 |
| |
| เรื่อง - ภาพ : Stuvik Racing Project |
Saturday, 16 April, 2011 0:29 AM |
|
 |
| |
|
| |
หนุ่มน้อยนักซิ่งสัญชาติไทย วัย 15ปี เจ้าหนูแซนดี้ - Nicholas Stuvik ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก เดอะ พิซซา คอมปะนี, ดาคอน, สิงห์ คอร์เปอเรชั่น, ราชยานยนต์สมาคม และ การกีฬาแห่งประเทศไทย เปิดฉากการแข่งขันครั้งแรกในยุโรปด้วยการร่วมลงแข่งขัน 3 เรซแรกของ นอร์ธเทิร์น ยูโรเปี้ยน คัพ (Northern European Cup) หรือที่เรียกกันย่อๆ ว่า เอ็น อี ซี คัพ (NEC Cup) ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา (9 - 10 เมษายน) ที่ ฮอคเก้นไฮม เซอร์กิต (Hockenheim Circuit) ซึ่งทั้งทีม KEO ต้นสังกัด และตัว แซนดี้ เอง เล็งเห็นว่า จะเป็นอีกหนึ่งโอกาสอันดีที่ แซนดี้ จะได้อุ่นเครื่อง ก่อนที่จะเริ่มต้นฤดูกาลของ ฟอร์มูล่า เรโนลด์ ยูโร คัพ 2011 ซึ่งเป็นเป้าหมายจริงของเขาในปีนี้ โดยจะเริ่มขึ้นในสัปดาห์ถัดไป (วันที่ 16 - 17 เมษายน 2554)
การร่วมลงแข่งครั้งนี้ ทำให้ เจ้าหนูแซนดี้ ได้มีโอกาสสัมผัสสนาม ฮอคเก้นไฮม เซอร์กิต ซึ่งเป็นสนามเดียวกันกับที่ใช้แข่งฟอร์มูล่าวัน และยังได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ ทำความคุ้นเคยกับการจัดการแข่งขันในมาตราฐานระดับยุโรปอีกด้วย แม้จะไม่เคยฝึกซ้อมในสนามนี้มาก่อน แซนดี้ เองก็ได้มีการเตรียมความพร้อมเป็นอย่างดีในช่วงเวลาที่อยู่เมืองไทย โดยเรียนรู้ไลน์สนามนี้จากการขับซิมูเลเตอร์ และฟิตซ้อมร่างกายให้พร้อมที่สุดเท่าที่จะทำได้
เจ้าหนูแซนดี้ ได้เข้าร่วมการซ้อมครั้งที่ 1 ในวันศุกร์ช่วงเช้า ซึ่งถือเป็นช่วงที่เริ่มเรียนรู้สนาม และสามารถทำความเร็วได้ในลำดับที่ 24 จากจำนวนผู้เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 28 คัน ส่วนการซ้อมครั้งที่ 2 รถของ แซนดี้ ถูกกักไว้ในพิตเลน กว่าจะออกมาซ้อมได้ ก็เข้าไปสู่ช่วงครึ่งเวลาหลัง แต่ในช่วงแลปที่ 3 นั้นเอง เขาสามารถทำเวลาได้เป็นอันดับที่ 14 |
| |
 |
| |
| • Hockenheim Circuit ประเทศเยอรมัน : ภาพจาก motorsportcircuitguide.com |
 |
| |
ช่วงควอลิฟาย
NEC Cup มีช่วงควอลิฟายอยู่ 2 ช่วง คลอลิฟายที่ 1 สำหรับการออกสตาร์ทในเรซที่ 1 ควอลิฟายครั้งที่ 2 สำหรับเรซที่ 2 โดยผลของการแข่งในเรซที่ 1 จะเป็นตัวกำหนดจุดออกสตาร์ทของผู้แข่งขันในเรซที่ 3
ช่วงควอลิฟายที่ 1 แซนดี้ หมุนพวงมาลัยมากเกินไป และเป็นกังวลกับการพยายามทำเวลาให้เร็ว ส่งผลให้เขาช้ากว่าการซ้อมครั้งที่ 2 เสียอีก สุดท้ายก็ควอลิฟายได้อันดับที่ 17 ส่วนควอลิฟายช่วงที่ 2 มีการปรับเปลี่ยนการเซ็ทอัพเครื่อง ทำให้ แซนดี้ ควบคุมรถได้ดีขึ้น โดยในแล็ปที่ 3 แซนดี้ ทำเวลาเร็วที่สุดต่อรอบ ด้วยเวลา 1:39:550
แซนดี้ พยายามปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ แต่ช่วงเข้าโค้งที่ 8 เขาพลาดเล็กน้อยหลุดโค้งออกไปที่โซนก้อนกรวด ควอลิฟายได้อันดับที่ 13 ซึ่งก็ยังถือว่าทำเวลาได้ดีกว่าควอลิฟายครั้งแรก ซึ่งความคาดหวังของทีมต่อ แซนดี้ สำหรับการแข่งครั้งแรกในยุโรปนี้ ตั้งไว้เพียงแค่ ควอลิฟายในท็อป 15 และตั้งเป้าผลการแข่งอยู่ที่ครึ่งบนของตาราง จากผู้เข้าแข่งทั้งหมด 28 คนเท่านั้น
ทั้ง แซนดี้ และทีมรู้สึกพอใจกับผลการควอลิฟายที่ออกมา แต่ตัว แซนดี้ เองก็หวังอยู่ว่า เขาจะทำได้ดียิ่งขึ้นในช่วงแข่ง |
| |
 |
| |
Hockenheim Race 1
เริ่มเรซ 1 แซนดี้ ออกสตาร์ทได้ดีจากตำแหน่งที่ 17 ในกริดสตาร์ท เขาขึ้นแซงได้หนึ่งคันในแลปที่ 1 และรู้สึกว่ารถเซ็ทอัพได้ดี ทว่าในช่วงแลปที่ 2 จังหวะที่เขาพยามแซงรถอีกคันในโค้งที่ 6 หน้าอัฒจันทร์ของ เมอร์เซเดส ปรากฏว่ามีรถอีกคันเข้ามาประชิด และชนเข้าที่ปีกหน้ารถ แซนดี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ชิงจังหวะแซงกันอย่างดุเดือด เพื่อพยายามอยู่ในตำแหน่งที่น้อยที่สุด
แต่เนื่องจากเวลาแลปที่เหลือของการแข่งขันมีไม่มากนัก จึงไม่พอกับการเข้าพิตเพื่อเปลี่ยนปีกหน้ารถ แซนดี้ จึงต้องประคองขับรถที่ปีกหน้าเกือบพังชี้ขึ้น จนจบการแข่งขัน โดยที่ยังสามารถรักษาตำแหน่งที่ 16 ไว้ได้
Hockenheim Race 2
ในเรซที่ 2 แซนดี้ ออกสตาร์ทในลำดับที่ 13 โดยออกตัวได้ดีอีกครั้ง แซงรถ 2 คันข้างหน้าได้ในแลปที่ 1 จากนั้นจึงพยายามตีขึ้นไล่กลุ่มนำ จนถึงแลปที่ 3 รถเซฟตี้คาร์ออกมานำ และออกไปในแลปที่ 5 แซนดี้ สามารถขึ้นแซงได้อีกหนึ่งคัน
ในช่วงกลางของการแข่งขัน แซนดี้ มุ่งมั่นเร่งความเร็วไล่บี้ขึ้นมา ลดระยะห่างระหว่างรถของเขากับกลุ่มนำ ระหว่างนั้นเอง ผู้บรรยายในสนามแข่งชาวเยอรมัน ก็ตั้งฉายาให้เขาว่าว่า "Der Schenller Thailander" ซึ่งก็แปลเป็นไทยได้ว่า "นักขับไทยจอมฉับไว" กระทั่งเกือบสิ้นสุดการแข่งขัน ล้อรถก็เริ่มมีปัญหา แซนดี้ พยายามขับอย่างระวัง แต่ก็ยังรักษาที่ 9 ไว้ได้อยู่ ซึ่ง แซนดี้ และทีม ก็พอใจกับผลงานในครั้งนี้ และได้เรียนรู้ประสบการณ์หลายอย่างเพิ่มเติม |
| |
|
| |
| • Click to Enlarge |
 |
| |
Hockenheim Race 3
เรชที่ 3 แซนดี้ ออกสตาร์ทในลำดับที่ 16 (เนิ่องมาจากผลจากการแข่งในเรซแรกที่เขาได้ที่ 16) พร้อมด้วยรถที่ปีกหน้าหัก คราวนี้ แซนดี้ ออกตัวช้า ถูกแซงขึ้นไป 3 ตำแหน่งก่อนโค้งที่ 1 แต่ แซนดี้ ก็พยายามตีตื้นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และก่อนจบแลปแรก เขาสามารถทวงอันดับ 3 ตำแหน่งนั้นคืนได้สำเร็จ กลับมาอยู่ที่ 16 เหมือนเดิม
หลังจากนั้น แซนดี้ ยังสามารถแซงขึ้นมาได้อีก 2 ตำแหน่ง เป็นอันดับที่ 14 และยังขึ้นมาเป็นอันดับที่ 12 ในแลปถัดมาด้วย ซึ่งความมานะของ แซนดี้ ยังส่งผลให้เร่งทำเวลาได้เร็วเป็นอันดับ 8
แซนดี้ พยายามเร่งความเร็วอย่างหนัก กระทั่งมาพลาดในช่วงโค้ง 1 จนทำให้รถหมุน หลุดออกไปอยู่โค้งสนาม ซึ่งล้อของรถสองล้ออยู่บนพื้นกรวด เจ้าหน้าที่ต้องเข้ามายกรถของ แซนดี้ ออกไป และไม่ได้ให้กลับเข้าสู่สนาม แซนดี้ จึงต้องออกจากการแข่งขันไปอย่างน่าเสียดาย
ถือว่าได้ประสบการณ์ และความทรงจำอันมีค่าที่ ฮอคเก้นไฮม เขารู้สึกขอบคุณการดูแล และความช่วยเหลือของทีม KEO รวมไปถึงทีมช่างฝีมือดีของทีมเป็นอย่างมาก และตอนนี้ จิตใจของเขาก็เริ่มจดจ่อกับการแข่งสนามแรกใน ยูโร คัพ ที่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 16 - 17 เมษายนนี้เสียแล้ว...
ฟอร์มูล่า เรโนลท์ ยูโรคัพ (Eurocup Formula Renault 2.0) เป็นซีรีส์ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2534 (ปี 1991) ในยุโรป รวมบรรดาแชมป์ต่างๆจ ากทั่วโลกมาประชันฝีมือกัน ซึ่งผู้ชนะการแข่ง ยูโรคัพ 2011 นั้น จะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 500,000 ยูโร เพื่อใช้ในการแข่ง ฟอร์มูล่า เรโนลท์ V6 (Formula Renault 3.5) ในปี 2012 เป็นลำดับถัดไป
ตัวอย่างของผู้ที่ประสบความสำเร็จใน ยูโร คัพ แล้วก้าวขึ้นไปอยู่ในการแข่งขันระดับ ฟอร์มูล่า 1 ได้แก่ Pedro de la Rosa, Filipe Massa และ Kamui Kobayashi เป็นต้น
ติดตามเป็นกำลังใจให้ เจ้าหนูแซนดี้ ในศึกต่อไปด้วยกันครับ
ขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลการแข่งขันจาก Stuvik Racing Project • |