i want to believe
LT World Trivia RT
 
50
00-F1
Last updateTuesday, 6 April, 2010 9:00 PM
800
 
bullet aในการประชุมเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ก่อนการประกาศรายชื่อทีมที่ร่วมลงแข่งในปี 2010 อย่างเป็นทางการ ดูเหมือนว่าทั้ง FIA และ FOTA ยังไม่สามารถหาข้อสรุปที่เป็นจุดประนีประนอมของทั้ง 2 ฝ่ายได้ และกลายเป็นระเบิดที่ถูกเก็บเอาไว้รอวันระเบิด

bullet aซึ่งมันก็ระเบิดออกมาจริงๆ แต่รวดเร็วเกินคาด เพราะว่าตลอดช่วงเวลา 1 สัปดาห์หลังจากวันที่ 12 มิถุนายน ทาง FOTA พยายามให้ FIA ยกเลิกแนวคิดของการควบคุมจำนวนเงินพัฒนารถแข่งและกฏแบบ Two-Tier  Championship (อ่านในล้อมกรอบ) แต่ FIA ไม่สนองตอบ แถมยังออกแถลงการณ์หาว่า FOTA เป็นตัวทำลายการแข่งขัน F1

bullet aและในเมื่อการยื่นข้อเสนอครั้งสุดท้ายในวันที่ 17 มิถุนายนไม่เป็นผล และทางแม็กซ์ มอสลีย์ ประธานของ FIA บอกว่าพร้อมที่จะเจราจา แต่สุดท้ายกลายเป็นว่าต่างฝ่ายต่างยืนกรานในจุดยืนของตัวเอง ผลก็คือ ในอีก 2 วันต่อมาทาง FOTA ประกาศไม่ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน FIA แม้ว่าจะมีสัญญากับทาง FOM ว่าจะเข้าร่วมการแข่งขันจนถึงปี 2012 ก็ตาม

bullet aFOTA ประกาศชัดเจนว่าจะแตกตัวออกมาตั้งลีกการแข่งขันของตัวเอง โดยที่วิลเลี่ยมส์และฟอร์ซ อินเดียเป็น 2 สมาชิกที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน F1 ในปี 2010 ของทาง FIA ต่อไป นั่นเท่ากับว่าในปี 2010 กับลีกใหม่ของ FOTA จะมีแต่ทีมชั้นนำซึ่งส่วนใหญ่เป็นทีมจากผู้ผลิตรถยนต์ เช่น เฟอร์รารี่, บีเอ็มดับเบิลยู, โตโยต้า, เรโนลต์, แม็กลาเรน (ซึ่งมีเมอร์เซเดส-เบนซ์ถือหุ้น) ร่วมกับอีก 3 ทีมอิสระ คือ บรอว์น จีพี, เรดบูลส์ และ STR ซึ่งเป็นทีมน้องของเรดบูลส์

 
002-F1
 

bullet aสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือ ทาง FIA เตรียมดำเนินการทางกฎหมายกับ FOTA เกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะนอกจาก FOTA จะมีสัญญากับทาง FOM แล้ว พวกเขายังเคยเซ็นสัญญารับรองเรื่องการจำกัดเพดานเงินในการพัฒนารถแข่งที่ทาง FIA ยื่นข้อเสนอให้รับทราบเมื่อเดือนมกราคม 2008 อีกด้วย

bullet aและสถานการณ์ในตอนนี้ดูเหมือนว่าทาง FIA ก็จะไม่ง้อทีมทั้ง 8 และมอสลีย์เองก็กล่าวว่า F1 ยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้แม้ว่าจะไม่มีทีมอย่างเฟอร์รารี่ หรือแม็กลาเรนร่วมการแข่งขัน ส่วนจอห์น โฮว์วิตต์ ประธานของทีมโตโยต้า และรองประธานของ FOTA กล่าวว่า ทางออกของทั้ง 2 ฝ่ายดูท่าจะไม่มีอย่างแน่นอน และทาง  FOTA กระตือรือล้นในการจัดตั้งลีกการแข่งขันของตัวเองมากกว่า

bullet aขณะที่ทางเบอร์นีย์ แอคเคลสโตน ผู้ทรงอิทธิพลในวงการ F1 และเป็นเจ้าของ FOM ซึ่งถือลิขสิทธิ์ทางการค้าของ F1 กล่าวว่า ตัวเขาตัดสินใจที่จะพยายามหาทางออกในการช่วยเหลือ F1 ให้รอดพ้นจากปัญหาความแตกแยกในครั้งนี้ เพราะเขาเองเชื่อว่า F1 ไม่น่าจะไปรอดหากไม่มีทีมชั้นนำอย่างเฟอร์รารี่และแม็กลาเรนร่วมการแข่งขัน

bullet aตรงนี้เป็นจริงอย่างแน่นอน เพราะแม้ว่าการแข่งขันจะยังจัดไปได้ แต่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทั้งรายได้จากการจัดการแข่งขัน การถ่ายทอดสด รวมถึงค่าลิขสิทธิ์ในด้านต่างๆ คงจะหายวับไปอย่างแน่นอนและตรงนี้ทางแอคเคิลสโตนน่าจะมองออกถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับ F1 ในปี 2010 ชัดเจนกว่ามอสลีย์อย่างแน่นอน

bullet aตรงนี้ชวนให้นึกถึงการแข่งขันอินดี้คาร์ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีการแตกออกมาเป็น 2 ลีก คือ Indy Car Series หรือ IRL-Indy Racing League และ Indy Car World Series ซึ่งใช้ชื่อว่า CART- Championship Auto Racing Teams ในปี 1977 ก่อนเปลี่ยนมาเป็น Champ Car ในปี 2004

bullet aและทั้งคู่กลายเป็น 2 ลีกคู่ขนานที่มีการแข่งขันคู่กันมาตั้งแต่ปี 1996 โดยมีต้นตอของปัญหาในลักษณะที่คล้ายกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นใน F1 ยุคปัจจุบัน  และสุดท้ายแล้วลีกที่อยู่มาก่อนอย่าง Champ Car ก็ต้องล้มละลายเมื่อฟอร์ด และบริดจสโตนถอนตัวออกจากการเป็นสปอนเซอร์หลัก และทำให้ต้องเลิกจัดการแข่งขันไปในปี 2008 โดยมีการโอนย้ายรวมการแข่งขันมาอยู่กับทาง IRL ในที่สุด

bullet aงานนี้ก็ไม่รู้ว่า FIA จะเป็นอย่าง Champ Car หรือเปล่า?

 
800
F-1 Gallery : Click to Enlarge
 
01-F1 02-F1 03-F1 04-F1 05-F1 06-F1
Image 01 Image 02 Image 03 Image 04 Image 05 Image 06
 

Image 01
F1 ปี 2010 กำลังจะถึงทางตันแล้ว เมื่อ 8 ทีมใหญ่ประกาศถอนตัวออกและตัดตั้งลีกการแข่งขันของตัวเอง

Image 02
ยังไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้ว FIA จะจัดการกับปัญหานี้อย่างไร ในเมื่อบรรดาสตาร์ที่คนทั่วโลกรู้จักอย่างลูอิส แฮมิลตันจะต้องหันไปแข่งในลีกอื่นตามต้นสังกัด

Image 03
เบอร์นี แอคเคิลสโตน (ซ้าย) เจ้าของ FOM และแม็กซ์ มอสลีย์ ประธานของ FIA ต้องหาทางออกให้ได้กับปัญหานี้

Image 04
การแตกแยกระหว่าง IRL กับ CART ในอินดี้คาร์ของสหรัฐอเมริกา คือ ตัวอย่างที่ดีของกรณีที่กำลังเกิดขึ้นในวงการ F1 ซึ่งสุดท้ายแล้ว การเดินจากไปของทีมดังๆ ทำให้ลีกหลักที่คิดว่าอยู่มานานกลับต้องล้มละลายและเลิกแข่งไปในที่สุด

Image 05-06
8 ทีมของ FOTA ประกาศชัดจะแยกตัวออกจากทาง FIA และจัดตั้งลีกการแข่งขันของตัวเองขึ้นมา

 
     
 

ย้อนรอยจุดเริ่มต้นของความร้าวฉาน

bul Cใครที่ไม่ได้ติดตามเรื่องราวกันมาตั้งแต่ต้น ทาง MotorTrivia จะสรุปคร่าวๆ ให้รับทราบว่า เรื่องของเรื่องมีจุดเริ่มต้นมาจากการประกาศเปลี่ยนแปลงกฎการแข่งขันในปี 2010 ซึ่งทาง FIA ผู้ควบคุมการแข่งขันประกาศออกมาเมื่อปลายเดือนมีนาคมก่อนหน้าการแข่งขันออสเตรเลียน กรังด์ปรีซ์ 2009

bul Cกฎที่ว่า คือ การให้ทีมแข่งเลือกว่าจะพัฒนารถแข่งของตัวเองภายใต้งบประมาณที่เสรีแต่ต้องอยู่ในข้อจำกัดที่เข้มงวดของ FIA หรือว่าจะยอมทำรถแข่งภายใต้เพดานเงินเดือน 30 ล้านปอนด์ หรือราวๆ 1,600 ล้านบาท แต่ได้รับสิทธิ์เสรีทางด้านเทคนิกเป็นการแลกเปลี่ยน เช่น สามารถใช้แพนอากาศที่สามารถปรับระดับได้, เครื่องยนต์ที่ไม่ถูกจำกัดรอบสูงสุดเอาไว้ที่ 19,000 รอบ/นาทีเหมือนกับรถแข่งในปัจจุบัน และสามารถทดสอบรถได้ตามใจชอบไม่ต้องติดช่วงเวลาที่ทาง FIA กำหนด โดยการแข่งแบบแบ่ง 2 สเปกของรถแข่งถูกเรียกว่า Two-Tier  Championship

bul Cในตอนแรกที่ประกาศออกมาหลายทีมก็ยังเฉยๆ เพราะคิดว่าคงจะต้องมีการปรับใหม่ แต่พอเข้าสู่วันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา ทาง FIA ก็ประกาศชัดเจนว่า การแข่งขันปี 2010 จะเป็นแบบ Two-Tier  Championship แน่นอน และทีมที่ยอมพัฒนารถแข่งภายใต้เพดานเงินเดือนก็จะมีการเพิ่มจำนวนมาเป็น 40 ล้านปอนด์ หรือ 200 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่หักค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าการตลาด, เงินเดือนนักแข่ง, เงินค่าปรับที่โดนทาง FIA ลงโทษ, ต้นทุนการพัฒนาเครื่องยนต์ และภาษี

bul CFIA เชื่อว่าการกำหนดเพดานเงินเดือนจะเป็นการช่วยทำให้ทีมเล็กๆ มีโอกาสเข้ามาร่วมการแข่งขัน F1 ได้ ซึ่งตรงนั้นก็เป็นจริง เพราะหลังการย้ำจุดยืนของ FIA ปรากฎว่าทีมเล็กๆ ที่ลงแข่งในคลาส F2000 หรือ F2 ต่างตีปีกขานรับนโยบายและแสดงความสนใจเข้าร่วมการแข่งขันกันเป็นแถว

bul Cแตกต่างจากทีมใหญ่ๆ ของ F1 ที่นำทัพโดยเฟอร์รารี่, เรโนลต์, เรดบูลส์ และโตโยต้า ซึ่งต่างก็ออกมาโวยวายกันพร้อมกับขู่ถอนทีมในปี 2010 เพราะการแข่งขันภายใต้เงื่อนไขแบบ Two-Tier Championship ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการแข่งขัน F1 และพวกเขาต้องการกฎการแข่งขันแบบเดิมสำหรับปี 2009 และไม่ต้องมีการควบคุมเพดานการพัฒนารถแข่ง

bul Cการประกาศถอนตัวของทีมดังๆ ทำให้ทาง FOTA หรือ Formula One Teams Association ในฐานะตัวแทนของทีมแข่ง F1 จำเป็นต้องเข้ามาเป็นตัวแทนของแต่ละทีมในการเจรจากับ FIA เพื่อหาข้อสรุปให้ได้ทันเส้นตายในวันที่ 29 พฤษภาคม 2009 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายในการยื่นความจำนงค์เข้าร่วมการแข่งขันในปี 2010

bul Cเรื่องทำท่าว่าจะไม่มีอะไร แต่สุดท้ายวิลเลี่ยมส์ หนึ่งในสมาชิก FOTA กลับแหกคอกออกมาประกาศจุดยืนของตัวเองว่าจะเข้าร่วมการแข่งขัน 2010 ไม่ว่ากฎการแข่งขันจะเป็นอย่างไร ผลคือวิลเลี่ยมส์ถูกทาง FOTA ขับออกจากการเป็นสมาชิก

bul Cก่อนที่ทาง FOTA จะประกาศตามหลังว่า ที่เหลืออีก 9 ทีมจะเข้าร่วมการแข่งขันในปี 2010 ตามสัญญาที่ทาง FOTA ทำเอาไว้กับ FOM-Formula One Management  ของเบอร์นี่ แอคเคิลสโตน ซึ่งถือสิทธิ์ทางการค้าของ F1 ในเรื่องการเซ็นสัญญาเข้าร่วมการแข่งขันจนถึงปี 2012

bul Cอย่างไรก็ตาม เมื่อถึงวันที่ 12 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันที่ทาง FIA ประกาศรายชื่อทีมที่จะเข้าร่วมการแข่งขันในปี 2010 นั้นทุกอย่างดูจะไม่มีปัญหาอะไร และนั่นทำให้ F1 ในปี 2010 มีทีมเข้าร่วมทั้งหมด 13 ทีมกับรถแข่ง 26 คันซึ่งถือว่ามากที่สุดนับจากรายการโมนาโค กรังด์ปรีซ์ในปี 1995

bul Cแต่หลังจากนั้นร่วม 1 สัปดาห์ ปรากฎว่าทาง FOTA กลับหักหลัง และประกาศว่าจะไม่เข้าร่วมการแข่งขัน F1 ในปี 2010 พร้อมกับถอนตัวออกจากการแข่งขันเพื่อไปตั้งลีกใหม่ของตัวเอง โดยที่มีอดีตสมาชิกเพียง 2 ทีมเท่านั้นที่จะลงแข่ง F1 ของ FIA นั่นคือ ฟอร์ซ อินเดีย และวิลเลี่ยมส์ บวกกับอีก 3 ทีมใหม่ คือ USF1, Manor และ Campos ซึ่งทั้ง 3 ทีมใหม่ใช้เครื่องยนต์ของคอสเวิร์ธ

bul Cและถือเป็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวาย...

 
     
 
800
50
 
LB
2010 all rights reserved
Watch this
RB