ดริฟท์ เป็นกีฬามอเตอร์สปอร์ตที่ต้องอาศัยทักษะของผู้ขับรถ และเครื่องยนต์ที่ทรงพลัง โดยที่ผู้ขับขี่จะต้องบังคับรถยนต์ที่มีพลังมากถึง 200-600 แรงม้าให้ได้เมื่อรถไถลไปด้านข้างด้วยความเร็วสูง บนสนามแข่งที่กำหนด ดริฟท์ก็คล้ายกับการแข่งแรลลี่ แต่เป็นการแข่งในสนามปิด และตัดสินกันด้วยความสามารถในการบังคับรถ ให้ไถลไปด้านข้าง ในมุมและความเร็วที่ต้องการ และสไตล์ของการดริฟท์ แทนที่จะเป็นการวัดความเร็ว อย่างในการแข่งขันแรลลี่ทั่วไป การดริฟท์จึงเป็นการรวมสุดยอดของความตื่นเต้น ที่เราจะได้รับในการแข่งรถเข้ากับการแข่งขันชนิดมันส์ไม่หยุด
ปัจจุบันนี้ การแข่งขันฟอร์มูล่าดริฟท์ ที่จัดขึ้นในสหรัฐอเมริกา เพิ่มดีกรีความตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น โดยเป็นการแข่งดริฟท์เพียงรายการเดียว ที่ให้นักแข่งรอบสุดท้ายลงแข่งในสนามครั้งละ 2 คน แต่ละคนบังคับรถให้ไถลไปด้านข้างห่างกันเพียงไม่กี่นิ้ว นักแข่งมือโปร จะบังคับรถให้สไลด์โค้งอย่างมีชั้นเชิงตามจุดที่กำหนด ขณะที่เสียงเครื่องยนต์อันทรงพลังดังกระหึ่มสนาม ดอกยางที่บดขยี้ถนนจนควันโขมง นักแข่งจะควบคุมกำลังของเครื่องยนต์ เข้าเกียร์ แล้วแตะเบรกเบาๆ พร้อมกับหักพวงมาลัยในองศาที่พอเหมาะจากซ้ายไปขวา จากโค้งสู่โค้งด้วยความแม่นยำ นักแข่งต้องควบคุมรถให้แม่นยำเมื่อบังคับยางให้สูญเสียการยึดเกาะถนน
ดริฟท์เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นเมื่อกว่า 10 ปีก่อน และในปัจจุบันมอเตอร์สปอร์ตประเภทนี้ ก็ได้กลายมาเป็นกีฬาที่ได้รับการยอมรับ และเป็นที่นิยมมากในญี่ปุ่น ส่วนนักแข่งก็กลายเป็นคนดังของประเทศ นอกจากนี้ การดริฟพ์ยังได้มีพัฒนาการมาเป็นการแข่งขันอย่างเป็นระบบ เช่น การแข่ง ดีวันกรังปรีซ์ (D1 Grand Prix) ซึ่งนักแข่งระดับหัวกะทิของญี่ปุ่น จะต้องต่อกรกันในการแข่งขันต่อเนื่อง เพื่อหาสุดยอดแชมป์นักดริฟท์ ส่วนนักดริฟท์มือสมัครเล่นก็มีเวทีแข่งขันกันในยุโรป ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา
การแข่งดริฟท์ในสหรัฐอเมริกา เป็นการแข่งขันเฉพาะกลุ่มในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ก่อนจะเริ่มมีการแข่งแบบมือโปร อย่างเป็นจริงเป็นจังในสหรัฐเมื่อเร็วๆ นี้เอง โดยในช่วงฤดูใบไม้ผลิเมื่อปี 2546 บริษัท สลิปสตรีม โกลบอล มาร์เก็ตติ้ง (Slipstream Global Marketing) ในแคลิฟอร์เนียได้นำนักแข่งมืออาชีพจากญี่ปุ่น มาแข่งสาธิตให้ผู้ชมจำนวนมากได้ชมกันที่งาน เออร์วินเดล สปีดเวย์ (Irwindale Speedway) ทางตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย
ในเวลาเพียง 6 เดือน หลังจากการแข่งสาธิตซึ่งดังเป็นพลุแตกไปแล้วนั้น บริษัท สลิปสตรีม โกลบอล มาร์เก็ตติ้ง ได้จัดการแข่งขัน ดีวัน กรังปรีซ์ ออลสตาร์ อินวิเทชั่นแนล (D1 Grand Prix All Star Invitational) ขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งนับเป็นครั้งแรก ที่มีการแข่งขันดริฟท์นอกประเทศญี่ปุ่น ความสำเร็จของการแข่งขันดังกล่าว ทำให้สื่อระดับชาติ ต่างก็หันมาให้ความสนใจกีฬานี้กันอย่างแพร่หลาย ช่วยสร้างกระแสความต้องการที่จะจัดการแข่งขันในทวีปอเมริกาเหนือขึ้น บริษัท สลิปสตรีม จึงได้จัดแข่งขัน ฟอร์มูล่า ดริฟท์ 2003 ขึ้นเพื่อสนองความต้องการของเหล่าสาวกรถแข่งทั่วอเมริกา
นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ตของไทย ที่ประเทศไทยจะจัดการแข่งขันดริฟท์ระดับโลกขึ้น “ฟอร์มูล่าดริฟท์ไทยแลนด์” จะจัดขึ้นระหว่าง 6-8 พฤศจิกายน 2552 ที่สนาม “วันเดอร์เวิลด์พาร์ค” สนามแข่งระดับอินเตอร์แห่งแรกของประเทศ ที่มีสาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นอัฒจันทร์ที่นั่งในร่ม รองรับผู้ชมได้ถึง 3,000 คน รวมทั้งพื้นที่กว้างขวางที่รองรับผู้ชมได้อีกหลายพันคน ตลอดจนระบบความปลอดภัยระดับโลก และสิ่งอำนวยความสะดวกที่สร้างขึ้นตามมาตรฐานฟอร์มู-ล่าดริฟท์อินเตอร์เนชั่นแนล
ฟอร์มูล่าดริฟท์ไทยแลนด์ครั้งนี้ จะใช้กฎกติกา และการจัดการทุกขั้นตอนทุกรายละเอียด ตามมาตรฐานระดับโลก เช่นเดียวกันกับการแข่งขันในประเทศสหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ และในประเทศอื่นๆ ทั่วโลก
สำหรับการแข่งในวันแรก จะเป็นการคัดตัวทั้งระดับ มือโปร มือใหม่ และมือสมัครเล่น เพื่อเข้าไปแข่งตัวต่อตัวในวันที่ 2 จากนั้น ผู้ที่เข้ารอบจะต้องมาประชันฝีมือกันแบบแพ้คัดออก เพื่อหาแชมป์ดริฟท์ระดับภูมิภาค
การแข่งขันในครั้งนี้ ได้รับการตอบรับดีมากจากนักดริฟท์ทั่วภูมิภาคทั้งในไทย ญี่ปุ่น สิงคโปร์ มาเลเซีย อิน-โดนีเซีย ฟิลิปปินส์ นิวซีแลนด์ และฮ่องกง โดยมีนักแข่งระดับอินเตอร์ อาทิ “แมด ไมค์” วิดเด็ทท์ จากนิวซีแลนด์ และ “ริวจิ มิกิ” นักแข่งดีกรีแชมป์ D1 Grand Prix ปี 2004 มาร่วมโชว์ความสามารถ
สำหรับ 2 นักแข่งไทยที่จะลงประชันฝีมือ ชิงแชมป์ดริฟท์ระดับนานาชาติครั้งนี้ ได้แก่ จตุพล มั่นภัทรพงศ์ และ นคร โคตระวิวัฒน์ นักดริฟท์หนุ่มที่ฝ่าด่านนักแข่งจากทั่วภูมิภาคเข้าไปถึงรอบ 16 คนของการแข่งขันในสิงคโปร์มาแล้ว
ผู้ที่สนใจเข้าชมสามารถซื้อบัตรได้ที่ ไทยทิกเก็ตเมเจอร์ ตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป โดยมี 3 แพ็คเกจให้เลือก คือ
-
แบบ 500 บาท สำหรับเข้าชมงาน 2 วัน (พร้อมอาหารกลางวันและที่นั่งในร่ม)
-
แพ็คเกจแกลเลอรี่ ราคา 300 บาท และ
-
แพ็คเกจ 150 บาทต่อวันสำหรับผู้ชมที่ต้องการเดินชมทั่วสนาม
|