i want to believe
LT World Trivia RT
 
50
 
ข่าวดีและข่าว (ที่อาจจะ) ร้ายของ Felipe Massa
800
Last updateTuesday, 6 April, 2010 9:06 PM
 
00A-Felipe Massa
 
bullet aอาการที่ดีขึ้นตามลำดับ...การตอบสนองหลังการผ่าตัด จนกระทั่งสื่อสารได้บ้างแล้วของ ฟิลิปเป้ แมสซา ถือเป็นข่าวดีของแฟนๆ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับทีมเฟอร์รารี่ แต่ข่าวร้ายที่ตามมาคือ มีความเป็นไปได้สูง (ถึง-สูง-มาก) ว่า หลังจากนี้ เราอาจจะไม่ได้เห็นแมสซา ขับรถแข่ง F1

bullet aจากรายงานของแพทย์ที่โรงพยาบาล AEK (เมืองบูดาเปสต์ - ฮังการี) บอกว่า ตาซ้ายของแมสซา ซึ่งได้บาดเจ็บอย่างรุนแรงในจังหวะที่สปริงพุ่งสวนเข้ามานั้น อาจสร้างปัญหา และมีความเป็นไปได้ว่า อาจไม่สามารถใช้งานได้เหมือนกับปกติ

bullet aอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นในการควอลิฟายรายการ ฮังกาเรี่ยน กรังด์ปรีซ์ 2009 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา สปริงน้ำหนักประมาณ 800 กรัม (เกือบ 1 กิโลฯ) ซึ่งคาดว่าหลุดออกมาจากรถของ รูเบนส์ บาร์ริคเคลโล่ ได้พุ่งเข้าปะทะใบหน้าฝั่งซ้ายของเขาด้วยความเร็ว 273 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทำให้เขาเกือบสลบ และขับรถหลุดออกจากแทร็กชนอัดกำแพงยาง จนต้องถึงกับหามเข้าโรงพยาบาล (พร้อมกับผ่าตัดสมองเพราะว่ามีอาการกะโหลกร้าว)

bullet aนิกิ เลาดา บอกว่า แมสซารอดตายราวปาฏิหาริย์...โชคดีที่สปริงไม่ได้พุ่งเข้ามาตรงตำแหน่งกลางหมวกกันน็อค
 
01
 
• แมสซา ขณะถูกอุ้มออกจากรถแข่งของเขาหลังประสบอุบัติเหตุในระหว่างการควอลิฟายที่ฮังการี่
 
02B
 
02A
 
• สภาพรถแข่ง F60 ของเขาหลังชนเข้ากับกำแพงยาง
 
 

bullet aตอนแรกไม่มีใครคิดถึงเรื่องอาการบาดเจ็บที่ตา... การผ่าตัดสมองดูเป็นเรื่องที่น่ากังวลมากกว่า (รวมถึงผู้เขียนที่ตามข่าวด้วย) เพราะดูเหมือนว่า มันน่าจะเป็นจุดที่ทำให้แมสซาอยู่ในอาการโคมา แต่หลังจากที่การผ่าตัดผ่านไปด้วยดี และแมสซาพ้นขีดอันตราย จนสามารถตอบสนองได้ดีขึ้น...ฟื้น และพูดคุยได้แล้ว ปัญหาเรื่องสายตาและการมองเห็นกลับกลายเป็นปัญหาต่อเนื่องที่แมสซาจะต้องพบเจอ

bullet a“ผมคิดว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นปัญหาตามมาอย่างแน่นอน เพียงแต่ต้องรอการวินิจฉัยอย่างชัดเจนอีกครั้ง” โรเบิร์ต เวอเรส แพทย์ผ่าตัดที่รับผิดชอบ ในส่วนของประสาทสมองของแมสซากล่าว

bullet aนั่นเท่ากับว่า...นี่คือข่าวร้าย เพราะโอกาสที่แมสซาจะกลับมาโลดแล่นบนแทรค แทบจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย ส่วน ข่าวดี ที่มาพร้อมกัน พฤศจิกายนนี้ แมสซากำลังจะได้อุ้มลูกคนแรกของเขาที่กำลังจะลืมตาดูโลก

bullet aลูก้า ดิ มอนเตเซโมโล ประธานของเฟียต กรุ๊ป และเฟอร์รารี่กล่าวว่า เขาจะเป็นคนดูแลแมสซาเอง ส่วนผู้ที่จะลงแทนแมสซาในสนามต่อไป คาดว่าน่าจะเป็น ลูก้า บาดัวร์ หรือ มาร์ค เยเน่ (ทั้ง 2 คน เป็นนักขับทดสอบ)

bullet aหลังเหตุการณ์นี้ แวดวงมอเตอร์สปอร์ตเริ่ม (ทำท่าจะ) ตื่นตัวในด้านมาตรการป้องกันความปลอดภัยอีกครั้ง หลังจากที่ไม่เคยมีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นมากนัก นับจากการเสียชีวิตของ ไอร์ตัน เซนน่า ซึ่งเลาดาบอกว่า “เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่พร้อมจะเกิดขึ้นอยู่แล้ว...เพียงแต่จะเมื่อไหร่เท่านั้นเอง”
 
03
 
• (ซ้าย) สปริงน้ำหนัก 800 กรัมที่หลุดออกมาจากรถแข่งซึ่งพุ่งเข้าชนกับศีรษะของแมสซา (ขวา) นายแพทย์โรเบิร์ต เวอเรส แพทย์ผ่าตัดในส่วนของประสาทสมองของแมสซา
 
 

bullet a“นี่คือสัญญาณที่ทำให้ทุกคนตาสว่าง สมองมนุษย์เรานี่มันแย่จริงๆ ทำไมถึงชอบลืมเรื่องที่มีความสำคัญแบบนี้?” เลาด้ากล่าว

bullet aณ ตอนนี้ FIA ได้ตั้งทีมสอบสวน เพื่อตรวจสอบว่าหมวกกันน็อคที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน มีความปลอดภัยเพียงพอหรือไม่? (หมวกกันน็อคที่ใช้รู้จักกันในชื่อ 8860 Helmet) ซึ่งเจ้า 8860 Helmet นี้ ทาง FIA ร่วมกับสถาบัน FIA ใช้เวลาถึง 8 ปีในการพัฒนาขึ้นมา

bullet aแมสซา เริ่มต้นการเป็นนักแข่งรถ F1 กับทีมซอเบอร์ เริ่มลงแข่งในปี 2002 ก่อนที่จะหยุดพักไป 1 ปี (ทีมซอเบอร์ต้องการให้ ไฮน์ ฮาราลด์ เฟรนท์เซน ลงแข่งคู่กับนิก ไฮด์เฟลด์) ก่อนที่เขาจะกลับมาเป็นนักแข่งให้ทีมซอเบอร์อีกครั้งในปี 2004 และ 2005

bullet aปี 2006 แมสซา เข้าร่วมทีมเฟอร์รารี่แทน รูเบนส์ บาร์ริคเคลโล ที่หมดสัญญาและย้ายไปอยู่กับฮอนด้า โดยเขาเป็นคู่หูคนสุดท้ายของมิชาเอล ชูมัคเกอร์ ก่อนที่จะวางมือไปหลังจบการแข่งขันในปีนั้น โดยในสนามสุดท้ายของปีที่บราซิเลียน กรังด์ปรีซ์ เขากลายเป็นนักแข่งบราซิลคนแรกในรอบ 13 ปีที่สามารถคว้าแชมป์รายการนี้ (ไอร์ตัน เซนน่าเป็นคนสุดท้ายที่ทำได้ในปี 1993)
 
04
 
• ดูกันชัดๆ...สปริงเจ้าปัญหา
 
05
 

bullet aปี 2007- 2008 แมสซาใกล้ตำแหน่งแชมป์โลกมากที่สุด โดยเฉพาะในปีที่แล้ว ซึ่งต้องดวลกันจนถึงสนามสุดท้าย... หลังจากที่เขาขับผ่านเส้นชัยของรายการบราซิเลียน (พร้อมกับคว้าหูถ้วยแชมป์โลกเอาไว้ข้างหนึ่ง) แต่กลับเกิดเรื่องที่ทำให้เขาต้องผิดหวัง  เมื่อลูอิส แฮมิลตัน (อยู่ในอันดับที่  5 ก่อนที่เขาจะเข้าเส้นชัย) อาศัยความผิดพลาดของติโม่ กล็อก แซงขึ้นมาเป็นอันดับ 4 ใน ‘โค้งสุดท้ายของรอบสุดท้าย’ ทำให้แฮมิลตัน เข้าเส้นชัยในอันดับที่ 4 และมีคะแนนสะสมแซงหน้าแมสซ่าเพียงแต้มเดียวเท่านั้น คว้าแชมป์โลกประเภทนักแข่งในปีนั้นไปหน้าตาเฉย

bullet aหากวันนั้นแฮมิลตันไม่สามารถแซงกล็อกได้ และจบการแข่งขันในอันดับที่ 5 แชมป์โลกก็จะเป็นของแมสซาทันที…น่าเสียใจไหมล่ะครับ?
 
800
RELATED NEWS :
 
Motorsport Zone : การกลับมาของ McLaren และแชมป์ GP แรกของปี
800
50
 
LB
all
Watch this
RB