คิมิ ไรก์โคเนน หรือ The Iceman เริ่มต้นสัมมาชีพการเป็นนักแข่ง F1 แบบค่อนข้างยุ่งยาก เหตุเพราะเขาเป็นนักแข่งดาวรุ่งที่ ปีเตอร์ ซอเบอร์ (อดีตเจ้าของทีมซอเบอร์) จับมาปั้น ซึ่งทางทีมต้องทำเรื่องขออนุญาตจากทาง FIA ในการขอใบอนุญาต Super Licence สำหรับให้เขาลงแข่ง F1 ได้ เนื่องจากก่อนหน้านี้ไรก์โคเนนลงแข่งรายการธรรมดาแค่ระดับ Junior Open Wheel เท่านั้น ซึ่งทาง FIA ก็ให้ผ่านโดยจะต้องมีการขับรถแข่ง F1 ให้ครบชั่วโมงและระยะทางตามที่กำหนด ท่ามกลางเสียงวิจารณ์อึงมี่จากบรรดานักแข่งทั้งหลาย
คิมิ ประเดิมสนามแรกในรายการออสเตรเลี่ยน กรังด์ปรีซ์ 2001 และตลอดทั้งซีซั่นก็ลงแข่งให้ทีมซอเบอร์ กระทั่งจบการแข่งขันโดยมี 9 คะแนน ซึ่งถือว่าสอบผ่านสำหรับนักแข่งที่ไม่เคยมีประสบการณ์แข่งขันใหญ่มาก่อน
ปีต่อมาเขาย้ายไปร่วมทีมแม็กลาเรน และได้ยืนบนโพเดียมเป็นครั้งแรกจากตำแหน่งที่ 3 ของรายการออสเตรเลี่ยน กรังด์ปรีซ์ 2002 จากนั้นคิมิจบการแข่งขันในปีนั้นด้วย 24 คะแนน บวกกับจบการแข่งขันโดยติดอยู่ใน 3 อันดับแรก 4 ครั้ง
คิมิ ไรก์โคเนนคว้าชัยกรังปรีซ์ครั้งแรกในปี 2003 จากรายการมาเลเซียน กรังด์ปรีซ์ และในระหว่างปี 2003-2004 (ช่วงนี้เขาเป็นนักแข่งให้กับทีมแม็กลาเรน) คิมิทำได้แค่ ‘เกือบเป็นแชมป์โลก’ จวบจนกระทั่งการก้าวเข้ามาของอลองโซ่ และลูอิส แฮมิลตัน ทำให้เขาตัดสินใจหันหลังจากแม็กลาเรนมาอยู่ในปีกของเฟอร์รารี่ ซึ่งขณะนั้นกำลังมองหาตัวแทนของมิชาเอล ชูมัคเกอร์ ที่ประกาศรีไทร์หลังจบการแข่งขันในปี 2006 ด้วยสัญญามูลค่ามหาศาล ประมาณ 51 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (1,785 ล้านบาท) ต่อปี
คิมิตอบแทนค่าจ้างจำนวนมหาศาลด้วยตำแหน่งแชมป์โลกประเภทนักแข่ง ให้เฟอร์รารี่ทันที หลังจากทำศึกกับแฮมิลตันของแม็กลาเรน จนกระทั่งถึงการแข่งขันในสนามสุดท้ายที่บราซิล แต่พอล่วงมาถึงปี 2008 คิมิกลับทำผลงานได้ไม่ดีนัก เลยกลายสภาพมาเป็นกองหนุนช่วยดันให้ฟิลิปเป แมสซาเดินหน้าเป็นแชมป์โลกแทน...แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ
ปี 2009 ยิ่งแล้ว...อันดับที่ดีสุดเท่าที่คิมิทำได้คือ ที่ 3 ในรายการโมนาโก กรังด์ปรีซ์ โดยครึ่งทางของการแข่งขันในปี 2009 เขามีคะแนนสะสมเพียง 10 คะแนนเท่านั้น ซึ่งแชมป์กรังด์ปรีซ์สนามสุดท้ายที่เขาทำได้คือ สแปนิช กรังด์ปรีซ์ 2008
ท้ายที่สุด...ข่าวนี้จะจบลงที่ตรงไหน ผู้เขียนเป็นอีกหนึ่งคนที่เฝ้ารอด้วยใจระทึก • |