i want to believe
LT World Trivia RT
 
50
 
จูบปากกันแล้ว แต่จะนานแค่ไหนล่ะ ?
800
Last updateTuesday, 6 April, 2010 9:00 PM
 
bullet aในที่สุด ‘ความตั้งใจ’ ของ 8 ทีมขบถจาก FOTA ที่ตั้งใจจะระเห็จตัวเองออกจากร่มเงาของ FIA เพื่อไปจัดตั้งลีกการแข่งขันความเร็วใหม่ ก็กลายเป็นแค่ ‘คำขู่’ ไปแล้ว เพราะหลังจากที่ FIA ยอมอ่อนข้อและเปิดโต๊ะเจรจากอีกรอบโดยที่มีเบอร์นีย์ แอคเคิลสโตน ผู้กุมสิทธิ์ของการแข่งขัน F1 เข้ามาเป็นยาใจ ดูเหมือนว่า อะไรหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และทำให้การแข่งขัน F1 ในปี 2010 จะยังมี 8 ทีมนี้อยู่เหมือนเดิม ไม่มีการแตกแยกออกไปเหมือนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
 
01-F1
ฌอง ทอดท์ อดีตผู้ควบคุมทีมของเฟอร์รารี่ ที่มีข่าวว่าจะสมัครชิงตำแหน่งประธาน FIA ในสมัยต่อไป
 
 

bullet aจะว่าไปแล้ว ตรงนี้ทาง 8 ทีมขบถได้เปรียบแบบเห็นชัดๆ อยู่แล้ว เพราะแต่ละทีมล้วนเป็นทีมแข่งชั้นนำของวงการไม่ว่าจะเป็นเฟอร์รารี่, แม็กลาเรน, เรดบูลส์, เรโนลต์, โตโยต้า, STR, บีเอ็มดับเบิลยู ซอเบอร์ หรือแม้แต่ทีมน้องใหม่ที่เก๋าเกมส์อย่างบรอว์น จีพี...อำนาจในการต่อรองก็เลยเหนือกว่า  แม้ว่าทาง FIA จะเปรียบเสมือน Governing Body ของการแข่งขัน F1 ก็ตาม

bullet aที่สำคัญในเมื่อทีมใหญ่เดินหน้าหนี ผลประโยชน์และรายได้ในด้านต่างๆ ที่มาจาก F1 ซึ่งมีมหาศาล ย่อมหายวับไปกับตาอย่างแน่นอน เพราะคงไม่มีใครอยากจ่ายเงินเพื่อเข้ามาดูทีมแข่งโนเนมประชันความเร็วกันหรอก นั่นรวมถึงค่าโฆษณา ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดและรายรับในด้านต่างๆ  แม้ว่าในปี 2010 จะมีทีมเก่าแก่อย่างวิลเลี่ยมส์เข้าร่วมการแข่งขันอย่างแน่นอนแล้วก็ตาม แต่ทีมน้องใหม่ที่เหลือนี่ แฟนที่ติดตามคงมีน้อยถึงน้อยมากอย่างแน่นอน ถึงแม้จะมีทีมจาก FOTA อย่างฟอร์ซ อินเดียหลุดเข้ามาร่วมอีกรายก็ตาม

bullet aจึงไม่น่าแปลกใจที่แอคเคิลสโตน ถึงต้องออกมาเทคแอคชั่นอย่างเป็นเรื่องเป็นราว เพราะรู้ดีถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้

bullet aและต้องบอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงกลางเดือนมิถุนายน ถือเป็นความรั้นอย่างชัดเจนของแม็ก มอสลีย์ ประธานของ FIA ที่ทำตัวเหมือนกับเผด็จการโดยที่ลืมอะไรไปบางอย่างว่า F1 ก็เป็นแค่การแข่งขันรายการหนึ่ง ถ้าการออกกฎมาแล้วไม่ถูกใจคนที่เข้าร่วมแข่งขัน พวกเขาก็สามารถเดินหนีออกไปได้...จะปลูกเรือนก็ต้องตามใจผู้อยู่ จะออกกฎก็ต้องเข้าใจคนแข่งด้วย
 
02
การเข้าพิตเพื่อเติมน้ำมันกำลังถูกพิจารณาว่าจะยกเลิกใช้สำหรับปี 2010 โดยทาง FOTA กับ FIA
 
 

bullet aในช่วงแรกที่เกิดเรื่องนี้ FIA ยังไม่เต้น เพราะว่าทีมที่ค้านกฎจำกัดเงินในการพัฒนารถแข่งมีแค่เรดบูลส์และโตโยต้าเท่านั้น แต่พอเฟอร์รารี่ และตามด้วยเรโนลต์กระโดดเข้ามาร่วมเท่านั้นแหล่ะ สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไป แถมหลังจากนั้นบรรดาทีมใหญ่ๆ เช่น แม็กลาเรน และบีเอ็มดับเบิลยู ซอเบอร์ต่างออกมารุมสับ FIA ถึงกฎนี้โดยใช้เวทีของ FOTA ซึ่งเป็นองค์กรที่เกิดจากการรวมตัวกันของทีมแข่ง F1 ดังนั้น พลังในการต่อรองก็เลยมีมาก

bullet aลองมีแค่ 2 ทีมอย่างเรดบูลส์กับโตโยต้าออกมาประท้วงสิ เชื่อเถอะว่า เรื่องคงจบเร็วกว่านี้ โดยผลลัพธ์คือ 2 ทีมคงต้องประกาศถอนตัวออกจากการแข่งขัน F1 ไป

bullet aแม้ทั้งหมดมีสัญญาผูกพันกับทาง FOM ผู้กุมสิทธิ์ทางการค้าของ F1 ที่บริหารโดยแอคเคิลสโตนในการจะต้องลงแข่งขันจนถึงปี 2012 แต่ดูเหมือนว่าสัญญานี้จะไม่มีประโยชน์แล้วในเมื่อ 8 ทีมขบถมองว่า การออกมาตั้งลีกแข่งขันกันเอง บริหารเอง และออกกฎเอง น่าจะหมายถึงรายได้มหาศาลที่กำลังรออยู่....แต่ปัญหาก็ติดอยู่ตรงที่ว่า แล้วใครจะเข้ามาจัดการในเรื่องนี้ เพราะแต่ละทีมก็มีความเชี่ยวชาญแค่การทำทีม ส่วนเรื่องการประชาสัมพันธ์ การจัดการด้านถ่ายทอดสด หรืออะไรก็แล้วแต่ ก็ต้องหาคนที่เข้ามาดำเนินการเหมือนกับที่ FIA มี FOM
 
03
การเข้ามาของเฟอร์รารี่และทีมใหญ่ในการแข็งข้อครั้งนี้ถือว่าทำให้ FOTA ได้เปรียบ FIA อย่างชัดเจน
 
 

bullet aถ้าทั้งหมดกล้าๆ ที่จะตัดสินใจ เชื่อเถอะว่า สุดท้ายแล้ว ลีกของพวกเขาสามารถแจ้งเกิดอย่างแน่นอน เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นกับวงการอินดี้คาร์มาก่อน ซึ่งสุดท้ายแล้ว ลีกใหญ่ก็ต้องประสบปัญหาขาดทุนสะสมจนต้องปิดตัวไป ปล่อยให้ลีกที่แยกตัวออกไปแจ้งเกิดและจัดการแข่งขันจนกระทั่งถึงปัจจุบัน เพราะมีทีมระดับชั้นแนวหน้าสนใจแยกตัวออกไปร่วมหัวจมท้ายกันตั้งแต่ต้น

bullet aอย่างไรก็ตาม หวังว่างานนี้คงจะไม่มีภาคต่อออกมาเป็นไตรภาคให้ติดตามกันอีก เพราะหลังการประชุมในวันที่ 24 มิถุนายนที่ปารีส ฝรั่งเศสระหว่าง FIA กับ FOTA ทาง FIA ยอมรับในข้อเสนอแล้ว และประกาศว่าการแข่งขันในปี 2010 จะใช้กฎเดียวกับของปี 2009 ซึ่งนั่นเท่ากับว่าไม่มีการกำหนดในเรื่องเพดานเงินพัฒนารถแข่งอีกแล้ว

bullet aเพราะหลังจากเกิดเรื่องนี้ดูเหมือนว่าจะทำให้อำนาจการต่อรองของ FOTA เพิ่มมากขึ้น และพวกเขากล้าที่จะกดดัน ในเรื่องการให้มอสลีส์ลงจากตำแหน่งประธานของ FIA เสียทีหลังจากที่ครองตำแหน่งนี้มานานถึง 5 สมัยรวมแล้วกว่า 16 ปีจนถูกมองว่ากลายเป็นมาเฟียกลายๆ ซึ่งในช่วงที่เกิดเรื่องอื้อฉาวทางด้านเซ็กซ์จนโดนไต่สวนเมื่อปีที่แล้ว มอสลีย์ก็เกือบหลุดจากเก้าอี้มาทีนึงแล้ว แต่ยังดีที่หลังจากการโหวตโดยสมาชิกของ FIA กลับรอดมาได้อย่างเฉียบฉิว

bullet aFOTA ต้องการให้ทาง FIA มองหาคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับทีมของพวกเขาเลยมาขึ้นนั่งแท่นประธาน FIA แต่มีความรู้ความสามารถด้านการบริหาร ซึ่งนั่นเท่ากับว่าข่าวลือที่ว่า FOTA ต้องการดันให้ฌอง ทอดท์ อดีตผู้ควบคุมทีมของเฟอร์รารี่ให้ขึ้นมาเป็นประธาน FIA แทนที่มอสลีย์ที่จะต้องลงจากตำแหน่งในเดือนตุลาคมนี้ตามวาระ ไม่เป็นความจริงอย่างแน่นอน

bullet aเพราะตำแหน่งประธาน จะต้องได้รับการคัดเลือกจากสมาชิกของ FIA จำนวน 122 สมาคมยานยนต์ของแต่ละประเทศ และทีมแข่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ถ้าทอดท์จะลงแข่งขันในการสมัครเป็นประธาน FIA ในครั้งนี้ ก็ไม่ถือว่าผิดกติกาแต่อย่างใด

bullet aนอกจากนั้นทาง FOTA ยังต้องการให้ FIA พิจารณาเรื่องการยกเลิกการเข้าพิตเพื่อเติมน้ำมันสำหรับการแข่งขันในปี 2010 โดยในหัวข้อนี้ทางแม็กลาเรนให้การสนับสนุน แต่เริ่มวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนารถแข่งที่สามารถใช้ถังน้ำมันขนาดใหญ่ และก็รวมถึงการผลักดันให้ F1 กลับเข้าไปแข่งขันในสหรัฐอเมริกาอีกครั้งหลังจากยกเลิกมาในปี 2007 เพราะถือเป็นตลาดใหญ่แห่งหนึ่งสำหรับแวดวงมอเตอร์สปอร์ต

bullet aแต่เรื่องนี้ก็คงต้องมีการพูดคุยและเจรจากันอีกครั้ง  และหวังว่าคราวนี้กฎตรงนี้คงจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาขึ้นมาอีกระลอกล่ะ
 
04
หลังยกเลิกการแข่งขันไปในปี 2007 F1 กำลังถูกผลักดันให้กลับมาสู่สหรัฐอเมริกาอีกครั้ง
 
 

รายชื่อทีมที่จะเข้าร่วมการแข่งขันในปี 2010

- Scuderia Ferrari Marlboro / Ferrari 
- Vodafone McLaren Mercedes /  Mercedes-Benz 
- BMW Sauber F1 Team / BMW
- Renault F1 Team / Renault
- Panasonic Toyota Racing / Toyota
- Scuderia Toro Rosso / TBA
- Red Bull Racing / TBA
- AT&T Williams / Toyota
- Force India F1 Team / Mercedes-Benz
- Brawn GP Formula One Team / TBA
- Campos Meta Team / Cosworth
- Manor Grand Prix / Cosworth
- Team US F1 / Cosworth
 
800
50
 
LB
all
Watch this
RB