| |
 |
| |
| เรื่อง : ARIA 54 |
Wednesday, 26 October, 2011 0:04 AM |
|
 |
| |
|
| |
นิสสัน มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่นเปิดตัว Cell Stack หรือ เซลล์เชื้อเพลิง เจนเนอเรชั่นใหม่โมเดล 2011 สำหรับรถยนต์ฟิวเซลล์ FCEV - Fuel Cell Electric Vehicles ซึ่ง นิสสัน ระบุว่า Cell Stack รุ่นใหม่จะให้ค่าความจุกำลัง (Power density) มากขึ้นกว่าโมเดลเดิมในปี 2005 ถึง 2.5 เท่า การพัฒนาครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งในความพยายามสร้างสังคมปลอดก๊าซเรือนกระจก หรือ Zero Emission society ของทาง นิสสัน เอง
หลักการทำงานคร่าวๆ ของ Fuel Cell โดยทั่วไปคือ แต่ละเซลล์จะประกอบไปด้วยขั้ว Anode (ลบ) ทำหน้าที่ส่งอิเลคตรอนออกจากขั้ว, ขั้ว Cathode (บวก) ทำหน้าที่รับโปรตอน และออกซิเจน ทั้งคู่ถูกคั่นด้วยเยื่อแลกเปลี่ยนโปรตอนบางๆ (Proton exchange membrane) มีผงแพลทินัมเคลือบเอาไว้เป็นตัวเร่งปฏิกริยา (Catalyst) โดยอะตอมของออกซิเจนที่แตกตัวจากฝีมือของตัวเร่งปฏิกิริยานี้ จะเกิดเป็นโมเลกุลของน้ำ ส่วนการไหลของอิเลคตรอนจะทำให้เกิดไฟฟ้ากระแสตรง
แต่ละชั้นเซลล์จะต้องมีช่องว่างให้ไฮโดรเจน, อากาศ และน้ำเดินทางผ่าน และแต่ละเซลล์ข้างต้นนี้สามารถสร้างกระแสไฟได้เต็มที่ 1 โวลท์ นั่นหมายถึงเราต้องการชั้นเซลล์เป็นจำนวนมาก ถึงจะสามารถผลิตกำลังได้มากพอที่จะขับเคลื่อนรถยนต์ 1 คัน
ตามข้อมูล นิสสัน ทำการปรับปรุง MEA - Membrane Electrode Assembly ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาไฟฟ้าเคมี เพื่อกำเนิดพลังงานไฟฟ้า (และน้ำ) ให้ทำงานได้ดีขึ้น โดย Cell Stack รุ่นใหม่นี้มีประสิทธิภาพดีที่สุดในโลก ณ ปัจจุบัน คือค่าความจุกำลัง 2.5 กิโลวัตต์/ลิตร เมื่อเทียบกับผู้ผลิตรายอื่นๆ (ยกตัวอย่าง Hyundai Blue2 มีขนาด 1.65 กิโลวัตต์/ลิตร) |
| |
 |
| |
ในภาพที่เห็น Cell Stack แพคเกจนี้มีความจุ 34 ลิตร (หน่วยลิตรคือความจุเซลล์สำหรับกำเนิดไฟฟ้า ไม่ใช่ความจุเชื้อเพลิง) เท่ากับว่า Cell Stack นี้จะให้กำลังถึง 85 กิโลวัตต์ (หน่วยกำลังไม่มีชั่วโมงต่อท้ายแบบแบตเตอรี่) ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่า นิสสัน จะสร้างถังจุไฮโดรเจนป้อนไปเท่าไหร่? แล้วค่อยว่ากันถึงสมรรถนะและอัตราสิ้นเปลืองอีกที แต่ถ้าว่ากันตามทฤษฎี Fuel Cell สามารถรับไฮโดรเจน และออกซิเจน มาทำปฏิกริยาเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าได้ตลอด ดังนั้นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญคือขนาดความจุของถังไฮโดรเจนนั่นเอง
นอกจากนี้ นิสสัน ยังประสบความสำเร็จในการพัฒนาโครงสร้างใหม่ เพื่อรองรับการปรับปรุงการทำงานของ MEA โดยเฉพาะ ด้วยการสร้างฉนวนพลาสติกป้องกันในแต่ละเซลล์ ช่วยให้ นิสสัน สามารถลดขนาดของ Cell Stack ลงไปได้ครึ่งหนึ่ง เมื่อเทียบกับเซลล์เชื้อเพลิงรุ่นปกติ หรือหากเปรียบเทียบกับเวอร์ชั่น 2005 ของ นิสสัน เอง จะสามารถลดการใช้วัสดุต่างๆ ยกตัวอย่างแพลทินัม ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวใจของ MEA ลงไปได้ 1 ใน 4 รวมทั้งลดต้นทุนรวมลงไปได้ราว 1 ใน 6
ณ เวลานี้ความพยายามในการพัฒนา Fuel Cell จากค่ายรถยนต์ประเทศญี่ปุ่น ยังคงอยู่ที่ 3 บริษัทหลักยักษ์ใหญ่อย่าง Toyota (Toyota FCHV adv), Honda (Honda FCX Clarity) และ Nissan ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จาก 10 บริษัทพลังงาน รวมทั้งรัฐบาล ที่พร้อมใจกันเตรียมการจัดหาสาธารณูปโภคไว้รองรับการเปิดตัวรถยนต์ FCEV ภายในปี 2015 ด้วย
ที่สำคัญ เทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิงเป็นเพียงหนึ่งในทางเลือกของรถยนต์ปลอดมลพิษเท่านั้น เทคโนโลยีลดมลพิษในส่วนอื่นๆ แต่ละบริษัทก็ยังคงพัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง สำหรับ นิสสัน ที่เด่นที่สุดก็ยังเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าล้วนอย่าง Nissan Leaf รวมทั้งแผนงานระยะยาวล่าสุดที่เพิ่งประกาศออกมาอย่าง Nissan Green Program 2016
มร. มาซานาริ ยานางิซาวะ แห่งแผนก Fuel Cell R&D ผู้ใช้เวลาพัฒนา Cell Stack มากว่า 10 ปี กล่าวว่า "เราไม่เคยท้อใจ เราไม่เคยยอมแพ้ เราเพียรพยายามทำงานด้วยความอดทน เราเชื่อว่าผลลัพทธ์ที่ออกมาจะเป็นก้าวย่างที่สำคัญของเรา"
โลกหมุนไปอย่างรวดเร็ว ทรัพยากรธรรมชาติก็ร่อยหรอลงไปทุกวัน บ้านเราควรจะขยับตัวกันบ้าง...สักนิดก็ยังดีครับ ไม่ได้ผลิตอะไรเองก็มองหาลู่ทางเตรียมสาธารณูปโภคเอาไว้รองรับ • |
| |
|
|
|