| |
 |
| |
| เรื่อง : ARIA 54 |
Tuesday, 13 December, 2011 0:01 AM |
|
 |
| |
|
| |
ต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ฮอนด้า มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น ประกาศแผนงาน Earth Dreams Technology ตั้งเป้าหมายเป็นเจ้าแห่งความประหยัดในรถทุกรุ่นภายใน 3 ปีข้างหน้า ล่าสุดปักหมุดที่การดาวน์ไซส์เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบรุ่นใหม่ จาก 2.2 ลิตร เหลือ 1.6 ลิตร ลดน้ำหนักลงจากเดิม 50 กก. ลดการคายมลพิษในไอเสีย 15% โดย ฮอนด้า พยายามจะดันตัวเลขให้ต่ำกว่า 100 กรัม/กม. ให้ได้ กำลังสูงสุดอยู่ที่ 120 แรงม้า แรงบิดสูงถึง 30.5 กก.-ม. รถยนต์รุ่นที่คาดว่าจะได้ประเดิมเครื่องยนต์บล๊อคนี้คือ Honda Civic เวอร์ชั่นยุโรป รุ่นปี 2013
Earth Dreams Technology มีอะไรบ้าง?
1 : พัฒนาเครื่องยนต์เบนซินรุ่นใหม่ ขยับขยายความสามารถของเทคโนโลยี VTEC เดิม ในทุกขอบเขตความจุ ทั้ง 1.3, 1.5, 1.8, 2.0, 2.4, 3.5 ลิตร และพิเศษสุดกับเครื่องยนต์ 660 ซีซี เทคโนโลยี DOHC และ VTC - Variable Timing Control สำหรับรถยนต์ไซส์เล็ก ซึ่งน่าจะจำกัดวงเฉพาะ Kei Car ในญี่ปุ่นเอง ส่วนรุ่นที่น่าจับตามองคือเครื่องยนต์ 1.3 และ 1.5 ลิตร ผนวกเทคโนโลยีไดเรคอินเจคชั่น และการทำงานแบบเครื่องยนต์ Atkinson
เครื่องยนต์ 1.8 - 2.0 ลิตร ติดตั้งหัวฉีดไดเรคอินเจคชั่น Atkinson cycle ใช้เทคโนโลยี DOHC, VTEC เป็นพื้นฐาน และติดตั้งระบบหมุนเวียนไอเสีย EGR - Exhaust Gas Recirculation ส่วนรุ่นไฮบริด 2.0 ลิตร ใช้ปั๊มไฟฟ้า ตัดการทำงานของสายพานออกไป
เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร ใช้เทคโนโลยี DOHC และ VTEC เป็นพื้นฐาน เพิ่มระบบไดเรคอินเจคชั่น และ VTC ประหยัดขึ้น 3% แรงบิดสูงสุดดีขึ้น 10% ส่วนเครื่องยนต์ 3.5 ลิตร มี Valve Train ใหม่ทั้งชุด (แคมชาร์ฟ ฯลฯ) ติดตั้งหัวฉีดไดเรคอินเจคชั่น ทั้งระบบ SOHC, VTEC และ VMC อัตราสิ้นเปลืองดีขึ้นถึง 10% |
| |
 |
| |
| • Honda N Box ที่เปิดตัวใน 2011 โตเกียว มอเตอร์โชว์ มากับเครื่องยนต์ 660 ซีซีบล็อคใหม่ |
 |
| |
2 : ดาวน์ไซส์เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.2 ลิตร ให้เหลือความจุ 1.6 ลิตร พร้อมติดตั้งระบบอัดอากาศ ปรับปรุงระบบเผาไหม้ และระบบระบายความร้อนใหม่ ลดอัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสียลง 15%
3 : พัฒนาเกียร์ CVT รุ่นใหม่ เสริมชุดสายพานให้ปรับอัตราทดได้กว้างขึ้น พร้อมระบบคำนวณการทำงานของสายพานและพูลเลย์ ใช้ปั๊มอิเลคทรอนิคทำงานร่วมกับระบบ idle stop system ดับเครื่องยนต์อัตโนมัติขณะจอดรอ
เทคโนโลยีใหม่ G-Design Shift คำนวณการทำงานของจังหวะเปลี่ยนเกียร์, คันเร่ง และระบบไฮดรอลิค ให้สามารถตอบสนองการการทำงานได้อย่างรวดเร็ว รองรับการขับแบบสปอร์ต ที่ต้องการอัตราเร่งอันฉับไว
ลดขนาด, น้ำหนัก และชิ้นส่วนในกรณีที่ใช้ในรถยนต์ขนาดเล็ก ส่วนรถขนาดคอมแพคท์ หรือขนาดกลาง ใช้วิธีลดขนาด, น้ำหนัก และปรับอัตราทด โดย ฮอนด้า คาดว่าจะช่วยให้ประหยัดเชื้อเพลิงขึ้น 5% เมื่อเทียบกับเกียร์ CVT เดิม และเพิ่มเป็น 10% เมื่อเทียบกับเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ
4 : พัฒนาเทคโนโลยีไฮบริดเพิ่มเติม อาทิ การใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 120 กิโลวัตต์ 2 ตัวในการขับเคลื่อน แบตเดอรี่ลิเธียม-ไอออน แพคใหม่พร้อมชาร์จเจอร์ สำหรับติดตั้งในรถ plug-in hybrid โดยเทคโนโลยีนี้จะใช้สำหรับรถปลั๊ก-อินรุ่นปี 2012 และรถไฮบริดรุ่นปี 2013 โหมดในการขับเคลื่อนยังมี 3 โหมดเหมือนเดิม ณ เวลานี้ใช้ชื่อว่า EV driving mode สำหรับใช้งานในเมืองแบบมลพิษศูนย์, Hybrid driving mode ใช้งานระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าด้วยมอเตอร์เจนเนอเรเตอร์ และโหมด engine-connected driving mode สำหรับใช้งานทั้งระบบเมื่อต้องการความเร็วสูง
5 : พัฒนาระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออิเลคทรอนิค SH-AWD หรือ Super Handling All-Wheel Drive สำหรับระบบไฮบริดให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการใช้ระบบขับเคลื่อนนี้ผนวกเข้ากับเครื่องยนต์ V6 ความจุ 3.5 ลิตร มีมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 20 กิโลวัตต์ ทำงานแยกอิสระ ติดตั้งเอาไว้ที่ล้อหลังแต่ละข้าง เพื่อให้การควบคุมการกระจายแรงบิดด้วยสมองกลทำงานได้ดีขึ้น ระบบส่งกำลังใช้เกียร์ดูอัล-คลัทช์ 7 จังหวะ มอเตอร์ไฟฟ้าหลักที่จะจับคู่กับเครื่องยนต์มีขนาด 30 กิโลวัตต์ ฮอนด้า คาดว่าทั้งระบบจะให้สมรรถนะได้เทียบเท่าเครื่องยนต์ V8 และมีอัตราสิ้นเปลืองเหมือนเครื่องยนต์ 4 สูบ |
| |
 |
| |
| • ระบบขับสี่ SH-AWD โดยพื้นฐานมีใช้อยู่ใน Acura มาตั้งแต่ปี 2005 |
 |
| |
6 : พัฒนาระบบขับเคลื่อนสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า โดยพัฒนาจากระบบเดิมที่มีอยู่ก่อนหน้า อาทิ มอเตอร์ไฟฟ้าแบบแกนร่วม (Coaxial Motor) แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนความจุสูง ใช้เวลาในการรีชาร์จด้วยไฟ 240 โวลท์ น้อยกว่า 3 ชม. ปรับปรุงชุดเกียร์ และระบบอิเลคทรอนิคเซอร์โวเบรคให้มีแรงเสียดทานต่ำ เพื่อให้ใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยลง เป้าหมายคืออัตราสิ้นเปลืองพลังงานในระดับ 29 กิโลวัตต์-ชม./100 ไมล์ หรือเทียบเท่าเรท 116 ไมล์/แกลลอน ในสหรัฐอเมริกา (ราว 50 กม./ลิตร)
ส่วนระยะทางในการวิ่งต่อการชาร์จ 1 ครั้ง จากผลการทดสอบของ ฮอนด้า เอง น่าจะผ่านมาตรฐาน LA-4 ในระดับ 123 ไมล์/ครั้ง หรือ 210 กม./ครั้ง ตามโหมด JC08 โดยโหมดในการขับยังคงเดิมคือ Sport, Normal และ Econ
รื้อออก แล้วประกอบกลับ
ณ จุดนี้ สำหรับบริษัทผู้ผลิตต่างๆ ผู้เขียนถือว่าเลยจุดตื่นตัวสำหรับเทคโนโลยีประหยัดพลังงานไปแล้ว เพราะหลายเทคโนโลยีข้างต้นก็มีใช้อยู่ในรถยนต์ที่วางจำหน่ายในปัจจุบัน เช่น ระบบ SH-AWD มีใช้ใน Acura RL เจนเนอเรชั่น 2 ทำตลาดในอเมริกาเหนือตั้งแต่ปี 2005 หรือ ระบบขับเคลื่อนในข้อที่ 6 ก็มีเทคโนโลยีบางส่วนพัฒนามาจาก Honda FCX Clarity เป็นต้น
ดังนั้นการพัฒนาสิ่งที่มีอยู่แล้วในมือให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น คือ คำตอบที่ดีที่สุดเท่าที่วิศวกร (ของแต่ละผู้ผลิต) จะสามารถเค้นประสิทธิภาพออกมาให้เราได้ใช้งานกันในวันนี้ จนกว่าเทคโนโลยีสันดาปภายในจะถูกแทนที่อย่างจริงจังด้วยระบบไฟฟ้า, ฟิวเซลล์ หรืออื่นๆ ในอนาคต... และแน่นอน ในอีก 3 ปีข้างหน้า การขยับตัวของยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์อย่าง ฮอนด้า ย่อมเป็นเรื่องที่น่าจับตาสำหรับคู่แข่ง และจะทำให้เทคโนโลยีประหยัดพลังงานมีการแข่งขันที่สูงขึ้น ซึ่งผลดีย่อมตกอยู่กับผู้ใช้งานอย่างเรานั่นเอง
แล้วในอนาคตจะมีอะไรมาถึงบ้านเราบ้าง? อันนั้นคงต้องว่ากันอีกเรื่องหนึ่ง • |
| |
|
|
|