนักแข่งของน้องใหม่อย่าง บรอว์น จีพี ใกล้เป็นความจริงแล้ว เมื่อ รูเบนส์ บาร์ริคเคลโล่ และ เจนสัน บัตตัน 2 นักแข่งของทีมโชว์ฟอร์มเทพ ซิ่งเข้าวินในอันดับ 1-2 ทำให้ต้นสังกัดของตัวเอง มีคะแนนสะสมทิ้งห่างคู่แข่งคือ เรดบูลส์ ซึ่งในสนามนี้กลับบ้านโดยมีเพียง 1 แต้มติดมือ ถึง 40.5 คะแนน ขณะที่การลุ้นแชมป์โลกประเภทนักแข่งกลายเป็นการไล่บี้ระหว่างบัตตันกับบาร์ริคเคลโล่ ซึ่งมีแต้มห่างกัน 14 แต้มเท่านั้น แต่การแข่งขันยังเหลืออีก 4 สนามเท่านั้น
งานนี้เรียกว่าเป็นการคว้าแชมป์แบบมีโชคนิดๆ เพราะว่า ลูอิส แฮมิลตัน ของทีมแม็คลาเรน ซึ่งคว้าตำแหน่งโพล โพซิชั่น และเป็นผู้นำในการแข่งขันเกิดโชคร้ายมาประสบอุบัติเหตุ รถหลุดออกจากสนามเอาในรอบที่ 52 หรืออีกเพียงรอบเดียวก็จะจบการแข่งขันแล้ว ทำให้บาร์ริคเคลโล่ และบัตตัน ซึ่งออกสตาร์ทในอันดับที่ 5 และ 6 รับส้มไปเลย
ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 ของบาร์ริคเคลโล่ในปีนี้ และเป็นแชมป์อิตาเลี่ยน กรังด์ปรีซ์ครั้งที่ 3 ในชีวิตการเป็นนักแข่งรถ F1 อาชีพ ซึ่งการคว้าชัยในสนามนี้ ทำให้เขามีคะแนนสะสมไล่บี้บัตตันขึ้นมา และแน่นอนว่า งานนี้ใครดีใครได้ เพราะหลังจากตกเป็นมือ 2 มาตลอดตั้งแต่ในยุคที่อยู่กับ มิชาเอล ชูมัคเกอร์ ในช่วงที่สังกัดทีมเฟอร์รารี่ และต้องคอยเป็นแบ็คอัพให้บัตตันมาตั้งแต่สมัยยังเป็นทีมฮอนด้า ดูเหมือนว่าทางบาร์ริคเคลโล่จะไม่ยอมเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังอีกต่อไป และแต้มที่ห่างเพียง 14 คะแนนกับอีก 4 สนามที่เหลือของปีนี้ อะไรก็เกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะในช่วงหลัง ที่ดูเหมือนว่าบัตตันจะไม่สามารถคลำหาคำว่าชัยชนะเจอเลย นับจากคว้าแชมป์กรังด์ปรีซ์รายการสุดท้ายที่ตุรกี
ทางด้านเฟอร์รารี่ แม้ว่าในสนามที่แล้ว คิมิ ไรก์โคเนน จะคว้าชัยในเบลเยี่ยมมาครองได้ แต่ในรายการนี้เข้าเส้นชัยในอันดับที่ 3 เท่ากับอันดับที่เขาออกสตาร์ท ส่วนตำแหน่งมือสองของทีมนั้นดูเหมือนว่าจะยังเป็นปัญหาอยู่ เพราะว่าตัวแทนที่มาใหม่อย่างจิอันคาร์โล ฟิซิเคลล่ายังปรับตัวให้เข้ากับรถไม่ได้ และทำผลงานในสนามนี้ได้ดีที่สุดแค่อันดับ 9 จากการออกสตาร์ทในอันดับที่ 14 ซึ่งก็ถือว่าไม่เลวร้ายมาก สำหรับการลงแข่งครั้งแรกในสังกัดใหม่ •
|