 |
| |
| เรื่อง : ARIA 54 |
Friday, 20 January, 2012 0:39 AM |
|
 |
| |
|
| |
ผู้เขียนนั่งอ่านรายละเอียดของอุปกรณ์ชิ้นนี้อยู่นาน พลางนึกถึงคุณประโยชน์ที่ผู้ใช้จะได้รับ แน่นอน...ประโยชน์นั้นมีแน่ แต่จู่ๆ ก็เกิดวูบความคิดตะขิดตะขวงใจเล็กๆ คาค้างขึ้นมาเสียอย่างนั้น ด้วยว่ารถยนต์ยุคใหม่ต่างก็พยายามปรับระบบของตน ให้กลายเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ จะใช้ไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ BEV - Battery electric vehicle หรือจะฟิวเซลล์ FCEV - Fuel Cell electric vehicle อะไรก็ว่ากันไป แต่การปรับ (หรือเสริม) รถไฟฟ้าให้กลายเป็นรถไฮบริด มันให้ความรู้สึกแปลกๆ พิกล
KSPG Automotive ซัพพลายเออร์จากเยอรมัน และ FEV Motorentechnik GmbH บริษัทออกแบบพัฒนาเครื่องยนต์และระบบขับเคลื่อน จับมือกันออกแบบอุปกรณ์เสริมระยะทางให้รถไฟฟ้า เปิดตัวต้นแบบไปในในงาน 2012 ดีทรอยท์ ออโต้โชว์ ที่ผ่านมา |
| |
 |
| |
KSPG และ FEV ออกแบบเครื่องยนต์เบนซินขนาดเล็กจิ๋ว V2 สูบ 4 จังหวะ 800 ซีซี. เอาท์พุท 30 กิโลวัตต์ ด้วยเจเนอเรเตอร์ 15 กิโลวัตต์ 2 ตัว ทำหน้าที่เป็นออน-บอร์ด เจนเนอเรเตอร์ ปั่นไฟป้อนให้แบตเตอรี่ พูดง่ายๆ เครื่องยนต์จิ๋วนี้ ไม่ได้มีหน้าที่โดยตรงในการส่งกำลังไปขับเคลื่อนล้อ จึงเท่ากับว่าจุดประสงค์หลักของระบบคือ แปลงรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้กลายเป็นรถยนต์ไฮบริดแบบ Serial นั่นเอง
ข้อดีคือระบบ Range Extender ชุดนี้ ขอพื้นที่ติดตั้งขนาดเท่ากับยางอะไหล่เท่านั้น (ไม่รวมถังน้ำมันและหม้อน้ำ) น้ำหนักรวมน้อยกว่า 60 กก. วิศกรที่จะติดตั้งระบบสามารถจัดวางอุปกรณ์ (เครื่องยนต์) ตัวนี้เอาไว้ที่ไหนก็ได้ ขอให้สามารถเชื่อมระบบจ่ายไฟให้ครบถ้วนเท่านั้นเอง ส่วนอัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสีย ผ่านมาตรฐาน Euro 6 แบบสบายๆ
อย่างที่เคยพิมพ์ไว้ในบทความ Nissan Leaf รถไฟฟ้าไม่ใช่เดินทางไกลแบบไกลข้ามจังหวัดไม่ได้ แต่ต้องมีการวางแผนล่วงหน้า หาจุดแวะพักรีชาร์จ ระบบ Range Extender ขนาดเล็กนี้ น่าจะช่วยให้การเดินทางไกลมีความสบายใจมากขึ้น ยิ่งถังน้ำมันความจุมากเท่าไหร่ ยิ่งวิ่งได้ระยะทางไกลขึ้นเท่านั้น
อันที่จริงมองไปทางไหนก็มีแต่ข้อดี ติดอยู่นิดเดียวที่มันดูกลับตาลปัตรอย่างไรชอบกล มีรถไฟฟ้าทั้งทียังต้องกลับมาพึ่งพาน้ำมันอีกจนได้ ครั้นจะรอให้ต้นทุนแบตเตอรี่มีราคาถูกลง หรือมีเทคโนโลยีการเก็บกระแสไฟฟ้าที่มากกว่าปัจจุบัน เห็นทีจะต้องรอคอยกันอีกยาวนาน ทางออกที่ดีที่สุดจึงวนกลับมาอยู่ในจุดนี้ • |
| |