อุ่นเครื่องด้วยรุ่น EXECUTIVES Club การแข่งขันสนามนี้ ได้รับเกียรติจากทีมผู้บริหารระดับสูง ลงประลองทักษะการขับขี่ สัมผัสความมันของเกมการแข่งขันกีฬามอเตอร์สปอร์ต พิสูจน์สมรรถนะแบบสุดๆ ของ วีออส คอมแพ็คคาร์ยอดนิยมตลอดกาล เครื่องยนต์ 1500 ซีซี VVT-i 109 แรงม้า หลังการซ้อมภายใต้การแนะนำของนักแข่งชั้นนำ ในสังกัดทีมโตโยต้า อาทิ สุทธิพงษ์ สมิตชาติ, ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ, มานัต กุลปาลานนท์, นพดล ประกอบผล, สุธีรพันธ์ โสมะบุตร และ ศิรคุปต์ เมทะนี
ต่อด้วยการควอลิฟายด์จัดอันดับสตาร์ท และจบด้วยการขับจริง แข่งจริง แบบไร้ตัวช่วย แม้ไม่บู๊ ดุดัน อย่างนักแข่งตัวจริง แต่เป็นครั้งแรกที่ผู้ชมและทีมงานรอบสนาม ได้เห็นลีลาการขับของนักแข่งที่มีค่าตัวนอกสนามแพงลิบลิ่วทั้ง 5 ท่าน ตลอดการแข่งขัน 10 รอบโดย มร.ฮิโรอากิ อาวามูระ เป็นผู้ทำเวลาการแข่งขันดีที่สุด 0.52.543 นาที ในรอบที่ 7
พิธีเปิดการแข่งขัน เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในวันอาทิตย์ที่ 18 ต.ค. ภายใต้แสงแดด UV 100% ในเวลา 13.00 น. ให้สัญญาณเริ่มต้นการแข่งขันโดยพ่อเมืองพิษณุโลก คุณปรีชา เรืองจันทร์ พร้อมด้วย คุณวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส และ นาวาอากาศเอกทศวรรณ รัตนแก้วกาญจน์ ผู้บังคับการกองบิน 46 พิธีเปิดการแข่งขันเป็นไปอย่างเรียบง่าย รวดเร็ว เพื่อให้ทันใจผู้ชมรอบสนามที่รอชมความมันของเกมการแข่งขันที่กำลังจะเริ่ม ต้นขึ้นในชั่วไม่กี่อึดใจ
ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ได้กล่าวเปิดการแข่งขันมีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า “ต้องขอบคุณโตโยต้า ที่ให้ความสำคัญเลือก จ.พิษณุโลก เป็นสถานที่จัดการแข่งขันอีกครั้ง หลังจากที่เคยมาจัดครั้งแรกเมื่อปี 2549 ซึ่งนอกจากจะเป็นการส่งเสริม และพัฒนากีฬามอเตอร์สปอร์ตให้ก้าวหน้า และเป็นที่นิยมแล้ว ยังสอดคล้องกับนโยบายของจังหวัด ที่มุ่งพัฒนาให้เป็นเมืองที่มีความปลอดภัย และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเยาวชน ตลอดจนบุคคลทั่วไปที่สนใจในกีฬามอเตอร์สปอร์ต ได้มีความรู้ความเข้าใจอย่างถูกวิธี เกี่ยวกับการแข่งขันรถยนต์ที่ต้องคำนึง ถึงความปลอดภัย การมีน้ำใจเป็นนักกีฬา และเคารพกฏ กติกา ซึ่งสามารถนำไปใช้สำหรับการขับขี่บนท้องถนนในชีวิตประจำวันให้มีความปลอดภัย ยิ่งขึ้น”
เริ่มวินาทีความมันบนผิวแทรคร้อนระอุ ด้วยการแข่งขัน “วีออส วันเมคเรซ เลดี้คลับ” เจ้าหน้าที่สนามเคลียผิวแทร็ค บริเวณจุดสตาร์ทอย่างเร่งด่วน พร้อมกับป้ายสัญญาณ 5 นาทีเริ่มต้นการแข่งขัน รถแข่ง วีออส วันเมคเรซ ทั้ง 9 คัน เคลื่อนตัวตามรถเซฟตี้คาร์ 1 รอบสำหรับ Warm up lap หลังจากนั้นเป็นการสตาร์ทด้วยสัญญาณไฟ โดยรถแข่งหมายเลข 33 “อัฉราพรรณ พันธ์พาณิชย์” พุ่งออกนำเป็นคันแรกจากกริดสตาร์ท ในตำแหน่งโพล ตามมาด้วยหมายเลข 35 “พิมพรรณ หงษ์ปาน” และหมายเลข 38 “ทิพวรรณ ภู่ระยับ” ตำแหน่งการแข่งขันเปลี่ยนแปลงก่อนครบรอบแรกในโค้ง S ก่อนออกสู่ทางตรงเกิดการเบียดแซงแย่งตำแหน่งกัน ทำให้รถแข่งหมายเลข 29 ของ “กาญจนา ประกอบผล” จากตำแหน่งสตาร์ทอันดับ 4 หลุดขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งผู้นำ ตามมาด้วยรถแข่งหมายเลข 80 ของ “ใหม่ สุคนธวา เกิดนิมิตร” จากตำแหน่งสตาร์ทอันดับ 5 ตามมาเป็นอันดับ 2 และหมายเลข 55 “ทัตติยา ไชยเดช” ไล่ตามมาในอันดับที่ 3
เข้าสู่การแข่งขันรอบที่ 3 ผู้นำใน 2 อันดับแรกเริ่มยืดระยะนำห่าง เข้าสู่รอบที่ 4 “พิมพรรณ” เริ่มไล่ติดท้ายรถของ “ใหม่ สุคนธวา” และแซงขึ้นนำได้ในรอบถัดไป และไล่แซงขึ้นแซง “กาญจนา” ขึ้นเป็นจ่าฝูงได้ในการแข่งขันรอบที่ 6 และเริ่มยืดระยะนำห่างออกไป ตั้งแต่การแข่งขันรอบที่ 8 จนกระทั่งการแข่งขันรอบที่ 13 เริ่มน็อครอบรถช้าท้ายแถว ตำแหน่งการแข่งขันไม่เปลี่ยนแปลง จนกระทั่งกรรมการตีธงตราหมากรุกหลังสิ้นสุด การแข่งขัน 20 รอบ โดยแชมป์ประจำสนาม “พิมพรรณ หงษ์ปาน” เป็นผู้ทำเวลาการแข่งขันต่อรอบดีสุด 0.48.270 ในรอบที่ 8 ผลการแข่งขัน • อันดับ 1 พิมพรรณ หงษ์ปาน • อันดับ 2 กาญจนา ประกอบผล • อันดับ 3 สุคนธวา เกิดนิมิตร • อันดับ 4 ศุภักษร ไชยมงคล • อันดับ 5 ทัตติยา ฉัตรไชยเดช
บรรยากาศ คลายความร้อน กลุ่มเมฆฝนลดตัวลงต่ำ ฝูงรถแข่ง “วีออส วันเมคเรซ” สำหรับนักแข่งคลาสซี พาเหรดเข้าสู่กริดสตาร์ท เตรียมพร้อมประลองฝีมือ 20 รอบสนาม รถแข่งทั้ง 27 คันขับเคลื่อนด้วยพลัง 109 แรงม้าของเครื่องยนต์ระบบ VVT-i สมรรถนะสูงเช่นเดียวกับที่ใช้บนถนนทั่วไป ได้รับการปรับแต่งพื้นฐานตามกติกากำหนด การแข่งขันเริ่มต้นขึ้นด้วย การกระชากออกนำของรถแข่งหมายเลข 89 ของ “ศักดิ์ชัย เยี่ยมวัฒนา” ตามมาด้วยหมายเลข 72 “ปาลีรัฐ ปานบุญห้อม” และหมายเลข 26 “ธนากร บุตราวงษ์” เป็นผู้นำใน 3 อันดับแรก ผ่านโค้งสุดทางตรงตำแหน่งผุ้นำไม่เปลี่ยนแปลง แต่อันดับที่ 2 ตกเป็นของหมายเลข 26 ส่วนอันดับที่ 3 เป็นของหมายเลข 35 “เพียว หงษ์ปาน” ที่เบียดแซงขึ้นมาจากตำแหน่งสตาร์ทอันดับ 5
เข้าสู่การแข่งขันรอบที่ 6 ผู้นำ 3 อันดับแรกเริ่มนำห่าง จนกระทั่งรอบที่ 8 จ่าฝูงทิ้งระยะให้อันดับที่ 2 และ 3 ช่วงชิงตำแหน่งกัน ตำแหน่งการแข่งขันไม่เปลี่ยนแปลงจนกระทั่งจบการแข่งขัน 20 รอบ อย่างสุดเร้าใจ ด้วยความสูสีของรถแข่ง และฝีมือนักแข่งชนิดที่ผู้ชมนั่งไม่ติด นับเป็นไฮไลท์ประจำวันที่ผู้ชมให้ความสนใจร่วมเชียร์มากที่สุด ผู้ทำเวลาต่อรอบดีสุด ได้แก่ รถแข่งหมายเลข 72 “ปาลีรัฐ ปานบุญห้อม” 0.47.878 แต่พลาดท่าเสียหลักตั้งแต่ออกจากโค้งในการแข่งขันรอบแรก ทำให้จบการแข่งขันในอันดับที่ 4 ผลการแข่งขัน • อันดับ 1 ศักดิ์ชัย เยี่ยมวัฒนา • อันดับ 2 ธนากร บุตรตะวงศ์ • อันดับ 3 เพียว หงษ์ปาน • อันดับ 4 ปาลีรัฐ ปานบุญห้อม • อันดับ 5 พีรพงศ์ เตชะเทพประวิทย์