ถ้าเป็นปีที่แล้ว...ผู้เขียนคงบอกว่า เรื่องนี้ไม่น่าสนใจเท่าไหร่ เพราะแชมป์กรังด์ปรีซ์หากไม่ได้มาจากนักแข่งของ เฟอร์รารี่ ก็ต้อง แม็กลาเรน แต่ปีนี้คงต้องบอกว่า การได้แชมป์ของแม็กลาเรนในรายการ ฮังกาเรี่ยน กรังด์ปรีซ์ (เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 กค.) กลายเป็นเรื่องที่น่าสนใจขึ้นมาทันที เพราะนี่คือแชมป์กรังด์ปรีซ์รายการแรกของทีมนี้ และของ ลูอิส แฮมิลตัน แชมป์โลกประเภทนักแข่งในปีที่แล้ว
การแข่งขันที่ 'ฮังกาโรริง' น่าจะร้อนที่สุดในบรรดาสนามในยุโรปที่ผ่านมา (เยอรมัน กรังด์ปรีซ์ สนามที่ผ่านมาอากาศอยู่ที่ 25 องศาเซลเซียส) เพรุณหภูมิพุ่งพรวดไปหยุดที่ 45 องศาเซลเซียส (ตามรายงานของสื่อไม่ใช่อุณหภูมิบนผิวแทร็ก) สนามนี้แฮมิลตันออกสตาร์ทในอันดับที่ 4 โดยที่มีเฟอร์นันโด อลองโซของทีมเรโนลต์อยู่ในตำแหน่งหัวแถว (โพลโพซิชั่น) เป็นครั้งแรกในรอบ 22 เดือน ตามด้วย เซบาสเตียน เว็ตเทล และมาร์ค เว็บเบอร์ของทีมเรดบูลส์ คั่นในตำแหน่งที่ 2 และ 3 ทว่าในช่วงออกสตาร์ท เขาสามารถขยับขึ้นมาอยู่ที่ 3 ตามหลังเว็บเบอร์ โดยที่เว็ตเทลตกไปอยู่ที่ 5 ตามหลังคิมิ ไรก์โคเนนของทีมเฟอร์รารี่
หากแต่ท้ายที่สุดแล้ว อลองโซ่ กลับมีปัญหาต้องออกจากการแข่งขันไปในรอบที่ 15 เหตุเพราะทีมงานไขน็อตล้อไม่แน่น ทำให้เมื่ออกจากพิตไปได้ไม่นาน ล้อหน้าขวาของเขาหลุดออกมา และต้องขับกลับมาที่พิต ซึ่งในระหว่างทางทำให้รถเกิดความเสียหายจนต้องออกจากการแข่งขัน
คนต่อไปที่ต้องแจ๊กพอตออกจากสนาม คือ เว็ตเทล ในรอบที่ 29 การขับเคี่ยวก็เลยเป็นเรื่องของผู้ที่เหลืออยู่ในสนามทั้งแฮมิลตัน, เว็บเบอร์ และไรก์โคเนน ส่วนผู้มาแรงในต้นซีซั่นอย่างเจนสัน บัตตัน และรูเบนส์ บาร์ริคเคลโล่ของทีมบรอว์น จีพี กลับทำผลงานได้ไม่ค่อยดีนักในสนามนี้
สนามนี้ชัยชนะตกเป็นของแฮมิลตัน... ถือเป็น 'แชมป์แรกของเขาในปีนี้', 'แชมป์แรกสำหรับทีมแม็กลาเรน' ภายใต้การทำทีมของผู้ควบคุมทีมอย่าง มาร์ติน วิทมาร์ช (วิทมาร์ชรับตำแน่งนี้ต่อจากรอน เดนนิส) และ 'แชมป์แรกสำหรับรถแข่งที่ติดตั้งระบบ KERS'
ไรก์โคเนน (เข้าป้ายเป็นอันดับที่ 2) บอกว่า KERS มีส่วนช่วยมากในรายการนี้ โดยเฉพาะในช่วงโค้งแรกซึ่งไรก์โคเนนใช้ KERS ในการช่วยเร่งแซงเว็ตเทลขึ้นมา ถึงจังหวะนั้นจะมีการเกี่ยวกัน แต่หลังจากสอบสวนแล้ว พบว่าไรก์โคเนนไม่มีความผิดในกรณีนี้
มาถึงอาการของฟิลิปเป แมสซา (รายการนี้เฟอร์รารี่ส่งรถลงแข่งเพียงคันเดียว) ซึ่งต้องเข้ารับการผ่าตัดที่สมองหลังประสบอุบัติเหตุในระหว่างควอลิฟายเมื่อวันเสาร์ ณ เวลานี้ (จันทร์ 27 กค.) มีอาการดีขึ้น และการทำ CT Scan ได้ผลเป็นบวก แต่ยังต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์
แมสซาได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากถูกชิ้นส่วนซึ่งคาดว่าจะเป็นสปริงจากรถของ รูเบนส์ บาร์ริคเคลโล่ กระแทกเข้าที่หมวกกันน็อกจนถึงสลบ และรถพุ่งไปชนเข้ากับกำแพงยางในโค้งที่ 4 หลังจากนั้นมีการตรวจพบว่าแมสซากระโหลกร้าว และต้องได้รับการผ่าตัดทันที
อุบัติเหตุในลักษณะนี้ ถือว่าอันตรายมาก เพราะก่อนหน้ารายการนี้ไม่นานนัก เฮนรี่ เซอร์ตีส์ (ลูกชายของอดีตนักแข่ง F1 ชื่อดังจอห์น เซอร์ตีส์) ถึงกับเสียชีวิตในสนามแข่ง F2 เพราะล้อรถแข่งของเพื่อนร่วมสนามที่ประสบอุบัติเหตุ หลุดออกมาปะทะกับหมวกของเขา ทำให้เขาหมดสติ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
จากเหตุการณ์นี้ ทำให้กรณีของอลองโซ่กลายเป็นเรื่องใหญ่ทันที...FIA สั่งแบนทีมเรโนลต์ 1 สนาม (รายการยูโรเปียน กรังด์ปรีซ์ที่บาเลนเซีย) จาก ‘ความบกพร่องที่อาจทำให้เกิดอันตรายกับนักแข่งคนอื่นได้’ และทางทีมเรโนลต์กำลังยื่นอุทธรณ์อยู่ในตอนนี้ • |